ก้าวไกลไม่เหลิง ผลโพล2สื่อดัง

ก้าวไกลไม่เหลิงผลโพล มติชน-เดลินิวส์ โหวต‘พิธา’ นายกฯอันดับ 1 ชี้คะแนนรวม ‘อุ๊งอิ๊ง เศรษฐา’ เหนือกว่าหัวหน้าก้าวไกล มุ่งส่งสารถึงแฟนคลับสร้างความมั่นใจกับประชาชน ‘อนุทิน’ ขอบคุณทุกคะแนนโพลมอบให้ภูมิใจไทย พร้อมนำไปแก้จุดอ่อนของพรรค เชื่อโพลตัวเองแม่นสุด ไม่ปฏิเสธอาจคว้าส.ส. ถึง 3 หลัก ยังไม่ยืนยันเป็นตัวแปรเปลี่ยนโฉมหน้ารัฐบาล รอผลคืนวันที่ 14 พ.ค.ว่าจะวิ่งตามเขาหรือเขาต้องวิ่งตามเรา

วันที่ 17 เม.ย. จากผลโหวต “มติชน x เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง ’66 ครั้งที่ 1” ผ่านช่องทางออนไลน์ของสื่อเครือมติชน ประกอบด้วย มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี และเดลินิวส์ ทั่วทุกภูมิภาค ทุกระดับอายุ อาชีพ การศึกษา และรายได้ โดยเป็นการโหวตแบบไม่ซ้ำไอพีแอดเดรส ระหว่างวันที่ 8-14 เม.ย 2566 รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 84,076 ราย โดยผู้ได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล, อันดับ 2 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย, อันดับ 3 นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย และอันดับ 4 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะที่พรรคการเมืองที่ได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย ตามด้วยพรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคชาติพัฒนากล้า ตามลำดับ โดยจะเปิดการโหวตรอบที่สอง เริ่มต้นวันเสาร์ที่ 22 เม.ย. นี้นั้น

ที่พรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงผลโพล มติชน x เดลินิวส์ ดังกล่าว ซึ่งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก โดยเป็นผู้ได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 ว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่พรรคก้าวไกลมีโอกาสนำเสนอจุดยืน วิธีการทำงาน การประกาศแคนดิเดตนายกฯ รายชื่อผู้สมัครทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ นโยบายที่จะมอบให้ประชาชน

“ต้องพูดจากใจไปถึงประชาชนว่าสิ่งที่เราทำมาทั้งหมดและได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ พวกเราพรรคก้าวไกลขอขอบคุณพี่น้องประชาชนอย่างมากที่ให้ความเชื่อมั่นต่อพวกเรา ทำให้พวกเราหายเหนื่อย และผมยืนยันว่าสิ่งที่พวกเราทำมาทั้งหมดสะท้อนถึงความตั้งใจที่เราต้องการทำให้การเมืองดี ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ไม่รณรงค์ด้วยนโยบายแบบหนึ่งแล้วทำแบบหนึ่ง” นายรังสิมันต์กล่าว

โฆษกพรรคก้าวไกลกล่าวต่อว่าช่วงสงกรานต์ผู้สมัครส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อของพรรคกระจายตัวไปลงพื้นที่ต่างๆ ผลตอบรับของพรรคก้าวไกลตอนนี้ดีเกินคาด ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะการทำงานหนักของเรา การเดินสายไปในที่ต่างๆ การลงพื้นที่ การนำเสนอนโยบาย การแสดงจุดยืนทางการเมือง จากการติดตามโลกออนไลน์พบว่าในช่วง 30 วันย้อนหลัง 10 อันดับแรกที่ประชาชนใช้ค้นหาคือหมายเลขของพรรคและผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งน่าสนใจมากเนื่องจากพรรคก้าวไกลได้รับการค้นหาเป็นอันดับหนึ่งมากกว่าทุกพรรคการเมือง

“พรรคก้าวไกลต้องทำงานหนักกว่านี้ เพราะหากดูรายละเอียดของโพลจะพบว่าผลรวมของนายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยมีคะแนนรวมกันมากกว่านายพิธา เรายังเหลือเวลาอีก 27 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน ต้องใช้โอกาสนี้ส่งสารไปถึงแฟนคลับพี่น้องประชาชนว่าเราจะเปลี่ยน 27 วันให้พรรคก้าวไกลทำงานหนักขึ้นให้ประเทศเปลี่ยนแปลงได้จริง” นายรังสิมันต์กล่าว

ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจโพล “มติชน x เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง’66 ครั้งที่ 1” ซึ่งนายอนุทินได้รับคะแนนโหวตแคนดิเดตนายกฯ ที่ใช่เป็นลำดับที่ 6 และพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนพรรคที่ชอบเป็นลำดับที่ 4 ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเสริมความเข้มแข็งและแข็งแกร่งให้ ผู้สมัครพรรคตลอดเวลา ต้องรับฟังความเห็นจากผู้สมัครด้วย ส่วนใหญ่เวลาผู้สมัครมีปัญหาอะไรจะมาหารือที่พรรค เราก็แก้ไขปัญหาเป็นจุดๆ ส่วนผลสำรวจโพล มติชน x เดลินิวส์ ยอมรับว่าไม่ทราบว่าสำรวจอย่างไรหรือทำแบบไหน ตนและพรรคภูมิใจไทยจะรับฟังเป็นข้อมูล แต่ในส่วนของพรรคเราติดตาม สำรวจ และสื่อสารในส่วนสมาชิกพรรคที่สมัครเป็นส.ส. โดยแก้ไขตาม กลไกของพรรค ใช้วิธีนี้ดูแลแก้ไขปัญหาให้ ผู้สมัครของพรรคมาโดยตลอด

“ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่โหวตสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในโพลของมติชน x เดลินิวส์ ไม่ว่าจะออกมาเท่าไหร่ต้องถือว่าเป็นพระคุณ เป็นสิ่งที่ทำให้เราไปหาวิธีแก้ไขหรือไปหารือเพิ่มเติมและเสริมจุดอ่อนพรรคภูมิใจไทยต่อไป” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าว

นายอนุทินกล่าวถึงผลโพลจากสำนักต่างๆ ที่ออกมาในช่วงนี้ว่าเราดูหลายโพล มั่นใจในความนิยมของพรรคภูมิใจไทย แต่เราไม่ได้มองข้าม “ก็ลองไปดู ไม่มีโพลไหนสู้โพลของผมได้หรอก ผมเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยก็ทำโพลของตัวเอง เชื่อไหมว่าตรงเป๊ะที่สุดเลย อย่างคราวที่แล้วผมคาดว่าจะได้ส.ส. 52 คน แต่เข้ามาได้ 51 คน ในสมัยที่ตัวเองยังเด็กๆ อยู่ คิดว่าจะได้ส.ส.เข้ามา 22 คน ก็เข้ามา 22 คน ผมเชื่อตัวเอง”

ผู้สื่อข่าวถามว่าโพลนายอนุทินจะได้ จำนวนส.ส.ถึง 3 หลักหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่ขอปฏิเสธ จะขอทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่จะมองข้ามประชาชนไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้ตัดสินใจ ต่อข้อถามว่าหลายโพล บอกว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ลำดับ 2 ตรงกับโพลของตนเองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าโพลของตนต้องเก็บไว้ในใจ มีหลักการคำนวณของตัวเอง ไม่สามารถพูดตัวเลขออกมาได้ ต้องเกรงใจประชาชน ขณะเดียวกันหากผล ออกมาแบบบางโพลที่บอกว่าพรรคภูมิใจไทยได้ร้อยละ 3 ก็เท่ากับ 12 คน เราต้องมาดูว่าได้เพียง 12 คนเองหรือ ฝ่ายตรงข้ามก็ดีใจกันใหญ่เลย และถ้าได้ 12 คนจริงถือเป็นเรื่องดี ตนจะได้ไม่ต้องเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ตนต้องตัดสินใจหยุดทุกอย่าง ในทางการเมือง

ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการกำหนดว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นตัวแปรหรือผู้กำหนดโฉมหน้ารัฐบาลนั้น หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่าขึ้นอยู่กับจำนวนส.ส.ที่ประชาชนจะมอบให้ คงต้องรอให้ถึงคืนวันที่ 14 พ.ค.นี้ ค่อยมาตอบคำถามนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการวิเคราะห์กันว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นรัฐบาลในรอบนี้ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่าอย่าเพิ่งไปคาดหวังตรงนั้น ตอนนี้เป้าหมายแรกคือสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเพื่อให้ได้ส.ส.เข้าสภาตามที่เราตั้งเป้าไว้ เมื่อถึงเวลาเห็นผลแล้ว เหลือแค่ว่าเราจะวิ่งตามเขาหรือเขาต้องวิ่งตามเรา การเมืองแค่นี้เอง

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะจัดปราศรัยใหญ่ช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าขณะนี้ทุกคนรวมทั้งผู้บริหารพรรคลงพื้นที่ต่อเนื่อง ส่วนในพื้นที่กทม.เวทีใหญ่คงไม่มี แต่เราจะลงพื้นที่และจัดเวทีย่อยให้ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เพราะพื้นที่ กทม. กระจัดกระจาย บางครั้งการจัดเวทีใหญ่ไม่ทำให้ใกล้ชิดประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน