เอามาจากไหน สอบพยานอีก5
เร่งรวบรวมพยาน ตร.สอบเพิ่ม 5 ปาก มีทั้งเพื่อนพยาบาล และลูกน้องแด้ที่เสียชีวิตที่อุดรฯ เก็บหลักฐานเพิ่มมัด ‘แอม’ พร้อมสั่งสอบสามีพ.ต.ท.รอง ผู้กำกับ เพิ่มด้วย จี้เรื่องรถ และสารไซยาไนด์ในครอบครอง มีที่มาอย่างไร สรุปแล้ว พบเชื่อมโยงเสียชีวิต 14 ราย รอดชีวิตอีก 1 รายล่าสุดพบเป็นหญิงเสียชีวิตเมื่อ 7 ปีก่อน เตรียมสอบญาติเพิ่ม ขณะที่หมายจับแอม ล่าสุดมีทั้งหมด 10 หมายจับ
จากกรณีตำรวจกองปราบปราม จับกุม นางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาพรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาฐานฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังก่อเหตุวางยาพิษใส่ผู้อื่นจนมีผู้เสียชีวิตหลายราย
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.ศฝร.บช.น.) ในฐานะหัวหน้ารวบรวมสำนวนคดีแอม ไซยาไนด์เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีว่า คณะทำงานสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะสอบปากคำพ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาพรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.สวนผึ้ง อดีตสามีแอม ซึ่งจะซักถามเรื่องของรถยนต์ของแอม ที่ตำรวจไปตรวจสอบมา รวมถึงอาจมีประเด็นอื่นๆ เพิ่มเติม เพราะยิ่งตำรวจสืบสวนก็ยิ่งพบว่าสามารถแตกข้อสงสัยได้อีกหลายประเด็น ส่วนการครอบครองไซยาไนด์ของแอม ขณะนี้ยังต้องตรวจสอบว่าแอมได้มาอย่างไร
พล.ต.ต.นำเกียรติ ยืนยันว่า ขณะนี้ นายกอล์ฟ ลูกน้องนายแด้ อดีตสามีแอมที่ เสียชีวิตไปแล้ว ยังเป็นพยานของคดี ยังไม่มีหลักฐานใดที่ยืนยันว่านายกอล์ฟมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับแอม อีกทั้งคำให้การของนายกอล์ฟส่วนใหญ่มีพยานบุคคลรองรับในสิ่งที่พูด อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 10.00 น. วันที่ 1 พ.ค.นี้ คณะพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ นางลัดดา ขาวอินทร์ อายุ 64 ปี แม่ของ น.ส.มณฑาทิพย์ ขาวอินทร์ หรือ ทราย อายุ 37 ปี ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วในพื้นที่กรุงเทพฯ เข้าให้ข้อมูลที่สโมสรตำรวจ เพื่อนำข้อมูลไปหาความสัมพันธ์ หรือมีความเชื่อมโยงกับแอมอย่างไรบ้าง
ส่วนคดีผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ ได้มอบหมายให้ตำรวจแต่ละท้องที่ดำเนินการแล้ว ยืนยันว่าไม่มีอุปสรรคในการทำคดีแต่อย่างใด
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ รองผบก.ป.นัดหมายกลุ่มเพื่อนสนิทของนางสรารัตน์ โดยมีน.ส.นก พยาบาลประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านธนบุรี เข้ามาให้ปากคำกับตำรวจในฐานะพยาน เพื่อตอบข้อซักถามในประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพยานได้เดินหลบสื่อมวลชนก่อนขึ้นไปพบกับตำรวจ โดยไม่ได้ให้ข้อมูลแต่อย่างใด
เมื่อเวลา 12.10 น. ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีนางสรารัตน์ หรือแอม พร้อมยืนยันยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้มีทั้งหมด 14 ศพ รอดชีวิต 1 ราย แต่กำลังรอพิสูจน์ ผู้เสียชีวิตรายอื่นเพิ่มเติมว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยตอนนี้ตำรวจหมายจับแอมทั้งหมด 3 หมาย เป็นคดีน.ส.ก้อย คดีสารวัตรปู และคดีป้าน้อยผัก นอกจากนี้ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้ 11 คดี ล่าสุดเป็นคดีในกรุงเทพฯ ที่แม่ของเหยื่ออยู่จ.กำแพงเพชร และกำลังรอรวบรวมข้อมูลเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ
รอง ผบก.ป.กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกสอบปากคำพยานที่เคยพูดคุยกับแอม รวมถึง นายกอลฟ์ และญาติของน.ส.ก้อยที่เสียชีวิตเพื่อให้ข้อมูลเส้นทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบบุคคลอื่นที่ร่วมกระทำผิด รวมถึงตัวรองผกก.สอบสวน อดีตสามีของแอม ซึ่งก่อนหน้านี้เรียกสอบปากคำไปแล้ว เจ้าตัวปฏิเสธไม่ได้รู้เห็นถึงการกระทำผิด เพียงแต่อยู่กินด้วยกันเท่านั้น หากพบหลักฐานเพิ่มเติม ก็อาจเรียกสอบปากคำอีกครั้ง
พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าแอมอาจไม่ได้ลงมือก่อเหตุคนเดียว แต่จากแผนประทุษกรรมของผู้ต้องหา พบว่าเจ้าตัวอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจของเหยื่อ ก่อนจะลวงไปทำบุญ ทานข้าว ดื่มกาแฟ แม้คดีนี้จะมีผู้เสียหายจำนวนมาก แต่ไม่จำเป็นจะต้องมีผู้ร่วมกระทำผิดหลายราย ส่วนเรื่องคดีความก็ได้กระจายให้ในแต่ละท้องที่ดำเนินการ สำหรับคดีก้อย ขณะนี้ยังไม่กำหนดเวลาว่าจะสรุปสำนวนเมื่อใด เพราะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมรอบคอบ เนื่องจากเป็นคดีที่กระทบต่อความรู้สึกและประชาชนให้ความสนใจ ยืนยันตำรวจทำงานอย่างต่อเนื่องทุกวัน ตอนนี้คดีมีความคืบหน้าไปแล้ว 80%
ต่อมา 16.00 น. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. สรุปว่า สำหรับพยานบุคคลที่เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ในวันนี้ มีด้วยกันทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย 2 รายแรกคือ น.ส.จอย น.ส.นก เจ้าหน้าที่พยาบาล ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทของนางสรารัตน์ หรือ แอม ส่วนอีก 3 ราย คือ นายกอล์ฟ ลูกน้องคนสนิทของนายสุทธิศักดิ์ พูนขวัญ หรือ แด้ อายุ 35 ปี หนึ่งในเหยื่อที่เสียชีวิตในพื้นที่ จ.อุดรธานี พร้อมด้วย น.ส.ทราย แฟนสาวของนายกอล์ฟ และคนสุดท้ายคือ เจ้าของรถยนต์โตโยต้า ยาริส ที่ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย อายุ 33 ปี เหยื่อผู้เสียชีวิตในพื้นที่ จ.ราชบุรี ขับไปหานาง สรารัตน์ ก่อนเสียชีวิต
“คำให้การของพยานบุคคลทั้ง 5 ที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ ค่อนข้างเป็นประโยชน์กับรูปคดีอย่างมาก ทำให้พยานหลักฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมแวดล้อมทางคดีค่อนข้างมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ” รอง ผบก.ป. กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสอบปากคำ น.ส.จอย และ น.ส.นก ในครั้งนี้ก็เพื่อซักถามรายละเอียดพฤติกรรมแวดล้อมของนางสรารัตน์บางประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่ นางสรารัตน์เคยสอบถาม น.ส.นก เกี่ยวกับอาการป่วยโรคหัวใจ หรือ อาการของผู้ที่หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งจากการสอบปากคำยังทำให้ทราบข้อมูลทางคดีเพิ่มเติมอีกว่า นางสรารัตน์เคยนำรูปงานศพของ น.ส.ผุสดี สามบุญมี หรือ ครูอ๊อด หนึ่งในเหยื่อผู้เสียชีวิตในพื้นที่ สภ.ดอนตูม จ.นครปฐม มาให้ดูก่อนทำทีขอยืมเงิน 5 หมื่นบาท จาก น.ส.นก อ้างว่าอยากช่วยเหลือผู้ตาย แต่เนื่องจากขณะนั้น น.ส.นกกำลังยุ่งกับธุระ จึงไม่ได้ให้ยืมเงิน
ส่วนการสอบปากคำนายกอล์ฟ และ น.ส.ทราย แฟนสาว เป็นการสอบปากคำกรณีถุงดำใส่กระปุกสารไซยาไนด์ ส่วนเจ้าของรถยนต์โตโยต้า ยาริส ที่ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย เหยื่ออีกราย ใช้ขับไปหา นางสรารัตน์ ก่อนเสียชีวิต เป็นการสอบพฤติกรรมแวดล้อมประกอบสำนวนคดี
น.ส.นก ยังให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยระบุว่า น.ส.แอมมักจะโทร.มาปรึกษาสอบถามถึงอาการของคนป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ว่าจะมีอาการอย่างไร รวมถึงการกินยาฆ่าตัวตาย จะมีลักษณะอย่างไร ซึ่งตอนนั้นไม่ได้เอะใจ หรือสงสัยอะไรก็ได้แนะนำไปตามปกติ กระทั่งปรากฏเป็นข่าว ประกอบกับไล่เรียงเป็นไทม์ไลน์แล้วทำให้เชื่อว่า หลังจากแอมก่อเหตุ แต่ละครั้งจะโทรศัพท์มาปรึกษาทุกครั้ง ซึ่งในส่วนนี้ก็ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ต้องหาจะนำไปใช้เป็นข้อมูล สำหรับเป็นทางหนีทีไล่หากถูกจับได้ ก็จะใช้อ้างว่าผู้ตายมีปัญหาโรคหัวใจ
ขณะที่นายกอล์ฟ ลูกน้องคนสนิทของนายสุทธิศักดิ์ พูนขวัญ หรือ แด้ อายุ 35 ปี หนึ่งในเหยื่อที่เสียชีวิตในจ.อุดรธานี ให้การกับพนักงานสอบสวนที่เป็นประโยชน์ด้วยเช่นกัน โดยนายกอล์ฟระบุว่า เคยได้ยินมาว่านายแด้กับนางแอม มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ถึงขั้นนางแอมเคยเปรยว่าจะฆ่านายแด้ให้ตายอีกด้วย หลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะได้ นำคำให้การไปประกอบในสำนวน เพื่อรวบรวมใช้เป็นหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับคดีฆาตกรรมนายแด้ต่อไป
ทั้งนี้เมื่อกลางดึกวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.เอนกระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลและหลักฐานต่างๆได้จนครบถ้วนแล้ว ทราบว่า พนักงานสอบสวนเตรียมที่ขออนุมัติออกหมายจับนางสรารัตน์ เพิ่มอีก 8 หมายจับ จากเดิมที่กองปราบฯ ขอออกหมายจับไปแล้ว 2 หมายคือคดีฆาตกรรมน.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย และฆาตกรรมสารวัตรปู ทำให้ขณะนี้ตัวผู้ต้องหาจะต้องถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมรวมเป็น 10 คดี
ประกอบไปด้วย 1.คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ของสภ.สามพราน จ.นครปฐม ผู้ตายคือน.ส.ดาริณี เทพทวี หรือฟ้า เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.63,
2.ข้อหา ลักทรัพย์ ในพื้นที่สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นคดีของน.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 เม.ย.66 ,3.คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนของสภ.ลูกแก จ.กาญจนบุรี เหยื่อคือ นายสุรัตน์ ทรพับ หรือบี,
4.คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ของสภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ผู้ตายคือน.ส.กะณิกา ตุลาเดชารักษ์ หรือเอ๊ะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ม.ค.64,
5.คดีฆ่าผู้อื่นของสภ.เมืองสมุทรสาคร ผู้ตายคือน.ส.รสจรินทร์ นิลห้อย หรือ พี่น้อยผัก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ส.ค.65
6.คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ในพื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ผู้ตายคือพ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ หรือปู เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เม.ย.66,
7.คดีพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พื้นที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี ผู้เสียหายคือนางกานติมา แพสอาด หรือปลา ที่รอดชีวิต
8.คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พื้นที่สภ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ผู้ตายคือนางมณีรัตน์ พจนารถ หรือครูต่าย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 65
9.คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม ผู้ตายคือร.ต.อ.หญิง กานดา โตไร่ หรือนุ้ย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ส.ค.65
และ10.คดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พื้นที่สภ.ดอนตูม จ.นครปฐม ผู้ตายคือน.ส.ผุสดี สามบุญมี หรือครูอ๊อด เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 65