ตอบ4ข้อ-ชี้ชะตาปท. วันแรกพุ่งเกิน1.7หมื่น เปิดรับความเห็นถึง28นี้ ก้าวไกลเชื่อ-กระแสเพิ่ม
บิ๊กตู่ก็ร่วมโหวต โพลมติชนX เดลินิวส์ ขณะที่คนร่วมคึกคัก วันเดียวทะลุ 17,000 รายแล้ว เผยตั้ง 4 คำถามสำคัญ ทั้งจะเลือกผู้สมัครในพรรคไหน เลือกส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากพรรคใด และสนับสนุนใครเป็นนายกฯ แถมด้วยคำถามถึงส.ว.ควรเลือกนายกฯจากพรรคที่ได้คะแนนสูงที่สุดหรือไม่ เปิดโหวตได้ถึง ศุกร์ 28 เม.ย.นี้ ด้านก้าวไกล มั่นใจได้รับเสียงตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกอย่างต้องรอดูวันที่ 14 พ.ค. 66 ขณะที่โคทม อารียา ระบุการทำโพลรอบ 2 เป็นการตอกย้ำความน่าเชื่อถือ ระบุตอนนี้คนส่วนใหญ่ตัดสินใจแล้ว ขณะที่นักวิชาการชี้ผลโพลสะท้อนความรู้สึกต่อรัฐบาล
โหวต4คำถามทะลุ 1.2หมื่น
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการทำโพลออนไลน์ชี้อนาคตการเมืองไทย “มติชนxเดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง ’66 รอบสอง” ระหว่างวันที่ 22-28 เม.ย. ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสองสื่อใหญ่ของไทย ได้แก่ เครือมติชน ประกอบด้วย มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี และเดลินิวส์
สำหรับการโหวตรอบสองในวันแรกนี้มีหัวข้อคำถามทั้งสิ้น 4 หัวข้อ เพื่อสอบถามความความเห็นประชาชนกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ กล่าวคือ ข้อที่ 1 ท่านจะเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขตจากพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566 นี้, ข้อ 2 ท่านจะเลือก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ (ส.ส.บัญชีรายชื่อ) พรรคใด โดยทั้งสองข้อแรกดังกล่าว คำตอบจะมีให้เลือกเป็นการคัดรายชื่อจาก 10 พรรคการเมืองที่ได้รับการโหวตสูงสุดสิบอันดับแรกจากผลโพลรอบแรก, ข้อ 3 ท่านจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี และคำตอบจะมีให้เลือกเป็นการคัดรายชื่อจาก 10 แคนดิเดต นายกฯ ที่ได้รับการโหวตสูงสุดสิบอันดับแรกจากโพลรอบแรก ปิดท้ายด้วยคำถามที่ 4 ส.ว. ควรโหวตเลือกแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่ได้ ส.ส. มากที่สุดหรือไม่
จากข้อมูล ณ เวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 22 เม.ย. สถิติยอดผู้กดโหวตโพล “มติชนxเดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง ’66 รอบสอง” อยู่ที่ 12,612 ราย ผ่านวิธีการโหวตออนไลน์แบบไม่ซ้ำไอพีแอดเดรส (IP Address) ขณะที่อัตราการเข้าถึง หรือยอดรีช (Reach) ตัวโปรโมตคอนเทนต์เชิญร่วมทำโพลบนแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดีย อยู่ที่ประมาณ 158,020 รีช

ทั้งนี้ ประชาชนและผู้สนใจร่วมโหวตโพลสะท้อนอนาคตการเมืองไทยครั้งนี้ สามารถเข้าร่วมโหวตได้ผ่านลิงก์ https://www.matichon.co.th/thai-election66-poll/poll2/ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 22 เม.ย. 2566 เป็นต้นไปจนถึงศุกร์ที่ 28 เม.ย. และสื่อเครือมติชน อาทิ มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี ฯลฯ รวมทั้งเดลินิวส์ ก็ยังได้เตรียมโปรโมตเผยแพร่ช่องทางการเข้าไปทำโพลเอาไว้ให้กับประชาชนผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้งสื่อ สิ่งพิมพ์ ออนไลน์ และโซเชี่ยลมีเดีย พร้อมจัดทำ “คิวอาร์โค้ด” ส่องสแกนร่วมโหวตแคมเปญขึ้นมาโดยเฉพาะอีกด้วย
ก้าวไกลมั่นใจคะแนนดีขึ้น
ด้านนายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจของ มติชน-เดลินิวส์ รอบ 2 ที่กำลังจะ เกิดขึ้น ว่า พรรคก้าวไกลของเรามั่นใจว่า ผู้สมัครของเราลงพื้นที่อย่างหนัก และ ต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชน เป็นอย่างดี เราเชื่อว่าแคนเดตนายกฯ เพียงหนึ่งเดียวของพรรคเรา ยังเป็นที่หนึ่งในใจของประชาชน และมั่นใจว่าความนิยมของพรรคก็จะได้รับความนิยมสูงตามไปด้วย เราคาดการณ์ว่ามีโอกาสที่ผู้สมัครของ ก้าวไกลจะได้มากกว่าที่ประเมินไว้ เดิมที่คาดไว้จะได้ไม่เกิน 70 ที่นั่ง แต่ตอนนี้เรามั่นใจว่าจะได้มากกว่านั้น
ส่วนปัจจัยที่จะทำให้คะแนนโพลเปลี่ยนนั้น คงไม่สามารถไปตอบแทนพรรคอื่นได้ แต่ในส่วนของพรรคก้าวไกล ผู้สมัครทุกคนจำเป็นต้องขายนโยบาย ให้เป็นตัวตัดสินใจสำคัญของประชาชน เพราะเราคิดว่านโยบายที่เราออกแบบมา ตอบโจทย์ประชาชนได้เป็นอย่างยิ่ง ในส่วนต่อมาเราจะเดินให้มากยิ่งขึ้นเพื่อได้พบปะกับประชาชนให้ได้มากที่สุด และส่วนสุดท้ายคะแนนจะมาจากสื่อมวลชน ที่ติดตาม และจัดเวทีดีเบตต่างๆ รวมถึงการทำโพล ตนเชื่อมั่นว่าเวทีดีเบตจะทำให้สิ่งที่ประชาชนสงสัยในพรรคก้าวไกล ถูกตอบในเวทีเหล่านี้ และปัจจัยเสริมจะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบ มาจากการบริหารของรัฐบาลที่ผ่านมา และวันนี้แปลงมาเป็นพรรคการเมืองต่างๆ
ชี้ต้องรอวันตัดสิน14พค.
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เรื่องของแคนดิเดต ต้องมาดูกันว่าแต่ละพรรคเสนอกี่คน บางพรรคเสนอ 3 คนเมื่อนำคะแนนมารวมกันก็อาจจะมากกว่าพรรคของเราก็ได้ แต่ประเด็นที่เราเสนอแคนดิเดตแค่คนเดียว เพราะเราชัดเจนว่า นาทีนี้ไม่มีใครเหมาะสม เป็นนายกรัฐมนตรีเท่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเข้าใจปัญหาประเทศ และตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่
ยิ่งนายพิธา ได้นำเสนอนโยบาย วิสัยทัศน์ ของพรรค และเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่น ก็เป็นปัจจัยส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ข้ออ่อนข้อเดียวที่พรรคก้าวไกลโดนโจมตีมาตลอด คือจะทำได้จริง ตามที่พูดหรือไม่ ตนคิดว่าประเด็นนี้ทุกคนเริ่มจากศูนย์มาหมด แต่สิ่งที่เราได้พิสูจน์คือการเป็นฝ่ายค้าน ทำให้ตนมั่นใจว่าถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลประเทศจะเสียโอกาสมากกว่านี้ ขณะเดียวกันเรามั่นใจว่าหากเราได้เป็นรัฐบาล เราจะทำได้ดีกว่าตอนที่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งทุกคนมองว่าเราเป็นฝ่ายค้านที่ดีแต่เราเป็นรัฐบาลได้ดีกว่านี้ได้ ตนมั่นใจว่าผลโพลในรอบที่ 2 จะต้องดีกว่ารอบแรกเพราะเราทำงานอย่างหนัก และลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
“ในการโหวตโพลแต่ละครั้งถึงแม้จะไม่ใช่ตัวชี้วัดทั้งหมด แต่มันเป็นทั้งกำลังใจ ให้กับผู้สมัครของทุกพรรค ให้เห็นว่าเขาได้รับความไว้วางใจมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกันคะแนนน้อยหรือมาก ก็จะเป็นข้อที่จะทำให้เราได้ปรับปรุง เพื่อให้ปรับเปลี่ยน แผนในการหาเสียง จึงอยากจะเรียนเชิญทุกท่าน มีส่วนในการแสดงออกทางการเมือง เพราะผลโพลของท่านจะเป็นตัวสะท้อน ว่าทุกท่านตื่นตัวกับการเลือกตั้งและตื่นตัว กับอนาคตของประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้น หลังวันที่ 14 พ.ค.นี้” นายณัฐวุฒิกล่าว
ชาวบ้านรอตัดสินใจโค้งท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวขอนแก่นให้ความสนใจการจัดทำโพลความร่วมมือระหว่างเครือมติชน-เดลินิวส์ เพื่อสะท้อนผลเลือกตั้ง โดยเริ่มครั้งที่ 2 ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ร้านติมตูน ตั้งอยู่ภายในชุมชนสามเหลี่ยม เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านต่างพูดถึงการร่วมโหวตในรอบที่สอง น.ส.ฐิติญาณ จันทนภูผา อายุ 48 ปี เจ้าของร้านติมตูนกล่าวว่า ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคหรือผู้สมัครคนใด ขอรอดูนโยบายโค้งสุดท้าย เปรียบเทียบกันหลายๆ พรรคการเมืองว่าใครให้นโยบายดูแล ปากท้องประชาชนมากที่สุดอาจจะพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะการทำมาหากินเป็นสิ่งจำเป็นต่อประชาชนอย่างมาก อยากให้พรรคที่เข้ามาเป็นรัฐบาลสนใจเรื่องนี้ให้มากที่สุด ต้องดูว่านโยบายไหนเป็นจริงได้ เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่โกงกินบ้านกินเมือง ก็เลือกพรรคนั้น
ส่วนนายมังกร มีวุฒิ อายุ 51 ปี พ่อค้าผลไม้บริเวณชุมชนสามเหลี่ยมกล่าวว่า ตอนนี้มีพรรคการเมืองในใจ แต่ขอดูนโยบายพรรคอื่นๆ ก่อนว่าจะออกมาแบบไหน อยากให้ใครที่เข้ามาเป็นรัฐบาลสนใจเรื่องความเป็นอยู่ปากท้องการทำมาหากิน ลดค่าครองชีพที่แพงมากในช่วงนี้
นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงการทำโพลเลือกตั้งของเครือมติชน-เดลินิวส์ ครั้งที่ 2 ว่า ยังรอหลายพรรคเปิดนโยบายใหม่ๆ ออกมา ที่ผ่านมาเกือบทุกพรรค นำเสนอนโยบายประชานิยมและรัฐสวัสดิการยังไม่ตอบโจทย์ภาคเอกชนและนักลงทุนมากนัก หวังจะเห็นนโยบายที่สามารถฟื้นฟูและพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ โดยเฉพาะธุรกิจ เอสเอ็มอีที่มีกว่า 70% ทั่วประเทศ ที่สำคัญต้องเป็นนโยบายส่งเสริมการลงทุนสอดคล้องกับศักยภาพและทรัพยากรของท้องถิ่นเพื่อใช้เป็นต้นทุนการผลิต และกระจายรายได้ในชุมชนเป็นหลัก โดยมีสถาบันการเงินในชุมชนสนับสนุนสินเชื่อเป็นทุนหมุนเวียน อาทิ กองทุนหมู่บ้าน สหกรณ์ออมทรัพย์ สถาบันการเงินชุมชน เพื่อต่อยอดและขยายผลธุรกิจดังกล่าวได้โดยตรงและพึ่งพาตนเองมากที่สุด
ใกล้วันเลือกตั้ง-อาจมีพลิก
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ นักวิชาการอิสระใน จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า โพลยังไม่มีความชัดเจน 100% เพราะการสอบถามมีอยู่หลายวิธี ทั้งโทร.ถาม เดินไปเคาะประตู บางค่ายก็ให้ผู้สื่อข่าวสรุปเป็น กระแสความชอบของผู้เลือก หากแต่ละ โพลมีการวิเคราะห์แล้วได้ผลสรุปออกมาคล้ายๆ กันก็จะทำให้ได้ผลที่ได้มีความชัดเจนแม่นยำมากขึ้น ดังนั้น โพลที่ทำจะต้องดูเรื่องเวลา กลุ่มผู้ตอบคำถาม จำนวน และรายละเอียดของผู้ตอบ นำมาประกอบด้วย เหลือเวลาเพียง 22 วันเท่านั้นก็ถึงวัน เลือกตั้ง ฐานคะแนนที่ทำกันไว้ดูจะนิ่งแล้วว่าใครนำ ใครตาม และพรรคไหนใครได้เปรียบกว่ากัน แค่ 22 วันที่เหลือนี้อาจจะมีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้คะแนนเปลี่ยน ไปได้ เช่น เรื่องค่าไฟฟ้าแพงผิดปกติ พรรครัฐบาลทั้งพลังประชารัฐ (พปชร.) รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ภูมิใจไทย (ภท.) และประชาธิปัตย์ (ปชป.) คงเสียคะแนนไปบ้างว่าทำไมไม่แก้ไขปัญหา หรือกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งป.ป.ช.เปิดเผยรายงานการไต่สวนคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม ย่อมทำให้พรรค พปชร.เสียคะแนนบ้าง
นายทวิสันต์ยังกล่าวถึงนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท.ไปปราศรัยที่จ.เลย ประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรค พปชร.และ รทสช. ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงคะแนนไม่มากก็น้อย ขณะที่พรรคก้าวไกลดูจะมาแรงแซงพรรค พท. เป็นการแย่งคะแนนกันของสองพรรคที่เคยทำงานเป็นฝ่ายค้านมาด้วยกัน เพราะ พท.ต้องการแลนด์สไลด์เท่านั้น เมื่อคะแนนมาทางพรรค ก.ก.ย่อมมีผลกระทบแน่นอน ส่วนพรรคที่มีคะแนนตามหลังย่อมจะต้องเร่งรีบแก้เกม เช่น แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พปชร.ไม่ติดอันดับ 1 ใน 10 หรือแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค รทสช.ก็ยังตามอยู่อันดับ 3 และ 4 ย่อมชี้ให้เห็นว่าแพ้แน่ๆ หากไม่ปรับแผน แต่การจะปรับแผนต้องโดนใจคนลงคะแนนด้วย ถ้าไปหาเสียงเอาแต่โจมตีคงหาคะแนนไม่ได้
ชี้สะท้อนความรู้สึกต่อรัฐบาล
ผศ.นพพร ขุนค้า อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชครินทร์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ผลจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ ของสำนักข่าวในเครือมติชนและเดลินิวส์ ที่ปิดโพลในรอบแรกเมื่อวันที่ 14 เม.ย. จากผู้ร่วมโหวตกว่า 8 หมื่นคนนั้น ต่างโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แสดงให้เห็นว่าความนิยมในพรรค ร่วมรัฐบาลเดิมนั้นตกต่ำลง ทั้งตัวนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบอยู่ในซีกฝั่งของพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมทั้ง 2 อันดับ ในส่วนพรรคก้าวไกลมีความชัดเจนมากกว่า ที่จะไม่ร่วมทำงานกับพรรคการเมืองตามที่มีการเรียกกันว่าพรรคทหารจำแลง ถือเป็นความชัดเจนมากกว่าพรรค พท. จึงทำให้มีคะแนนพุ่งขึ้นมานำ ตรงนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญที่พรรค พท.จะต้องกลับไปปรับจุดอ่อน หลังจากเคยนำมาโดยตลอดแล้วมาถูกแซง ต้องปรับยุทธศาสตร์ช่วงสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง ที่กล้าแสดงถึงความชัดเจนว่าจะไม่เอาพรรคสองลุงเดิมหรือไม่
จากผลโพลยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่จะเปลี่ยนรัฐบาลได้สูงมากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ แม้ทางพรรค รทสช.จะพยายามมาปรับหรือเร่งเปิดตัวแคมเปญอะไรต่างๆ อีกนั้น ถือว่าลำบากแล้วที่จะเปลี่ยนใจให้คนกลับมาเลือก
ผศ.นพพรกล่าวว่า ส่วนการสำรวจโพล อยากให้ทุกสำนักโพลตั้งคำถามด้วยว่า นโยบายอะไรที่ประชาชนนั้นอยากจะให้รัฐบาลใหม่ทำก่อนเป็นลำดับแรก หลังได้รับการเลือกตั้ง จะได้รู้ว่าประชาชนเดือดร้อน ในเรื่องอะไรเป็นลำดับสำคัญก่อน
โพลรอบ2ยืนยันความแม่นยำ
นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหา วิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพล “มติชนxเดลินิวส์” รอบที่สอง ว่ามีความเป็นไปได้ว่าบุคคลที่เข้ามาตอบจะเปลี่ยนแปลงไปจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่คนเดิมที่ตอบ เพราะระยะเวลาสั้นเกินไป และความเห็นจะยังไม่เปลี่ยน แต่หากการเปลี่ยนแปลงของคนที่เข้ามาตอบ แล้วปรากฏว่า ผลสำรวจยังมีความเห็นสอดคล้องกับผลโพลครั้งแรก คือการยืนยันความแม่นยำของโพล สำหรับคนที่เข้าถึง ซึ่งไม่ใช่คนทั่วไป หมายถึงไม่ได้ใช้หลักสุ่มตัวอย่างที่จะครอบคลุมถึงคนที่มีนัยยะทางวิชาการ แต่โพลนี้เป็นแบบเจาะจงคือคนที่อ่านหนังสือพิมพ์ และสื่อต่างๆ ของสื่อสองฉบับเป็นหลัก
นายโคทม ให้ข้อสังเกตถึงผลโพลในรอบแรกว่า การที่นายพิธา ได้รับความนิยมอันดับหนึ่ง เพราะพรรคเพื่อไทยเสนอแคนดิเดตนายกฯ ที่ได้รับความนิยมตามโพล 2 คน ถ้ารวมแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยก็จะเป็นอันดับหนึ่งอยู่ดี ส่วนการประกาศไม่จับกับอีกขั้วการเมือง ตรงนี้ตนยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นการประกาศที่หนักแน่นแค่ไหน มีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่ได้การันตี ถึงประกาศก็ไม่ได้เป็นปัจจัยที่จะไปเปลี่ยนความเห็นที่ออกมาจากการหยั่งเสียงครั้งนี้ และไม่ได้ทำให้เกิดความตื่นเต้นเป็นพิเศษ อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง บ้าง แต่ไม่มากอย่างมีนัยยะสำคัญ
นายโคมทมกล่าวด้วยว่า ในส่วนของการทำโพล คนที่สนใจจำนวนหนึ่งเขาก็ตัดสินใจไปแล้ว ซึ่งในการทำโพลทั่วไป คนที่ตัดสินใจไปแล้วส่วนใหญ่จะเลือกคน และพรรคเดียวกัน ดังนั้น เมื่อมีการสำรวจความคิดเห็น เขาจะดูระบบของพรรคที่อยากสนับสนุน และพรรคของเขาที่สนับสนุนอยู่ลำดับไหน ซึ่งเชื่อว่าเขาจะไม่เปลี่ยนใจ แต่ถ้าเป็นลักษณะลงคะแนนแบบยุทธศาสตร์ คือชอบเป็นคนๆ แต่ไปเชียร์อีกพรรค หรือเราชอบพรรคนี้แต่ไม่มีความหวังได้เป็นรัฐบาลเลยไปเลือกอีกพรรค แบบนี้คือมองเชิงยุทธศาสตร์ ดังนั้นการหยั่งเสียงทำโพลแม้จะเป็นเรื่องดี แต่ไม่กระทบต่อการตัดสินใจของคน ดังนั้น การหยั่งเสียงทำโพลจะช่วยทำให้บรรยากาศคึกคัก แต่ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนใจในการเลือกอย่างมีนัยยะ

ร่วมโหวต – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษผู้บริหารเครือเดลินิวส์ พร้อมร่วมสแกนคิวอาร์โค้ดโพลมติชน-เดลินิวส์ เลือกตั้ง 2566 รอบ 2 ทางหน้าหนังสือพิมพ์ ตอบ 4 คำถามชี้อนาคตประเทศ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.
ประยุทธ์ก็ร่วมโหวตโพล2สื่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์สัมภาษณ์พิเศษเสร็จ ได้นำโทรศัพท์มือถือร่วมสแกนโหวต โพลออนไลน์ชี้อนาคตการเมืองไทย “มติชนxเดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง ’66 รอบสอง” โดยไม่ได้ระบุว่าโหวตให้ใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เวลา 20.00 น. ตัวเลขผู้ที่ร่วมโหวต โพล “มติชนxเดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง ’66 รอบสอง” เกิน 17,000 รายแล้ว โดยใช้วิธีโหวตผ่านวิธีการโหวตออนไลน์แบบไม่ซ้ำไอพีแอดเดรส (IP Address)