มติชน-เดลินิวส์ จัดเวทีใหญ่วันนี้ ‘ยังบลัด-แม่ทัพ’ ประชันวิสัยทัศน์

พลาดไม่ได้! วันนี้ดีเบตเวทีที่ 5 ‘สงคราม 9 พรรค เดอะ ลาสต์ วอร์’2 สื่อยักษ์ใหญ่เครือมติชนจับมือเดลินิวส์ เปิดด้วยเวทีประชัน ‘ยังบลัด’ เลือดใหม่ของแต่ละพรรค ต่อด้วยเวทีขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า ประจัญบานวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ นโยบายหาเสียงช่วงสุดท้าย ปิดท้ายเวทีแม่ทัพ สัญญาประชาคมกับแคนดิเดตนายกฯ-แกนนำพรรค ติดตามรับชมได้ที่ช่องทางถ่าย ทอดสดทางเฟซบุ๊กเครือมติชน-เดลินิวส์

เปิดเวทีดีเบตสงคราม 9 พรรค
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโครงการ มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย เดินหน้าเปิดเวทีไฮไลต์ เริ่มจากเวทีแรก ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2566 ต่อด้วย เวทีที่ 2 วิเคราะห์ เลือกตั้ง 66 ในวันที่ 20 มี.ค. 2566 เวทีที่ 3 ฟังเสียง New gen บทใหม่ประเทศไทย ในวันที่ 31 มี.ค. 2566 และเวทีที่ 4 เวทีเสียงประชาชน : นโยบายที่ใช่-สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำ ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย เดินทางมาถึงเวทีที่ 5 เป็นกิจกรรมเปิดเวทีให้กับ 9 พรรคการเมืองสำคัญ ระดมขุนพล-ขุนศึก-แม่ทัพ มาร่วมนำเสนอนโยบาย-ไม้เด็ด ประชันกันครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาโค้งสุดท้ายของสมรภูมิเลือกตั้ง 2566 นั่นคือ เวทีสงคราม 9 พรรค THE LAST WAR จัดขึ้นวันอังคารที่ 2 พ.ค. 2566 เวลา 12.00-17.15 น. ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า สยามพารากอน ปทุมวัน กรุงเทพฯ นับเป็นไฮไลต์ มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทยที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นการจัดเวทีร่วมกันเป็นครั้งแรก ระหว่างสื่อใหญ่สองค่ายคือเครือมติชนและเครือเดลินิวส์ จะได้พบกับขุนพลเลือดใหม่ (Young blood) ขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีรวมถึงแกนนำระดับสูงจากพรรคการเมืองต่างๆ มาประชันกันอย่าง ดุเดือดในสมรภูมิศึกเลือกตั้งครั้งสุดท้ายในครั้งนี้

‘ยังบลัด’พรรคร่วมประชัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้ง 9 พรรค พร้อมใจส่งตัวแทน ทั้งกลุ่มเลือดใหม่ รอบเวที Young blood วัดอนาคต เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนจากพรรคการเมืองเป็นคนหนุ่มสาวหน้าใหม่ ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งแรก แต่มีความรู้ ความสามารถ ถ่ายทอดนโยบายของพรรคในมุมมองที่สดใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความหวัง และการทำงาน การเมืองเชิงสร้างสรรค์ ทิศทางใหม่ๆ เหมาะสมสำหรับการ ขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต มีผู้ร่วมประชันในครั้งนี้ได้แก่ สิริลภัส กองตระการ พรรคก้าวไกล, รัดเกล้า สุวรรณคีรี พรรครวมไทยสร้างชาติ, เมธี อรุณ พรรคประชาธิปัตย์, สกาวใจ พูนสวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย, อิทธิเดช สุพงษ์ พรรคภูมิใจไทย, ปณิธาน ประจวบเหมาะ พรรคไทยสร้างไทย, ดร.อาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ พรรคชาติไทยพัฒนา, วิเวียนจุลมนต์ พรรคชาติพัฒนากล้า และ ระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา พรรคพลังประชารัฐ

‘ขุนศึก’ปล่อยทีเด็ดโค้งท้าย
สำหรับรอบเวที ขุนศึก ประจัญบาน กลุ่มขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า ผู้แทนที่เป็นบุคคลสำคัญในพรรคการเมืองสามารถนำเสนอประเด็นหลักที่พรรคใช้หาเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้กลยุทธ์-นโยบายในช่วงโค้งสุดท้าย และพร้อมดีเบตโต้แย้งกับตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้ ทั้งในประเด็นการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม ขุนศึกตัวแทนทั้ง 9 พรรค อาทิ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคก้าวไกล, เกียรติ สิทธีอมร พรรคประชาธิปัตย์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พรรค เพื่อไทย, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคภูมิใจไทย, ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย, ชาติชาย พยุหนาวีชัย พรรคชาติไทยพัฒนา, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคชาติพัฒนากล้า และ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคพลังประชารัฐ

‘แม่ทัพ’โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำ
ส่วนรอบเวที แม่ทัพวิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรค จะขึ้นเวทีปล่อยของเพื่อเรียกคะแนนให้ได้มากที่สุดว่า ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการ เลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 แล้วจะทำอะไร ทำอย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อประเทศไทยก้าวไปสู่บทใหม่ที่เข้มแข็งและยั่งยืน โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของทั้ง 7 พรรค ได้แก่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำพรรคเพื่อไทย และเกียรติ สิทธีอมร แกนนำพรรคประชาธิปัตย์

ลงทะเบียนรับชมหลายช่องทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแต่ละรอบ ตัวแทนพรรคจะได้รับโอกาสในการสื่อสารถึงจุดแข็ง จุดขาย ทีเด็ดในแต่ละนโยบาย เชื่อว่าจะชนะใจผู้ใช้สิทธิลงคะแนนในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้ได้อย่างแน่นอน ถือเป็นการจัดเวทีครั้งสำคัญภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มสื่อในเครือมติชน และเดลินิวส์ จะเป็นช่องทางสำคัญในการนำเสนอเนื้อหาผ่านการถ่ายทอดสดตลอดงาน และนำเนื้อหา แง่มุมต่างๆ ที่เกิดจากเวทีทั้งหมด นำเสนอสู่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงต่อไป ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมเวที สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR ได้ทุกช่องทางในเครือมติชน และเดลินิวส์ สนใจเข้าร่วมงาน ลงทะเบียนคลิก https://bit.ly/3KYVoH7 ทั้งนี้ ช่องทางการถ่าย ทอดสดสามารถรับชมได้ทาง Facebook : Matichon Online/Matichon TV/ The Politics/Khaosod/Khaosod English/Prachachat/มติชนสุดสัปดาห์/Dailynews-เดลินิวส์ออนไลน์ Youtube : Matichon TV/Khaosod TV/Matichon Online/ประชาชาติธุรกิจ/มติชนสุดสัปดาห์/ DailynewsOnlineOfficial

‘บี-เต้น’ขุนศึกร่วมประชัน
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.เลือกตั้งกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการขึ้นดีเบตบน เวที “ สงคราม 9 พรรค The Last War” จัดขึ้นวันอังคารที่ 2 พ.ค.นี้ว่า เราพร้อมจะให้พิธีกรได้ถาม คิดว่าคำถามส่วนใหญ่คือการถามแทนประชาชนทั้งประเทศ ทั้งนี้พรรคภท.ได้ตกผลึกนโยบายต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ฉะนั้นเราจะตอบตามความเป็นจริงในสิ่งที่เราได้เสนอนโยบายไปแล้ว ส่วนคำถามทางการเมืองเราจะตอบตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและตอบในสิ่งที่พรรคภท.เชื่อและคิด

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการขึ้นดีเบตว่า ตนได้รับมอบหมายจากพรรค เพื่อไทย ขึ้นเวทีในรอบเวที “ขุนศึก ประจัญบาน” จะสื่อสารถึงจุดยืนและการขับเคลื่อนของพรรคในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง พร้อมกับจะย้ำยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ของพรรค รวมทั้งการเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบ แบบไม่แบ่งใจโดยจะชี้ให้ว่าถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปบริหารประเทศแล้วจะแก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไม่ผิดหวัง มีผลงานจับต้องได้แน่นอน ขณะเดียวกันจะชี้ให้เห็นปัญหาของประเทศที่บริหารโดยรัฐบาลที่มีผลพวงมาจากการรัฐประหาร

‘ชัยวุฒิ’ชูพปชร.ลดขัดแย้ง
ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ได้ชูจุดขายและกลยุทธ์ความต่างของพรรคพปชร.คือ พรรคพปชร.เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน มีประสบการณ์ มีความเข้าใจปัญหาของประชาชน ยังคงเป็นปัญหาเดือดร้อน เราต้องเร่งดำเนินเป็นนโยบายเร่งด่วน ทั้งในเรื่องค่าครองชีพ การลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าแก๊สหุงต้ม เป็นเรื่องหลักที่เราอยากเร่งทำ ดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย เกษตรกรและกลุ่มเปราะบาง ที่สำคัญที่สุดคือเราอยากได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ไม่มีความ ขัดแย้ง เพื่อให้ประเทศชาติสงบสุขและเดินต่อไปได้ จึงอยากให้ประชาชน ผู้สนใจมาฟัง เพราะอยากให้ได้รับข้อมูลที่มีข้อเท็จจริง อยากให้ประชาชนได้มารับทราบและตัดสินใจ เพราะบางทีฟังจาก โซเชี่ยลมีเดียหรือช่องทางบางอย่าง อาจจะไม่ชัดเจน ในงานของมติชนก็ให้โอกาสทุกคนมาชี้แจงกันอย่างเต็มที่

‘ธนาธร’ได้เวลาไปสู่อนาคต
ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรค ก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงการขึ้นดีเบตรอบขุนศึกว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เราต้องอย่าพลาดโอกาสนี้ ถึงเวลาประชาชนฝันใหญ่ หมดเวลาอยู่กับอดีต ได้เวลาไปสู่อนาคต

นักวิชาการมองโพลเทก.ก.
ที่จ.เชียงใหม่ นายชัยธวัช เสาวพนธ์ นักวิชาการอิสระ จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงผลโหวตโผลมติชน-เดลินิวส์ ครั้งที่ 2 สนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่า ไม่แปลกใจ เป็นไปตาม คาดหมาย เพราะประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะนโยบายการแก้รัฐธรรมนูญ (รธน.) ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) การปฏิรูประบบราชการ กองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร การ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ตอบโจทย์ประชาชนตรงจุด ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิธาและพรรคก.ก.สามารถยึดครองพื้นที่สื่อเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะโซเชี่ยลมีเดียเผยแพร่นโยบาย กิจกรรม เวทีดีเบตและลงพื้นที่พบปะประชาชน ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง จึงมีกระแสตอบรับมากขึ้น ทำให้ผลโหวตส.ส.เขตจากพรรคที่ใช่ ปาร์ตี้ลิสต์พรรคที่ชอบของก.ก.มาเป็นอันดับ 1 แซงพรรคเพื่อไทย (พท.) แล้ว

ขณะที่นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไม่ขึ้นเวทีดีเบต แต่ลงพื้นที่พบปะประชาชนในต่างจังหวัดนั้น ไม่ได้นำเสนอนโยบายใหม่ หลังนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท แล้วเงียบหายไป ไม่ได้เสนอนโยบายใหม่ ทำให้กระแสพรรคพท.เริ่มแผ่วลง ไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้นายพิธาและพรรคก.ก.พลิกแซงดังกล่าว จากกระแสประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้นายพิธาพรรค ก.ก.มีโอกาสชนะเลือกตั้งดังกล่าวได้ เมื่อเทียบกับเลือกตั้งปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ไม่น้อย ดังนั้นเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่าพรรคก.ก.ทำได้ เนื่องจากมีจุดยืนไม่เอาลุงตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม ผลโหวตโพลกับความเป็นจริงอาจต่างกัน เพราะประชาชนวัยกลางคนขึ้นไปในต่างจังหวัด ยังเป็นแฟนคลับพรรคพท.เหนียวแน่น ดังนั้นต้องดูช่วงโค้งสุดท้าย และผลเลือกตั้งแตกต่างกันแค่ไหนด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน