พายุร้อน-ลูกเห็บถล่มเหนือ-อีสาน
อุตุฯ เตือนอันตรายค่ายูวี 25 จว.ทั่วประเทศพุ่งสูง ระบุ กทม.และพื้นที่อื่นรวม 21 จว. อยู่ระดับสูงจัด ส่วนอีก 4 จังหวัดเหนือ ทั้ง ‘เชียงใหม่-เชียงราย-น่าน-ลำปาง’ อยู่ระดับสูงมาก แนะเลี่ยงเจอแดดช่วง 9 โมงเช้า ขณะที่พายุฤดูร้อนถล่มหลายจว.เหนือ-อีสาน บึงกาฬระทึก เวทีหมอลำดัง ‘ระเบียบวาทะศิลป์’ โดนพายุซัดพังกระเจิงขณะกำลังซาวด์เช็กเตรียมเปิดการแสดง บรรดาหมอลำ คนดูหนีตายอลหม่าน ต้องยกเลิกการแสดงกะทันหัน
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการคาดหมายดัชนีรังสีอัลตราไวโอเลต ล่วงหน้า 7 วัน 25 พื้นที่ทั่วประเทศไทยว่า ดัชนียูวีสูงสุดกรณีท้องฟ้าโปร่ง เวลา 12.00 น. ระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย.2566 มีดังนี้ จ.เชียงราย, เชียงใหม่, น่าน และลำปาง มีค่า 10 ดัชนียูวี อยู่ระดับสูงมาก ขณะที่จ.หนองคาย, สกลนคร, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, บุรีรัมย์, นครราชสีมา, กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, กาญจนบุรี มีค่า 11 อยู่ระดับสูงจัด
ส่วนกรุงเทพฯ มีค่า 12 อยู่ระดับสูงจัด ด้านจ.ตราด, จันทบุรี, ชลบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต, สงขลา และนราธิวาส มีค่า 13 อยู่ระดับสูงจัด
โดย 25 พื้นที่เป็นเพียงการเลือกรายงานตามความเหมาะสมเท่านั้น สำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุรายชื่อ มีข้อแนะนำให้สามารถใช้ข้อมูลจากพื้นที่ใกล้เคียงได้
สำหรับค่าดัชนียูวี แบ่งเป็น 5 ระดับ ดังนี้ สีเขียว (0-2) ระดับต่ำ (Low) – มีผลต่อผิวหนังต่ำ, สีเหลือง (3-5) ระดับปานกลาง (Moderate) – เริ่มมีผลต่อผิวหนัง ควรแต่งกายให้มิดชิด สวมหมวกปีกกว้าง และทาครีมกันแดด, สีส้ม (6-7) ระดับสูง (High) – ควรแต่งกายให้มิดชิด สวมหมวกปีกกว้าง และทาครีมกันแดดซ้ำ ทุก 2 ช.ม., สีแดง (8-10) ระดับสูงมาก (Very High) -ปฏิบัติเช่นเดียวกับระดับสีส้ม แต่ความเข้มข้นระดับนี้เริ่มส่งผลเสียรุนแรงต่อผิวหนังและดวงตา, สีม่วง (มากกว่า 11 ขึ้นไป) ระดับสูงจัด (Extreme) – ควรหลีกเลี่ยงการออกแดด เพราะแสงอาทิตย์จะเผาไหม้ผิวหนัง และ ส่งผลเสียต่อดวงตาในเวลาไม่กี่นาที
สำหรับข้อแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันรังสี UV จากดวงอาทิตย์ดังนี้ 1.ควรตรวจสอบค่า UV index ในทุกๆ วัน, 2.ควรอยู่ในที่พักอาศัย อาคาร ในร่ม หรือที่กำบังแสงแดด โดยเฉพาะเด็กและผู้ที่มีสุขภาพผิวหนังอ่อนไหวหรือภูมิแพ้ ในช่วงเวลา 09.00-15.00 น., 3.สวมหมวกปีกกว้าง หรือกางร่มที่ช่วยให้ร่มเงาได้ถึง ผิวคอ, 4.ใส่แว่นกันแดด ปกป้องดวงตา และผิวรอบดวงตาที่บอบบาง, 5.ควรสวมชุดป้องกันรังสี เช่น เสื้อผ้าที่ช่วยป้องกันแสงแดด ยิ่งเป็นเนื้อผ้าที่ทอแน่นก็ยิ่งช่วยป้องกันได้ มากขึ้น, 6.ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง เช่น SPF30 หรือ SPF50 ก่อนออกข้างนอกทุกครั้ง
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 20 เม.ย. ขณะที่วงดนตรีหมอลำคณะดัง“ระเบียบวาทะศิลป์” เปิดการแสดงให้ชมฟรีอยู่ที่บริษัท ไทยบ้านทีวี จำกัด ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เกิดพายุฝนฟ้าคะนองมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก ชนิดตั้งตัวไม่ทัน ทำให้เวทีหมอลำที่เพิ่งติดตั้งเสร็จ ฝ่ายเทคนิคกำลังทดสอบเครื่องเสียงและระบบไฟแสงสี ถูกลมพายุกระโชกแรงพัดพังยับลงมากอง กับพื้น ทั้งโครงสร้าง โครงเหล็กราวประดับไฟแสงสีเสียงตู้ลำโพง และจอ LED ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางเวทีตกลงมาแตกพังเสียหาย
ส่วนนักร้องทั้งนักแสดงหางเครื่อง หมอลำ ต่างวิ่งหนีตายกันโกลาหล ฝุ่นตลบฟุ้งกระจาย มีทั้งเสียงกรีดร้องไม่รู้จะวิ่งไปที่ไหนดี และเสียงเตือนให้ระวังเวทีจะพังลงมา เนื่องจาก ทุกคนกำลังแต่งองค์ทรงเครื่อง ทั้งหมอลำทั้งนักร้องต่างหนีกันชุลมุน ส่วนแฟนเพลง แฟนคลับที่มาปูเสื่อรอชมการแสดงด้านหน้าเวทีอย่างใกล้ชิดของนักร้องหมอลำวงดังต่างแตกตื่นวิ่งหนีเอาตัวรอดเช่นกัน ทั้งหอบลูก จูงหลาน หลบเข้าอาคารที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จไปยัดเยียดแออัดกันเพื่อความปลอดภัย แฟนคลับตัวจริงบางคนแม้ลมจะพัดแรงจนฝุ่นตลบก็ยังอุตส่าห์ยืนกอดอกให้กำลังใจคณะหมอลำและรอดูสถานการณ์อยู่ด้านหน้าเวที จนเห็นเวทีพังลงมาต่อหน้าจึงหลบเข้าที่กำบัง นอกจากนั้นพ่อค้าแม่ขายที่เตรียมสินค้ามาให้บริการ แฟนคลับของหมอลำคณะดังต่างก็เก็บ ข้าวของหนีแทบไม่ทัน ระหว่างเกิดความชุลมุนวุ่นวายอยู่นั้น เวทีก็พังครืนลงมา ทั้งคานเหล็กโครงเหล็กระบบไฟแสงสีพังยับหักงอเสียหาย
ด้านพ.ต.อ.ศิวัช วรคุตตานนท์ ผกก.สภ.ปากคาด เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุพา ผู้ใต้บังคับบัญชาไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในงาน ได้สั่งการให้ตำรวจ ทุกนายบอกแฟนหมอลำหลบเข้าภายใน ตัวอาคาร เพราะฝนก็ทำท่าจะตกลงมา ลมก็พัดแรงมาก มีต้นไม้ใหญ่ล้ม หลังคาบ้าน ทั้งสังกะสีและกระเบื้องก็ปลิวว่อน เกรงประชาชนจะได้รับอันตราย อีกอย่างไฟฟ้า ก็ดับด้วย จึงเกิดโกลาหลไปกันใหญ่ แต่ฝน ก็ตกลงมาไม่แรง ส่วนมากจะเป็นลมพายุมากกว่า และพัดอยู่ประมาณ 40 นาทีก็ หายไป ส่วนเวทีหมอลำก็เปิดแสดงต่อไป ไม่ได้ เนื่องจากเกิดความเสียหายหนัก ค่าเสียหายน่าจะหลายล้านบาท แต่โชคดี ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้

พายุถล่ม – เวทีหมอลำคณะดัง ‘ระเบียบวาทะศิลป์’ ถูกพายุฤดูร้อนถล่มพังยับ ขณะเตรียมเปิดแสดงบริเวณตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เมื่อ ช่วงค่ำวันที่ 20 เม.ย. ทั้งหมอลำ นักดนตรี และชาวบ้านที่ปูเสื่อรอชมต่างวิ่งหนีกันอลหม่าน
ภายหลังพายุลมสงบ เพจคณะหมอลำโพสต์ข้อความว่า “พายุแรง เวทีพังยับ ระเบียบฯ ยกเลิกการแสดงวันนี้ เนื่องจาก วันนี้มีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ ทำให้หลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนอง มีผลกระทบต่อการแสดงหมอลำ ล่าสุดวันนี้ ระเบียบวาทะศิลป์มีคิวการแสดงที่บริษัท ไทบ้านทีวี ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ทีมงานตั้งเวที เซ็ตระบบเรียบร้อยเตรียมการแสดงในค่ำคืนนี้ เกิดมีฝนและลมกระโชกแรงพัดเวทีพังลง ทำให้ ทีมงานต้องยุติการแสดงในค่ำคืนนี้โดย กราบขออภัยพี่น้องที่ตั้งตารอชมด้วย ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานระเบียบวาทะศิลป์ด้วย นะครับ #ระเบียบวาทะศิลป์”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 20 เม.ย. เกิดเหตุพายุลูกเห็บถล่มที่ บ้านโนนสำราญ ต.โพนสูง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เกิดลมพัดอย่างรุนแรง ทำให้ไฟฟ้าดับ ทั้งลมทั้งฝน พร้อมลูกเห็บพัดอยู่นานเกือบชั่วโมงลมจึงสงบ
กระทั่งช่วงเช้าชาวบ้านจึงออกสำรวจ ความเสียหายในหมู่บ้านและใกล้เคียง เบื้องต้นเสาไฟฟ้าแรงสูงบนถนนสายบ้านดุงหนองเม็กโค่นล้ม 4 ต้น ทำให้ไฟฟ้าดับใน พื้นที่ตลอดทั้งคืน บ้านเรือน 20 หลังเดือดร้อน หลังคาสังกะสีโรงรถของโรงเรียน รวมทั้งหลังคาของคลินิกได้รับความเสียหาย วัดโชคสำราญ กระเบื้องมุงหลังคาหลุดลงมาหลายแผ่น ป้ายหาเสียงผู้สมัครทุกพรรคที่ ติดป้ายประชาสัมพันธ์ถูกพายุพัดล้มลงกองกับพื้นส่วนความเสียหายของบ้านเรือนนั้น ทางอำเภอบ้านดุงให้ผู้นำสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นเพื่อหาทางช่วยเหลือ
ส่วนที่จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้เกิดพายุลูกเห็บตกในพื้นที่บ้านโกรกเดือนห้า ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีทั้งลมกระโชกแรง มีฝนตกลงมาอย่างหนักพร้อมลูกเห็บ ส่งผลทำให้มีบ้านเรือนของประชาชนเสียหายหลายหลัง มีต้นไม้ใหญ่ หักล้มทับรถของประชาชน แต่ไม่ได้รับรายงานถึงการบาดเจ็บและเสียชีวิต
จากการลงพื้นที่หมู่บ้านโกรกเดือนห้า หมู่ 7 เพื่อสำรวจความเสียหายบ้านเรือนของประชาชน พบว่ามีบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ตำบลสุรนารีเสียหายทั้งหมด 5 หมู่บ้านได้แก่หมู่ที่ 2, 5, 6, 7 และหมู่ที่ 8 บ้านเรือนเสียหาย 10 หลัง โดยเฉพาะหมู่ที่ 7 ที่มีบ้านเรือนเสียหาย 5 หลัง ที่เสียหายมากที่สุดคือบ้านเลขที่ 110 หมู่ 7 ของนายกุล คะเชนชาติ เสียหายหลังคาบ้าน หลังคาโรงรถปลิวเสียหาย นอกจากนี้รถยนต์ทั้ง 2 คนยังได้รับความ เสียหายจากต้นลำไยหักล้มทับรถยนต์ในช่วงที่เกิดพายุ
นายกุลเล่าวินาทีตอนเกิดพายุว่า เมื่อวานนี้ช่วงเย็นมีพายุพัดเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้าน ขณะนั้นตนนอนอยู่ที่เปล พอเห็นพายุมาตน ก็เลยรีบวิ่งเข้าบ้าน สักครู่ใหญ่ตนได้ยินเสียงลูกเห็บตกลงมาจำนวนมาก หลังจากนั้นได้ยินเสียงดังโครม ตนจึงชะโงกมองจากภายในบ้านเห็นต้นลำไยล้มทับรถ 6 ล้อกับรถกระบะ ตนรู้สึกตกใจอย่างมากเนื่องจากที่หมู่บ้าน ไม่เคยเกิดพายุหนักแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้ลูกเขยของตนก็เกือบโดนต้นลำไยล้มทับ แต่โชคดีที่ต้นลำไยล้มทับรถ 6 ล้อก่อน ทำให้ลูกเขยของตนปลอดภัย สำหรับความเสียหายคือหลังคาบ้านบางส่วนและหลังคาโรงรถ และความเสียหายของรถ 6 ล้อที่บริเวณ ด้านหน้ารถมีรอยบุบและกระจกแตก ส่วนรถกระบะก็มีร่องรอยเสียหายจากการถูกต้นลำไยล้มทับเช่นกัน
ตอนนี้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลสุรนารีกำลังเร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมจะช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้นด้วยการสนับสนุนค่าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในการซ่อมแซมบ้านเรือน ที่ได้รับความเสียหายจากพายุดังกล่าว
วันเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “หิมะตก” พร้อมภาพคลิปวิดีโอฝนที่กำลังตกอย่างหนักและมีลูกเห็บตกมาจำนวนมากจนขาวโพลนและกองเป็นเนินสูง ต่อมาทราบว่าเหตุการณ์ฝนตกดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ ต.โคกมน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์
ด้านนายสุรพล แปนนาค นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกมน อ.น้ำหนาว เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. โดยเมฆฝนก่อตัวจนท้องฟ้ามืดครึ้ม จากนั้นฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก พร้อมลูกเห็บจำนวนมาก เกิดเสียงดังราวกับฟ้าถล่ม ส่วนลูกเห็บก็ขาวโพลนราวกับหิมะตก มีลมพายุพัดอย่างรุนแรง ชาวบ้านแทบตั้งตัวไม่ทัน เพราะไม่คิดว่าทั้งลมและฝนจะรุนแรงขนาดนี้ ทำให้เก็บข้าวของไม่ทัน ต้องวิ่งหนีหลบ เข้าบ้านกันวุ่นวาย นอกจากนั้นลมยังพัดบอร์ดกระดานที่ตั้งอยู่หน้าที่ทำการ อบต.ล้มทับรถของชาวบ้านที่มาติดต่อจนได้รับความเสียหาย โดยทั้งลมทั้งฝนและลูกเห็บเกิดขึ้นนานราว 1 ชั่วโมงเหตุการณ์จึงสงบ
ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ที่ได้รับผล กระทบครั้งนี้มี 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 1, 2, 3 และหมู่ 5 ขณะนี้สั่งการให้สมาชิก อบต.ในพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือ ต่อไป
ส่วนที่ จ.พะเยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศร้อนระอุติดต่อกันมาหลายสัปดาห์ อุณหภูมิสูงสุด 41 องศาเซลเซียส ช่วงเย็นเกิดพายุฤดูร้อนลูกเห็บพัดถล่ม ในเขตพื้นที่หลายอำเภอของ จ.พะเยา โดยเฉพาะ เขต ต.สระ อ.เชียงม่วน ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา มีลมพัดกระโชกแรง ลูกเห็บตกในหลายหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนครั้งนี้ต่อไป