มติชน-เดลินิวส์ผนึกอีก เปิดให้ประชันวิสัยทัศน์ โหวตกระหน่ำโพล2สื่อ ‘ยิ่งลักษณ์’ก็ร่วมสแกน

‘เครือมติชน’ ผนึก ‘เดลินิวส์’ สองสื่อใหญ่คุณภาพ จับมือจัดเวทีดีเบตคนรุ่นใหม่ลงสมัครส.ส.ครั้งแรก ‘สงคราม 9 พรรค The Last War’ ดีเดย์วันที่ 2 พ.ค.นี้ ที่สยามพารากอน ตามด้วยวิเคราะห์เจาะลึกผลโพลในวันที่ 5 พ.ค. อีกทั้งเปิดพื้นที่แคนดิเดตนายกฯ 7 พรรคประชันวิสัยทัศน์ ชี้โพลรอบสองสะท้อนผลเลือกตั้งจริง ชวนปชช.ร่วมโหวตให้มากที่สุดเพื่อเป็นแนวทางจัดตั้งรัฐบาล ด้านอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เชิญชวนร่วมแสดงเจตจำนงด้วยการโหวตผ่านโพล 2 สื่อใหญ่นี้ และในวันที่ 14 พ.ค.นี้ขอให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันให้มากที่สุด

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กลุ่มสื่อในเครือมติชนและเดลินิวส์ได้ร่วมมือกันจัดงานแถลงข่าวเวที “สงคราม 9 พรรค The Last War” จะจัดขึ้นวันอังคารที่ 2 พฤษภาคม 2566 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ปทุมวัน กรุงเทพฯ และเวที “ร่วมวิเคราะห์โพลเลือกตั้ง 66” จัดขึ้นวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2566 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)

สงคราม9พรรค – น.ส.ปานบัว บุนปาน กก.ผจก.มติชน พร้อมด้วยผู้บริหารมติชน-ข่าวสด ร่วมกับนางประพิณ รุจิรวงศ์, นางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ และนายปารเมศ เหตระกูล ผู้บริหารเดลินิวส์ แถลงข่าว จัดเวที ‘สงคราม 9 พรรค The Last War’ ในวันอังคารที่ 2 พ.ค. ที่รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ที่อาคารมติชน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.

สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้มีผู้บริหาร เครือมติชน นำโดย น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายจำลอง ดอกปิก บรรณาธิการ กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการบริหารมติชน และ นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน บรรณาธิการ อำนวยการและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด ร่วมกับผู้บริหารเครือเดลินิวส์ นำโดย นางประพิณ รุจิรวงศ์ นางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ และนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ เข้าร่วมงาน นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นอีกครั้งระหว่างกลุ่มสื่อในเครือมติชนและเดลินิวส์ หลังจากที่มีการ ร่วมกันทำโพลเลือกตั้ง ’66 ครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกันถึง 2 ครั้ง

น.ส.ปานบัวกล่าวว่า มติชนเปิดตัวแคมเปญ “มติชน : เลือกตั้ง ’66 บทใหม่ประเทศไทย” ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ผ่าน 5 เวที 10 ยุทธศาสตร์ออนไลน์ และ 2 กลยุทธ์สิ่งพิมพ์ เริ่มจากเวทีแรก “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” ต่อด้วยเวทีที่ 2 “วิเคราะห์ เลือกตั้ง ’66 เปรียบเทียบผลคะแนนจากการเลือกตั้งปี 2562 รวมถึงการแบ่งเขตใหม่ เวทีที่ 3 “ฟังเสียง New gen บทใหม่ประเทศไทย” ได้เสียงตอบรับจากประชาชนอย่างดี และเวทีที่ 4 “เวทีเสียงประชาชน : นโยบายที่ใช่-สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำ” ฟังคำแนะนำข้อเรียกร้องจากภาคประชาสังคม เอกชน และผู้นำท้องถิ่น คลุกคลีกับปัญหาจริงๆ แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่สู้เวทีไฮไลต์ เป็นเวทีที่ 5 จะจัดร่วมกันเป็นครั้งแรกระหว่างเครือมติชนและเครือ เดลินิวส์ ใช้ชื่อว่า “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” จัดขึ้นในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 เวลา 12.00-17.15 น. ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน ระดมทั้งยังบลัด (Young blood) ขุนศึก และขุนพล เพื่อย้ำยุทธศาสตร์และจุดยืนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ประกอบการตัดสินใจ

“เวทีนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างเครือเดลินิวส์กับเครือมติชน เราทั้งสองค่ายเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งมากจนกระทั่งมาร่วมมือกันทำทั้งโพลและเวทีกิจกรรม เพื่อให้ทุกท่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนประเทศ เป็นอนาคตของพวกเรา ทุกคน” น.ส.ปานบัวกล่าว

น.ส.ปานบัวกล่าวว่า ส่วนเวทีวิเคราะห์ผลโพลเลือกตั้งจะจัดในวันที่ 5 พ.ค.เป็นเวทีพิเศษ ต้องจัดเวทีดังกล่าว เพราะผลโพลมีความสำคัญมากๆ หลังจากโพลรอบที่ 1 ได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก จึงมีการจัดเวทีวิเคราะห์ผลโพลให้ทุกคนได้ฟัง เพราะเมื่อเราจะเลือกตั้งอยู่แล้ว อะไรที่เราทำได้ที่เป็นสาระสำคัญในแง่มุมคนทำสื่อเราทำเต็มที่ ผลโพลรอบแรกเราแบ่งให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ และครอบคลุมฐานโหวตเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดระดับประเทศ ดังนั้น เวทีสุดท้ายเป็นเวทีพิเศษวิเคราะห์เจาะลึกผลโพลร่วมกับเครือเดลินิวส์ จะมีประโยชน์สำหรับผู้ติดตามเดลินิวส์และมติชน รวมถึงผู้ติดตามทั่วไป

ขณะที่นายจำลองกล่าวว่า เวที “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” ในครั้งนี้ ทั้ง 9 พรรค ได้แก่ พรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคพลังประชารัฐ ได้พร้อมใจกันส่งตัวแทนมาสู้ศึก ร่วมนำเสนอนโยบาย ไม้เด็ด ประชันกันครั้งใหญ่ที่สุด จะเริ่มจากรอบเวที “Young blood วัดอนาคต” เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนจากพรรคการเมืองเป็นคนหนุ่มสาวหน้าใหม่ที่ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งแรก แต่มีความรู้ ความสามารถ มีความเข้าใจและสามารถถ่ายทอดนโยบายของพรรคในมุมมองที่สดใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความหวังและการทำงาน การเมืองเชิงสร้างสรรค์ ทิศทางใหม่ๆ เหมาะสมสำหรับการขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต มีผู้ร่วมประชันในครั้งนี้ได้แก่ น.ส. สิริลภัส กองตระการ พรรคก้าวไกล, น.ส.รัดเกล้า สุวรรณคีรี พรรครวมไทยสร้างชาติ, นายเมธี อรุณ พรรคประชาธิปัตย์, น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย, นายอิทธิเดช สุพงษ์ พรรคภูมิใจไทย, นายปณิธาน ประจวบเหมาะ พรรคไทยสร้างไทย, นายอาช วิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ พรรคชาติไทยพัฒนา, น.ส. วิเวียน จุลมนต์ พรรคชาติพัฒนากล้า และนายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา พรรคพลังประชารัฐ

นายจำลองกล่าวว่า ต่อมาเป็นรอบเวที “ขุนศึก ประจัญบาน” ถือเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน หรือผู้แทนที่เป็นบุคคลสำคัญในพรรคการเมือง สามารถนำเสนอประเด็นหลักที่พรรคใช้หาเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้กลยุทธ์ นโยบาย ในช่วงโค้งสุดท้าย และพร้อมจะดีเบต โต้แย้งกับตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้ ทั้งในประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยตัวแทนพรรคจะได้รับโอกาสในการสื่อสารถึงจุดแข็ง จุดขาย ทีเด็ดในแต่ละนโยบาย และประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ ขุนศึกที่เป็นตัวแทนทั้ง 9 พรรค อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคก้าวไกล, นายเกียรติ สิทธีอมร พรรคประชาธิปัตย์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พรรคเพื่อไทย, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคภูมิใจไทย, น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย, นายชาติชาย พยุหนาวีชัย พรรคชาติไทยพัฒนา, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคชาติพัฒนากล้า และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคพลังประชารัฐ

นายจำลองกล่าวว่า ส่วนรอบสุดท้ายเป็นรอบเวที “แม่ทัพ วิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม” รอบนี้จะเป็นไฮไลต์ห้ามพลาด เพราะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็น “แม่ทัพ” ของพรรคจะได้ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม โดยการนำเสนอถึงสิ่งที่ต้องการจะทำเพื่อเปลี่ยนให้ประเทศไทยในอนาคตดีขึ้น เนื้อหาครอบคลุม 3 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาประเทศในวันนี้ ทางออกจากปัญหา และประเทศไทยในอนาคตภายใต้การนำของพรรคการเมืองของท่าน รอบนี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของทั้ง 7 พรรค ได้แก่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนาย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า จะแสดงวิสัยทัศน์เพื่อเรียกคะแนนให้ได้มากที่สุดว่า ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 แล้วจะทำอะไร ทำอย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อประเทศไทยก้าวไปสู่บทใหม่ที่เข้มแข็งและยั่งยืนที่สุด

ขณะที่นางประพิณกล่าวถึงความสำเร็จของโพลมติชนเดลินิวส์ว่า ขอขอบคุณผู้อ่านให้การสนับสนุนในการทำโพลครั้งนี้ ทำให้เราได้รับการตอบรับเป็นจำนวนมาก ครั้งต่อไปเราจะทำโพลอีกครั้ง คิดว่าคงจะได้รับการสนับสนุนจากท่านผู้อ่าน หากใครยังไม่ได้ส่งแบบสำรวจสามารถส่งได้ทั้งช่องทางของมติชนและเดลินิวส์ ได้ทั้งสองช่องทาง

นายปารเมศกล่าวถึงเวทีวิเคราะห์ผลโพลเลือกตั้งของมติชนและเดลินิวส์ในวันที่ 5 พ.ค.นี้ ว่า ขณะนี้ประชาชนยังสามารถร่วมโหวตได้ในรอบที่สอง เป็นการโหวตคล้ายกับการเลือกตั้งจริง ที่มีทั้งส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อยากได้ใครเป็นนายกฯ และส.ว.ควรเลือกนายกฯ จากพรรคที่ได้คะแนนที่สุดหรือไม่ ตนคิดว่าคะแนนของโพลออกมาน่าจะมีคะแนนใกล้เคียงกับผลเลือกตั้งมาก นอกจากนี้ เรายังมีนายอัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาเป็นผู้วิเคราะห์ผลโพล ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากทางเดลินิวส์และมติชนจะมาสนับสนุนข้อมูล จึงคิดว่าเป็นผลโพลที่น่าสนุก อยากเชิญชวนผู้ชม ผู้อ่าน จากทั้งสองเครือให้ช่วยกันโหวตโพลครั้งนี้เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมเวที “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” ได้ทุกช่องทางในเครือ มติชนและเดลินิวส์ ทั้งนี้ ช่องทางการถ่ายทอดสดสามารถรับชมได้ทาง Facebook : Matichon Online / Matichon tv / The Politics / Khaosod / Khaosod English / Prachachat / มติชนสุดสัปดาห์ / Dailynews-เดลินิวส์ออนไลน์ / Youtube : Matichon tv / Khaosod Tv / Matichon Online / ประชาชาติธุรกิจ / มติชนสุดสัปดาห์ / Dailynews Online Official

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการทำ โพลออนไลน์ “มติชน x เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง ’66 รอบสอง” ชี้อนาคตการเมืองไทย ระหว่างวันที่ 22-28 เม.ย. เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสองสื่อใหญ่ของไทย ได้แก่ เครือมติชน ประกอบด้วย มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี และเดลินิวส์ จากการตรวจสอบข้อมูลเวลา 15.00 น. วันอังคารที่ 25 เม.ย.เป็นการโหวตวันที่สี่ สถิติยอดผู้กดโหวต “มติชน x เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง ’66 รอบสอง” อยู่ที่ 53,737 ราย ผ่านวิธีการโหวตออนไลน์แบบไม่ซ้ำไอพีแอดเดรส (IP Address) ขณะที่อัตราการเข้าถึงหรือยอดรีช (Reach) ตัวโปรโมตคอนเทนต์เชิญร่วมทำโพลบนแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดียอยู่ที่ประมาณ 450,000 รีช ทั้งนี้ ประชาชนและผู้สนใจร่วมโหวตโพลสะท้อนอนาคตการเมืองไทยครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสามารถเข้าร่วมโหวตได้ผ่านลิงก์ https://www.matichon.co.th/thai-election66-poll/poll2/ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2566 เป็นต้นไป จนถึงศุกร์ที่ 28 เมษายน และสื่อเครือมติชน อาทิ มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี ฯลฯ รวมทั้งเดลินิวส์ ก็ยังได้เตรียมโปรโมตเผยแพร่ช่องทางการเข้าไปทำโพลเอาไว้ให้กับประชาชนผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ และโซเชี่ยลมีเดีย พร้อมจัดทำคิวอาร์โค้ดส่องสแกนร่วมโหวตแคมเปญขึ้นมาโดยเฉพาะอีกด้วย สำหรับการโหวตรอบสองมีหัวข้อคำถามทั้งสิ้น 4 หัวข้อ เพื่อสอบถามความเห็นประชาชนกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ กล่าวคือ ข้อที่ 1 ท่านจะเลือกผู้สมัครส.ส.เขตจากพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566, ข้อ 2 ท่านจะเลือกส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ (ส.ส.บัญชีรายชื่อ) พรรคใด โดยทั้งสองข้อแรกดังกล่าวคำตอบจะมีให้เลือกเป็นการคัดรายชื่อจาก 10 พรรคการเมืองที่ได้รับการโหวตสูงสุดสิบอันดับแรกจากผลโพลรอบแรก, ข้อ 3 ท่านจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี และคำตอบจะมีให้เลือกเป็นการคัดรายชื่อจาก 10 แคนดิเดตนายกฯ ที่ได้รับการโหวตสูงสุดสิบอันดับแรกจากโพลรอบแรก ปิดท้ายด้วยคำถามที่ 4 ส.ว.ควรโหวตเลือกแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่ได้ส.ส.มากที่สุดหรือไม่

รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมากล่าวว่า ผลโพลมติชน-เดลินิวส์ออกมาว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล เป็นอันดับ 1 คนอยากเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นเงื่อนไขว่านายพิธาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะประเทศไทยไม่ได้เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ต้องผ่านกลไกทางรัฐสภาก่อน แต่เป็นเสียงสะท้อนถึงความนิยมในพรรค จะมีผลต่อการเลือกตั้งส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่ถ้ารวมผลโพลของพรรคเพื่อไทย 2 คนทั้งน.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน ก็รวมกันได้คะแนนมากกว่านายพิธา อาจเป็นเพราะพรรคก้าวไกลมีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ต่างจากพรรคเพื่อไทยมีถึง 3 คน นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อคะแนนการเลือกตั้งส.ส.เขตด้วย เพียงแต่ส.ส.เขตซับซ้อนเข้ามาอีก เช่น การอยู่ผิดเขตพื้นที่ การจัดตั้งหัวคะแนน และกระแสพรรคในแต่ละภูมิภาค เป็นต้น เหตุที่ก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยมาแรงเพราะพรรคฝ่ายรัฐบาลบริหารประเทศอยู่นานเกินไป คนเริ่มรู้สึกเบื่อ ต่อให้เป็นพรรคเพื่อไทยหรือพรรคก้าวไกลถ้าอยู่นานถึง 8 ปี คนก็จะรู้สึกเบื่อได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะมีผลงานดีหรือไม่อย่างไร

รศ.ดร.อดิศรกล่าวว่า ประกอบกับช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี คนยิ่งเบื่อรัฐบาลเดิมเพิ่ม ดังนั้น คนจึงแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ คือพรรคฝ่ายค้าน ที่มีพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเป็นพรรคใหญ่พอจะฝากความหวังไว้ได้ แต่สิ่งที่ทำให้พรรคก้าวไกลโดดเด่นจนคนอยากเลือกนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับที่ 1 เพราะช่วงหลังคนเริ่มระแวงว่าพรรคเพื่อไทยอาจไปจับมือพรรคพลังประชารัฐที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งเคยร่วมทำรัฐประหารมาแล้ว ทำให้คนเริ่มลังเล พรรคเพื่อไทยเล่นการเมืองแบบนักการทูต แต่พรรคก้าวไกลเล่นการเมืองแบบฟันธงมิติเดียว ทำให้คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ ชอบความชัดเจนหนึ่งเดียว แห่เทคะแนนให้อย่างล้นหลาม แต่การแลนด์สไลด์พรรคเพื่อไทยพยายามพูดนั้นเชื่อว่าคงยาก เพราะนิยามของแลนด์สไลด์ต้องได้อย่างน้อย 80% คงเป็นไปไม่ได้ แต่หลังจากนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งเหลืออีกหลายวัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ต้องดูว่ามือวางกลยุทธ์ของแต่ละพรรคการเมืองจะมีอะไรมาสร้างกระแสทำให้เกิดผลต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่

ที่จ.พังงา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนชาวพังงาให้ความสนใจทำโพลแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก นายวิริยะ สังข์เลขา อายุ 61 ปี ประธานศูนย์การเรียนรู้เกษตรผสมผสานและเศรษฐกิจพอเพียงกล่าวว่า ตนมีพรรคการเมืองและนายกฯ ในดวงใจอยู่แล้ว แต่ขออุบไว้ก่อนไม่ขอเปิดเผยจะดีกว่า ส่วนพรรคการเมืองต่างๆ ควรให้ความรู้แก่เรื่องของประชาธิปไตยกับประชาชนให้มากขึ้น ส่วนแบบสอบถาม คำถามต่างๆ ถือว่าครอบคลุมดีอยู่แล้ว ส่วนเรื่องให้ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นตนเองไม่เห็นด้วย ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้โหวต ขณะที่นโยบายต่างๆ ของแต่ละพรรคที่ออกมาตนมองว่า ไม่อยากให้สร้างภาพขบวนการหาเสียง ควรทำอะไรให้ได้ตามความเป็นจริง ขบวนการหาเสียงควรจับต้องได้ ไม่สร้างภาพมากนัก

ที่จ.ศรีสะเกษ นายเริงนิรันดร์ จันทร์หอม อายุ 41 ปี พ่อค้าทุเรียนชาว อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ผู้ร่วมโหวตโพลมติชน-เดลินิวส์ กล่าวว่า จากผลการสำรวจความนิยมออกมาแล้วปรากฏว่า พรรคการเมืองหลายพรรคคะแนนนิยมต่ำนั้น โพลที่ออกมาเป็นการแสดงความคิดเห็นของประชาชนออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง หากพรรคใดมีคะแนนนิยมต่ำ ก็ควรเร่งหาเสียงเพื่อสร้างความนิยมจากประชาชนให้มากขึ้นกว่าเดิม ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ตนมีคนที่ชอบในใจแล้วว่าจะเลือกใคร ดูจากนโยบายของพรรคการเมือง และแคนดิเดตว่าใครบ้างเหมาะสม มีความรู้ความสามารถจะเป็นผู้นำของประเทศไทย ขณะนี้พรรคการเมืองต่างๆ กำลังเร่งออกหาเสียงกับประชาชนในเขต จ.ศรีสะเกษอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นว่าชาวศรีสะเกษทุกคนจะเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ดีและเลือกคนที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยความรู้สึกนึกคิดของตนเอง

ที่จ.บุรีรัมย์ น.ส.ณทชา อยู่ประพัต อายุ 47 ปี เจ้าของร่านก๋วยเตี๋ยว “เจ๊อ๋า” จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า โพลการเมืองหลายสำนักที่ทำขึ้นมา ส่วนตัวมองว่าดี แต่จำนวนตัวอย่างของแต่ละโพลยังถือว่าการสุ่มตัวอย่าง แม้จะมีทุกอาชีพแต่ปริมาณยังน้อยมาก เมื่อเห็นโพลของมติชน-เดลินิวส์แล้ว เชื่อว่าน่าจะใกล้เคียงกับการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคมมากที่สุด เพราะการสำรวจกระจายไปทั่วประเทศแบบไม่จำกัดจำนวน ไม่จำกัดกลุ่ม และเวลาที่เข้ามาใกล้ ประชาชนจะตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น โดยส่วนตัวมีพรรคที่เลือกไว้แล้วอยู่ในใจ แต่ไม่ใช่พรรคการเมืองเดิมแน่นอน แต่ขอติงเรื่องนโยบายของแต่ละพรรค ที่ไม่มีนโยบายด้านการศึกษาเลย มีแต่โยนฝันให้ประชาชน จริงๆ แล้วรัฐบาลต้องมีนโยบายด้านเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการศึกษา

นายนนท์ชา อยู่ประพัต นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลชุดใหม่พัฒนาด้านการศึกษาให้เป็นสากลมากกว่านี้ นักเรียนนักศึกษาต้องมีอาชีพเสริมระหว่างเรียน ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของผู้ปกครองเพียงฝ่ายเดียว

ที่จ.สตูล นายพชรดนัย รัตนพันธ์ อายุ 32 ปี เจ้าของ Urban gym กล่าวว่า ขอบคุณที่ทำโพลขึ้นมา เพื่อได้รู้อนาคตของประเทศจะเป็นไปในทิศทางไหน คำถามภายในโพลน่าจะมีคำถามนโยบายโดนใจ ตนยอมรับว่ามีตัวเลือกในใจแล้ว อยากให้โอกาสพรรคที่ยังไม่เคยได้รับโอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาลบ้าง โดยเฉพาะพรรคที่ให้ความสำคัญกับนโยบายพลังงาน เพราะเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีพ ภาคการขนส่ง ต้นทุนทั้งหมดอยู่ที่พลังงาน ส่วนใครจะมานั่งรมว.พลังงานนยังไม่มองไม่เห็น แต่ไม่ซีเรียสเพราะถ้านโยบายพรรคเน้นแก้ปัญหาพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานไฟฟ้า ต้นทุนลดลงขับเคลื่อนประเทศต่อไปได้ คุณภาพชีวิตต่างๆ ก็จะดีตามมา คิดว่าน่าจะให้โอกาสพรรคก้าวไกล ให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก้าวไกลนั่งนายกรัฐมนตรีบ้าง ส่วนนโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร มองว่าจำเป็น ทำให้หลายคนเสียโอกาสเรียน โดยเฉพาะการจับใบดำใบแดง และนโยบายการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะบางคนมาอยู่เพื่อรอเกษียณไม่ได้ทำประโยชน์อะไร

ร่วมโหวต – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร่วมสแกนโหวตโพลออนไลน์ ‘มติชน-เดลินิวส์’ รอบ 2 พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด เพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญของคนไทย เมื่อวันที่ 25 เม.ย.

ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งร่วมโหวตโพลมติชน-เดลินิวส์ ในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า “การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่พี่น้องประชาชนคนไทยจะสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตประเทศได้ด้วยปลายปากกาของท่าน ดิฉันอยากขอเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันแสดงเจตจำนงด้วยการโหวตผ่านโพลนี้ และในวันที่ 14 พ.ค นี้ ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน ทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มากที่สุดนะคะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน