พบเชื้อในกทม. ชี้PM2.5ร่วมซ้ำ ทำอาการหนัก

สธ.เปิดศูนย์ฉุกเฉินรับมือเชื้อโควิดลูกผสมแพร่ระบาดเร็ว ชี้‘XBB 1.16’ เพิ่มขึ้นทั่วโลก ระบุเป็นสายพันธุ์หลักต่อไป หนุ่มเมียนมานอนซมตายคาห้องพัก ทั้งเป็นไข้-ตาแดง ไม่ไปรักษา ผงะเจอ 2 ขีดหลังเที่ยวสงกรานต์ เน้นตรวจสายพันธุ์โควิดผู้เสียชีวิตทุกราย รวมทั้งสั่งสอบสวนโรคกรณีป่วยรุนแรงเป็นคลัสเตอร์ ย้ำสังเกตอาการ 7 วัน วาง 3 มาตรการป้องกันเข้ม แนะทุกคนฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น สวมหน้ากากในที่สาธารณะ ตรวจ ATK เมื่อมีอาการ

สงกรานต์ติดโควิดพุ่ง
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9-15 เม.ย. ระบุว่า ผู้ป่วยรักษาตัวในร.พ. (รายสัปดาห์) จำนวน 435 ราย เฉลี่ยรายวัน จำนวน 62 ราย/วัน ผู้เสียชีวิต (รายสัปดาห์) 2 ราย เฉลี่ยรายวัน 0 ราย/วัน หายป่วยสะสม 5,483 ราย (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2566) เสียชีวิตสะสม 273 ราย (ตั้งแต่ 1 ม.ค. ) ผู้ป่วยปอดอักเสบ 30 ราย และผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 19 ราย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา กรมควบคุมโรครายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ โควิด-19 รายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 2-8 เม.ย. พบว่า ผู้ป่วยรักษาตัวในร.พ. (รายสัปดาห์) จำนวน 168 ราย เฉลี่ยรายวัน จำนวน 24 ราย/วัน ผู้เสียชีวิต (รายสัปดาห์) 2 ราย เฉลี่ยรายวัน 0 ราย/วัน หายป่วยสะสม 5,048 ราย (ตั้งแต่ 1 ม.ค.) เสียชีวิตสะสม 271 ราย (ตั้งแต่ 1 ม.ค.) ผู้ป่วยปอดอักเสบ 19 ราย และ ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 14 ราย

ตรวจสายพันธุ์ผู้เสียชีวิต
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดสธ. กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้กลับมามีกิจกรรมรวมตัวคนจำนวนมาก เช่น สังสรรค์ในครอบครัว รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ โดยเฉพาะการเล่นน้ำสงกรานต์ที่จัดในหลายพื้นที่ หลังงดเว้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 มาหลายปี ระหว่างทำกิจกรรมมีการใกล้ชิดและไม่ได้สวมหน้ากาก จึงเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ และทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นหลังเทศกาลสงกรานต์ได้ ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ โดยสถานการณ์ล่าสุดวันที่ 9-15 เม.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่เข้ารักษาในร.พ. 435 ราย เฉลี่ยวันละ 62 ราย ผู้ป่วยปอดอักเสบ 30 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 19 ราย และผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งรับวัคซีนเข็มกระตุ้นนานเกิน 3 เดือน

นพ.โอภาสกล่าวว่า ข้อแนะนำประชาชนหลังเทศกาลสงกรานต์ ให้สังเกตอาการตนเอง 7 วัน ระหว่างนี้หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หากมีอาการป่วยให้ตรวจ ATK ทั้งนี้กรมควบคุมโรคได้วางแนวทางป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับประชาชน 3 มาตรการ คือ 1.ทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ประจำปี โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สามารถรับวัคซีนทั้ง 2 ชนิดพร้อมกัน เริ่มเดือนพ.ค.นี้ จะช่วยลดการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ ส่วนผู้ที่ภูมิคุ้มกันขึ้นไม่ดี สามารถรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) ยังคงมีประโยชน์สำหรับผู้ที่รับวัคซีนแล้วไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ โดยกรมควบคุมโรคได้จัดส่งวัคซีน และ LAAB ให้สถานบริการในสังกัดสธ.ไว้ฉีดประชาชนอย่างเพียงพอ

2.สวมหน้ากากในที่สาธารณะ โดยเฉพาะเมื่อร่วมกิจกรรมหรือไปสถานที่ที่มีกลุ่ม 607 จำนวนมาก เช่น ร.พ. สถานดูแลผู้สูงวัย และ 3.ให้ตรวจ ATK เมื่อป่วยมีอาการทางเดินหายใจ ไข้ ไอ เจ็บคอ หากผลเป็นบวก ให้สวมหน้ากากเมื่อใกล้ชิดผู้อื่น หลีกเลี่ยงใกล้ชิดกลุ่ม 608 สถานที่มีคนจำนวนมาก หากอาการมากขึ้น เช่น เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก ให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรักษาใน ร.พ. สำหรับกลุ่ม 608 หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัสและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด กรณีที่มีสมาชิกครอบครัว เพื่อน/เพื่อนนักเรียน/เพื่อนร่วมงาน ที่ตรวจ ATK แล้วผลเป็นบวกในช่วง 1-2 สัปดาห์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค

ส่วนมาตรการสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข คือ 1.เร่งสื่อสารประชาชน และเตรียมพร้อมฉีดวัคซีนโควิด-19 ประจำปี พร้อมวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 2.เตรียมพร้อมยา เวชภัณฑ์ และเตียง รองรับผู้ป่วยโควิดที่มีอาการป่วยรุนแรงให้เพียงพอ 3.ทุกจังหวัดเร่งรัดติดตามเฝ้าระวังและรายงานโรคอย่างต่อเนื่อง ทั้งในร.พ.และชุมชน โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทุกราย ให้เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งทางเดินหายใจ ส่งตรวจ RT-PCR และตรวจหาสายพันธุ์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบประวัติที่เกี่ยวข้อง และรายงานข้อมูลภายใน 24 ชั่วโมง และ 4.ทุกจังหวัดเตรียมทีมออกสอบสวนโรค กรณีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตทุกราย เพื่อหาสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรค รวมทั้งการระบาดของโรคที่มีลักษณะเป็น กลุ่มก้อน โดยเฉพาะในร.พ. โรงเรียน สถานดูแลผู้สูงวัย ผู้พิการและด้อยโอกาส ค่ายทหาร เรือนจำ กลุ่มนักท่องเที่ยว ตามเกณฑ์ที่กำหนด

ชี้‘XBB 1.16’เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ด้านนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทย์ร่วมกับเครือข่ายห้องปฏิบัติการ ยังเฝ้าระวังสายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในไทยยังอยู่ในตระกูลโอมิครอน สายพันธุ์หลักเป็นสายพันธุ์ลูกผสม XBB พบ XBB.1.5 และ XBB.1.9.1 มีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนสายพันธุ์ XBB.1.16 พบมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกันทั่วโลก โดยพบว่าในอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ ทั่วโลกเชื่อว่า XBB.1.16 มีแนวโน้มแทนที่สายพันธุ์อื่นๆ ทั้งหมดในที่สุด หรือกลายมาเป็นสายพันธุ์หลักที่จะระบาดในช่วงต่อไป แต่ยังไม่พบว่ามีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์ โอมิครอนอื่นๆ และยังไม่พบว่ามีความสามารถในการหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้มากกว่าสายพันธุ์โอมิครอนสายพันธุ์อื่นๆ ที่พบในช่วงเวลานี้เช่นกัน

แนะรับวัคซีนเข็มกระตุ้น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นหลังเทศกาลสงกรานต์ ว่า ตอนนี้ตนเองเป็นรักษาการรมว.สธ. แต่ได้กำชับให้ปลัดสธ.ปฏิบัติหน้าที่ตามที่เคยมอบนโยบายไปก่อนหน้านี้ เพราะตอนนี้ไม่สามารถมอบนโบบาย ทำได้เพียงสนับสนุนเท่านั้น หากผู้บริหารเสนออะไรมาที่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือสิ่งที่จำเป็นตนต้องเร่งเพื่อให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ไม่กล้าใช้คำว่าสั่งการอะไร

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ขณะนี้ปลัดสธ. กำลังเปิดศูนย์ฉุกเฉิน หรือ eoc และให้การยืนยันว่าแม้มีการติดเชื้อมากขึ้น ต้องขอให้ประชาชนมารับวัคซีนให้มากขึ้นเช่นกัน เพราะจะทำให้ระดับความรุนแรงของเชื้อลดลง ส่วนจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นนั้น ยังคงเฝ้าระวังอยู่แล้ว ให้การยืนยันกับทุกคนว่าเรื่องเวชภัณฑ์และทีมแพทย์ที่มีความพร้อมมากๆ ทั้งนี้จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจากการมีความใกล้ชิดมากขึ้น แต่จำนวนผู้ป่วยที่มีความรุนแรงส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มผู้ป่วย 608 กลุ่มที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว และมีเชื้อโควิดเป็นตัวเร่งเร้าให้มีอาการหนักขึ้น รวมถึงผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนตามคำแนะนำของสธ. โดยขอให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น จะทำให้ความเสี่ยงทั้งหลายลดลง เพราะยังเป็นเชื้อ โอมิครอนอยู่ วัคซีนสามารถลดความรุนแรงของเชื้อได้

นายอนุทินยังกล่าวถึงความกังวลต่อจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นคลัสเตอร์ และทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อพีกมากขึ้นเหมือนปีก่อนหรือไม่ว่า เรื่องนี้ต้องให้ไปถามแพทย์ แต่เท่าที่ได้รับการรายงานจากสธ. ยืนยันว่ายังอยู่ในวิสัยที่ยังไม่ถือว่าเป็นความเสี่ยง การควบคุมดูแลต้องอยู่ทั้งสองฝ่าย หากป่วยแล้วป่วยหนักก็มียารักษา

โควิดดับ – แรงงานหนุ่มเมียนมาวัย 34 ปี เสียชีวิตคาห้องเช่าย่านถนนจันทน์ แขวงทุ่ง วัดดอน เขตสาทร กทม. ตามร่างกายไม่มีบาดแผลจากการถูกทำร้าย ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ในห้อง ตรวจเอทีเคพบติดเชื้อโควิด เมื่อวันที่ 17 เม.ย.

ตรวจ ATK หนุ่มดับคาห้อง
เวลา 13.00 น. วันที่ 17 เม.ย. พ.ต.ต.ศรัณยพงศ์ ทองปาน สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตภายในห้องพัก บ้านเลขที่ 1286/16 ถนนจันทน์ ซอย 23/2 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กทม. ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้นมีดาดฟ้า ภายในแบ่งเป็นห้องให้เช่า โดยชั้นบนสุด ซึ่งเป็นส่วนต่อเติมบนดาดฟ้า พบศพ Mr.Chan Aye อายุ 34 ปี คนงานพม่า นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้อง สภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทา นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีเขียว ตามร่างกายไม่พบบาดแผล และไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือหรือค้นทรัพย์สินภายในห้อง เมื่อนำชุดตรวจ ATK แหย่ทดสอบในจมูกผู้ตาย พบผลเป็นบวกขึ้น 2 ขีด

สอบสวนผู้พักอาศัยในอาคารเดียวกัน ทราบว่าผู้ตายเป็นแรงงานต่างด้าว แต่ไม่ทราบทำอยู่โรงงานใด ปกติแล้วเดินทางออกไปทำงานทุกวัน และกลับมาในช่วงค่ำ แต่เนื่องจากช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ผู้ตายไม่ได้ทำงาน แต่ออกไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อนๆ ร่วมชาติ กระทั่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ผู้ตายป่วยเป็นไข้และมีอาการตาแดง คล้ายติดโควิดสายพันธุ์ใหม่ แต่ไม่ยอมไปรักษา จนมี ผู้มาพบศพนอนเสียชีวิตอยู่คาห้อง

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนมอบร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งหน่วยกู้ภัยห่อด้วยถุงป้องกันเชื้อไปเก็บรักษาที่ร.พ.จุฬาลงกรณ์ หลังจากนี้จะติดต่อนายจ้างและญาติๆ ที่ประเทศเมียนมา เพื่อตกลงกันว่าจะนำไปฌาปนกิจที่วัดใดต่อไป

โคราชพบกลุ่มเสี่ยง 187 คน
ที่จ.นครราชสีมา น.พ.เจษฏ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการร.พ.มหาราชนครราช สีมา หัวหน้าศูนย์วัคซีนโควิดฯ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.เป็นต้นมา มี ผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยว่าเป็นโควิด-19 ทั้งหมด 187 คนที่ได้รับการตรวจทั้ง ATK และ PCR ในจำนวนนี้ทั้งหมด 10% คือ 19 คนพบเชื้อติดโควิด-19 และช่วง 5-6 วันที่ผ่านมา ได้รับการรักษาในการนอนร.พ.มหาราช 5 คน ถือว่าเป็นจำนวนคนไข้ที่น้อย แต่คาดว่าต้องดูอีกทีช่วงหลังสงกรานต์ 7 วัน ซึ่งอาการตัวเชื้อตัวใหม่ เช่น เยื่อบุตา เยื่อบุโพรงจมูก มีอาการแดงและอักเสบมากขึ้น ไม่ว่าจะตาแดงหนึ่งข้างหรือตาแดงสองข้าง หรือจมูกที่มีอาการเลือดกำเดาออก ต้องระวังไว้ด้วย เพราะไม่คล้ายกับตัวโควิดแรกๆ ที่มีปัญหาลิ้นไม่ได้รส จมูกไม่ได้กลิ่น แต่ตอนนี้เชื้อไวรัสปรับไปลงที่ตัวเยื่อบุต่างๆ รอบๆ ร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณตา กับบริเวณจมูก

ส่วนคนไข้ที่รับการรักษาที่ร.พ.มหาราชนครราชสีมาทั้งหมด 5 รายมีอยู่ 2 รายที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนหน้าช่วงสงกรานต์มีคนไข้ที่รอการรักษาที่ร.พ.มหาราชฯ อยู่วันละ 1-2 คน ส่วนผู้เสียชีวิตจากโควิดช่วงนี้ยังไม่มี หลังจากนี้ไป 7 วันการสังเกตอาการตัวเองว่าสงสัยติดเชื้อหรือไม่ ขณะที่วันที่ 18 เม.ย. ถือเป็นวันแรกที่ทำงาน เด็กๆ นักเรียนหลายคนที่เรียนซัมเมอร์จะกลับไปโรงเรียน ดังนั้นเด็กนักเรียนหรือผู้สูงอายุ หรือคนที่ไปในสถานที่ที่แออัดหนาแน่นและตัวเองมีภูมิคุ้มกันต่ำ จำเป็นต้องตรวจเช็ก ATK ก่อนให้ดี

รวมทั้งช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้งการปราศรัยหาเสียงจำนวนคนหนาแน่น คนที่อยู่ในจุดที่มีการตะโกน โดยเฉพาะการหาเสียงมีการตะโกน มีการโห่ร้องมีความสนุกมากขึ้น อาจต้องระวังตัว และน่าเป็นห่วงคนอยู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เด็กเล็ก คนสูงอายุ หรือคนที่ป่วยติดเตียง ฉะนั้นเมื่อรู้ตัวว่ามีอาการ ต้องแยกตัวเอง ต้องกักตัวเองต่างหาก ไม่ไปรวมกัน ไม่กินข้าวรวมกับใคร ไม่ไปกอดจูบกัน ตรงนี้น่าจะช่วยให้หลายๆคนลดจำนวนการติดเชื้อ โควิดไปได้ อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นน่าจะมีแค่ 7-14 วันและจะกลับมาสู่ปกติเหมือนก่อนช่วงสงกรานต์ ฉะนั้นอยากให้ทุกคนสบายใจได้ว่าจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ ไม่ได้กว้างมาก และเชื่อว่าทุกร.พ.ก็มีการเตรียมยาและเตรียมการรักษาไว้ได้ดี

ชี้ฝุ่นพิษทำให้โควิดรุนแรง
วันเดียวกัน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.จุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผอ.กลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และที่ปรึกษากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อพิจารณาเรื่องโควิดพันธุ์ลูกผสม XBB.1.16

โดยระบุว่าสายพันธ์นี้ไม่ได้ดุร้ายกว่าที่ผ่านมา ดูตื่นเต้น อาจต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ คือฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 ที่ทำร้ายเยื่อบุตา ทางเดินหายใจ ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และการอักเสบจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 จะปะทุไปทั่วร่าง ผสมโรงกับการติดเชื้อทั้งหลาย ประเทศไทยทำให้เชื้อธรรมดาดูดุร้ายขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน