ทล.คาดรถ6.5แสนคัน ทะลักออกต่างจังหวัด

คาดสงกรานต์แห่ออกจากกรุง 12 เม.ย. กลับ 16 เม.ย. แนะ 21 ทางเลี่ยงหนีรถติดไปทั่วประเทศ เชื่อปีนี้รถวิ่งทะลักกว่า 7 ล้านคันในช่วงเทศกาล มากกว่าปีก่อน ขอประชาชนวางแผนเดินทางล่วงหน้า มิตรภาพผ่านโคราชรถเริ่มหนาตา ตำรวจลั่นพร้อมระบาย

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชนในการเดินทางไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 ตามแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 ของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.66 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยขั้นสูงสุด ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และห่างไกลโควิด-19

นายสราวุธกล่าวต่อว่า โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวงคาดการณ์ปริมาณจราจรเข้า-ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลักและมอเตอร์เวย์ 10 เส้นทาง ในช่วงระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. 66 รวมทั้งสิ้น 7,026,157 คัน มากกว่าเทศกาลสงกรานต์ ปี 2565 อยู่ 5.3% โดยแบ่งเป็นขาออก 3,458,690 คัน และขาเข้า 3,567,467 คัน โดยคาดว่าวันที่ 12 เม.ย.66 จะมีปริมาณจราจร ขาออกสูงสุดประมาณ 648,530 คัน และ วันที่ 16 เม.ย.66 จะมีปริมาณจราจรขาเข้ากรุงเทพฯ สูงสุดประมาณ 612,769 คัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางและหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลดังกล่าว กรมทางหลวงจึงแนะนำเส้นทางเลือกบนทางหลวงสายหลักและสายรอง เพื่อให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยแบ่งเป็นภาคต่างๆ ดังนี้

กรุงเทพฯ-ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-จ.พระนครศรีอยุธยา-จ.อ่างทอง-จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย)-อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.นครสวรรค์

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไปจ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง-สุพรรณ บุรี)-จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท)-จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.นครสวรรค์

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต-อ.วังน้อย-จ.สระบุรี-จ.ลพบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย อุตรดิตถ์

เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต-ต่างระดับคลองหลวง (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-เชียงรากน้อย (ทางหลวงหมายเลข 3214)-ทางหลวงหมายเลข 347-ทางหลวงหมายเลข 32 จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่ภาคเหนือ

เส้นทางที่ 5 จากกรุงเทพฯ ไปวงแหวนตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9)-ต่างระดับมหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)-อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-ถนนโรจนะ (ทางหลวงหมายเลข 309) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 เข้าสู่ภาคเหนือ

เส้นทางที่ 6 จากกรุงเทพฯ ไปวงแหวนตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9)-ทางหลวงหมายเลข 3214 (เส้นคลองหลวง-ธรรมศาสตร์)-ทางหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าอำเภอบางปะหัน เข้าสู่ภาคเหนือ

เส้นทางที่ 7 จากกรุงเทพฯ ลงทางด่วนอุดรรัถยา ลงด่านเก็บเงินค่าผ่านทางบางปะอิน แนะนำเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าอำเภอบางปะหัน (เลี่ยงการจราจรตรงต่างระดับบางปะอิน)

เส้นทางที่ 8 จากกรุงเทพฯ ลงทางด่วนอุดรรัถยา ลงด่านเก็บเงินค่าผ่านทางเชียงราก ตรงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แนะนำเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าอำเภอบางปะหัน (เลี่ยงการจราจรถนนพหลโยธิน)

กรุงเทพฯ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไปจ.สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-ต.ม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 21)-อ.ท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256)-อ.ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148)-ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.นครราชสีมา

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-จ.สระบุรี-อ.ปากช่อง-อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.นครราชสีมา

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305)-อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051)-อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222)-อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.นครราชสีมา หรือจาก อ.บ้านนาไร่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งหน้าสู่ อ.กบินทร์บุรี สู่ อ.อรัญประเทศ

เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ ไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314 หรือ ทางหลวงหมายเลข 304)-อ.พนมสารคาม-อ.กบินทร์บุรี-อ.วังน้ำเขียว-อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.นครราชสีมา

เส้นทางที่ 5 จากกรุงเทพฯ ไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-จ.สระบุรี-อ.ปากช่อง-อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ)-ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (ทางเบี่ยงที่ ก.ม.65+200) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.นครราชสีมา

กรุงเทพฯ-ภาคตะวันออก เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไป จ.ชลบุรี (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา) เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไป อ.บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.ชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไป อ.พนัสนิคม-จ.ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304) เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ ไปทางหลวงหมายเลข 34 ถนนเทพรัตน-ทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท

กรุงเทพฯ-ภาคใต้ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไป จ.สมุทรสาคร-จ.สมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 35)-แยกวังมะนาว-จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไป อ.สามพราน-อ.นครชัยศรี-จ.นครปฐม-จ.ราชบุรี-แยกวังมะนาว-จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.ประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไปถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี)-อ.นครชัยศรี-จ.นครปฐม-จ.ราชบุรี-แยกวังมะนาว-จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับประชาชนผู้ใช้เส้นทางวงแหวนตะวันตก (ทางหลวงหมายเลข 9 ถนนกาญจนาภิเษกตะวันตก) เพื่อเดินทางไปยังภาคเหนือ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมทางหลวงแนะนำเส้นทางเลี่ยงงานก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 9 ช่วงระหว่างต่างระดับสามโคก-ต่างระดับบางปะอิน ดังนี้ ไปภาคเหนือ จากทางหลวงหมายเลข 9 วงแหวนตะวันตก-เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3111 ที่ต่างระดับสามโคก-เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3263 ที่แยกเสนา-เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 347 ที่แยกวรเชษฐ์

ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากทางหลวงหมายเลข 9 วงแหวนตะวันตก-เข้าทางหลวงหมายเลข 345 ที่ต่างระดับบางบัวทอง-เข้าทางหลวงหมายเลข 305 ที่รังสิต เพื่อเดินทางต่อไปใช้ทางหลวงหมายเลข 9 วงแหวนตะวันออก หรือใช้เส้นทางที่ 3 (กรุงเทพฯ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ต่อไป

ทั้งนี้ กรมพร้อมดูแลด้านความสะดวกปลอดภัยการเดินทางของประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้ทางขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร วางแผนการเดินทางล่วงหน้า เตรียมร่างกายให้พร้อม หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมหรือขอความช่วยเหลือระหว่างการเดินทางสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 (โทร.ฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และตำรวจทางหลวง 1193

ที่จ.นครราชสีมา ถนนมิตรภาพ บริเวณหน้าตลาดนัดเซฟวัน อ.เมือง สภาพการจราจรก่อนถึงทางต่างระดับนครราชสีมา หรือสามแยกปักธงชัย ซึ่งเป็นจุดตัดของทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ กับทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 304 พบว่า มีปริมาณรถค่อนข้างมากโดยเฉพาะฝั่งขาขึ้นไปจังหวัดทางภาคอีสาน ทั้งนี้เนื่องจากใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์ จึงมีประชาชนจำนวนไม่น้อยใช้โอกาสหยุดพักร้อน ทยอยเดินทางล่วงหน้ากลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวในภาคอีสาน

ขณะที่สภาพการจราจรถนนมิตรภาพ ช่วง อ.ปากช่อง-อ.สีคิ้ว มีปริมาณรถจำนวนมาก โดยเฉพาะฝั่งขาออกกรุงเทพฯ บริเวณทางขึ้นเขาต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง และช่วงบริเวณทางขึ้นเขา ริมเขื่อนลำตะคอง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว มีปริมาณรถยนต์วิ่งเต็มทุกช่องจราจร แต่ยังสามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล

ทั้งนี้ แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 ได้เตรียมเปิดใช้งานทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 หรือ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วง อ.ปากช่อง-อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นระยะทาง 36 กิโลเมตร และช่วง อ.สีคิ้ว-อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา เป็นระยะทาง 29 กิโลเมตร โดยให้ประชาชนใช้บริการ ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล 4 ล้อเท่านั้น ระหว่างวันที่ 12-18 เม.ย. 2566 นี้ รวมระยะเวลา 7 วัน โดยจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงขาออกจากกรุงเทพมหานคร จะเปิดให้ใช้บริการ ฟรี ในวันที่ 12-14 เม.ย. 2566 ที่จุดถนนมิตรภาพ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 65 เขต อ.ปากช่อง ส่วนขาเข้ากรุงเทพมหานคร จะเปิดให้ฟรี ในวันที่ 15-18 เม.ย. 2566 จำนวน 2 จุด ในเขต อ.ขามทะเลสอ และอ.สีคิ้ว

รับสงกรานต์ – ชาวโคราชแห่ซื้อเสื้อผ้าลายดอกกันอย่างคึกคัก จากร้านค้าในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เตรียมสวมใส่ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ที่ใกล้มาถึง ขณะที่ร้านค้าบอกยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเป็นอีกเท่าตัว เมื่อ 8 เม.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจับจ่ายในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ช่วงก่อนสงกรานต์ 2566 พบว่า ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าบริเวณถนนจันทร์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา จะคึกคักเป็นพิเศษ มีพี่น้องประชาชนทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด มาเลือกซื้อเสื้อลายดอกสีสันสดใสกันตั้งต้นช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อนำไปเตรียมไว้สวมใส่เฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์เล่นน้ำคลายร้อนกัน

ที่จ.เชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่เตรียมความพร้อมแล้วสำหรับเล่นน้ำสงกรานต์ของเชียงใหม่ ทั้งน้ำในคูเมืองที่ปรับปรุงสภาพน้ำให้สะอาดเหมาะสม ขณะที่ชลประทานเชียงใหม่ติดตั้งประปาหยอดเหรียญเพื่อบริการน้ำสะอาดตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง คาดว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวจะออกมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคักเพื่อคลายร้อน และผ่อนคลายในช่วงสถานการณ์หมอกควันจะได้เพิ่มความชื้นให้อากาศ

โชว์เล่นน้ำ – ช้างน้อย 5 เชือก ที่ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ลงเล่นน้ำในลำห้วย โชว์ความน่ารักให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ตีปี๊บการท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 เม.ย.

โดยเทศบาลได้ถ่ายน้ำคูเมืองเชียงใหม่โดยรอบทั้ง 4 ด้านออกแล้ว ได้ทำการทำความสะอาดนำสิ่งปฏิกูลทั้งดินโคลน และขยะบางส่วนที่อยู่ใต้พื้นน้ำออก โปรยปูนขาวปรับสภาพก่อนที่จะปล่อยน้ำสะอาดที่ผันจากคลองชลประทานเข้ามาเติมจนเต็ม หลังจากนั้นก็ได้ฉีดพ่นคลอรีนลงน้ำเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค และปรับสภาพน้ำให้สะอาดอีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว และชาวเชียงใหม่ที่จะมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์ของเชียงใหม่ แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางสถาน การณ์หมอกควันที่วิกฤต และช่วงสงกรานต์ในสัปดาห์หน้าจะคลี่คลายลงหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน