‘ธนาธร’ชูกระแส‘พิธา’ ก้าวไกลได้เกิน100สส.
นักวิชาการชื่อดังร่วมวิเคราะห์ผล ‘โพลมติชน- เดลินิวส์’ รอบ 2 ชี้กระแส ‘พิธา-ก้าวไกล’ มาแรงมาก เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนผู้โหวตทั้งหมด ส่วนผลโหวต ‘อุ๊งอิ๊ง’ กับ ‘เศรษฐา’ 2 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ก็มาก ถือเป็นแลนด์สไลด์ของฝ่ายประชาธิปไตย ขณะที่ ‘ธนาธร’ มั่นใจกระแสก้าวไกล ตั้งเป้าส.ส.เลข 3 หลัก ด้านเศรษฐาไม่หวั่นโพลก้าวไกลนำ มั่นใจนโยบาย ‘เพื่อไทย’ โดนใจประชาชน
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. หลังจากโครงการ มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย เดินหน้าเปิดเวทีไฮไลต์ เริ่มจากเวทีแรก ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง, เวทีที่ 2 วิเคราะห์เลือกตั้ง 66, เวทีที่ 3 ฟังเสียง นิวเจน บทใหม่ประเทศไทย และเวทีที่ 4 เวทีเสียงประชาชน นโยบายที่ใช่ สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง
จากนั้นเดินทางมาถึงเวทีที่ 5 เป็นกิจกรรม ที่จะเปิดเวทีให้กับ 9 พรรคการเมืองสำคัญ ระดมขุนพล ขุนศึก แม่ทัพ มาร่วมนำเสนอนโยบายไม้เด็ด ประชันกันครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาโค้งสุดท้ายของสมรภูมิเลือกตั้ง 2566 นั่นคือเวทีสงคราม 9 พรรค THE LAST WAR จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 2 พ.ค.นี้ เวลา 12.00-17.15 น. ที่รอยัลพารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ
โดยเฉพาะเวทีที่ 5 นับเป็นไฮไลต์มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย ที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นการจัดเวทีร่วมกันเป็น ครั้งแรก ระหว่างสื่อใหญ่ทั้ง 2 ค่าย คือเครือเดลินิวส์และเครือมติชน จะได้พบกับขุนพลเลือดใหม่ หรือยังบลัด ขุนศึกตัวตึง ตัวเก๋า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะมาประชันกัน อย่างดุเดือด
โดยทั้ง 9 พรรค พร้อมใจกันส่งตัวแทน ทั้งกลุ่มเลือดใหม่ รอบเวที “Young blood วัดอนาคต” เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนจากพรรคการเมือง ที่เป็นคนหนุ่มสาวหน้าใหม่ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งแรก แต่มีความรู้ ความสามารถ ถ่ายทอดนโยบายของพรรคในมุมมองที่สดใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความหวัง การทำงาน การเมืองเชิงสร้างสรรค์ ทิศทางใหม่ๆ ซึ่งเหมาะสมสำหรับการ ขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต
สำหรับเวทียังบลัดมีผู้ร่วมประกอบด้วย หมิว-สิริลภัส กองตระการ พรรคก้าวไกล, เนเน่-รัดเกล้า สุวรรณคีรี พรรครวมไทยสร้างชาติ, เมธี อรุณ หรือเมธี ลาบานูน พรรคประชาธิปัตย์, อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย, เต้-อิทธิเดช สุพงษ์ พรรคภูมิใจไทย, เต้-ปณิธาน ประจวบเหมาะ พรรคไทยสร้างไทย, อาร์ม-อาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ พรรคชาติไทยพัฒนา, อีฟ-วิเวียน จุลมนต์ พรรคชาติพัฒนากล้า และ เนย-ระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา พรรคพลังประชารัฐ
ต่อด้วยรอบเวที “ขุนศึก ประจัญบาน” กลุ่มขุนศึกตัวตึง ตัวเก๋า ผู้แทนที่เป็นบุคคลสำคัญในพรรคการเมือง ที่สามารถนำเสนอ ประเด็นหลัก ที่พรรคใช้หาเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้กลยุทธ์ นโยบา ยในช่วงโค้งสุดท้าย และพร้อมที่จะดีเบตโต้แย้งกับตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้ทั้งในประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
สำหรับผู้เข้าร่วมเวทีนี้ ได้แก่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคก้าวไกล, นายเกียรติ สิทธีอมร พรรคประชาธิปัตย์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พรรคเพื่อไทย, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคภูมิใจไทย, น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย, นายชาติชาย พยุหนาวีชัย พรรคชาติไทยพัฒนา, นายอรรถวิชช์ สุวรรณ ภักดี พรรคชาติพัฒนากล้า, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคพลังประชารัฐ และนายวินท์ สุธีรชัย พรรครวมไทยสร้างชาติ
จากนั้นเป็นรอบเวที “แม่ทัพ วิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม” กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่จะขึ้นเวทีปล่อยของเพื่อเรียกคะแนนให้ได้มากที่สุด ว่าถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566 แล้ว จะทำอะไร ทำอย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อประเทศไทยก้าวไปสู่บทใหม่ที่เข้มแข็งและยั่งยืน
แคนดิเดตนายกฯ ที่มาร่วมเวทีคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา, นายสุวัจน์ ลิตปพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
โดยในแต่ละรอบนั้น ตัวแทนพรรค จะได้รับโอกาสในการสื่อสารถึงจุดแข็ง จุดขาย ทีเด็ดในแต่ละนโยบาย เชื่อว่า จะชนะใจผู้ใช้สิทธิลงคะแนนในวันที่ 14 พ.ค.นี้ได้อย่างแน่นอน ถือเป็นการจัดเวทีครั้งสำคัญภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มสื่อในเครือมติชน และเดลินิวส์ จะเป็นช่องทาง สำคัญในการนำเสนอเนื้อหาผ่านการถ่ายทอดสดตลอดงาน และนำเนื้อหาแง่มุมต่างๆ ที่เกิดจากเวทีทั้งหมด นำเสนอสู่ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงต่อไป
สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงานสามารถ ลงทะเบียนคลิก https://bit.ly/3KYVoH7 ขณะที่ช่องทางการถ่ายทอดสดนั้น รับชมได้ทางเฟซบุ๊ก Matichon Online, Matichon TV, The Politics, Khaosod, Khaosod English, Prachachat, มติชนสุดสัปดาห์ และ Dailynews – เดลินิวส์ออนไลน์ รวมทั้งช่องยูทูบ Matichon TV, Khaosod TV, Matichon Online, ประชาชาติธุรกิจ, มติชน สุดสัปดาห์ และ DailynewsOnlineOfficial
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธาน คณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์พิเศษเครือมติชนถึงกรณีกระแสนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกลที่มาแรงในโพลและ โซเชี่ยลมีเดียว่า เราทำงานหนัก ซึ่งผลสำรวจไม่หนีกันจาก 4 แหล่ง คือ 1.โพลจากสื่อมวลชน จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ชี้ชัดว่าก้าวไกลมีความนิยมเพิ่มขึ้น 2.โซเชี่ยลมีเดียเอ็นเกจเมนต์ ถ้าไปดูการติดตาม กดไลก์ กดแชร์ ในโซเชี่ยลมีเดียช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม พรรคก้าวไกลก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกลกล่าวว่า 3.เสียงจากผู้สมัคร มีคนมาพูดคุยกับผู้สมัคร มากขึ้น หรือดูจากคอลเซ็นเตอร์ของพรรคก็ได้ ที่แทบจะตอบคำถามไม่ทันเพราะ คนโทร.เข้าถล่มทลาย และ 4.การใช้ตัวเองเป็นปรอท จากการที่ตนเดินทางลงพื้นที่เยอะมาก เดินไปไหนมาไหนคนก็เข้ามา ขอแผ่นพับ ขอถ่ายรูป และพูดคุยถึงนโยบาย ฉะนั้น ไม่ว่าจะใช้ดัชนีตัวไหน ทุกอย่าง ชี้ไปในทางเดียวกัน คือความนิยมของพรรค ก้าวไกล และนายพิธา สูงขึ้นเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่ปี่กลองการเลือกตั้งดังขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าผลเลือกตั้ง จะสอดรับกับผลโพล นายธนาธรกล่าวว่าคิดว่าบัตรเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อ สอดคล้องแน่นอน ส่วนบัตรเลือกส.ส.เขต อาจจะพูดได้ ไม่เต็มปาก เพราะมีคะแนนนิยมเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะชนะเขต เราเชื่อว่าในส่วนบัญชีรายชื่อ ถ้าไม่อันดับ 1 ก็อันดับ 2 แน่นอน การเป็นพรรคปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ 2 จะเป็นพรรคเขตอันดับ 2 หรือไม่นั้น ไม่เสมอไป แต่หวังว่าจะได้เช่นนั้น เนื่องจากตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกล ไม่ได้เป็นพรรคที่ยึดติด กับพื้นที่ แต่ยึดติดกับความคิดชุดหนึ่งมากกว่า ใครเห็นด้วยกับชุดความคิด หรือชุดอุดมการณ์แบบนี้ก็จะเลือกเรา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลจึงมีคะแนนทุกพื้นที่ แต่ถามว่าคะแนนที่ไม่ยึดติดกับพื้นที่ แต่ยึดติดกับชุดความคิดนั้นมีพลังพอ หรือไม่ ที่จะชนะเขต ตนไม่แน่ใจ ต้องว่าเป็นเขตๆ
นายธนาธรกล่าวอีกว่าพรรคก้าวไกล มีเป้าหมายได้ส.ส.เลข 3 หลัก ส่วนมั่นใจว่า จะได้ถึงเลข 3 หลักหรือไม่นั้น ทำให้ดีที่สุด เหลืออีก 2 สัปดาห์จะถึงวันเลือกตั้ง ต้องทำงานให้หนัก ทำทุกวัน หวังว่าประชาชน จะเห็นถึงความตั้งใจของพวกเรา ตอนนี้ประเมินว่าในส่วนของส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลน่าจะยังเป็นอันดับ 2 ที่ปิดช่องว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนอันดับ 1 คือพรรคเพื่อไทย ซึ่งเหลืออีก 2 สัปดาห์ ไม่รู้ว่าเราจะปิดช่องว่างได้หรือไม่ และจะขึ้นไปแซงได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการทำงานของแกนนำพรรค ผู้สมัคร และผู้ช่วยหาเสียงอย่างตน แต่ก็มั่นใจว่าจะได้ส.ส.มากกว่าพรรคอนาคตใหม่แน่นอน
ส่วนนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทาง ไปหาเสียงที่ จ.มหาสารคาม ถึงโพลมติชน- เดลินิวส์ ที่คะแนนพรรคก้าวไกลนำพรรคเพื่อไทยว่า อยู่ที่วิธีการ บางโพลจะใช้ออนไลน์มากกว่า ส่วนบางโพลเน้นลงพื้นที่ มากกว่า ซึ่งแตกต่างกัน ส่วนตัวคิดว่า แฟนคลับของพรรคเพื่อไทยอยู่ต่างจังหวัดเยอะ และไม่ได้ใช้ออนไลน์มาก ก็ไม่รู้สึกหวั่นกับกระแสพรรคก้าวไกล
ต่อข้อถามว่าผลโพลจะสะท้อนการลงคะแนนเสียงของประชาชนหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่าต้องเอาผลของหลายโพลมาวิเคราะห์ และจัดการเรื่องความลำเอียงออกไป แต่มั่นใจ ว่าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงเกินครึ่ง ส่วนเรื่องเสียงออฟไลน์ที่อยู่ต่างจังหวัดนั้น จากการลงพื้นที่มีความมั่นใจว่าพรรค เพื่อไทยมาถูกทาง และนโยบายโดนใจ
ต่อข้อถามย้ำว่ากระแสพรรคก้าวไกล ที่แรงขึ้นเรื่อยๆ พรรคเพื่อไทยจะปรับยุทธศาสตร์อย่างไรหรือไม่ แคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าไม่มี เรายังทำเหมือนที่ทำมา ลงพื้นที่ให้เยอะขึ้น เพื่อพบปะประชาชน ซึ่งมั่นใจในทุกพื้นที่
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค รวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกระแสของพรรค ก้าวไกลจากผลโพลว่า คิดว่าชาวบ้านรู้ว่าใครทำอะไรให้พวกเขาบ้าง ทุกครั้งไม่ว่าพรรคจะเขียนนโยบายอะไรก็เขียนไป แต่สุดท้ายถ้ามีบัตร 2 ใบ ชาวบ้านรู้อยู่แล้วว่าส.ส.คนไหนจับต้องได้ ใครที่เขาพึ่งพาได้ เขามีสิทธิเลือกได้ทั้ง 2 อย่าง ตนไม่ค่อยสนใจเรื่องของผลโพลนัก ทำการเมืองมาไม่เคยดูผลโพล เชื่อมั่นว่าเราทำให้เขามามาก เชื่อมั่นว่าเขาสามารถจับต้องเราได้ สมมติว่าในช่วงการระบาดโควิด เราคอยช่วยเหลือประชาชน ทั้งนำของไปแจก พาไปโรงพยาบาล ชาวบ้านจะเลือกใคร ก็ต้องเลือกคนที่ช่วยเหลือพวกเขา
ขณะที่ รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวผลโพลออนไลน์มติชน-เดลินิวส์ รอบ 2 ว่าชี้ให้เห็นว่ากระแสนายพิธาในฐานะผู้นำทางการเมืองรุ่นใหม่มาแรงมาก เพราะ ผลโพลเกือบแตะไปที่ 50 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้ที่โหวตทั้งหมด ขณะที่ผลโหวต ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รวมกับ นายเศรษฐา ทวีสิน สองแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย อยู่ที่ 35 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่ามากเลยทีเดียว อยากให้มองว่าการนำของผู้นำคนรุ่นใหม่จากทั้ง 2 พรรค ถือว่าเป็นการ แลนด์สไลด์ของฝ่ายประชาธิปไตยที่แท้จริง ในตอนนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่ผลสวนดุสิต โพลระบุพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างพรรคก้าวไกล รศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าวว่าการสำรวจแบบภาคสนามของ สวนดุสิตโพล เป็นการสำรวจที่ฝ่ายผู้เก็บแบบสอบถามเป็นฝ่ายไปหาผู้ที่ถูกถาม ในท้องถิ่น หรือในพื้นที่ บนหลักของการ กระจายของเพศ กลุ่มอายุ และเลือกจังหวัดทั้งในเขตเมืองและชนบท ก็จะมีลักษณะที่กว้างขวาง และหลากหลายในการเข้าถึงกลุ่มต่างๆ ในสังคมได้สูงตามระเบียบวิธีวิจัย ขณะที่โพลออนไลน์จะขึ้นอยู่กับเจตจำนงของผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งจะมีข้อจำกัด เพราะจะเห็นคนเมือง หรือคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้หมายถึงแค่ช่วงอายุ แต่อาจจะหมายถึงเจนเนอเรชั่นต่างๆ ที่ปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์
รศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าวอีกว่าลักษณะ ที่เราจะเห็นอย่างแตกต่าง คือโพลออนไลน์นั้นผู้ที่เข้าร่วมเป็นผู้ที่แสดงเจตจำนง ดังนั้น เราจะเห็นว่าการไม่แสดงความ คิดเห็นจะมีน้อย ในขณะที่โพลสำรวจ ในพื้นที่ท้องถิ่นจะแสดงความคิดเห็นสูง ชี้ให้เห็นว่าโพลออนไลน์น่าจะเป็นเรื่องของคนในสังคมเมือง ที่อาจจะมีคนที่อยู่ในภาคชนบทที่น้อยกว่า อาจจะไม่ครอบคลุมประชากรของประเทศไทย แต่ไม่ได้หมายความว่าโพลออนไลน์ไม่ได้เข้าถึงทัศนคติที่เป็นจริงของกลุ่มประชาชน เพราะเมื่อเทียบโพลของหลายๆ สำนัก ก็จะอยู่ในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน