พิธาตั้งเป้า160 แกนนำตั้งรบ.

เพื่อไทยป้อง ‘เศรษฐา’ วิพากษ์วิจารณ์ภูมิใจไทยโดยสุจริต ไม่ขัดกฎหมาย เตือน ภท.ฟ้องเท็จ ระวังโทษถึง ยุบพรรค ‘เสี่ยนิด’ ขึ้นเวทีจันทบุรี ลั่นยอม ติดคุกเพื่ออนาคตลูกหลาน ด้าน ‘อนุทิน’ บุกนครพนม แก้ข่าวเลือกภูมิใจไทยได้ ‘ตู่’ เป็นนายกฯ ยันไม่ฟ้องไม่ได้ ก้าวไกล เปิดแคมเปญโค้งสุดท้าย จัดคาราวานหาเสียงครบทุกภาค ก่อนมุ่งหน้าเข้า กทม.ปราศรัยใหญ่ 12 พ.ค. เชื่อซีกพรรคฝ่ายค้านเดิม ได้ตั้งรัฐบาล ‘พิธา’ มั่นใจกวาด 160 ส.ส. ได้เป็นพรรคแกนนำ โต้ใช้ไอโอปั่นกระแส โซเชี่ยล ‘ป้อม’ บอกใครไม่จับมือด้วย ก็ไม่เป็นไร นำดรีมทีมเศรษฐกิจแถลงสรุปนโยบาย ย้ำก้าวข้ามขัดแย้งสำเร็จ ก็ก้าวข้ามความยากจนได้

รุกโค้งท้าย – นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ก้าวไกล หาเสียงช่วย ผู้สมัครส.ส.ขอนแก่น เขต 1 ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง พร้อมขอให้ช่วยกันเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ ที่ตลาดสดบางลำภู อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 พ.ค.

ก.ก.จัดคาราวานสู้ศึกโค้งท้าย
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคก้าวไกล นาย ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงว่า กิจกรรมโค้งสุดท้ายจะจัดคาราวาน ไปหาประชาชนทั่วประเทศถึงที่ เดินทางจาก 5 จุดทั่วไทย มารวมกันที่กทม. ภายใต้ชื่อ “ก้าวไกล ถนนทุกสายมุ่งสู่ทำเนียบ” ซึ่งประกอบด้วย ภาคเหนือ “มาเหนือ” นำโดย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค น.ส. พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ก้าวไกล และนายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรค

ภาคใต้ “ในใต้หล้า” นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภาคตะวันออก “บูรพา ไม่แพ้” นำโดยนายพิธา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค น.ส.เบญจา แสงจันทร์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ สายอีสาน แบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง “สายเลือดอีสาน” นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนสายอีสานที่ 2 “มิตรภาพ” นำโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรค นายอรรถพล บัวพัฒน์ ผู้ช่วยหาเสียง และนายอภิชาติ ศิริสุนทร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ

ตลอดเส้นทางจะมีการปราศรัยใหญ่ และปราศรัยย่อยแบบดาวกระจาย เพื่อเชิญชวนให้กาก้าวไกล 2 ใบ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปด้วยกัน คาราวานทุกสายจะมาบรรจบกันที่เวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรค ก้าวไกล วันที่ 12 พ.ค. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง เพื่อรวมประชาชนทั่วประเทศ ส่งก้าวไกลเข้าทำเนียบรัฐบาล

10วันงานหนักเพื่อเป้า160ส.ส.
10 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ อาสาสมัครทุกจังหวัด รวมไปถึงหัวคะแนนธรรมชาติ จะทำงาน อย่างหนัก เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายสุดท้าย คือจำนวนส.ส.160 ที่นั่ง เพื่อให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง เพื่อสนับสนุนให้นายพิธา เป็นนายกฯ

เมื่อถามว่าจัดคาราวานใหญ่เพราะโพลทิ้งห่างพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ได้เตรียมการมาก่อนผลการสำรวจออกมา เพราะพรรคเชื่อว่าจะมีคะแนนขยับกระโดดมา ยังเชื่อว่าช่องว่างคะแนนนิยม ในโพลระหว่าง พท. กับ ก.ก.ห่างกันน้อย เหลือเพียง 1% และเชื่อว่า 10 วันสุดท้าย ก.ก.จะมีคะแนนขยับขึ้นนำได้ และยังเชื่อมั่นว่าฝ่ายค้านเดิมจะได้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน

ส่วนมั่นใจแค่ไหนว่าคะแนนในโลกออนไลน์จะเป็นคะแนนจริงนั้น เลขาฯ ก.ก.กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ทั้งสามย่านมิตรทาวน์ ชลบุรี และในหลายๆ จุดจะเห็นว่าโลกออนไลน์กับ On Ground ไปด้วยกัน ส่วนที่กล่าวหาว่ามีการปั่นกระแสเป็นไอโอนั้น เชื่อว่าคนที่อยู่ในโลกออนไลน์ จะแยก ออกและมองว่าพรรครัฐบาลปัจจุบันคง มีพฤติกรรมที่ถนัดใช้ไอโอสร้างกระแส ข้อมูลเท็จ ขอยืนยัน ก.ก.ไม่ทำเรื่องเช่นนี้ และอย่าว่าแต่ไอโอ การซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊กยังไม่ซื้อด้วยซ้ำ

พิธามั่นใจแกนนำตั้งรัฐบาล
เวลา 12.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก.ก.จัดกิจกรรมแจกหนังสือพิมพ์แนะนำ ผู้สมัคร ส.ส.เขต รวมทั้งเปิดป้ายหาเสียง แบบ AR ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเขตเมืองให้มากขึ้น โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม. 5 เขตมาร่วม บรรยากาศคึกคักมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ มานั่งรอพบนายพิธา และแกนนำพรรคจำนวนมาก นายพิธาสาธิตป้ายหาเสียงแบบ AR ที่ใช้โทรศัพท์มือถือสแกนจะมีตัวเอง โผล่ขึ้นมาทุกที่ ให้ความรู้สึกใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่กลางทุ่งนา บนรถเมล์ รถไฟฟ้า ก็จะเจอกับตนและพรรคก้าวไกล

นายพิธาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าที่ทำเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเพราะต้องการลดความสับสนของประชาชน หลังกฎกติกาของ กกต.มีเงื่อนไขหลายอย่าง ข้อจำกัดส่งผลกระทบต่อ ก.ก. จึงใช้วิธีนี้เพื่อให้เข้าถึงประชาชน มากขึ้น ส่วนผลสำรวจความนิยมที่ ก.ก.มีอันดับดีขึ้นมาเรื่อยๆ นั้น นายพิธายังคาดหวังจะได้ ส.ส. 160 ที่นั่ง และเป็นแกนนำ ตั้งรัฐบาล โค้งสุดท้ายจะเดินหน้าหาเสียง อย่างหนักไปสู่เป้าหมายยิ่งใหญ่ โดยไม่กังวลว่าจะมีอุปสรรคมาขวางระหว่างทาง

นายพิธายืนยันว่ากระแส ก.ก.ทั้งใน โซเชี่ยล มีเดียและเวทีปราศรัยต่างๆ ที่คน แห่มาให้กำลังใจล้นหลามคือคะแนนธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากการระดมหรือจัดตั้ง หรือเป็น ไอโอเหมือนที่บางพรรคกล่าวหา ส่วนเรื่องมาตรา 112 บนเวทีปราศรัยที่จ.ชลบุรี ที่มีการติดสติ๊กเกอร์ในช่องยกเลิกจนถูก ฝั่งการเมืองตรงข้ามนำมาโจมตีนั้น นายพิธายืนยันว่า ขอให้ดูบริบทและการเคลื่อนไหวของ ก.ก. ก่อนหน้านี้ ที่ชี้แจงมาโดยตลอด พรรคเห็นด้วยให้มีการแก้ไข ไม่ใช่ยกเลิก

สรุปนโยบาย – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อม ทีมเศรษฐกิจของพรรค แถลงสรุปภาพรวมนโยบายช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ชูก้าวข้าม ความขัดแย้ง พัฒนาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้อง ที่พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.

ป้อมนำดรีมทีมศก.แถลง
เวลา 10.20 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมดรีมทีมเศรษฐกิจ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายคณิศ แสงสุพรรณ ร่วมกันแถลง “สรุปนโยบาย โค้งสุดท้าย สู่การเลือกตั้งเป็นรัฐบาลพลังประชารัฐ”

พล.อ.ประวิตรแถลงว่า เหลืออีก 10 วันเท่านั้นจะมีการเลือกตั้ง ถือเป็นโค้งสุดท้าย ตลอด 45 วัน หลังยุบสภาได้หาเสียงกันมาตลอด 45 วัน มุ่งเน้นทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดย 7 นโยบายของพปชร.คือ 1.ก้าวข้ามความขัดแย้ง 2.ก้าวข้ามความยากจน 3.ลดความเหลื่อมล้ำ 4.สร้างสวัสดิการเข้มแข็ง 5.พลิกฟื้นเศรษฐกิจ 6.สร้างความเป็นธรรมของสังคม และ 7.พลิกโฉมการบริหารงานของภาครัฐ

ข้ามขัดแย้งได้ก็ข้ามยากจน
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ฝากประชาชน ทุกคนว่า ความเป็นหนึ่งเดียวนั้นมีความ สำคัญมากที่จะสร้างความเจริญให้ประเทศ ทุกคนเป็นคนไทยทั้งนั้น ถึงเวลาที่เราจะต้องยุติสักที ไม่ว่าจะอายุ เพศไหน อย่างไรเป็น คนไทย ต้องมีความรักใคร มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ประเทศจะได้เจริญรุ่งเรือง ถ้าพวกเราก้าวข้ามความขัดแย้งสำเร็จ มั่นใจว่าคนไทยกว่า 60 ล้านคน จะสามารถก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน

เรื่องน้ำ เรื่องที่ดิน ถ้ามีน้ำจะไม่มีแล้ง มีที่ดินจะไม่มีจน เราจะดูแลเกษตรกรให้ เข้มแข็ง หาที่ดินทำกิน เรื่องน้ำรัฐบาลทำมาตลอด 4 ปี แสดงถึงความสำเร็จของรัฐบาล ที่ตนได้ดำเนินการมา ส่วนเรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีฝนตกมากต้องมีน้ำหลาก แต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ รัฐบาลสามารถเยียวยาได้

ชี้ 3 ภารกิจเร่งด่วน
นายอุตตมกล่าวว่า ภารกิจด่วนที่ต้องทำทันทีเมื่อ พปชร.ได้เป็นแกนนำรัฐบาล มี 3 ภารกิจเร่งด่วน 1.กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้น 2.ต้องเร่งเศรษฐกิจให้โต เพราะเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพมาหลายปี จะแก้ความยากจนด้วยการกระตุ้น 3.ต้องลดค่าใช้จ่าย เรื่องพลังงาน พปชร.พร้อมแก้ไขทั้งระบบ ให้เกิดความเป็นธรรมเรื่องราคา แก้ไขภาระหนี้สินของประชาชนอย่างครบวงจร

จากนั้นเป็นการแถลงย้ำนโยบายที่เคยแถลงมาแล้ว โดยนายสนธิรัตน์ย้ำการสานต่อคือกองทุนหมู่บ้านละ 2 แสนบาท งบ 1.6 แสนล้านบาท โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง จัดตั้งกองทุนปุ๋ยประชารัฐ ให้ทุนการเพาะปลูก 3 หมื่นบาท 8 ล้านครัวเรือน

นายมิ่งขวัญย้ำเรื่องลดราคาพลังงาน เบี้ย ผู้สูงอายุแบบขั้นบันได นายสันติระบุถึงนโยบายอีสานประชารัฐ

ทุกนโยบายทำทันทีเมื่อเป็นรบ.
ด้าน นายธีระชัยกล่าวถึงการหาแหล่งเงินด้วยนโยบายสร้างรายได้ให้ประเทศและประชาชนนอกจากกลไกการลงทุน คือ วิธีไฟแนนซ์นโยบาย 1.โยกมาจากงบอื่น 2.ปฏิรูปภาษี 3.การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และ 4.ถ้างบไม่เพียงพอจำเป็นต้องเพิ่มหนี้สาธารณะ

พล.อ.ประวิตรกล่าวสรุปว่า ทีมเศรษฐกิจ พปชร.ยืนยันได้ว่านโยบายที่ประกาศแล้ว ถ้าเป็นรัฐบาลเราจะทำทันทีทุกนโยบาย เราสามารถทำได้ อีกนโยบายที่ตนถือว่ามี ความสำคัญคือ การป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด เราต้องเอามารวมกัน ต้องมีการป้องกัน ปราบปรามและบำบัดฟื้นฟู หางบก้อนหนึ่งเพื่อดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ยืนยันทุกนโยบายของ พปชร.จะทำทันที ถ้าได้เป็นรัฐบาล ฝากทุกคนช่วยเลือก พปชร.เบอร์ 37 และเลือกผู้สมัครของ พปชร.

ใครไม่จับมือพปชร.ก็ไม่เป็นไร
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงเรตติ้ง พปชร.ที่เพิ่มขึ้นหลังนำทีมแกนนำนั่งรถไฟลงพื้นที่ว่า ดีใจ ถ้าผู้สื่อข่าวสนับสนุน พปชร.ก็ดีขึ้น เมื่อถามว่าอีก 9 วัน จะถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง พร้อมเป็นนายกฯ คนต่อไปมากน้อยแค่ไหน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะว่าพร้อม ก็พร้อม แล้วแต่ประชาชนจะเลือก ถ้าเลือกตนก็พร้อม เมื่อถามว่า ได้ดูกระแสตอบรับของพรรคในโซเชี่ยลบ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่ได้ดูเลย

เมื่อถามว่ามองนโยบายภาพรวมแล้วมีความมั่นใจอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าไม่มั่นใจก็คงไม่ประกาศออกไป มั่นใจว่าเราทำได้ ถ้าเราได้เป็นรัฐบาลก็ทำได้ทันที เมื่อถามว่าโค้งสุดท้ายมีอะไรมาตีตื้นคะแนนเป็นหมัดเด็ดหมัดน็อกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สื่อนั่นแหละ สื่อจะเลือกหรือเปล่า ถ้าคุณเลือกก็ได้

เมื่อถามว่าหลายพรรคเริ่มมีการตีกันจะไม่จับขั้วรัฐบาล โดยระบุ พปชร.เป็นหนึ่งที่จะไม่จับมือด้วย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ใครไม่จับผมก็อยู่คนเดียว ถ้าได้ 300 กว่าเสียงแล้วจะไปจับกับใครล่ะ ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ปล่อยให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ถ้าเขาอยากพูดก็พูดกันไป เพราะอยู่ที่ การตัดสินใจของประชาชนเป็นหลัก”

เมินโพลไม่ได้ถามทุกคน
เมื่อถามว่า ผลโพลที่ออกมาขณะนี้ แสดงว่าเชื่อไม่ได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า โพลใครก็ทำได้ ก็เป็นความคิดของคน ได้ไปถามทุกบ้านหรือเปล่า ถามทุกคนหรือเปล่า แล้วทุกคนตอบหรือเปล่า ก็อย่างนี้แหละโพล ก็คือโพล เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่ได้สัมผัสประชาชนโดยตรง รวมถึงกระแส พปชร. ตอนนี้ จะทำให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่รู้ ก็แล้วแต่ประชาชน

เมื่อถามว่า พปชร.และ รทสช.จะจับมือไปไหนไปกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องดูตัวเลขหลัง 14 พ.ค.ก่อน เมื่อถามว่า พร้อมรับใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พร้อมรับกับทุกพรรค ตนทำงานได้กับ ทุกพรรค ถ้าตัวเลขน้อยตนก็อยู่คนเดียว ถ้าตัวเลขมากก็อยู่คนเดียว เดี๋ยวก็ไปดูว่า จะจับมือกับใคร เมื่อถามว่า ก.ก.ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกพรรคอยู่ในตัวเลือกทั้งนั้น แต่ต้องดูนโยบายด้วยไม่ใช่นโยบายไม่ถูกกัน แล้วไปอยู่ด้วยกันก็ขัดกันเปล่าๆ

อนุทินลั่นนายกฯ ไม่แบ่งใคร
เวลา 08.30 น. ที่หอประชุมโรงเรียนเทศบาล 4 (รัตนโกสินทร์ 200 ปี) ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และคณะ ปราศรัยช่วยนายศุภชัย โพธิ์สุ ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 2 โดยมีประชาชนรับฟังการปราศรัยกว่า 3,000 คน

นายอนุทินปราศรัยบางช่วงถึงประเด็นที่ถูกพาดพิงทางการเมืองว่า มีบางพรรคมาสร้างความเข้าใจผิดกับพี่น้องว่าเลือก ภท.จะได้พล.อ.ประยุทธ์ ไปบอกว่าอย่างไรเราก็เลือกพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่จริง เขากำลังโกหก ตนประกาศแล้วว่าพร้อมเป็นนายกฯ เข้ามาดูแลพี่น้อง ถ้า ภท.ได้เสียงมากพอคนชื่ออนุทิน จะเป็นนายกฯ ไม่แบ่งให้ใคร ถ้าประชาชนไว้ใจจนเราได้เสียงมากแล้วเหมาะสมเป็น นายกฯ แล้ว เราไม่ให้ใคร ไม่มีคนโง่ขนาดนั้น คนกินข้าว ไม่ใช่ควาย

ส่วนที่กล่าวหาว่าภท.สนับสนุนกัญชาเสรีไร้ขอบเขตนั้นเป้าหมายของเราให้เป็นไปเพื่อการแพทย์ เพื่อการรักษาโรค ทุกขั้นตอนเรามีการควบคุม มีประกาศจากหน่วยงานราชการเข้ามาดู ซึ่ ภท.ทำให้มันเข้มขึ้นด้วยการ ออกเป็น พ.ร.บ.ที่เกือบทั้งสภาก็เห็นด้วยกับร่างฉบับนี้ ผ่านหลักการไปแล้ว คนที่วิพากษ์วิจารณ์ ภท.ก็รับหลักการ แล้วถามว่าใครดึงเช็งไว้ไม่ตีตกร่างกฎหมาย แต่พยายามสร้างเงื่อนไขมาโจมตีพรรคภูมิใจไทย

มานครพนมแก้ข่าวกาภท.ได้ตู่
นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. โจมตีว่าเลือกภท.ได้พล.อ.ประยุทธ์ ว่า เขาพูดแบบนี้ที่นครพนม ตนมาที่นครพนมเพื่อมาชี้แจงประชาชน เรื่องแบบนี้ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด มันสร้างความเข้าใจผิด ที่สำคัญยังผิดกฎหมายด้วย ไม่ฟ้องก็ไม่ได้ เพราะผู้สมัครในพื้นที่ต่างๆ เขาได้รับผลกระทบ ส่วนใครจะตั้งรัฐบาล ใครจะเป็นนายกฯ ภท.ยึดถือกติกา พรรคที่มีเสียง มากสุดต้องได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน

ที่บอกว่าเลือก ภท.ได้พล.อ.ประยุทธ์ คนพูดดูเงื่อนไขการเมืองหรือไม่ว่าปี 62 กับปี 66 มันต่างกันมาก ตอนนั้น ภท.ได้เท่าไร พรรคพล.อ.ประยุทธ์ได้เท่าไร พท.ได้เท่าไร แล้วใครตั้งรัฐบาลสำเร็จ ไม่รู้ว่านายเศรษฐา พูดได้รับฉันทามติจากพรรคหรือไม่ ที่กล่าวหา ว่าเลือกภูมิใจไทยได้คนนั้นคนนี้เป็นนายกฯ ดูปี 2562 ตอนนั้นเพื่อไทยได้คะแนนเสียง มาเป็นที่ 1 แต่เวลาเลือกนายกฯ ท่านยังไปเลือกนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคอนาคตใหม่เลย ทั้งที่มีทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ

ฉะอีกเศรษฐาปล่อยไก่
“นี่ไงที่บอกว่าไม่มีประสบการณ์ ไม่มี วุฒิภาวะ ไม่รู้มีอำนาจหรือไม่ แต่กำลังทำให้คนอื่นเดือดร้อน คิดว่านายเศรษฐาปล่อยไก่ รู้เรื่องไม่ละเอียดแล้วมาพูดแบบนี้อันตราย ถ้าไปรับตำแหน่งสำคัญแล้วข้อมูลไม่พอ พูดเอามัน แค่กระบวนการความคิดก็ผิดแล้ว แล้วจะมารับผิดชอบบ้านเมืองหรือ สิ่งที่ภูมิใจไทยทำคือถ้ามีเสียงมากที่สุดและอยู่ในขั้ว จัดตั้งรัฐบาล ผมก็เป็นนายกฯ แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำไว้ ปี 62 คือได้เสียง ส.ส.มากสุดด้วย แต่ไปเลือกคนอื่นเป็นนายกฯ ตอนนั้น นายเศรษฐายังไม่มา ประสบการณ์น้อย” นายอนุทิน ระบุ

พท.สวนภท.ปมกัญชา
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พท. กล่าวกรณี ภท.แถลงข่าวว่า ผู้สมัคร ส.ส.ฟ้องร้องนายเศรษฐา กรณี ปราศรัยที่จ.นครพนมว่า นโยบายของพรรคต่างๆ ที่นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในการ หาเสียงเลือกตั้ง อยู่ในวิสัยที่ประชาชนคนทั่วไปสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้โดยสุจริต ไม่เข้าข่ายการกระทำผิดต่อกฎหมายใดๆ อยู่แล้ว การวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายกัญชาเสรีนั้น มีคำวินิจฉัยของศาลแพ่งในคดีหมายเลขดำที่ พ.1650/2566 ระหว่าง ภท.กับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ว่า “การกล่าวหรือแสดงความคิดเห็นของจำเลยในเรื่องของกัญชา ทำให้ประชาชนได้รับทราบถึงประโยชน์และโทษของกัญชา จึงถือได้ว่าเป็นประโยชน์แก่สุขภาพของประชาชนเป็นส่วนมาก”

การที่นายเศรษฐาในฐานะแคนดิเดต นายกฯ พท. และในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตไม่เห็นด้วยกับนโยบายกัญชาเสรี แต่เห็นด้วยในนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ จึงเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต เและยังเป็นการแสดงจุดยืนของนายเศรษฐาว่าหากได้เป็น นายกฯ จะไม่มีนโยบายกัญชาเสรีอย่างแน่นอน ไม่ถือว่าเป็นการใส่ร้ายภท.จึงไม่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (5)

ชี้เศรษฐามีเจตนาสุจริต
ส่วนที่ว่า “…หากเลือกภูมิใจไทยจะได้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกรอบ…” นั้น ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ภท.เข้าร่วมรัฐบาลกับ พปชร. และได้สนับสนุนให้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ทั้งที่ก่อนเลือกตั้งนายอนุทิน ประกาศว่า “…ไม่ยอมรับให้คน 250 คนที่ ไม่ได้มาจากพี่น้องประชาชนมาเลือกนายกฯ ของพวกผม” แต่ท้ายที่สุดในการโหวตเลือกนายกฯ นายอนุทินกลับโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ดังนั้นการปราศรัยของนายเศรษฐาที่จ.นครพนม ที่มาจากความเชื่อโดยสุจริต ไม่เป็นการใส่ร้ายภท. จึงไม่เข้าข่ายการกระทำ ความผิดตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (5) แต่อย่างใด

เตือนฟ้องเท็จโทษยุบพรรค
การที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภท.ไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายเศรษฐา จะส่อเป็นฟ้องเท็จ อาจเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายนายเศรษฐาในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พท. อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (5) เสียเอง อีกทั้งการที่พรรคภท.รับรู้ รับทราบถึงการที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพรรคของตนไปฟ้องนายเศรษฐาแล้ว แต่ยังกลับปล่อยปละละเลย ไม่ห้ามปราม อาจถือได้ว่า ภท.ไม่ควบคุมสมาชิกพรรคให้ดำเนินการด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 101 ที่อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และให้เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคได้ จึงขอให้ ภท.รีบสั่งการให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคของตน ถอนฟ้องคดีนายเศรษฐาเสียโดยเร็ว

กกต.พร้อมจัดเลือกตั้งล่วงหน้า
นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. โพสต์ เฟซบุ๊ก ถึงการเตรียมการเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะมีขึ้น 7 พ.ค. โดยเลขาธิการ กกต. ใช้เวลาวันหยุดไปตรวจดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่สำนักงาน กกต. และ สำนักงาน กกต.กทม. การเตรียมการจัดตั้งศูนย์ press center ที่สำนักงาน กกต. พร้อมเยี่ยมและให้กำลังใจทีมงานศูนย์และส่วนงานในส่วนกลางที่มาเตรียมการเลือกตั้งล่วงหน้า 7 พ.ค. และวันเลือกตั้งจริง 14 พ.ค.

ทั้งนี้ 7 พ.ค.วันเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขตเลือกตั้งและนอกเขตเลือกตั้ง ทั่วประเทศ สำนักงาน กกต.จะมีการแถลงข่าวถึงสถานการณ์ภายหลังเปิดให้ลงคะแนนเลือกตั้ง และหลังปิดการลงคะแนนในช่วง 10.00 น. และเวลา 18.00 น.

โค้งสุดท้าย – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครส.ส.จันทบุรี ประกาศหากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม 3 เท่าตัว ที่สนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 4 พ.ค.

 

ขอคะแนน – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค เดินตลาดหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ระยอง เขต 3 ที่ตลาดสามย่าน อ.แกลง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 4 พ.ค.

พท.ขึ้นรถแห่ลุยเมืองแกลง
เวลา 15.30 น. ที่หอประวัติเมืองแกลง อ.แกลง จ.ระยอง พรรคเพื่อไทย(พท.) นำโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ พรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย พร้อมผู้สมัครส.ส.ระยอง ขึ้นขบวนรถแห่หาเสียงรอบตัวเมือง อ.แกลง ผ่านตลาดสามย่าน มีประชาชนยืนรอถือเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.ระยอง เขต 3 ด้วย และระหว่างทางได้พบกับคณะหาเสียงของผู้สมัคร พรรคไทยภักดีได้จับมือทักทายกัน จากนั้น ลงเดินตลาดนัดเปิดท้ายวัฒนานุกิจ อ.แกลง ได้เจอคณะหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ระยอง ภท.ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสองพรรคทักทายและ โอบกอดกัน จากนั้นทั้งหมดไปสมทบเวทีปราศรัยใหญ่ที่จ.จันทบุรี

ปราศรัยใหญ่เมืองจันท์
เวลา 17.30 น. พท.จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามสามเหลี่ยม ทุ่งนาเชย อ.เมือง จันทบุรี นายสุทิน คลังแสง ปราศรัยเป็นคนแรกว่า พท.มีอุปสรรคขวางอยู่คือ กลุ่ม พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังจับมือกันหนาแน่น ส.ว.250 เสียง ครั้งที่แล้วแย่ง พท.เพราะชนะไม่สะเด็ดน้ำ ครั้งนี้ต้องชนะไม่ก้ำกึ่งแบบ 138 ที่นั่ง แต่ ต้องแลนด์สไลด์ 250 ขึ้นไป เล็งไว้ที่ 300 พล.อ.ประยุทธ์จะได้กลับบ้านเลย ทำได้ไม่ยาก จันทบุรี มี 3 เขต เทให้เพื่อไทยทั้งหมด

ในฝ่ายค้านยังมีคนมาแรงจะแข่ง พท. แต่เศรษฐกิจแบบนี้ ปัญหาแบบนี้ ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น เอาคนใหม่ไม่มีประสบการณ์มาเสียเวลาเปล่า พท.มีประสบการณ์แก้เศรษฐกิจ มาแล้ว พรรคที่มีประสบการณ์ มองเกมออก มองปัญหาทะลุ ฉะนั้นจะเอาคนมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องเอานักธุรกิจมาแก้

เศรษฐายอมติดคุกเพื่อลูกหลาน
นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิแดตนายกฯ พท. ปราศรัยว่า เหตุการณ์บ้านเมือง สภาพเศรษฐกิจเกิดปัญหาอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะนายกฯที่ชื่อประยุทธ์และพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีวิสัยทัศน์ ปัญหายาเสพติดเกิดขึ้นทุกจังหวัดเพราะรัฐบาลปัจจุบันจัดการไม่ได้ พท.จะเปลี่ยนผู้เสพเปลี่ยนเป็นผู้ป่วย ผู้ค้ายาต้องถูกจัดการอย่างรวดเร็ว

“อดพูดถึงกัญชาเสรีไม่ได้ มีพรรคหนึ่งหาเสียงให้พี่น้องสูบ พี้กัญชาอย่างเมามัน ประชาชนรับกันได้หรือไม่ ผมไม่ได้เป็นศัตรูพรรคนั้นแต่เป็นศัตรูกับกัญชา ไม่ยอมให้มามอมเมาลูกหลานคนไทย พูดมากก็สะเทือนพรรคนั้นถึงขั้นไปฟ้องผม ผมยอมติดคุกเพื่อไม่ให้ลูกหลานติดกัญชา” นายเศรษฐากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปราศรัยของ นายเศรษฐา มีอาการเจ็บคอทำให้เสียง แหบแห้ง โดยปราศรัยประมาณ 10 นาที ก่อนที่จะสลับคนอื่นขึ้นปราศรัย

นนทบุรีแตก – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมแกนนำพรรค เปิดปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย อ้อนพ่อรักส้มและฟ้า ชูนโยบายเปลี่ยนประเทศ ที่ตลาดนกฮูก ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อค่ำวันที่ 4 พ.ค.

ก้าวไกลลั่นรักใครกาคนนั้น
ที่ตลาดนกฮูก จ.นนทบุรี ก.ก.จัดปราศรัยใหญ่ นำโดย นายพิธา, นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยประชาชนจำนวนมาก แห่กางร่ม ปูเสื่อ มารอการฟังตั้งแต่ 15.00 น. แม้อากาศร้อน ส่วนใหญ่เป็นคนหลากหลายช่วงวัย จนเวลา 17.00 น. คนแน่นลานประมาณ 4,000 คน

นายปิยบุตร ปราศรัยว่า ก.ก.มีความพร้อม ประกาศนโยบายมากที่สุด เวลาดีเบตตอบคำถามได้ครบถ้วน เพราะไปรับฟังปัญหาและกลั่นกรองออกมา พร้อมกล่าวถึงโรดแมพว่าจะทำอย่างไรภายใน 4 ปี สามารถตรวจสอบได้ หากทำไม่ดีก็สามารถลงโทษได้ การรณรงค์คะแนนตกน้ำ ต้องลบออกจากสมองเรา อย่าให้เขาเอาโครงสร้างรัฐธรรมนูญมา ขู่เรา อย่าไปคิดเยอะ รักคนไหนก็กาคนนั้น

ด้านนายพิธา ปราศรัยว่า ตอนนี้พรรคพร้อมนำ 160 คน สู่การเป็นแกนนำรัฐบาล ความพร้อมไม่ใช่แค่ 300 นโยบาย 45 กฎหมายที่เตรียมไว้ แต่คือความพร้อมของคนนนทบุรีที่จะพร้อมเลือก จากนั้นนายพิธา รับดอกไม้จากประชาชนที่นำมาให้ บอกว่า “พ่อรักส้ม และรักฟ้าด้วย” ในอดีตรักธนาธรอย่างไร ก็ต้องเลือกพิธา

ชิงนราฯ – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 3 ประกาศสร้างรัฐสวัสดิการ ความเสมอภาคเท่าเทียม แก้ปัญหาป่าไม้และที่ดินอย่างเบ็ดเสร็จ ที่อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 พ.ค.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน