วิทยาลัยปรีดีผ่าโหวต พท.แรงสุด-กก.มาที่2 พรรคบิ๊กตู่ได้ลุ้นด้วย

ผ่าผลโหวต‘โพลมติชน-เดลินิวส์’ รอบแรก นักวิชาการชี้พื้นที่กทม.ชิงกัน 3 พรรค แต่เพื่อไทยยังแรง ตามด้วยก้าวไกล โดยมีรวมไทยสร้างชาติคลานมาอันดับ 3 แต่ทั้ง 2 พรรคแรกรวมกันแล้วมีคะแนนเกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มธ.ระบุ ‘พิธา’ นำ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ทั้งที่กทม.และตจว. ขณะที่ ‘ประยุทธ์’ มีคะแนนนิยมเหนือ ‘ประวิตร-อนุทิน’ นอกจากนี้ยังพบว่าพรรคเพื่อไทยมีกระแสความนิยมใน 5 ภาค ส่วนก้าวไกลได้อันดับ 2 ในทุกภูมิภาคเว้นภาคใต้ที่ได้อันดับ 1 เตรียมสแกนโหวตรอบสองได้ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์นี้

★ เจาะลึกโพลมติชน-เดลินิวส์
ความคืบหน้าการ “วิเคราะห์” เจาะลึกผลโพลการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ ความร่วมมือระหว่างสององค์กรสื่อชั้นนำ“มติชน x เดลินิวส์ เลือกตั้ง ’66” รอบแรก ซึ่งปิดโพลไปแล้วเมื่อวันที่ 14 เม.ย. สร้างปรากฏการณ์เสียงสะท้อนจากผู้คนในสังคม วงการสื่อ ภาคธุรกิจ รวมถึงภาคการเมืองอย่างแพร่หลายและร้อนแรง

สำหรับผลโพล “มติชนxเดลินิวส์ เลือกตั้ง ’66” รอบแรกมี 2 คำถาม พบว่า ในกลุ่มผู้ร่วมโหวตโพลผ่านช่องทางออนไลน์สื่อเครือมติชน ได้แก่ มติชน มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ รวมถึงเดลินิวส์ กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ทุกระดับอายุ อาชีพ การศึกษา และรายได้ทั่วประเทศ มีจำนวนรวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 84,076 ราย และเป็นการโหวตแบบไม่ซ้ำไอพีแอดเดรส (IP Address)

คำถามหัวข้อที่ 1 ถามว่า ท่านจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้ง 2566 พบว่าในกลุ่ม 5 อันดับแรก ผู้ได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล ร้อยละ 29.42, อันดับ 2 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.23, อันดับ 3 นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.69, อันดับ 4 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรค รวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 13.72, อันดับ 5 ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ร้อยละ 2.97 ฯลฯ

ส่วนคำถามหัวข้อที่ 2 ถามว่า ท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด ในการเลือกตั้ง 2566 พบว่า ในกลุ่ม 5 อันดับแรกนั้น พรรคการเมืองได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 38.89, อันดับ 2 พรรคก้าวไกล ร้อยละ 32.37, อันดับ 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 12.84, อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 3.30, อันดับ 5 ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ร้อยละ 2.21 ฯลฯ

★ ผู้โหวตกทม.-ตจว.อัตราเท่าๆ กัน
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การวิเคราะห์ผลโพล “มติชนxเดลินิวส์ เลือกตั้ง’66” เชิงลึกและเชิงวิชาการ โดยวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ผศ.ดร.พีระ เจริญวัฒนนุกูล อาจารย์เคท ครั้งพิบูลย์ นายปรีชา โพธิ รองคณบดี และนายอัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดี ในฐานะหัวหน้าทีมวิเคราะห์ผลโพล พบว่า จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่เดลินิวส์และมติชน สำรวจครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 8-14 เม.ย. เป็นเวลา 7 วัน มีจำนวน 84,076 ราย คน ผ่านวิธีการโหวตออนไลน์ แบบไม่ซ้ำ IP Address ด้วยคำถาม 2 ข้อ คือ เลือกพรรคการเมืองใด และเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งยังถามข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ระบุชื่อ ได้แก่ ภูมิลำเนา เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และรายได้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำมาใช้ในการวิเคราะห์ผลโพลครั้งนี้ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 84,706 คน พบว่ามีร้อยละของความคลาดเคลื่อน (Margin of Error) อยู่ที่ประมาณ 0.34% ค่ามาตรฐานไม่เกิน 3% ซึ่งเพียงพอต่อการอธิบายความน่าเชื่อถือของผลการสำรวจ

นักวิชาการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ฯ ชี้ด้วยว่า ประเด็นที่น่าสนใจจากการสำรวจนี้ พบว่า ผลโหวตของทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมในการตอบแบบสำรวจของมติชนและเดลินิวส์มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจำนวนเท่าๆ กัน คือ 49.80% และ 50.20% ทำให้ไม่มีผลต่อความคลาดเคลื่อนในประเด็นการโน้มเอียงทางภูมิศาสตร์

★ เพื่อไทยครองความนิยม 5 ภาค
นอกจากนั้น ผลโพลจะเลือกใครเป็น นายกฯ แสดงให้เห็นว่า คนกรุงเทพฯ เลือก 1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 28.48%, 2.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 20.01%, 3.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 18.04% และคน ต่างจังหวัดเลือก 1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 30.33%, 2.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 26.38%, 3.นายเศรษฐา ทวีสิน 17.27%, ส่วน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อันดับ 4 ที่ 9.49% ทั้งนี้ ประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อพิจารณาจากโพลพบว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงมีความนิยมสูงกว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

สำหรับพรรคการเมืองที่คนกรุงเทพฯ เลือก 3 อันดับแรก ได้แก่ พรรคเพื่อไทย 35.14%, พรรคก้าวไกล 31.42%, และพรรครวมไทยสร้างชาติ 17.15% ตามลำดับ ดังนั้น กรุงเทพมหานคร จึงเป็นสนามเลือกตั้ง 3 พรรคใหญ่ดังกล่าว ซึ่งประเด็นความนิยมในตัวบุคคลกับพรรคการเมืองมีส่วนสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง แต่หากดูสัดส่วนของความนิยมส่วนใหญ่แล้ว พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล มีรวมกัน เกินกว่า 60% ในเขตกรุงเทพฯ

ในส่วนของต่างจังหวัด พิจารณาเป็น รายภูมิภาคจะพบว่า พรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดเป็นอันดับที่ 1 คือ พรรคเพื่อไทย โดยมีกระแสความนิยม 5 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง 43.29%, ภาคเหนือ 49.83%, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 43.91%, ภาคตะวันออก 43.40%, ภาคตะวันตก 41.32% ตามมาด้วยพรรคก้าวไกล ซึ่งได้อันดับที่ 2 ในทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคใต้ที่มีความนิยมในอันดับ 1 ที่ 36.41% ในขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ตามมาเป็นอันดับที่ 3 ของทุกภูมิภาค ยกเว้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 3 ที่ 14.60%

“ทั้งนี้ มีข้อสังเกตของกลุ่มตัวอย่างต่อความนิยมพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้มีเพียง 6.01% ซึ่งน้อยกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติที่ได้ 13.40% หรือห่างกันมากกว่าเท่าตัว สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในพรรคประชาธิปัตย์ที่ลดน้อยลงจากที่เคยได้รับความนิยมอย่างสูงในพื้นที่ภาคใต้” การวิเคราะห์โดยนักวิชาการวิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ฯ ระบุ

★ ชี้พท.อาจชนะไม่แลนด์สไลด์
จากผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า โอกาสที่ “พรรคเพื่อไทย” จะได้รับความนิยมแบบ “แลนด์สไลด์” แบบทั่วประเทศดูจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากไม่มีภูมิภาคใดเลยที่ได้มากกว่า 50% ผลโพลมติชนxเดลินิวส์รอบแรก ยังแสดงให้เห็นว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ ตามมาด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้รับความนิยมในอันดับที่ 3 ในทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคใต้ ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นอันดับที่ 3 (15.34%) เบียดแซงเอาชนะนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4 (10.18%) ในภาคใต้

หากจำแนกตามเพศแล้ว ผู้ร่วมโหวต เพศชาย มีส่วนร่วมในการทำโพลมากถึง 67.15% โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้รับความนิยมจากทุกเพศในอันดับที่ 1 และ 2 และ นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับความนิยมอันดับที่ 3 จาก เพศชาย ในขณะที่เพศหญิงและผู้ไม่ระบุ เพศเทความนิยมในอันดับที่ 3 ให้กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในส่วนของพรรคการเมืองนั้น เพศชายเลือกพรรคเพื่อไทยอันดับ 1 และ ก้าวไกลอันดับ 2 แต่เพศหญิงและผู้ไม่ระบุเพศเลือกพรรคก้าวไกลอันดับ 1 และทุกเพศให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นอันดับที่ 3

★ นิวโหวต-เจนแซดเชียร์พิธา-อิ๊ง
เมื่อพิจารณาจากช่วงอายุของกลุ่มตัวอย่าง จะพบว่า Generation X (อายุ 42-57 ปี) เป็นผู้มีส่วนร่วมมากที่สุดในโพลครั้งนี้ คือ 34.82% ซึ่งมีความนิยมพรรคเพื่อไทย และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นอันดับที่ 1 เช่นเดียวกับกลุ่ม Baby Boomer (อายุ 58-76 ปี) ที่เลือกพรรคเพื่อไทยอันดับ 1 แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับที่ 3 ด้วย ส่วนกลุ่มวัย 77 ปี ขึ้นไป เทคะแนนให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอันดับ 1 แต่ก็ยังมีความนิยมพรรคเพื่อไทยด้วย ส่วนพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่ม Gen Y (อายุ 26-41 ปี) และ New Voter ในกลุ่ม Gen Z(อายุ 18-25 ปี) ที่เลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ

นอกจากนั้น เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม คือ 49.51% เป็นผู้มีการศึกษาในระดับปริญญาตรี ที่ให้ความนิยมนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล เป็นอันดับ 1 และเลือก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย เป็นอันดับ 2 รวมทั้งมี ข้อสังเกตว่า ผู้ที่มีการศึกษาในระดับปริญญาเอกได้ให้ความนิยมนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นอันดับ 1 และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอันดับที่ 2 ส่วนอันดับ 3 เป็นของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

★ ขรก.โหวตอิ๊ง-ตามด้วยพิธา
สำหรับตัวแปรด้านสาขาอาชีพของกลุ่มตัวอย่างนั้นพบว่า กลุ่มข้าราชการเข้ามาร่วมตอบแบบสอบถามมากที่สุดจำนวนถึง 24.27% หรือเกือบ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด โดยข้าราชการโหวตให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นอันดับ 1 ที่ 24.78% ตามมาด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อันดับ 2 ที่ 20.74% และอันดับ 3 คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ 17.87% สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มข้าราชการที่ทำงานภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นเวลามากกว่า 8 ปี ต้องการเปลี่ยนแปลงผู้นำโดยเฉพาะผู้นำรุ่นใหม่

“เมื่อพิจารณาระดับรายได้ของกลุ่มตัวอย่างพบว่า ทุกกลุ่มรายได้เลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ นายเศรษฐา ทวีสิน มากที่สุดเป็น 3 ลำดับแรก โดยพรรคเพื่อไทยได้อันดับ 1 และพรรคก้าวไกลได้อันดับ 2 แสดงให้เห็นถึงความนิยมของทั้งสองพรรค ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากความชื่นชอบต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจและต้องการความเปลี่ยนแปลงในเรื่อง ความมั่นคงทางรายได้” ผลวิเคราะห์โพล “มติชนxเดลินิวส์ เลือกตั้ง’ 66” เชิงลึก โดยทีมนักวิชาการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุ

★ เปิดโหวตโพลอีกรอบ 2เริ่มเสาร์นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเปิดโหวตโพลครั้งสำคัญชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย “มติชนxเดลินิวส์ เลือกตั้ง’66” รอบสอง จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ 22 เมษายน ไปจนถึงวันศุกร์ที่ 28 เมษายน 2566 ผ่านช่องทางออนไลน์ของทั้งสื่อเครือมติชนและเดลินิวส์ ซึ่งจะประกาศเป็นทางการให้ทราบต่อไป เร็วๆ นี้

สำหรับหัวข้อคำถามในรอบสอง จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเป็น 4 คำถาม ประกอบด้วย ข้อ (1.) ท่านจะเลือกผู้สมัคร “ส.ส.เขต” จากพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566 นี้, ข้อ (2.) ท่านจะเลือก “ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” (ส.ส.บัญชีรายชื่อ) พรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566 นี้, ข้อ (3.) ท่านจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี และข้อ (4.) ท่าน คิดว่า ส.ว. ควรโหวตเลือกแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่ได้ ส.ส. มากที่สุดหรือไม่

ทั้งนี้ ผู้ที่เคยร่วมโหวตโพลรอบแรกไปแล้วก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับการโหวตครั้งประวัติศาสตร์รอบที่สองนี้ได้ เพียงแต่เมื่อทำโหวตรอบสองไปแล้วจะไม่สามารถโหวตซ้ำได้อีก เพราะมีการล็อก “ไอพีแอดเดรส” ชุดเดิมไม่ให้โหวตซ้ำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน