‘มติชน-เดลินิวส์’เปิดรอบ1 อิ๊ง-เศรษฐาตามติด-ตู่ที่4 ก้าวไกล-รทสช.อันดับ 2-3 สำรวจครอบคลุมทุกมิติ โหวตต่อรอบ 2 เริ่ม 22 เมย.

‘มติชน x เดลินิวส์’ เปิดผลโพลรอบแรก ‘พิธา’ นายกฯ ที่ใช่ ‘เพื่อไทย’ พรรคที่ชอบ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ตามติดที่ 2 ‘เศรษฐา’ พุ่งขึ้นที่ 3 แซงหน้าประยุทธ์ ที่รั้งอันดับ 4 ส่วนผลโพลเลือกพรรค เพื่อไทยอันดับ 1 ตามด้วยก้าวไกล-รวมไทยสร้างชาติ และภูมิใจไทย เผยผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ ทุกภูมิภาค อายุ อาชีพ การศึกษาและรายได้ กว่า 8 หมื่นคน ผ่านช่องทาง โซเชี่ยล ชวนร่วมโหวตรอบสอง เริ่ม 22 เม.ย. ‘พิธา’ ขอบคุณประชาชนเทคะแนนโหวตนายกฯ คนต่อไป สะท้อนคนไทยไม่ต้องการการเมืองแบบเดิมๆ พร้อมลุยงานหนัก 30 วันสุดท้าย ย้ำชัยชนะ ‘ก้าวไกล’ กำหนดโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ ด้าน ‘เศรษฐา’ พร้อมรับฟังเสียงโพล เดินหน้าหาเสียงเน้นนโยบาย ขณะที่เด็กป้อม-พปชร. ไม่หวั่นชื่อหลุดโผ ชี้หลังสงกรานต์ผลอาจเปลี่ยน

พิธาอันดับ 1 โพลมติชน-เดลินิวส์
เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานผลการโหวตโพลการเมืองครั้งประวัติศาสตร์เพื่อสะท้อนอนาคตผลเลือกตั้ง 2566 จากความร่วมมือของสองค่ายสื่อสารมวลชนชั้นนำระดับประเทศ “มติชน x เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง ’66 ครั้งที่ 1” สำรวจระหว่างวันที่ 8-14 เม.ย. 2566 ผ่านช่องทางออนไลน์และสแกนลิงก์คิวอาร์โค้ด ได้แก่ เว็บไซต์ www.matichon.co.th/thai-election66-poll ของสื่อเครือมติชน ประกอบด้วย มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี และ www.dailynews.co.th/election-2566/poll ของเดลินิวส์ กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ทุกระดับอายุ อาชีพ การศึกษา และรายได้ทั่วประเทศ รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 84,076 ราย โดยเป็นการโหวตแบบไม่ซ้ำไอพีแอดเดรส (IP Address) พบข้อมูลดังนี้

หัวข้อคำถามที่ 1 ท่านจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2566 พบว่าในกลุ่ม 10 อันดับแรก ผู้ได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล ร้อยละ 29.42, อันดับ 2 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.23, อันดับ 3 นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.69, อันดับ 4 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 13.72, อันดับ 5 ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ร้อยละ 2.97, อันดับ 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.94, อันดับ 7 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากพรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.25, อันดับ 8 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 1.90, อันดับ 9 นายกรณ์ จาติกวณิช จากพรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 1.40 และอันดับ 10 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.24

ทั้งนี้ ในส่วนรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย จากผลการทำโพลในหัวข้อคำถามที่ 1 ดังกล่าว พบว่าเมื่อนำผลโหวตของน.ส.แพทองธาร นายเศรษฐา และ นายชัยเกษม นิติสิริ มารวมกันจะอยู่ที่ร้อยละ 40.34

‘จุรินทร์’รั้งอันดับ 11
สำหรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่ได้รับการโหวตคะแนนลดหลั่นกันไป ประกอบด้วย อันดับ 11 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 1.08, อันดับ 12 นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 0.96, อันดับ 13 บุคคลอื่นๆ ร้อยละ 0.49, อันดับ 14 นายชัยเกษม นิติสิริ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 0.42, อันดับ 15 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 0.26, อันดับ 16 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี ร้อยละ 0.25, อันดับ 17 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคประชาชาติ ร้อยละ 0.21, อันดับ 18 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ ร้อยละ 0.20, อันดับ 19 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 0.11, อันดับ 20 น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 0.10, อันดับ 21 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ร้อยละ 0.08, อันดับ 22 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พรรคประชาชาติ ร้อยละ 0.06 และอันดับ 23 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ พรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 0.01

เลือกพรรคเพื่อไทยที่1-ก้าวไกลที่2
หัวข้อคำถามที่ 2 ท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566 พบว่า ในกลุ่ม 10 อันดับแรกนั้น พรรคการเมืองที่ได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 38.89, อันดับ 2 พรรคก้าวไกล ร้อยละ 32.37, อันดับ 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 12.84, อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 3.30, อันดับ 5 ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ร้อยละ 2.21, อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 1.83, อันดับ 7 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 1.73, อันดับ 8 พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 1.63, อันดับ 9 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.55 และอันดับ 10 พรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 1.14

ส่วนพรรคอันดับอื่นๆ มีผลโหวตโพลดังนี้ อันดับ 11 พรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 0.96, อันดับ 12 พรรคไทยภักดี ร้อยละ 0.41, อันดับ 13 พรรคอื่นๆ ร้อยละ 0.36, อันดับ 14 พรรคประชาชาติ ร้อยละ 0.33, อันดับ 15 พรรคเปลี่ยน ร้อยละ 0.31 และอันดับ 16 พรรคไทยศรีวิไลย์ ร้อยละ 0.14

คนเจนเอ็กซ์ร่วมตอบมากสุด35%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มตัวอย่างผู้ร่วมโหวตออนไลน์ “มติชน x เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง ’66 ครั้งที่ 1” จำนวน 84,076 ราย แยกเป็นกลุ่มช่วงอายุ 42-57 ปี หรือ “GEN-X” มากเป็นอันดับหนึ่ง จำนวนร้อยละ 35.08 ตามด้วยกลุ่มช่วงอายุ 58-76 ปี หรือ “เบบี้ บูมเมอร์” จำนวนร้อยละ 27.63, ช่วงอายุ 26-41 ปี หรือ “GEN-Y” จำนวนร้อยละ 26.50, ช่วงอายุ 18-25 ปี หรือ “GEN-Z” จำนวนร้อยละ 9.77 และช่วงอายุ 77 ปีขึ้นไป หรือ “Silent-GEN” จำนวน ร้อยละ 1.02 โดย 10 จังหวัดที่มียอดผู้ร่วมตอบโพลสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพ มหานคร นนทบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี บุรีรัมย์ นครราชสีมา ขอนแก่น และสงขลา ตามลำดับ

นอกจากนี้ เพื่อให้การวิเคราะห์ผลโพล “มติชน x เดลินิวส์ เลือกตั้ง ’66” รอบแรก มีความลึกและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น กองบรรณาธิการทั้งมติชนและเดลินิวส์ยัง จับมือกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เข้ามาร่วมนำข้อมูลผลโพลดังกล่าวไปวิเคราะห์เพิ่มเติมในแง่มุมทางวิชาการเพื่อเตรียมเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป

ชวนร่วมโหวตรอบ 2 เริ่ม 22 เม.ย.
สำหรับการโหวตโพล “มติชน x เดลินิวส์ เลือกตั้ง ’66” รอบที่สองจะเริ่มต้นขึ้นใน วันเสาร์ที่ 22 เม.ย. 2566 หลังจากนั้นเมื่อได้ผลโพลครบทั้งสองรอบแล้วกองบรรณาธิการสื่อเครือมติชน ประกอบด้วย มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี และเครือเดลินิวส์ จะร่วมกับตัวแทนอาจารย์วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ฯ จัดเวทีวิเคราะห์เจาะลึกผลโพลทั้งสองรอบ พร้อมไลฟ์สตรีมถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์ม โซเชี่ยลมีเดียของสื่อทั้งสองเครือต่อไปช่วงต้นเดือนพ.ค. 2566

พิธาขอบคุณแรงหนุนก้าวไกล
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงผลโหวตครองอันดับ 1 คนที่จะเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2566 จากผลโพลสำนักข่าวมติชน-เดลินิวส์ ว่า ขอขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลมากขึ้นเรื่อยๆ คะแนนจากโพลนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราสัมผัสได้ในทุกจังหวัดที่เดินทางไป และสอดคล้องกับตัวเลขในทางออนไลน์ที่ประชาชนแสดงออกว่าสนับสนุนพรรคก้าวไกลมากขึ้นยิ่งกว่าสมัยพรรคอนาคตใหม่ในปี 2562 อย่างเห็นได้ชัด ทั้งอยากเห็นตนเป็นนายกฯ อยากได้ ส.ส.เขตแบบก้าวไกลมาทำงานรับใช้ประชาชน และในภาพใหญ่คืออยากให้คนบริหารประเทศเป็นคนแบบก้าวไกล เสียงสนับสนุนที่เราได้รับสะท้อนว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเราพิสูจน์การทำงานให้ประชาชนเห็นแล้วว่า ส.ส. พรรคก้าวไกล ทำงานโดดเด่นและแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นอย่างไร จนได้รับคำชมว่าพรรคก้าวไกลทำงานตรงไปตรงมา ทำงานคุ้มค่าและมุ่งแก้ปัญหาที่ต้นตอ

เร่งโหมหาเสียง 30 วันสุดท้าย
“สิ่งสำคัญที่สุด เสียงสนับสนุนที่ก้าวไกลได้รับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนว่าคนไทยไม่ต้องการวนเวียนอยู่กับการเมืองแบบเดิมๆ อีกแล้ว เพราะนักการเมืองแบบเดิมๆ วิธีคิดและวิธีการทำงานการเมืองแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์สังคมไทยยุคใหม่ได้ ประชาชนจึงต้องการพรรคก้าวไกลมาทำในสิ่งที่นักการเมืองในอดีตทำไม่ได้” นายพิธากล่าวและว่าในช่วง 30 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้งพรรคก้าวไกลต้องทำงานให้หนักมากขึ้น ทั้งเปิดเวทีปราศรัยทั่วประเทศ ทั้งสื่อสารทางออนไลน์และผ่านสื่อมวลชน ทั้งเดินเคาะประตูบ้านเพื่อเข้าหาประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะในการเลือกตั้งครั้งนี้ชัยชนะของพรรคก้าวไกลจะเป็นปัจจัยชี้ขาดโฉมหน้ารัฐบาลชุดต่อไปว่าจะน่าไว้วางใจแค่ไหน และจะมีพรรคทหารจำแลงร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่

เศรษฐารับผลโพล-ลุยนโยบาย
ที่ตลาดเทศบาลบ้านโป่ง จ.ราชบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลมติชน-เดลินิวส์รอบแรกซึ่งระบุว่าพรรคที่ได้ที่ 1 คือพรรคเพื่อไทย ส่วนบุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯ อันดับ 1 คือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขณะที่อันดับ 2 คือน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และอันดับ 3 นายเศรษฐา ทวีสิน ว่า หลักการเดียวกันกับที่ตนตอบเรื่องซูเปอร์โพล อะไรที่ออกมาดีและไม่ดีเราพร้อมรับฟัง ไม่เปลี่ยนวิธีการทำงานของเรา พรรคเพื่อไทยยึดประชาชนและประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรกับผลโพลที่พรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐได้ลำดับรั้งท้าย นายเศรษฐากล่าวว่าตนยังมั่นใจเสียงฝ่ายประชาธิปไตยโดยเฉพาะนโยบายพรรคเพื่อไทย เรามั่นใจในผู้สมัครว่าเรามีดีและน่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ต่อข้อถามว่าผลโพลจากหลายสำนักจะเห็นว่าพรรคไทยและพรรคก้าวไกลสลับกันครองอันดับ 1 มองว่าพรรคก้าวไกลเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่าตนไม่ได้มองพรรคอื่นเป็นคู่แข่ง ตนพูดเสมอว่าคู่แข่งของตนคือความลำบาก ยากจน ความไม่เท่าเทียมในสังคม เราต้องแย่งกันขยายผลเรื่องนโยบาย ส่วนในพื้นที่เมืองที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยไล่กันมาเราคงไม่แก้อะไร เพราะเราพูดในนโยบายที่อยากจะทำ อาจจะเน้นบางนโยบายมากขึ้น

พปชร.ชี้หลังสงกรานต์โพลพลิก
ด้านนายรงค์ บุญสวยขวัญ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ผู้สมัคร ส.ส.นคร ศรีธรรมราช ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลดังกล่าวว่าการทำโพลเป็นการวัดกระแสสังคมถึงความต้องการของประชาชนผ่านเครื่องมือสมัยใหม่หรือทางโซเชี่ยลมีเดีย เป็นผลที่สะท้อนออกมาในช่วงเวลาหนึ่งและบริบททางการเมืองในขณะนั้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติและผลอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง

นายรงค์กล่าวต่อว่าผลที่ออกมาต้องวิเคราะห์ ตรวจสอบ และตั้งคำถามว่าสอบถามจากกลุ่มบุคคลใด ที่ไหน ช่วงเวลาใด หากถามก่อนช่วงสงกรานต์ซึ่งแต่ละพรรคต่างปล่อยนโยบายออกมาดึงดูดใจจนได้รับความนิยมในตอนนั้น เช่น แคมเปญแจกเงิน 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย หากเวลาผ่านไปแล้วมาสำรวจผลอาจเปลี่ยนไปได้จากเงื่อนไขและปัจจัยอื่นซึ่งเป็นตัวแปร จึงไม่สามารถชี้วัดการตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 14 พ.ค.นี้ หลังจากช่วงสงกรานต์แต่ละพรรคอาจมีแคมเปญและนโยบายอื่นที่ปล่อยออกมาได้อีกและอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกของประชาชน

“โพลต่างๆ ที่ออกมาของแต่ละที่ ทั้งสถาบันการศึกษา นักวิชาการ โพลของสื่อ ไม่ว่าจะสำรวจผ่านโซเชี่ยลหรือกระบวนการใดเรารับฟังและมองว่าเป็นปกติที่ผลจะออกมาต่างกัน แต่ต้องดูเบื้องหลังและที่มาที่ไปว่ามีวาระอะไรซ่อนเร้นหรือไม่ หรือมีการอ้างชื่อ เป็นของจริงหรือไม่ เพราะอาจมีการใช้โพลมาเป็นเครื่องมือให้ความเห็นไปในทางใดทางหนึ่งได้” นายรงค์กล่าว

ไม่กังวลบิ๊กป้อมหลุดท็อป5
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ที่ไม่มีชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐติด 1 ใน 5 และไม่ได้อยู่ในความนิยมอันดับต้นๆ นายรงค์กล่าวว่า ไม่กังวลและเป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะเป็นการถามความเห็นทางโซเชี่ยลในวงกว้าง หลักการทำโพลต้องอ้างอิงวิชาการและเงื่อนไขอื่นเข้ามาด้วย จึงไม่อาจอธิบายได้ว่าผลโพลผู้ที่ออกมาในช่วงก่อนสงกรานต์จะถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะต้องดูพฤติกรรมผู้ตอบคำถามผ่านโซเชี่ยลว่าเป็นกลุ่มใด แพลตฟอร์มการใช้งานอาจเป็นไปได้ที่บุคคลตอบได้หลายครั้ง ดังนั้นให้มองระยะยาวและต้องดูจากนี้ไปจนถึงเดือนพ.ค.ก่อนการเลือกตั้งซึ่งแต่ละพรรคต้องวางกลยุทธ์และสู้กันด้วยนโยบายเพื่อนำเสนอต่อประชาชนจึงจะเห็นภาพชัด

รับฟังผลโพล-เดินหน้าหาเสียง
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่าเป็นผลดีที่มีโพลเช่นนี้ออกมา ทำให้ตนเอง ผู้สมัครของพรรค และพรรคชาติไทยพัฒนาต้องเร่งทำงานให้หนักขึ้นในเวลา 28 วันที่เหลือ แต่พรรคยังยืนยันว่าจะยืนอยู่บนเส้นทางของความยั่งยืนของประเทศไทย จะไม่ไปเบี่ยงเบนแปลกออกมา แต่ต้องทำงานให้หนักขึ้น หลังสงกรานต์นี้มีกว่า 10 เวทีดีเบตที่จะไปร่วม เชื่อว่าหลังวันที่ 14 พ.ค. หลังตั้งรัฐบาล หากพรรคชาติไทยพัฒนาได้รับเชิญ จะนำนโยบายพรรคเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการทำงานของรัฐบาล

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่ระบุว่านายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า อยู่ในอันดับที่ 9 ของผู้ที่ประชาชนอยากเห็นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคอยู่ในอันดับ 10 ว่า ผลโพลแสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจและปากท้อง พรรคยังเดินหน้านำเสนอนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน และใช้เวลาที่เหลืออยู่ประชาสัมพันธ์นโยบายให้ได้มากที่สุด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่ระบุพรรคประชาธิปัตย์รั้งอันดับ 6 และนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค อยู่ในอันดับที่ 11 ของผู้ที่ประชาชนอยากเห็นเป็นนายกรัฐมนตรีว่า เรารับฟังทุกผลโพลเพื่อดูจุดแข็งและจุดอ่อนของเรา การเลือกตั้งมีอีกหลายปัจจัย ขณะที่ประชาชนในเมืองหลวงกับในต่างจังหวัดมีดุลพินิจแตกต่างกัน และการเลือกคนที่จะมาเป็นนายกฯ อยู่ที่การรวมกลุ่มพรรคการเมืองและรวมเสียง ส.ส.จากพรรคต่างๆ นายจุรินทร์และสมาชิกพรรคทุกคนยังเดินหน้าหาเสียงอย่างเข้มข้นเพราะประมาทไม่ได้ ในทางการเมืองต้องดูกันนาทีสุดท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน