จว.ใต้ระอุ คนร้ายจ่อยิง อส.อดีตพลขับรถผู้ว่าฯ นราฯ เสียชีวิตหน้ามัสยิดที่ อ.ตากใบ ภายหลังเสร็จพิธีละหมาด พยานเห็นผู้ต้องสงสัยเป็นหนุ่ม ผมยาว มาดูลาดเลาอยู่ 2 วันแล้ว ส่วนที่ยะลา คนร้ายยกพวกกว่า 20 คน ขว้างระเบิด-ยิงใส่ฐาน ชุด ชคต.บุดี ก่อนปะทะเดือดนานกว่า 30 นาที โชคดีไร้คนเจ็บ-ตาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 เม.ย. พล.ต.ต. อนุรุธ อิ่มอาบ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ. ศุภชัช ณ พัทลุง ผกก.สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ หมูดเอียด สารวัตรสอบสวน สภ.ตากใบ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครอง รุดไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ที่บริเวณด้านนอกกำแพงรั้วทางเข้ามัสยิดจาแบปะ ม.7 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายอัลดุล รอนิง แบเลาะ อายุ 51 ปี อดีตพลขับประจำตัวนายเอกรัฐ หลีเส็น อดีตผู้ว่าฯ นราธิวาส ซึ่งปัจจุบันเป็นกองอาสารักษาดินแดน จ.นราธิวาส ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าเวรยามป้อมรักษาการ จวนผู้ว่าฯ นราธิวาส เสียชีวิต เหตุเกิดในช่วงเวลา 21.30 น.ของคืนวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ มีกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ พร้อมปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 2 ปลอก และกระสุนปืนพก ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอับดุลรอนิง ผู้เสียชีวิต หลังจากออกเวรก็ได้เดินทางกลับบ้านพักของภรรยาในพื้นที่บ้านจาแบปะ ต.เกาะสะท้อน เป็นกิจวัตรประจำวัน และหลังจากที่ได้ร่วมรับประทานอาหารในช่วงละศีลอดกับครอบครัวของภรรยาแล้วเสร็จ นายอับดุลรอนิง เดินออกจากบ้านของภรรยาไปยังมัสยิดบ้านจาแบปะ ซึ่งห่างประมาณ 200 เมตร ไปประกอบพิธีละหมาด และเมื่อละหมาดแล้วเสร็จได้เดินลงจากมัสยิดเพื่อกลับบ้านพัก

เมื่อถึงบริเวณประตูทางเข้ามัสยิด นายอับดุลรอนิง เดินเลี้ยวที่บริเวณมุมกำแพงรั้ว คนร้าย 1 คน ยืนรอดักอยู่แล้ว ใช้อาวุธปืนพก 9 ม.ม. จ่อยิงในระยะเผาขน จำนวน 2 นัดซ้อน ที่บริเวณศีรษะ 1 นัด และบริเวณหน้าอกด้านซ้าย 1 นัดทะลุชายโครง จนนายอับดุล รอนิง ล้มฟุบลงกับพื้น แล้วคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนพกยิงนัดที่ 3 เพื่อให้มั่นใจว่านายอับดุล รอนิงเสียชีวิต แต่อาวุธปืนพกเกิดขัดลำกล้องคนร้ายได้คัดเอากระสุนออก เพื่อที่จะยิงซ้ำแต่ชาวบ้านที่ไปร่วมละหมาดในมัสยิด ได้ยินเสียงอาวุธปืน จึงได้วิ่งกรูออกมาดู คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงได้วิ่งไปซ้อนท้าย รถจยย.เพื่อนอีก 1 คน ที่จอดรถจยย.ติดเครื่องยนต์ ขับหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว

รายงานข่าวแจ้งว่า ได้มีพยานบางคนที่ไปร่วมละหมาด ได้พบเห็นคนร้ายทั้ง 2 คน ซึ่ง 1 ใน 2 ไว้ผมยาวประบ่า ได้ขี่รถจยย.มาสังเกตการณ์ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 วัน แต่ไม่ได้เอะใจคิดว่าน่าจะมารอพบเพื่อนที่ไปละหมาดบนมัสยิด แต่เมื่อเกิดเหตุยิงนายอับดุลรอนิงเสียชีวิต จึงคาดว่าคนร้าย 2 คน มาดูลาดเลาเพื่อวางแผนลงมือก่อเหตุอย่างแน่นอน

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายของกลุ่มผู้ก้อเหตุรุนแรง เนื่องจากนายอับดุลรอนิง ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใดหรือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกบ้านของภรรยา แถมมีอัธยาศัยดีเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนบ้านด้วยซ้ำ

ขณะที่ก่อนหน้าเวลาประมาณ 01.40 น. ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ ใส่ฐานจุดตรวจฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบุดี (ชคต.บุดี) อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ตั้งอยู่บริเวณชุมชนบ้านนิบง หมู่ที่ 2 อ.เมืองยะลา ก่อนใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงถล่มจนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่เป็นระยะๆ หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ปิยภัทร ทองพันเลิศกุล ผกก.สภ.เมืองยะลา รีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย (ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง) เข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เบื้องต้นไม่พบเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะเจ้าหน้าที่ อส.จำนวน 18 นาย และ เจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 3 นาย กำลัง ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในฐานอย่างปกติ กลุ่มคนร้าย ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน 2-3 คัน เมื่อขี่มาถึงจุดตรวจฐานปฏิบัติการได้ฉวยโอกาสเจ้าหน้าที่เผลอ ขว้างระเบิด ชนิดไปป์บอมบ์ เข้าใส่ทำให้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คนร้ายอีกชุด ซึ่งคาดว่าไม่ต่ำกว่า 20 คน มาจากด้านหลังของตลาดเกษตรร้าง (อดีตรับซื้อยางก้อน) ได้เดินเท้าเข้าโอบรอบๆ จุดตรวจฐานปฏิบัติการแล้วใช้อาวุธปืนสงครามครบมือ มีทั้ง M-79 ถล่มยิงอย่างไม่ยั้ง ส่งผลทำให้เกินไฟลุกไหม้ขึ้นภายในโกดังของตลาดเกษตรร้างอย่างรวดเร็ว

ทางเจ้าหน้าที่ อส.และเจ้าหน้าที่ทหาร จึงยิงตอบโต้ พร้อมทั้งขอกำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ให้การช่วยเหลือ หลังปะทะกันนานร่วม 30 นาทีกลุ่มคนร้ายเห็นว่าไม่สามารถทำอันตรายเจ้าหน้าที่ได้จึงล่าถอยไปก่อนที่กำลังเสริมจะมาถึง ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ทั้งนี้ในช่วงเช้าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ชุด EOD และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เตรียมเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง

ต่อมาพล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อม พ.ต.อ.ปิยภัทร ทองพันเลิศกุล ผกก.สภ.เมืองยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ศรศึก-ศรชัย ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบบริเวณด้านหน้าเสาธง และบริเวณห้องครัวประกอบอาหาร ถูกสะเก็ดระเบิดทำให้ หลังคาได้รับความเสียหาย กระจกแตกกระจัดกระจาย และเศษดินกระจัดกระจาย ทั่วบริเวณ ใกล้กันรอบๆ ฐาน พบหลุมระเบิดหลายจุด พร้อมทั้งสะเก็ดระเบิดลูกปรายขนาดเล็กทั่วบริเวณ ส่วนเหตุเพลิงไหม้อาคาร ตลาดนัดกลางรับซื้อผลไม้ของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ยะลา คาดเกิดจากการตอบโต้ปะทะกัน และส่วนหนึ่งเป็นการลอบเผาของคนร้าย เพื่อสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อนำตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้ขว้างก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดระเบิด ไปป์บอมบ์ หรือ M.79 เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบโดยละเอียด คาดคนร้ายต้องการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน