นศ.-นักวิชาการชี้กระตุ้นใช้สิทธิ์

ถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ‘โพล มติชน-เดลินิวส์’สองสื่อชั้นนำของประเทศเชิญชวนประชาชนร่วมโหวตด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดได้ทุกที่ทุกเวลา ชี้แนวโน้มการเมืองก่อนเลือกตั้งใหญ่ 2566 ด้าน นักศึกษามข.-นักวิชาการอิสระหนุนเต็มที่ ชี้กระตุ้นผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนน-นักการเมือง-พรรคทำการบ้านหนักขึ้น แนะเพิ่มคำถามวิสัยทัศน์นายกฯ ด้วย

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเปิดโหวตโพลสองสื่อสำคัญของประเทศ “มติชนXเดลินิวส์ เลือกตั้ง’66” ในรอบที่ 1 ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม ต่างเข้ามามีส่วนร่วมโหวตครั้งประวัติศาสตร์ชี้อนาคตการเมืองไทยจำนวนมาก ทั้งคำถามหัวข้อที่ 1 ท่านจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2566 ตามด้วยคำถามหัวข้อที่ 2 ท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566

สำหรับวันพุธที่ 12 เม.ย. เป็นวันที่ห้าของการโหวตโพลรอบแรกจากข้อมูลของทั้งสื่อเครือมติชน ได้แก่ มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี รวมกับเดลินิวส์ ณ เวลา 15.00 น. พบว่าตัวเลขอัตราการเข้าถึงการโปรโมตเพื่อทำโพล หรือยอดรีช (Reach) การโปรโมตโพล ทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชี่ยลมีเดีย รวมกันมากกว่า 515,000 รีช นอกจากนั้น ในส่วนของจำนวนผู้ร่วมกดโหวตทำโพลผ่านเว็บไซต์ https://www.matichon.co.th/thai-election66-poll/ ของเครือมติชน และ https://www.dailynews.co.th/election-2566/poll/ ของเดลินิวส์ ตั้งแต่วันที่ 8-12 เม.ย. มีรวมกันมากกว่า 72,000 ราย

ทั้งนี้ ประชาชนผู้สนใจยังสามารถเข้าไปโหวตผ่านเว็บไซต์ทั้งสองเว็บดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน จนกว่าจะประกาศปิดโพลรอบแรก

ด้านน.ส.อริศรา พรหมดวง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การที่สื่อสำคัญของประเทศไทยอย่างมติชนและ เดลินิวส์ ได้ทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในรูปแบบออนไลน์ ในการเลือกตั้ง ปี 2566 ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมโหวตครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อชี้อนาคตการเมืองไทย ขณะเดียวกันก็ส่งผลดีทั้งต่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง บรรดาผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมืองต่างๆ สำหรับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนั้น การที่มีการจัดทำโพลสำรวจ จะสามารถเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจหรือสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนเองมีความรู้สึกหรือคาดหวังต่อสถานการณ์การเลือกตั้งอย่างไรบ้าง จะสามารถเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจด้วยว่าเหตุใดนักการเมืองหรือพรรคนั้นๆ จึงมีคะแนนความนิยมมาก มีนโยบายใดที่ดีหรือตอบโจทย์กว่าพรรคอื่นๆ หรือนักการเมืองคนนั้นมีความสามารถอย่างไร เมื่อเกิดคำถามเหล่านี้ ก็จะนำไปสู่การสืบค้นเพื่อหาคำตอบเหล่านั้นมาประกอบการตัดสินใจในการเลือกหรือไม่เลือกใคร หรือพรรคใดในวันเลือกตั้ง

“สำหรับนักการเมือง หรือผู้ที่ลงสมัคร ส.ส.รวมไปถึงพรรคการเมืองต่างๆ การทำโพลดังกล่าว ก็จะเป็นเครื่องมือชี้วัดอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้นักการเมืองสามารถประเมินความนิยม ฐานคะแนนความพึงพอใจของประชาชนที่มีตนเองและพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดผ่านโพลได้ ซึ่งจะช่วยทำให้นักการเมืองหรือพรรคการเมืองมีวิเคราะห์ได้ว่าตนมีความพร้อม มีโอกาสที่สามารถชนะการเลือกตั้งได้มากน้อยเพียงใด และจะแก้ไขไปในทิศทางใดเพื่อให้ตนเองและพรรคได้รับความไว้วางใจจากประชาชน” น.ส.อริศรากล่าว

ด้านนายชัยธวัช เสาวพนธ์ นักวิชาการอิสระ จ.เชียงใหม่ เผยการทำโพลเลือกตั้ง มติชน-เดลินิวส์ ว่า ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นโพลที่มีคุณภาพ ตามหลักวิชาการไม่ชี้นำ หรือมีอคติกับใคร เป็นโพลที่สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด ภายใต้รูปธรรมที่จับต้องได้ เท่าที่สังเกตทุกพรรคการเมืองและประชาชนให้ความสนใจ และตอบแบบสอบถามจำนวนมาก สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน เพื่อได้รัฐบาลและผู้นำประเทศคนใหม่ ที่ตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด ส่วนตัวมี น.ส.แพทองธารทอง ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นนายกฯที่ใช่ และพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นพรรคที่ชอบ อยู่ในใจแล้ว เพราะชอบนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท รวมกว่า 500,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศให้ฟื้นตัวและขับเคลื่อนไปข้างหน้า ซึ่งเงินดังกล่าวมาจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกว่า 100,000 ล้านบาท และรายได้จากการส่งออก ท่องเที่ยวด้วย นโยบายของ พท. ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าทำได้ เพราะเคยมีผลงานจนเป็นที่ยอมรับ และเชื่อถือมากกว่าพรรคอื่นขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังหาจุดยืนไม่ได้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่โชว์นโยบายพูดแล้วทำ ยังเลื่อนลอยไม่เป็นรูปธรรมมากนัก ดังนั้นทั้งสองพรรค ต้องหาจุดยืนหรือจุดขายใหม่เพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมีจุดขายเรื่องปกป้องสถาบัน และสนับสนุนอำนาจนิยม ที่มีแฟนคลับจำนวนมากให้การสนับสนุนอยู่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ รทสช.ติดโพลสำรวจหลายสำนักเช่นกัน ส่วนคำถามโพลครั้งหน้า อยากเสนอให้สอบถาม 2 เรื่อง คือ นโยบายที่ใช่ผู้สมัครที่ชอบหรือวิสัยทัศน์ผู้นำประเทศคนที่ 30 เพื่อพาประเทศไปทิศทางใด เพื่อให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณตัดสินใจหย่อนบัตรลงคะแนนด้วย น.ส.ตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสงครามกล่าวว่า กรณีที่เครือมติชน ร่วมกับเดลินิวส์ จัดทำโพลเลือกตั้ง 2566 เพื่อให้ประชาชนเลือกนายกฯ ที่ใช่-เลือกพรรคการเมืองที่ชอบ เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะการทำโพลเป็นหนทางหนึ่งที่กระตุ้นเชิญชวนให้คนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ เเละผลโพลทำให้ทราบว่าประชาชนต้องการผู้นำเเบบไหน จะเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเลือกใคร หรือจะเทคะแนนไปให้ใคร

นอกจากนี้ ผลโพลทำให้สามารถคาดเดา เเนวทางการดำเนินงาน ตามนโยบายรัฐบาล จากพรรคที่ได้รับเลือก ทำให้เตรียมพร้อม และปรับตัว ให้ขานรับนโยบายจากรัฐบาล นอกจากนี้ผลโพลเป็นตัวสะท้อนความนิยมพรรคการเมืองในพื้นที่แต่ละจังหวัด ทำให้แต่ละพรรคทราบว่านโยบาย สอดคล้องกับธุรกิจท่องเที่ยว เกษตร ประมง พาณิชย์ หรืออุตสาหกรรมในพื้นที่ ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งในส่วนของพรรคการเมืองเองจะได้กลับไปทำการบ้านให้ถูกใจประชาชน มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามจากการได้ลงคะแนนโหวดเห็นว่าควรเพิ่ม หัวข้อ งานเเรกที่รัฐบาลจะทำเมื่อได้รับเลือกตั้ง, ใครควรเป็น ส.ส. ในเขตท่านและนโยบายที่ประชาชนสนใจอยากให้มี 1 อย่างถ้าเลือกได้ เป็นต้น

นางสุกานดา พันธุ์เสือ รองประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า การที่มีโพลมติชน-เดลินิวส์ ออกมาถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้รู้ว่าคนทั่วไปมีความคิดเห็นอย่างไร ชอบใคร ชอบนโยบายอะไร และยังจะทำให้คนที่ไม่สนใจการเมืองได้เห็นผลโพลแล้วก็จะกลับมาให้ความสนใจการเมือง ได้เห็นว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเลือกคนนี้ หรือเลือกพรรคนี้ ส่วนหัวข้อที่มีอยู่ก็ถือว่าครบสมบูรณ์แล้ว เพราะการที่คนเลือกใครมากที่สุด และเลือกพรรคอะไรมากที่สุด ก็จะทำให้รู้ได้ว่า สาเหตุที่ทำให้เลือกนั้นมาจากอะไร โดยเฉพาะการเลือกพรรคนั้น คนที่เลือกก็ต้องดูนโยบายของพรรคก่อนเลือกอยู่แล้ว หากพรรคมีนโยบายดี จับต้องได้ ตรงใจประชาชน สามารถทำได้จริงไม่ใช่นโยบายที่เพ้อฝัน คนก็ต้องเลือกพรรคนั้นอยู่แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน