จัดต่อ22เมย.โหวตรอบสอง
วันนี้ประกาศผลโหวตรอบแรก ‘โพลมติชน-เดลินิวส์ เลือกตั้ง 66’ กับ 2 คำถาม นายกฯ ที่ใช่พรรคการเมืองที่ชอบ จับมืออาจารย์วิทยาลัยนานาชาติปรีดีฯ ม.ธรรมศาสตร์ วิเคราะห์แง่มุมทางวิชาการ เปิดโหวตต่อรอบสองวันที่ 22 เม.ย.นี้ ‘ผศ.ดร.ยอดพล’ อาจารย์นิติฯ ม.นเรศวร เสนอแนะให้ถามเรื่องนโยบายตามช่วงอายุ คนรุ่นใหม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล-แรงงาน ส่วนผู้สูงวัย เรื่องสวัสดิการ ให้พรรคการเมืองปรับกลยุทธ์โค้งสุดท้าย
เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเปิดโหวตโพล 2 สื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ “มติชน x เดลินิวส์ เลือกตั้ง 66” ในรอบที่ 1 ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า โพลรอบแรกปิดโหวตเวลา 23.59 น. วันที่ 14 เม.ย. และจะประกาศผลในประเด็นคำถามที่ 1 ท่านจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2566 ตามด้วยคำถามที่ 2 ท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566 ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. ผ่านช่องทางข่าวออนไลน์ รวมถึงโซเชี่ยลมีเดียสื่อเครือมติชนและเดลินิวส์ เช่นเดียวกับสื่อหนังสือพิมพ์จะเผยแพร่ผลโพลในฉบับ วันรุ่งขึ้น
สำหรับการโหวตโพลรอบแรกตลอด 7 วันที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโหวตครั้งประวัติศาสตร์ชี้อนาคตการเมืองไทยจำนวนมาก ทั้งคำถามที่ 1 และ 2 จากข้อมูล ณ เวลา 15.00 น. วันที่ 14 เม.ย. พบว่าตัวเลขอัตราการเข้าถึงการโปรโมตเพื่อทำโพล หรือยอดรีช การเข้าถึงการโปรโมตโพล ทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชี่ยลมีเดีย มีรวมกันมากกว่า 700,000 รีช นอกจากนั้น ในส่วนของจำนวนผู้ร่วมกดโหวตทำโพลผ่านเว็บไซต์ https://www.matichon.co.th/thai-election66-poll/ ของเครือมติชน และ https://www.dailynews.co.th/election-2566/poll/ ของเดลินิวส์ ตั้งแต่วันที่ 8-14 เม.ย. มีรวมกันมากกว่า 81,555 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อให้การวิเคราะห์ผลโพลรอบแรกมีความลึกและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น กองบรรณาธิการทั้งมติชนและ เดลินิวส์ยังจับมือกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เข้ามาร่วมนำข้อมูลผลโพลไปวิเคราะห์เพิ่มเติมในแง่มุมทางวิชาการ เพื่อเตรียมเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป
ส่วนการโหวตโพลรอบที่ 2 จะเริ่มต้นในวันเสาร์ที่ 22 เม.ย. จากนั้นเมื่อได้ผลโพลครบทั้ง 2 รอบแล้ว กองบรรณาธิการสื่อเครือมติชน ประกอบด้วย มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี และเครือเดลินิวส์ จะร่วมกับตัวแทนอาจารย์วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ฯ ร่วมกันจัดเวทีวิเคราะห์เจาะลึกผลโพลทั้ง 2 รอบ พร้อมกับไลฟ์สตรีมถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดียของสื่อทั้ง 2 เครือต่อไปช่วงต้นเดือนพ.ค.
ผศ.ดร.ยอดพล เทพสิทธา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์ว่าในรอบต่อไปอยากให้มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องนโยบาย โดยอาจจะมองเป็นคน 2 รุ่น ด้านคนรุ่นใหม่อาจจะถามเกี่ยวกับนโยบายเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลกับเรื่องแรงงาน ส่วนผู้สูงอายุเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการ
“เรื่องการทำโพลนั้นมีระเบียบวิธีอยู่ หากปฏิบัติตาม พรรคการเมืองจะนำผลโพลไปปรับกลยุทธ์ในการหาเสียง หรือทำแคมเปญใหม่ๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งได้ แต่มีโพลหลายสำนักที่อาจจะไม่ได้ทำตามระเบียบวิธี ซึ่งผลออกมาแล้วไม่สามารถสะท้อนอะไร และทำให้พรรคการ เมืองที่หยิบยกข้อมูลไปใช้เกิดข้อผิดพลาดได้ ผมว่าการที่สื่อออกมาทำโพลเป็นเรื่องดี อาจจะแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นนิวโหวตเตอร์ หรือผู้สูงอายุ ผมคิดว่าจะทำให้ผลโพลดีขึ้น และช่วยสะท้อนนโยบายที่หลากหลาย ตามความต้องการของประชาชนมากขึ้น” ผศ.ดร.ยอดพลกล่าว
ส่วนนายภาณุมาศ รวมสุข ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารสมุทรสงคราม กล่าวว่าการที่เครือมติชนร่วมกับเดลินิวส์จัดทำโพลเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนเลือกนายกฯ ที่ใช่ เลือกพรรคการเมืองที่ชอบ ถือเป็นต้นแบบโพลที่ดีมาก กระชับและเข้าใจง่ายต่อการประชาสัมพันธ์ บอกต่อไปยังกลุ่มต่างๆ และบุคคลทั่วไปได้ดี เนื่องจากทั้งเครือมติชนและเดลินิวส์ เป็นสื่อที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน มีความน่าเชื่อถือ มีหลายสื่อที่ครอบคลุมทุกวัยทุกสาขาอาชีพ จะทำให้ผลโพลที่ออกมาครบถ้วนมีความน่าเชื่อถือ
ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารสมุทรสงคราม กล่าวว่าอีกทั้งแสดงถึงความเป็นมืออาชีพด้านสื่อสารมวลชน ไม่ได้คิดว่าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ แต่ทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคม ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของวงการสื่อมวลชน เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ขณะที่ผลดีในส่วนของทั้ง 2 องค์กรคือจะยิ่งขยายกลุ่มเป้าหมายให้มีผู้บริโภครู้จักมากยิ่งขึ้น เป็นที่ยอมรับในความมืออาชีพ ไม่ได้คิดถึงประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวมของสังคมมากขึ้น
นายภาณุมาศกล่าวอีกว่านอกจากนี้ยังเป็นผลดีต่อภาครัฐที่จะกระตุ้นให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น ยากต่อการซื้อสิทธิขายเสียง ทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม ทั้งยังเป็นผลดีของพรรคการเมืองที่จะเป็นการแนะนำให้ประชาชนรู้จักมากขึ้น ผลที่ได้จะทำให้ผู้สมัครนำข้อมูลไปปรับใช้ในการหาเสียง ส่วนประชาชนเองก็จะรู้ว่าผู้ที่ตนเองชื่นชอบมีคะแนนเสียงเป็นอย่างไรด้วย อย่างไรก็ตาม จากการได้โหวตเห็นว่าควรเพิ่มหัวข้อความต้องการของประชาชน หรือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เป็นต้น
ขณะที่ ศ.ดร.สามารถ จับโจร นักวิชาการ จ.นครราชสีมา ร่วมกล่าวถึงโพลมติชน- เดลินิวส์ว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ทดลอง ได้คิด และตัดสินใจล่วงหน้า คิดว่าผลโหวตที่ออกมาจะชี้นำประชาชนได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่มากนัก เพราะปัจจุบันความคิดความอ่านประชาชน โดยเฉพาะยุวชน เยาวชนคนรุ่นหลังมีความคิดเป็นของตัวเองสูง ซึ่งอาจทำให้สื่อโซเชี่ยลที่ออกมาเกิดเป็นกระแสตีกลับขึ้นได้ ความคิดของคนรุ่นใหม่เป็นเรื่องคาดเดาไม่ได้ เป็นพลังเงียบที่ถูกกดทับเอาไว้ หลายสิ่งหลายอย่างในปัจจุบันล้าหลัง กระแสโพลจึงไม่ได้ส่งผลต่อความคิดของคนรุ่นใหม่มากนัก ขณะเดียวกันกลุ่มคนอายุ 30-40 ปี อาจจะอยากเปลี่ยนแปลง ส่วนคนอายุ 50 ปีขึ้นไป จะยังมีความคิดอนุรักษนิยม
ศ.ดร.สามารถกล่าวว่าการจัดทำโพล ให้ประชาชนร่วมโหวตถือเป็นกิจกรรม อย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างสีสันตามระบอบประชาธิปไตย เป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่าแต่ละพรรคจะขับเคลื่อนในประเด็นใดบ้าง หากผลโหวตได้มาจากการจัดเก็บตัวอย่างจริงๆ ไม่ใช่การจัดทำข้อมูลขึ้นมา ผลโหวตก็จะเป็นตัวชี้วัดความต้องการของประชาชนจำนวนหนึ่งได้ จึงอยากให้ทำโพลสำรวจแบบเจาะกลุ่มคนให้เฉพาะเจาะจง และมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงวัย วัยกลางคน เยาวชน หรือแม้แต่กลุ่มสมณเพศที่มีสิทธิออกเสียง เพื่อนำผลโพลมาวิเคราะห์ความต้องการของประชาชนในแต่ละกลุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
นักวิชาการ จ.นครราชสีมา กล่าวอีกว่าส่วนการเปิดโหวตจะปลุกกระแสให้ประชาชนสนใจการเมืองมากยิ่งขึ้นหรือไม่นั้น มองว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะมี ประชาธิปไตยคล้ายๆ กับสหรัฐอเมริกา คือมีพรรคการเมืองเกิดขึ้นมากมาย แต่จะเข้าชิงชัยกันไม่เกิน 3-4 พรรค เมื่อดูประเทศที่เจริญแล้วจะไม่มีการห้ามซื้อเสียง เพราะความคิดของประชาชนพัฒนาไปแล้ว ใครซื้อเสียงเขาก็เอาเงิน แต่จะไม่เลือก ขณะที่ประเทศไทยกลับเอาเป็นเอาตายกันเรื่องนี้ ในฐานะที่สอนศิลปะการเมืองจึงมองว่าเป็นเรื่องคุณภาพของคน ซึ่งคนรุ่นใหม่ หรือเจนเนอเรชั่นต่อๆ ไป ถ้าใครจะมาซื้อเสียงเขาก็คงจะรับหมด แต่จะไม่เลือก จะเป็นการสั่งสอน เป็นการห้ามพฤติกรรมที่ไม่ดีเหล่านี้ไปในตัว สุดท้ายกลยุทธ์การซื้อเสียงก็จะหมดไป