ผลชันสูตรเน็ตไอดอล ถูกแอบลั่นไก-ไม่รู้ตัว พ่อแม่โฮรับศพลูกสาว
คาใจครอบครัวรู้นิสัยชอบรุนแรง-ให้เล่นปืน
พ่อ-แม่ร่ำไห้รับศพ ‘จีจี้’ เน็ต ไอดอลสาวชื่อดังถูกยิงดับสลดคู่นักเรียนเตรียมทหารคาคอนโดฯ หรูกลางเมืองกรุงยันลูกสาวถูกทำร้ายตลอดเวลาที่คบกัน ครอบครัวฝ่ายชายก็รู้เรื่องดี แต่อ้างห้ามไม่อยู่ ยังคาใจรู้ดีลูกชายอารมณ์รุนแรงยังให้พกปืนติดตัว ผลชันสูตรถูกลอบจ่อยิงโดยไม่ทันตั้งตัว ส่วนศพฝ่ายชายไร้เงาคนในครอบครัว แค่ส่งตัวแทนมารับไปทำพิธีที่กรุงเก่า ผบ.ตร.ย้ำชัดผลตรวจสอบที่เกิดเหตุไร้บุคคลที่ 3 ปมหึงหวง เรียกสอบพล.อ.เจ้าของปืนตัวจริงพ่อมือลั่นไก แต่อ้างยังไม่พร้อมพบตำรวจ
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของน.ส.สุพิชชา หรือ จีจี้ ปรีดาเจริญ อายุ 20 ปี เน็ตไอดอล และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ถูกพบเป็นศพถูกยิงพร้อม นตท.ภูมิพัฒน์ ชัยวณิชยา แฟนหนุ่มนักเรียนเตรียมทหารในคอนโดฯ หรูย่านอโศก ว่า จากการตรวจสอบไม่พบบุคคลที่ 3 เข้าออกในห้องของผู้ตายในช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุ ส่วนมูลเหตุจูงใจน่าจะมาจากความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่มีประเด็นอื่น สำหรับอาวุธปืนจากการตรวจสอบพบว่าปืนมีทะเบียนเป็นของบิดาฝ่ายชาย นอกจากนี้ ในวันนี้ได้สั่งการให้ตรวจสอบอาวุธที่ฝ่ายชายโชว์ในโลกโซเชี่ยลว่าเป็นปืนที่ถูกกฎหมายหรือไม่
วันเดียวกัน พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลเขม่าดินปืนจากอาวุธปืน ต้องรอผลจากพฐ.ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน คาดว่าจะใช้เวลาสักระยะ แต่จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุยืนยันว่า พบหัวกระสุนตกอยู่บริเวณภายในห้องดังกล่าวที่ยิงฝ่ายหญิง 1 นัด ส่วนกระสุนอีก 1 นัด เชื่อว่าจะอยู่ในร่างกายของฝ่ายชาย ทั้งนี้ ต้องรอผลชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดก่อนจึงจะสรุปผลดังกล่าวได้
“ส่วนการตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุยืนยันแล้วว่าเป็นของผู้ปกครองฝ่ายชาย ขณะนี้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนสน.มักกะสัน รวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นญาติฝ่ายหญิงไม่ติดใจในการตาย เพราะเชื่อว่าถูกกระสุนปืนทำให้เสียชีวิต แต่สาเหตุการตายยังติดใจอยากให้ตำรวจตรวจสอบว่า ใช้อาวุธปืนยิงกันอย่างไร ฝ่ายชายเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงเอง หรือต่างฝ่ายต่างใช้อาวุธปืนยิงกันเอง หรือมีบุคคลที่ 3 มายิง” ผบก.น.1 กล่าว
ด้านพ.ต.อ.เสนาะ พูนเพชร ผกก.(สอบสวน) บก.น.1 รรท.ผกก.สน.มักกะสัน กล่าวว่า เบื้องต้นเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนคดี โดยสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าต้องใช้เวลาสักระยะ เนื่องจากต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพและผลการพิสูจน์พยานหลักฐานหลังส่งอาวุธปืนที่ก่อเหตุส่งตรวจสอบคราบเขม่าดินปืนและลายนิ้วมือจากอาวุธปืน ส่วนการประสานทางญาติของฝ่ายชายเพื่อสอบปากคำเกี่ยวกับอาวุธปืนนั้น เบื้องต้นระบุว่ายังไม่พร้อมเข้าให้การกับพนักงานสอบสวน
รายงานข่าวแจ้งว่า แม่ของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงรู้จักกันดีเนื่องจากลูกเป็นแฟนกัน จึงโทร.แจ้งให้โทร.ตามหาลูกชาย เนื่องจาก ไม่เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร กระทั่งพบเป็นศพดังกล่าว จากการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตเป็นปมหึงหวงนั้น คาดว่าอาจจะเกิดจากหลังจากที่เลิกกันมาก่อนหน้านี้ 6 เดือน ทางฝ่ายหญิงรู้สึกเสียใจมาก เพราะเป็นรักแรกทำให้ระหว่างที่เป็นโสดจะอยู่กับเพื่อนและไปปาร์ตี้ทุกคืน อาจจะเจอชายหนุ่มคนอื่นมีการชนแก้วถ่ายรูป จนกระทั่งคืนดีกันเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายชายพบว่า มีรูปถ่ายกับ ผู้ชายค่อนข้างเยอะระหว่างเลิกราจึงโกรธ กระทั่งอาจเป็นเหตุให้เกิดเหตุดังกล่าว

ชอบรุนแรง – ภาพนตท.ภูมิพัฒน์ ชัยวณิชยา ลูกชายพล.อ. โพสต์ถ่ายกับอาวุธปืน ขณะที่พ่อแม่ ‘จีจี้’ ระบุฝ่ายชายชอบใช้ความรุนแรง ทำร้ายลูกสาวจนบอบช้ำหลายครั้ง กระทั่งบุกยิงเสียชีวิตในคอนโดฯ หรูกลางกรุง
จากการสอบถามเพื่อนของฝ่ายหญิงเป็นคนดีหางานส่งเสียตัวเองและเลี้ยงครอบครัวให้ค่าใช้จ่ายเลี้ยงน้อง 2 คน โดยได้รายได้ จากเพจเฟซบุ๊กเรื่องของจี้เป็นเงินเดือนละ ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท และแอพพลิเคชั่น ไอจีไม่ต่ำกว่าเดือนละ 40,000-50,000 บาท และเพิ่งเซ็นสัญญากับแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังจากการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท และยังรักการเรียนสอบตรงเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านอโศก ถือว่าเป็นคนดีที่มีอนาคตไกล จากการตรวจสอบภายในห้องพักที่เกิดเหตุไม่พบยาเสพติดแต่อย่างใด
วันเดียวกัน ที่นิติเวช ร.พ.รามาธิบดี น.ส. ชุติกาญน์ ธีระโรจน์พงษ์ มารดาน.ส.สุพิชชา ติดต่อขอรับศพลูกสาวกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดพระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมเผยว่า ตลอดช่วงเวลาที่ทั้งคู่คบกัน ทราบเรื่องมาตลอดว่าฝ่ายชายทำร้ายร่างกายลูกสาว ครอบครัวของฝ่ายชายก็ทราบดีและทั้งสองครอบครัวไม่อยากให้มาคบกัน โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเลิกรากันไปแล้ว แต่กลับมาคบกันใหม่ โดยช่วงที่กลับมาคบกันใหม่ลูกสาวไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก เพราะไม่อยากให้แม่เป็นห่วง แต่ได้ถามลูกไปว่า กลับมาคบกันใหม่แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ลูกสาวบอกว่า กลับมาคบกันแล้วดี ไม่มีอะไร
“ที่ผ่านมา เตือนลูกตลอดเพราะลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก และฝ่ายชายก็เป็นคนชอบเล่นปืนและมีอาวุธปืนติดตัว เป็นคนอารมณ์ร้อน จึงกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ทั้งสองคนทะเลาะกันภายในห้อง แล้วไม่มีบุคคลที่สามคอยห้ามจะเกิดเหตุไม่ดีขึ้น แต่ลูกไม่ฟัง อาจ จะเพราะยังเป็นวัยรุ่น และยังมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ในวันเกิดเหตุรู้สึกสังหรณ์ใจเพราะ ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ จึงคุยกับแม่ของฝ่ายชายตลอด ซึ่งก็ทราบว่าไม่สามารถติดต่อลูกได้เหมือนกัน และแม่ของฝ่ายชายบอกว่า อิคคิวมาหาจีจี้ ฉันจึงติดต่อเพื่อนให้มาเปิดห้องให้ ก่อนจะเจอเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและไม่อยากพูดถึงอีกเพราะยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” แม่น้องจีจี้กล่าว
น.ส.ชุติกาญน์กล่าวถึงประเด็นในโลก โซเชี่ยล ที่มีข้อความของจีจี้และรูปภาพส่งไปให้เพื่อนแล้วบอกว่า อิคคิวใช้อาวุธปืนยิงประตูทะลุ เรื่องนี้ทราบดีเพราะว่าเหตุเกิดที่บ้านของฝ่ายชาย และพ่อกับแม่ของฝ่ายชายอยู่ในเหตุการณ์ เขาได้แจ้งว่าทั้งสองคนทะเลาะกัน แล้วพยายามห้ามปรามแล้วแต่ไม่สามารถห้ามลูกได้ ที่ผ่านมา อิคคิวมีพฤติกรรมชอบเล่นปืนและยิงปืนมาก หลังช่วงสงกรานต์ยังพาจีจี้ไปยิงปืนที่สนามด้วยอยู่เลย เข้าใจว่าหลังจากที่เล่นปืนเสร็จแล้วก็คงให้คนขับรถเอาปืนไปเก็บไม่ทราบมาก่อนเลยว่า ฝ่ายชายจะพกปืนติดตัวด้วย
“เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ด้านครอบครัวของฝ่ายชายก็เลี้ยงลูกมาแบบตามใจยอมรับกับเราว่าไม่สามารถคุมลูกได้ เพราะลูกเป็นคนใจร้อน ขอโทษและขออโหสิกรรมกับทางครอบครัวเขาด้วย ในหัวอกคนเป็นแม่ก็สูญเสียลูกเหมือนกัน จึงไม่อยากให้เรื่องบานปลายอยากให้ต่างคนต่างส่งลูกของตัวเองให้ดีที่สุด แต่ยังคาใจเรื่องปืนที่ใช้ก่อเหตุว่าเจ้าของปืนจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยหรือไม่ ก็อยากให้ตำรวจชี้แจงเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม ตอนนี้หนูไปสบายแล้ว แม่ขอให้หนูไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ แม่จะส่งลูก และทำให้ดีที่สุด” น.ส. ชุติกาญน์กล่าวในท้ายที่สุด

รับศพจีจี้ – พ่อแม่เศร้าสลดรับศพ ‘จีจี้’ สุพิชชา เน็ต ไอดอลสาวชื่อดัง ที่ถูก ‘อิคคิว’ แฟนหนุ่มนักเรียนเตรียมทหารลูกพล.อ.ยิงเสียชีวิต จากแผนกนิติเวช ร.พ.รามาธิบดี ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 20 เม.ย.
ด้านนายชินโชติ ปรีดาเจริญ อายุ 58 ปี บิดาแท้ๆ ของน้องจีจี้เดินทางมาร่วมรับศพลูกสาว โดยในมือยังถือโฟโต้ของน.ส.สุพิชชา โดยหน้าแรกของข้อความนี้ปรากฏลายมือชื่อของจีจี้ สุพิชชา เขียนข้อความว่า “To ป๊ะป๊า: Thank You” นอกจากนี้ภายใน Photobook หน้าแรก ระบุข้อความว่า ความฝันสูงสุดของจีจี้นอกจากเป็นนักแสดง คือนักบินอวกาศ (ถ้าใช้เวทมนตร์ได้ก็จะดีมากเลย) และข้อความระบุว่า จาก เด็กน้อยติดบ้าน ติดครอบครัวสู่ความฝันของการเป็นนักแสดง พร้อมระบุว่า ลูกสาวเป็นคนผลิตเองพื่อจัดจำหน่ายประมาณ 400-500 เล่ม ตอนที่ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สำหรับ หาเลี้ยงดูตัวเอง เพราะเขาต้องการจะแบ่งเบาภาระของพ่อแม่
นอกจากนี้ นายชินโชติยังนำแช็ตจากโทรศัพท์ที่คุยกับลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 11.34 น. ลูกสาวแชร์โลเกชั่นคอนโดฯ ที่อยู่ย่านอโศก และเลขห้องมาให้ ก่อนจะส่งผลิตภัณฑ์ที่ลูกสาวจะทำขายมาให้พ่อดู ตอนนั้นพ่อไม่ได้ตอบกลับไป พร้อมกับเปิดเผยว่า โลเกชั่นที่ลูกสาวส่งมาให้นั้น เพราะว่าวันอาทิตย์นี้จะไปนอนเป็นเพื่อนลูกสาวที่ห้องที่เกิดเหตุ เนื่องจากลูกสาวบอกไว้ว่าอยากให้พ่อมานอนเป็นเพื่อนบ้าง
“ที่ผ่านมา ลูกสาวไม่เคยขอให้ผมไปนอนเป็นเพื่อนมาก่อน แต่ผมก็ไม่ทราบว่าทำไมครั้งนี้ถึงขอให้ไปนอนด้วย อีกทั้งผมไม่ทราบมาก่อนว่าลูกสาวคบหากับแฟนหนุ่ม ถ้าผมรู้เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น และที่ผ่านมาผมมองว่าลูกสาวยังเด็ก ยังไม่ควรมีแฟน ส่วนสาเหตุที่ลูกสาวไม่บอกว่ามีแฟน เพราะกลัวว่าพ่อจะเสียใจ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ลูกสาวส่งมาให้นั้น เป็นปกติเวลาที่ลูกสาวจะทำอะไรก็จะมาปรึกษาผมตลอด” พ่อของน้องจีจี้กล่าว
นายชินโชติเผยอีกว่า ได้คุยกับแพทย์ผ่าศพลูกสาว ผลชันสูตรบาดแผลพบว่าถูกยิงที่ศีรษะบริเวณขมับขวา ทะลุขมับซ้าย มือมีอาการเกร็ง เกิดจากถูกยิงจนเสียชีวิตโดยไม่ทันตั้งตัว ส่วนระยะเวลาการเสียชีวิตอยู่ที่ระหว่าง 8-24 ชั่วโมง
ต่อมาเวลา 16.30 น. ครอบครัวเคลื่อนศพน.ส.สุพิชชา ถึงศาลา 2 วัดพระปฐมเจดีย์ เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ โดยมีรูปภาพของน้องจีจี้ อยู่ในอิริยาบถที่สวยสดใส ตั้งบนกรอบรูปสีขาวและมีพวงมาลัยริบบิ้นสีดำแขวนเพื่อเป็นการไว้อาลัยอยู่ ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศกของญาติและเพื่อน ครอบครัวกำหนดสวดพระอภิธรรมทุกคืน ก่อนมีพิธีประชุมเพลิงในวันที่ 25 เม.ย.
ต่อมามีเป็นตัวแทนครอบครัว นตท. ภูมิพัฒน์ ติดต่อขอรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยระบุเพียงว่าไม่สามารถบอกได้ว่าไปวัดไหน เป็นความลับของทางครอบครัว ผู้เสียชีวิต บอกเพียงแค่ว่าเป็นวัดหนึ่งในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
รายงานข่าวแจ้งว่า หนังสือรับรองการตายของนตท.ภูมิพัฒน์ ชัยวณิชยา อายุ 17 ปี ระบุ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 เมษายน เวลา 13.30 น. โรคที่เป็นสาเหตุการตายคือ 1. Cerebral laceration การฉีกขาดของสมอง และ 2. Gun shot wound at neck บาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่คอ โรคหรือภาวะที่เจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร์คัดลงใน สาเหตุการตายในไปมรณบัตร คือ บาดแผลกระสุนปืนลูกโดดบริเวณลำคอ
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทางโซเชี่ยลมีเดีย พบ นตท. ภูมิพัฒน์ มีพฤติกรรมหัวรุนแรงชอบอาวุธปืน และศึกษาทั้งอาวุธปืนสั้น-ปืนยาว มาเป็น อย่างดี รวมถึงมักซ้อมยิงปืนเป็นประจำ ทำให้มีความเชี่ยวชาญในการยิงปืนอย่างแม่นยำ และยังลงคลิปการซ้อมยิงปืนทางโซเชี่ยลจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่ามีข้อความแช็ตของจีจี้และรูปภาพ ระบุว่าถูกนายภูมิพัฒน์แฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายทุบตีบริเวณใบหน้า บวมช้ำ หนำซ้ำยังมีการส่งข้อความข่มขู่ ท้าทายจำนวนมาก
ที่วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร อ.พระนคร ศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่พร้อมครอบครัวเคลื่อนศพนตท.ภูมิพัฒน์ ตั้งบนศาลา 5 เพื่อประกอบพธีทางศาสนา โดยขอความเป็นส่วนตัวเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวที่ไปรออยู่บันทึกภาพ พร้อมระบุว่า มารดาของนตท.ภูมิพัฒน์จะออกมาชี้แจงและให้ข้อมูลต่างๆ เมื่อพร้อม เนื่องจากยังตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น