วันที่ 7 พ.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. สั่งการบก.สส.บช.น. จับกุมตัวนายอรรถพล อายุ 32 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด และนายทองคำ อายุ 29 ปี ชาวจ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1271/2566 ลง 22 เม.ย. 2566 ในข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” และหมายจับศาลอาญา ที่ 1273/2566 ลง 22 เม.ย. 2566 ในข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนนายอรรถพลให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมรถยนต์ที่อู่เดียวกันกับนายทองคำ มีความชำนาญด้านการซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ อยู่แล้ว จากนั้นเมื่อประมาณปลายปี 2565 ได้สั่งซื้อแบลงก์กันจากร้านขายปืนทั่วไปในย่านสะพานเหล็ก จาก จ.กาญจนบุรี, ลำปาง รวมทั้งช่องทางช้อปปี้, ลาซาด้า ซื้อมากระบอกละประมาณ 9,000 บาท จากนั้นได้สั่งซื้อลำกล้องมาจากในกลุ่มไลน์ที่รู้จัก และคนรู้จักส่วนตัว แล้วนำมาดัดแปลงปืนพร้อมแม็กกาซีนให้สามารถยิงได้ เมื่อสามารถใช้ได้แล้วจะขายในกลุ่มไลน์ ให้กับคนที่รู้จักในราคากระบอกละประมาณ 12,000 บาท ได้กำไรประมาณกระบอกละ 2,000-3,000 บาท ขายที่ทำไปเองแล้วประมาณเกือบ 20 กระบอก และนอกจากนี้ยังสั่งปืนอย่างอื่นพร้อมกระสุนจำหน่ายให้ลูกค้าเพื่อกินส่วนต่างหลายหมื่นบาท
ส่วนนายทองคำให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่า ตนเป็นเพียงผู้พักอาศัยอยู่ในอู่รถยนต์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานกับนายอรรถพล กระสุนปืน 2 นัด และโครงปืน 3 ชิ้น เป็นของ นายอรรถพลฝากไว้ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแต่อย่างใด