เศรษฐาพร้อมเป็นนายก ‘บิ๊กตู่’ปลุกช้างศกเข้าคูหา แฟนส้มฟังพิธาล้นทะลัก

พรรคใหญ่ปราศรัยทิ้งท้ายกระหึ่มแตกทุกเวที เพื่อไทยประกาศลั่นชนะถล่มทลายเกิน 286 เสียง ‘อิ๊ง’เผยถ้า ‘ทักษิณ’ กลับมาติดคุกก็จะใช้สมองช่วยคนไทยผ่านวิกฤตไปให้ได้ ‘เศรษฐา’พร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 30 ยืนยัน ไม่ร่วมรัฐบาลกับ‘ประยุทธ์-ประวิตร’ ก้าวไกลสุดคึก ลุ้นปาร์ตี้ลิสต์ 12 ล้านคะแนนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย รทสช.ปลุกช้างศึกเข้าคูหา ‘บิ๊กตู่’ลั่นมั่นใจทุกวัน ย้ำอย่าให้สู้อยู่คนเดียว ‘บิ๊กป้อม’ชูสโลแกน ‘นำได้ ตามเป็น เย็นพอ ฟังทุกฝ่าย’ ‘อนุทิน’ชี้ภท.เป็นทางออกความขัดแย้ง ‘จุรินทร์’ขอพลังเงียบหนุนปชป. ‘ส.ว.เฉลิมชัย’แนะฝ่ายใดอยากเป็นนายกฯ รวมส.ส.ให้ได้ 376 เสียง อย่าหวังพึ่งส.ว.

8 พรรคทิ้งทวน-เลือกตั้ง 14 พ.ค.
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. เป็นวันเลือกตั้งส.ส. ซึ่งเปิดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ส่วนการหาเสียงของพรรคการเมือง และผู้สมัครส.ส. ตามกฎหมายจะสิ้นสุดก่อนเลือกตั้งหนึ่งวัน คือ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พ.ค. หลายพรรคการเมืองได้จัดปราศรัยใหญ่ทิ้งทวน ในวันที่ 12 พ.ค. ได้แก่

พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น), พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ที่ลานโชว์ดีซี พระราม 9 กทม., พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ที่ลาน คนเมืองกรุงเทพมหานคร, พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี จ.นนทบุรี, พรรคก้าวไกล(ก.ก.) ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น), พรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม., พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ที่ลานกิจกรรม พาร์ค พารากอน ชั้น M สยามพารากอน กทม.

รทสช.ปลุกช้างศึกเข้าคูหา
ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวทีปราศรัยใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เริ่มเวลา 15.30 น. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้สนับสนุนพร้อมใจสวมเสื้อรทสช. ถือป้ายสนับสนุนผู้สมัครส.ส.ในเขตต่างๆ และป้ายข้อความสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ รทสช. นอกจากนี้ยังร้องเพลงลุงตู่อยู่ไหนกันคึกคัก เวลา 16.20 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึง มีแฟนคลับ มาขอถ่ายรูป และขอลายเซ็นจำนวนมาก

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค กล่าวปราศรัยเน้นย้ำถึงที่มาของรทสช. พร้อมประกาศสู้ศึก 14 พฤษภาฯ ชี้ชะตาประชาธิปไตย แม้จะมีอุปสรรคมากมายแต่ ทุกคนทุ่มเท ด้วยความมั่นใจ สิ่งที่อยากทำและรักษาไว้จะสูญเปล่าถ้าเราไม่ใช้เวลาที่สำคัญในการนำพาผู้นำและผู้สมัคร ส.ส.เข้าเส้นชัย เราไม่เจ็บไม่ป่วย ขุนศึกของ รทสช.พร้อมสู้ทุกวินาทีเพื่อต่อสู้เพื่อคนไทยทุกคน ไปพร้อมกับพล.อ.ประยุทธ์ ผู้นำของพรรค ที่เสียสละ อุทิศตนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่โกง ไม่กิน อย่าเป็นเพียงพลังเงียบต้อง ส่งเสียงดัง จากช้างป่วยเราจะเป็นช้างศึก ขอให้ลุกสู้พร้อมกับ รทสช.

นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ประธานคณะกรรมการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า รทสช.ทำเพื่อชาติ ศาสน์กษัตริย์ และประชาชน วันนี้เราจะโลกสวยไม่ได้ วันที่ 14 พ.ค.คนไทยที่รักชาติ จะต้องทำให้ประเทศเดินหน้าด้วย ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน หรือเราจะปล่อยให้กลับสู่สถานการณ์เลวร้ายอย่างที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ฝ่าฟันมาทุกสถานการณ์ ผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้ เราจะให้สิ่งที่ทำมาหยุดแค่นี้หรือ อย่าปล่อยให้ บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะอันตราย เราต้องรวมไทยเป็นหนึ่ง ไปทำให้ทุกโพลดู ทำให้เห็นว่าของจริงคืออะไร

โวแคนดิเดตพรรคอื่นสู้ลุงไม่ได้
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้ารทสช. กล่าวว่า มีโอกาสทำงานร่วมกับพล.อ. ประยุทธ์ แก้ปัญหาต่างๆ ทั้งโควิด-19 ปัญหาแรงงาน เป็นคนตั้งใจ มั่นคง เสียสละ รักชาติบ้านเมือง ตนไม่สามารถไปอยู่พรรคอื่นได้ เพราะรทสช.ยึดมั่น 3 เสาหลักของประเทศ คนชลบุรีอยากได้พล.อ.ประยุทธ์ กลับมา บริหารประเทศ เพราะทุกปัญหาที่ผ่านมาแก้ไขได้ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ 14 พ.ค.นี้ ขอให้เลือกผู้แทนของ รทสช.ทุกคนทำงาน เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ได้ทำเพื่อ คนตระกูลใด ตระกูลหนึ่ง ถ้าเลือกนายกฯ ที่ไม่กล้าตัดสินใจ ต้องไปถามคนอื่น เมื่อไหร่จะบริหารประเทศได้

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้ารทสช. กล่าวว่า วันนี้เราต้องการผู้นำเข้มแข็ง นำพาประเทศเดินหน้าได้ บอกได้เลยว่า บรรดาแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองอื่นไม่มีใครสู้พล.อ.ประยุทธ์ได้เลย จะต้องมีประสบการณ์ ซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่น 3 สถาบันหลัก บางพรรคมีแคนดิเดต 2 คน ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีกระบวนการประชาธิปไตย

หรืออย่างก.ก. ผู้นำวันหนึ่งพูดอย่าง อีกวันพูดอีกอย่าง เริ่มต้นก็โกหกแล้วจะเป็นนายกฯ ได้อย่างไร บ้านเมืองไม่ใช่เด็กเล่นขายของ ถ้าเป็นรัฐบาลขึ้นมาโครงสร้างบริหารประเทศจะเป็นอย่างไร เพราะบริษัทตัวเองยังเจ๊งเลย ผลโพลต่างๆ ที่ออกมาทำให้หลายคนไม่สบายใจ แต่ขอให้เชื่อว่าคนไทยรักพล.อ. ประยุทธ์ บางพรรคการเมืองอันตรายมาก ถ้าได้เป็นรัฐบาล บางคนตั้งครม.แล้ว เรา ปล่อยไม่ได้ เราต้องทุบหม้อข้าวตัวเองเลือกพล.อ.ประยุทธ์ เราจะแบ่งใจไม่ได้แล้ว

“หากก.ก.เป็นรัฐบาล อย่ามองคนที่หน้าแม้จะหน้าตาดี แต่สู้เลขาฯ รทสช.ไม่ได้ ลุงตู่สมัยหนุ่มๆ ทรงอย่างแบด ณเดช ก็ ณเดช เถอะ หล่อกว่าเยอะ ขอให้เห็นใจพี่ตู่ ประเทศเราต้องเดินต่อ ฝ่ายค้านตามืดบอด ใจก็บอด หาว่าพี่ตู่ไม่มีผลงาน ใช้สมองข้างไหนคิด น่าจะใช้สมองส่วนหลังคิด บางพรรคคิดนโยบายหาเสียงอย่างเดียว อย่างเงินดิจิทัลมันทำไม่ได้ ถ้าไม่เลือกพี่ตู่ก็กลับบ้าน พวกเราก็จะลำบาก ผู้นำที่ดีต้องซื่อสัตย์สุจริต แต่ผู้นำที่ลงแข่งขันวันนี้น่ากลัวที่สุด บางคนมีปัญหาบริหารบริษัทก็เจ๊ง บางคนก็สืบทอดอำนาจ จึงขอโอกาส รทสช.” นายธนกรกล่าว

คิด-ทำเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้า รทสช. กล่าวว่า วันที่ 14 พ.ค.ขอทุกคนออกไปใช้สิทธิ์ รทสช.จะไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนประเทศไทยในทางที่ไม่ดี จะไม่ให้ใครมาเปลี่ยนครอบครัวประเทศไทยเป็นครอบครัวของพรรคการเมืองแน่นอน การเมืองวันนี้ ถูกใช้ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่เราจะ ไม่ยอม สิ่งสำคัญ 3 สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือเสาค้ำยันประเทศต้องดำรงอยู่ต่อไป จะไม่ยอมให้ใครมาทำให้พัง วันนี้เราทุกคนต้องสีเดียวกัน ครอบครัวเดียว รทสช.จะทำให้คนกลับมารักกัน ไม่แบ่งแยก ไม่มีสี วันนี้ผมสนใจอย่างเดียวคือใครเป็นคนดี รักชาติบ้านเมือง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขอเป็นนั่งร้านให้คนดีอย่างพล.อ.ประยุทธ์

“มีคนบอกว่าลุงตู่ขายไม่ได้ ไม่เป็น ความจริง ผมไม่เคยเจอ ยิ่งเดินหาเสียงพล.อ.ประยุทธ์ยิ่งหนุ่มขึ้น ไม่เคยเห็นการ หาเสียงครั้งใดที่มีคนจำนวนมากมาฟัง มีโพล บอกว่าจะได้แค่ 7 คน ขอให้เหยียบให้มิดดินไปเลย กระแสตอบรับ ลุงตู่และรทสช.จำนวนมากมาย เพราะซื่อสัตย์ ซื่อตรง ไม่โกง ไม่กิน ที่ผ่านมาในชีวิตการเมืองผมไม่เคยมีประวัติเสีย ไม่เคยถูกอภิปราย ผมกับลุงตู่จะมาสร้างพรรคการเมืองใหม่เพื่อประชาชนและชาติบ้านเมือง รทสช.คิดและทำเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน” นายพีระพันธุ์กล่าว

‘บิ๊กตู่’ลั่นมั่นใจทุกวัน
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นปราศรัยถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งว่า “มั่นใจทุกวัน” ผู้สื่อข่าวถามว่า ช้างศึกวันนี้เป็นไงบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ช้างศึกกำลังเข้าแถวอยู่ เมื่อถามว่ามั่นใจจะมีคนออกมาช่วยรบเท่าไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ฉันไม่ได้รบกับใครนี่ จะรบกับใครละ ทำเพื่อประชาชน จะไปรบกับใคร”

เวลา 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นปราศรัยด้วยน้ำเสียงดุดันว่า ลุงตู่อยู่ไหน พี่ตู่อยู่ไหน วันนี้ลุงตู่คนเดิม เอาหัวใจมาฝาก เอาของรักมาให้ เอาความจริงใจมาเสนอ วันนี้เห็นแล้วตื้นตัน ความรักมันอบอวลไปทั้งห้อง สมัยปี 2562 ความสงบจบที่ลุงตู่ ปี 2566 ความสงบจบที่ลุงตู่เหมือนเดิม และเราทำมาหากินได้มาหลายปีด้วยความสงบเรียบร้อย ตนไม่ต้องการอะไรจากท่าน ทั้งหัวใจได้มอบให้พวกท่านหมดแล้วทั้งหัวใจและร่างกาย ตนมายืนตรงนี้เพราะต้องการให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ประเทศไทยต้องไปต่อด้วยความรัก ความสามัคคี ด้วยความมุ่งมั่น ด้วยความเข้มแข็งเอาชนะทุกอย่าง ร่างกายมาเรียบร้อย เขาบอกไม่เป็นอะไรเลยแข็งแรงทุกประการ เสี่ยง อย่างเดียวคือโรคหัวใจโต” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงหนึ่งมีการเปิดคลิปวิดีโอที่บรรยายถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น ในประเทศไทย ทั้งการชุมนุม ความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นต้น

ภายหลังจบคลิปวิดีโอดังกล่าว พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมหยุดกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนกล่าวว่า “ทุกคนคงรู้สึกเช่นเดียวกับผม เห็นแล้วสะท้อนใจ เจ็บปวดในสิ่งที่จะเกิดขึ้น หากว่าเราไม่รักกัน เราไม่ช่วยกันสิ่งต่างๆ ที่เรา คาดไม่ถึงจะเกิดขึ้น ซึ่งเรายอมรับไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนในฐานะเป็นคนไทยทุกคนต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย”

เสียงสั่น-ย้ำอย่าให้สู้คนเดียว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่ตนได้รับกลับมาวันนี้คือคนให้กำลังใจมาก ตนจะไม่ยอมก้าวถอยหลังอีกแล้ว เราต้องจับมือกันจูงมือกันลากกันไปเพื่อเดินไปข้างหน้า อย่าให้อะไรมาชะงักหรือดึงรั้งคนไทยทุกคนที่จะก้าวไปข้างหน้า เราจะต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ ดีขึ้น เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายรากเหง้าประเทศของคนไทยโดยเด็ดขาด ทุกคนต้องไม่ปล่อยให้ตนสู้อยู่คนเดียว เราจะต้องรวมใจออกมาปกป้องคุณค่าของความเป็นคนไทยและประเทศไทย เราไม่อาจทำให้ประเทศ ล่มสลายได้

วันนี้ขอให้เลือกทุกเบอร์ ทุกเขต กรุงเทพฯ มี 33 เขต จำเบอร์ให้ได้ และในต่างจังหวัดอีก 367 เขต ขอฝากไปถึงพี่น้องชาวภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก และภาคใต้ทั้งหมด เราจะต้องมีส.ส.ให้มากที่สุด ถ้าท่านไม่เลือกส.ส.เขต ลุงตู่ไม่ได้มา ยืนตรงนี้อีกแล้ว แล้วเราจะคิดถึงกันไหม ตนไม่อยู่แล้วจะคิดถึงไหม เพราะตนคิดถึงท่านทุกวัน ทุกคืน ทุกเวลา วันนี้รู้สึกตื่นเต้นและซาบซึ้งกับแรงใจที่มากันในวันนี้

“ขอให้เชื่อมั่นผม ถ้าผมเป็นนายกฯ จะทำต่อให้พวกท่าน ทุกคนพร้อมจะสู้ไปกับผมหรือไม่ สู้ไหม ถ้าอย่างนี้ผมสู้ใจขาด อย่าให้ลุงตู่สู้คนเดียว เพราะทุกคนเชื่อมั่นว่าผมเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต คนที่จะมาเป็นตรงนี้หรือ คนที่จะมาทำงานการเมืองจะต้องเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตและรักบ้านเมือง รักพี่น้องประชาชน ทุกคนเท่าๆ กัน ต้องขอบคุณทุกคนอีกครั้ง วันนี้ซาบซึ้ง ขอให้ทุกคนกลับบ้านด้วยความสุขสบายใจ ขอให้เลือก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ภายหลังปิดเวทีการปราศรัย ผู้สื่อข่าวถามพล.อ.ประยุทธ์ว่ารู้สึกอย่างไร เพราะบนเวที ดูเหมือนว่าเกือบน้ำตาไหล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็โอเค มันตื้นตันซาบซึ้ง” พร้อมเอามือตบไปที่หน้าอกด้านซ้ายด้วยสีหน้าตื้นตัน

ตั้งวอร์รูมลุ้นผล
ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการรทสช. ให้สัมภาษณ์ ถึงไม้เด็ดที่จะทำให้คนที่ยังลังเลมาเลือกรทสช.ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกอนาคตประเทศ สำหรับรทสช.ได้นำเสนอนโยบายและแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนไปแล้วว่าเราอยากได้ประเทศไทยแบบไหน และ เดินหน้าไปแบบไหน ซึ่งจะใช้เวลาหาเสียง ที่เหลือให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อสื่อสารไปยังประชาชน และที่สำคัญคือทุกคนต้องออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ส่วนกรณีที่โซเชี่ยลมีการใช้ภาพของพล.อ.ประยุทธ์ แนบหมายเลขพรรคการเมืองพรรคอื่นนั้น กลเม็ดอย่างนี้จะทำอย่างไร ก็ทำได้ แต่ตนเชื่อว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศวันนี้ทราบดีอยู่แล้ว ลุงตู่อยู่รทสช. เราเปิดแคมเปญหาเสียงด้วยการปล่อยเพลง ซึ่งทุกคนร้องได้ทั่วทั้งประเทศ และทุกคนทราบดีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ โดยมีการชี้แจงอย่างชัดเจนว่าบัตรเลือกตั้งสีใดตรงหมายเลขอะไร ฉะนั้น ไม่ว่าจะไปตัดต่อใส่หมายเลขอื่นอย่างไร ตนเชื่อได้ว่าประชาชนจะไม่เชื่อ เนื่องจากทราบอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าจนถึงวันนี้ยังมั่นใจว่า จะได้ส.ส.กี่ที่นั่ง นายเอกนัฏกล่าวว่า จะต้องได้จำนวนมากที่สุด หวังว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศ เพราะมั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียงสนับสนุนส.ส. เกิน 25 ที่นั่งอย่างแน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ขอคิดเรื่องตัวเลข แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด สำหรับวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.จะมีการตั้งวอร์รูมฟังผลที่ที่ทำการพรรค โดยแกนนำพรรคทุกคนจะทยอยเดินทางเข้ามา

พปชร.ชู‘ป้อม’เหมาะนั่งนายกฯ
เวลา 14.00 น. บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคพลังประชารัฐขนแกนนำจัดปราศรัยใหญ่ มี กองเชียร์ทยอยมาประมาณ 3,000 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ตํารวจ 1 กองร้อย ประจำจุดดูแลรักษาความปลอดภัย และตั้งเครื่องสแกน วัตถุต้องสงสัยคัดกรองบุคคลที่จะผ่านเข้ามาร่วมฟังการปราศรัย รวมถึงมีทีมงานรักษาความปลอดภัยของพรรคประจําตามจุดต่างๆ นอกจากนั้น ยังวางแผงรั้วกั้นถนนเชื่อมระหว่างอาคารกีฬาเวสน์ 2 กับอาคารกีฬาเวสน์ 1 ที่ก.ก.ใช้เป็นสถานที่ปราศรัยปิด ในเวลา 18.00 น. เพื่อความเป็นระเบียบและป้องกันไม่ให้กองเชียร์แต่ละพรรคเดินข้ามถึงกัน ป้องกันการกระทบกระทั่งกันที่อาจเกิดขึ้น

นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมดูแล ผู้สมัครกทม. ปราศรัยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร.และแคนดิเดตนายกฯ เป็นผู้จัดการตัวจริง ที่อยู่เบื้องหลังการทำงาน จนทำให้รัฐบาลอยู่มาได้ถึง 4 ปี ผลงานที่ทุกคนรู้กันดีคือ แก้หนี้นอกระบบ แก้เศรษฐกิจ และแก้ปัญหาน้ำ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ ที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ตอนนี้ เพราะผู้นำทางการเมืองต้องพร้อมเป็นกาวใจให้ทุกฝ่าย ต้องมีบารมีที่ทุกฝ่ายให้ความเกรงใจ รวมถึงพร้อมรับฟัง และพร้อมทุ่มเทแรงกาย แรงใจให้ประชาชน

นำได้-ตามเป็น-เย็นพอ-ฟังทุกฝ่าย
เวลา 15.40 น. ได้เปิดตัวพล.อ.ประวิตร โดยมีผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 33 คน ถือธงนำพล.อ.ประวิตร เดินเข้าอาคาร ซึ่งพล.อ.ประวิตร มีท่าทีกระฉับกระเฉง หน้ายิ้มแย้ม กล่าวปราศรัยว่า ทุกนโยบายที่หาเสียงไว้ ขอสัญญาว่าจะทำให้สำเร็จ เพราะผมเป็นคนที่ไม่มีภาระใดๆ ไม่มีธุรกิจ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ผมมีเพียงภารกิจเดียว และเป็นภารกิจสุดท้ายในชีวิตผมคือการตอบแทนบุญคุณ แผ่นดิน สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศ ไทย ขอให้ทุกคนช่วยกัน ตลอด 8 ปีการเป็นรัฐบาล ตนสามารถพูดคุยกับทุกคน รับฟังความคิดเห็นต่างได้จากทุกฝ่ายโดยไม่มีอคติ

วันนี้ประเทศยังมีปัญหาอีกมากโดยเฉพาะความยากจน และปัญหาปากท้องไปจนถึงการก้าวข้ามความขัดแย้ง และการก้าวล่วงสถาบัน การแทรกแซงทางการเมือง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ตนและพปชร. มุ่งมั่นจะเอาชนะปัญหาให้ได้ เรารับรองว่าจะก้าวไปด้วยกัน ทุกนโยบายที่รับปากเมื่อเป็นนายกฯ ตนจะทำทันที ขอให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นว่าตนทำได้ ขอให้เชื่อมั่นตนจะนำพาประเทศ ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง เราจะช่วยกันนำพาประเทศนี้ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ขอให้เลือกตนและพปชร. ประเทศชาติจะไม่วุ่นวาย เศรษฐกิจจะเดินหน้า ค้าขายจะเจริญรุ่งเรือง “เลือกลุงป้อม นำได้ ตามเป็น เย็นพอ ฟัง ทุกฝ่าย” เราจะก้าวข้ามความขัดแย้งพร้อม เดินหน้าไปด้วยกัน

จากนั้นพล.อ.ประวิตร กล่าวอ้อนประชาชน ให้เลือก พปชร.บัตรสีเขียว เพื่อให้เข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน และปิดเวทีปราศรัยเวลา 16.00 น.

‘จุรินทร์’ขอพลังเงียบหนุนปชป.
เวลา 17.00 น. ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์จัดการปราศรัยใหญ่นัดสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง ภายใต้ชื่องาน “#SAVEประชาธิปัตย์ เพื่อ #SAVEประชาธิปไตยไม่โกง” โดยมี แกนนำพรรค อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลกทม. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. รวมถึงคณะผู้สมัครส.ส.กทม.ทั้ง 33 คน และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ บรรยากาศ เป็นไปอย่างคึกคัก

นายจุรินทร์ กล่าวปราศรัยว่า ขอขอบคุณประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ไม่เคยทอดทิ้งปชป. ไม่มีการเลือกตั้งครั้งไหนที่ปชป.ไม่มี ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่รุนแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ แข่งขันกันทั้งคน ทั้งนโยบาย แข่งขันทั้งพรรค และทั้งการสร้างกระแสทางการเมือง เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเสียงของตัวเองเป็นเลิศ สามารถแลนด์สไลด์ได้

ที่สำคัญ ตนเป็นห่วงว่าแม้ฝุ่น pm 2.5 หมดไปแล้วด้วยฝนหลวงที่ลงมาชะล้าง แต่สิ่งที่ น่าเป็นห่วง คือpm 500 กับpm 1,500 ตนจึงอยากกับทุกคนว่าการเลือกตั้งเที่ยวนี้ ประชาชนในกรุงเทพฯ และประชาชนทั้งประเทศอย่าลงคะแนนเลือกตั้งตามกระแส และอย่าเลือกเพราะผลประโยชน์เฉพาะหน้า แต่ขอให้เลือกอนาคตที่ยั่งยืนให้ประเทศ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกเพื่ออนาคตของกรุงเทพฯ และประเทศไทยของเรา

สถานการณ์การเลือกตั้งสำหรับปชป. เที่ยวนี้ ตนขอบอกว่าตั้งแต่นับหนึ่งเมื่อ 4 ปี ที่แล้ว มาจนถึงวันนี้ ทุกอย่างดีขึ้นเป็นลำดับ เสียงตอบรับจากคนไทยทั้งประเทศดีขึ้นในทุกภาค ขณะที่ 3 ทัพของปชป.กำลังเดินหน้าบุกตะลุยไปทั่วประเทศ ตนจึงขอให้พลังเงียบและพลังปชป.ช่วยกันตะลุยหาเสียงต่อไปจนนาทีสุดท้าย เพื่อให้ปชป.ได้รับเสียงสนับสนุนจากคนไทยทั่วประเทศถล่มทลาย เพื่อให้ปชป.อยู่คู่ฟ้าไทยตลอดไป

‘มาร์ค’ยันเป็นหลักบ้านเมืองได้
ด้านนายอภิสิทธิ์ ปราศรัยว่า ตนอยากมายืนยันว่า ปชป.ไม่เหมือนกับพรรคอื่นแน่นอน เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของ ขณะที่พรรคอื่น ถ้าเอ่ยชื่อบางพรรค ก็จะร้องอ้อ รู้เลยว่าตั้งขึ้นมาไว้สนับสนุนลุง อีกพรรคก็มีลุงอีกคน ส่วนอีกพรรคเป็นของเสี่ย และอีกพรรคมีคน แดนไกลกำกับอยู่หรือป่าว แต่ปชป.ไม่มีอะไรอย่างนั้นแน่นอน เพราะ 77-78 ปี ปชป.มีไว้เพื่อสืบสานอุดมการณ์ ไม่ใช่เป็นเรื่องของบุคคล แต่มีประชาชนเป็นเจ้าของพรรค

อย่าเอาความกลัว ความเกลียดเป็นตัวตั้ง แต่ให้นึกถึงประเทศเป็นตัวตั้ง โดยปชป.เป็นตัวเลือกนี้ ตนยืนยันว่าคนที่มาเกี่ยวข้องกับ ปชป.มีทุกรุ่นที่จะช่วยประเทศได้ทั้งสิ้น เราเป็นพรรคที่สร้างคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่เหล่านั้นรู้ว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงต้อง ทำอย่างมีศิลปะ บางครั้งความพยายามจะเปลี่ยนแปลงโดยไม่เรียนรู้ความละเอียดอ่อน ความรู้สึกนึกคิดของคนต่างวัย ในที่สุดจะนำมาซึ่งความขัดแย้ง

เลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนต้องกาบัตร สองใบ ตนไม่ใช่เซียนการเมือง ได้ดูโพลบ้างแต่ไม่รู้ว่าพรรคไหนจะได้เท่าไหร่ ไม่รู้ว่าใครจะได้จัดรัฐบาล แต่พอจะมองเห็นความวุ่นวายหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น เกี่ยวกับกติกาที่ออกแบบมา แต่ตนยืนยันได้ว่าเลือกปชป. เราจะเป็นหลักให้กับบ้านเมืองได้ จะช่วยฟันฝ่าวิกฤตต่างๆ ได้ จะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเราทุ่มเททำงานให้กับประชาชนร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง จะทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและจะสืบทอดอุดมการณ์ของปชป.ตลอดไป

โค้งท้าย – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำปราศรัยใหญ่ที่ลานหน้าโชว์ดีซี พระราม 9 เมื่อวันที่ 12 พ.ค.

‘หนู’ชี้ภท.เป็นทางออกขัดแย้ง
เวลา 17.00 น. ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าโชว์ดีซี ถ.พระราม 9 พรรคภูมิใจไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมแกนนำพรรค

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลที่ประชาชนต้องเลือกภท.ในวันที่ 14 พ.ค. เพราะท่ามกลางความเป็นไปของสถานการณ์การเมือง ตนมั่นใจว่าภท.เป็นพรรคที่อยู่เหนือความขัดแย้ง ที่จะทำงานให้กับประชาชน ด้วยผลงานและนโยบายต่างๆ ที่ให้กับประชาชนสำเร็จทุกเรื่อง และเรายังมีประสบการณ์ ความสัมพันธ์ที่ดีทั้งหน่วยงานราชการ ข้าราชการประจำ และการทำงาน รวมถึงความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาลเป็นไปด้วยดี เรารักษากติกา เคารพกฎหมาย ไม่ขัดแย้งกับใคร มีความเด็ดขาด จะขัดแย้งกับเฉพาะคนที่ไม่มีความปรารถนาดีกับบ้านเมือง ทุจริต และไม่นึกถึงประชาชน ที่เหลือเราสามารถทำงานได้หมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้สังคมเกิดความ ขัดแย้งระหว่างเลือกหรือไม่เลือก 2 ลุง กับ 2 หลาน นายอนุทินจะเป็นทางออกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ภท.ไม่เชื่อในเรื่องความขัดแย้งอยู่แล้ว เพราะความขัดแย้งมีเมื่อไหร่ ความก้าวหน้าจะไม่เกิดขึ้น จะเห็นว่าที่ผ่านมา ภท.ถูกกระทำต่างๆ มากกมาย แต่ไม่เคย สอยกลับ หรือเช็กบิลใคร แต่ตรงกันข้าม พรรคได้รักษากติกาในการอยู่ร่วมกันเป็นอย่างดี ใครที่เคยได้ยินภท.ในทางลบ ถ้าลองสัมผัสและทำงานร่วมกันจะรู้ว่าเราเป็นพรรคที่ตั้งใจทำงานจริงๆ เล่นการเมืองไม่เป็น เพราะมุ่งเน้นแต่ทำงาน และรัฐบาลอยู่ได้มาตลอด 4 ปี เพราะภท.ที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง และการเอาคืนทุกอย่าง

มั่นใจได้ส.ส.มากกว่าปี 62
ต่อข้อถามว่ากระแสพท. และก.ก. มาแรงมากจะกระทบกับเป้าหมายส.ส.ที่ภท.วางไว้ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เชื่อหรือไม่ว่าภท.ไม่เคยมองเรื่องอื่นเลย หัวหน้าพรรคชอบขี่ม้า เวลาขี่ม้า จะเอากระบอกปิดตามา เพื่อไม่ให้มองข้างๆ เพื่อให้มองที่เป้าหมายอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลัง 3 ทุ่มวันที่ 14 พ.ค. เห็นคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จะเห็นความชัดเจนเรื่องทิศทางการร่วมรัฐบาลของภท.เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาไว้สักสามทุ่มครึ่ง พอจะเห็นผล เห็นแนวทาง แต่ภท.คง ไม่ได้มีการแถลงชัดเจนในวันนั้น เราจะรอคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลอย่างชัดเจนก่อน เราไม่สามารถเอาผลอย่างไม่ เป็นทางการมาทึกทัก มามีท่าทีได้ แต่การเตรียมพร้อมในการตัดสินใจมีแน่นอน ไม่ต้องห่วง ณ ขณะนี้ยืนยันว่าเรายังไม่ได้มีการพูดคุยกับใครเลย ใครไปแอบอ้างว่าภท.คิดอย่างนี้ๆ หรือจะทำอย่างนี้อย่างนั้น ไม่มีแน่นอน เพราะเป้าหมายของเราคือทำให้ได้ ส.ส.เดินเข้าสภาให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า หลังการเลือกตั้ง มั่นใจว่าภท.จะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มั่นใจว่าภท.จะเติบโตขึ้น และจะมีส.ส.ในสภามากกว่าเดิมแน่นอน เราไปทีละสเต็ปท์

เชื่อแจ้งเกิดในกทม.
นายอนุทิน กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า จากที่ตนต่อสู้มาตลอด เพราะอยากมีส.ส.กทม.ในครั้งนี้ ตนก็กล้าๆกลัวๆมา แต่เห็นพี่น้องวันนี้แล้วมั่นใจว่า ภท.จะได้เกิดในพื้นที่กทม.แน่นอน ตนจะสวดมนต์ว่าขอให้พี่น้อง เข้าคูหากาเบอร์ 7 และกาให้คนของภท. เราทำงานมา 4 ปีในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าเรายึดกรอบเดิมๆว่าจังหวัดไหนไม่เลือกจะไม่ทำงานให้ แต่เราคิดตรงกันข้าม เพราะจังหวัดไหนไม่เลือกยิ่งต้องทำงานให้เขาเลือกเราจนได้ เรายึดคติตื๊อครองโลก ตื๊อด้วยการทำงาน ไม่ใช่ตื๊อด้วยการด่าทอต่อว่าพรรคอื่น

“การทำงานเพื่อประชาชนต้องมีประสบการณ์ มีความตั้งใจ ไม่ใช่ขายของอยู่จะมาเป็นนายกฯได้อย่างไร กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว กรุงเทพฯยิ่งแล้วใหญ่ เพราะต้องมีประสบการณ์มาทำงาน จึงขอให้ใจเย็นๆ เพราะจะมารับใช้บ้านเมือง ต้องอย่ามองประชาชนเป็นเสาไฟฟ้า วันนี้เขาเข้าถึงข้อมูลข่าวสารแยกแยะได้ เชื่อว่า ประชาชนเห็น การทำงานของภท.ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่าพูดแล้วทำ” นายอนุทินกล่าว

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.การเลือกตั้ง กทม. ปราศรัยว่า ภท.มั่นใจมาก เราไม่สน กระแส เพราะมั่นใจในพี่น้องประชาชน เราไม่เอาแก้มาตรา 112 ต้องรู้คุณแผ่นดิน ภท. ยืนหยัดปกปักษ์รักษา 3 สถาบันหลัก ไม่มีใครชัดเจนกว่านี้แล้ว

เวทีก.ก.คึก-ลุ้น 12 ล้านคะแนน
ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) พรรคก้าวไกลจัดปราศรัยครั้งสุดท้าย ภายใต้ชื่อ “คำตอบสุดท้ายก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” มีกองเชียร์มารอตั้งแต่เวลา 07.00 น. ขณะที่เปิดประตูให้เข้าในจุดจัดปราศรัยเวลา 15.30 น. ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ที่นั่งชั้น 1 ถูกจับจองจนเต็มพื้นที่ คนมาทีหลังต้องขึ้นไปบนอัฒจันทร์ชั้นสองแทน และเริ่มปราศรัยเวลา 18.00 น.

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อดีตส.ส. ปราศรัยว่า ถ้ายุบพรรควันนี้ เรามีพรรคใหม่เรียบร้อยแล้ว เราอย่ากลัว อย่าให้เขาใช้ความกลัวกดหัว พวกเรา ตอนนี้พวกเขากำลังดิ้น เราไม่กลัวแมลงสาบเพราะเลือกตั้งรอบนี้สูญพันธุ์แน่นอน ส่วนหนูผีก็สะดุดปล้องกัญชาล้ม ไปแล้ว พปชร.ก็เละไปแล้ว สาบานสัญญาว่าตนจะคอยกำกับตรวจสอบนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าก.ก. ให้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ วันนี้เราเข้ามาแก้แค้น ไม่ได้มาแก้ไข แก้แค้นด้วยการออกกฎหมาย แก้กฎหมายป้องกันการทำรัฐประหาร รวมถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้สอดคล้องกับหลักสากล ลดโทษให้เหลือ 0-1 ปี

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียง ก.ก. กล่าวว่า พวกเรามีความหวังเปลี่ยนแปลงรัฐบาล นายกฯ และประเทศไทยไปด้วยกัน ขอให้ประชาชนอดทน มีความหวัง อย่าเพิ่งหนีออกจากประเทศไทย ต้องอยู่ที่นี่ ถ้าก.ก. ได้คะแนน 10-12 ล้านเสียงจะเป็นสัญลักษณ์ว่าคนกลุ่มนี้อยากเปลี่ยนแปลง และหมายความว่าจะเป็นพลังใหม่พัดพลังเก่าให้ล้มระเนระนาด วันที่ 14 พ.ค.นี้ กาก.ก.ให้ถล่มทลาย เพื่อให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม เพื่อหยุดอดีต เดินหน้าสู่อนาคตแบบใหม่ วันที่ 14 พ.ค. คำตอบสุดท้ายก.ก.ทั้งแผ่นดิน

‘พิธา’ตั้งเป้ายุติรปห.ชั่วนิรันดร
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง ก.ก. กล่าวว่า ขณะนี้เกิดดราม่าว่าก.ก.ไม่มีประสบการณ์ อยากถามว่าประเทศที่พังอยู่ตอนนี้ก็เพราะคนมีประสบการณ์ทั้งนั้นใช่หรือไม่ อนาคตใหม่ฆ่าไม่ตาย แต่กลับเกิดขึ้นใหม่อย่างองอาจและใหญ่กว่าเดิม ความคิดของเราพวกเขาฆ่าไม่ตาย โดยเฉพาะมาตรา 112 กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่พูดคุยได้อย่างปลอดภัย พวกเขาล้มเหลวในการทำลายเรา วันนี้คือโมงยามแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว ไม่มีอะไรหยุดได้ เพราะประชาชนตื่นรู้

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการก.ก. กล่าวว่า อยากบอกทุกคนว่าเวลาต่อจากนี้ 5-10 ปีข้างหน้า เราอยู่ในช่วงที่น่าตื่นเต้นที่สุด เพราะอยู่ในช่วงรอยต่อแห่งยุคสมัยสำคัญ สังคมไทยยุคใหม่จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่ที่พลังกลุ่มใด ขอให้พวกเราทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเพื่อสร้างความเปลี่นแปลงสุ่ยุค สมัยใหม่ของพวกเราทุกคน

นายพิธา ปราศรัยว่า วันนี้พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกฯของทุกคนทุกรุ่น สามารถฝากความฝันความหวังไว้กับตนได้ เราต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพื่อประชาชน ต้องการกระจายอำนาจ ให้คนจังหวัดนั้นเป็นผู้แก้ไขปัญหาในจังหวัดนั้นด้วยตัวเอง คืนครูให้ห้องเรียน ฉะนั้นผู้นำไทยคนต่อไปต้องเป็นคนที่พร้อมแก้ปัญหาเก่าและเผชิญหน้ากับปัญหาใหม่ และพร้อมนำพาประเทศไปสู่อนาคต จะหยุดแช่แข็งประเทศได้

นายกฯ ต้องแก้ปัญหาเก่าที่ติดหล่มมา 17 ปี เอาประเทศออกจากความขัดแย้ง ในวิสัยทัศน์ของตนคือยุติวงจรรัฐประหารชั่วนิรันดร ปฏิรูปกองทัพให้อยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน ทำให้จิ๋วแต่แจ๋ว มีสวัสดิภาพและสิทธิมนุษยชน หยุดแทรกแซงการเมืองไทย คืนศรัทธาให้ระบบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตย ตนพร้อมรับใช้ท่าน และจะรับฟังคนเห็นต่าง และตนจะเป็นนายกฯที่ดีขึ้นก็เพราะท่าน วันที่ 14 พ.ค. กาก้าวไกลให้ประเทศไทย ไม่เหมือนเดิม คำตอบสุดท้าย ตรงไปตรงมามีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง

‘เจ๊หน่อย’ไม่จับมือรัฐประหาร
เวลา 18.00 น. ที่ลาน Parc Paragon ห้างสรรพสินค้าพารากอน พรรคไทยสร้างไทย เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ “ไม่เอาลุง ไม่เอาความขัดแย้ง ไทยสร้างไทย คือคำตอบ” นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกฯ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี แคนดิเดตนายกฯ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรค และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผอ.ปราบโกงพรรค มีผู้มาฟังปราศรัยจำนวนมาก

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า วันนี้เราได้รวบรวมคนที่มีอุดมการณ์ มีความเสียสละ ความสุจริตใจ “ต้องการทำให้ ไม่ทำเอา” เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตที่ดี จึงตั้งปณิธานว่า จะร่วมสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุดเพื่อส่งต่อ ให้ลูกหลาน ทสท.จะเน้นการทำงานหนัก ด้วยความเสียสละ คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน เพื่อนำพาประเทศชาติบ้านเมืองออกจากสงครามการเมือง 2 ขั้ว ทำให้ประชาชนมีชีวิตใหม่เพื่อปลดปล่อยพี่น้องประชาชนจากอำนาจนิยม สร้างชีวิตให้อยู่ได้อย่างมั่นคง มีศักดิ์ศรี

ทสท.จะไม่จับมือกับคณะรัฐประหารทั้งเก่าและใหม่ และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง วันนี้ขอให้เลือกทสท.โดยไม่ต้องลังเล ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องกลัวว่าจะทำตามที่พูดไว้ หรือต้องทำตามใคร เพราะไทยสร้างไทยนายใหญ่คือประชาชน ขอให้เลือกทสท. ให้ชนะถล่มทลาย และขอประกาศเชิญชวนประชาชน มาร่วมจุดไม้ขีดไฟคนละก้าน เพื่อขับไล่ความมืดมิด เผากองขยะไม่ให้มีแมลงวันอีกต่อไป ให้เกิดแสงสว่าง ให้เกิดท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ให้เกิดสวนดอกไม้ ให้เพิ่มประชาชน ได้ช่วยกันทำน้ำผึ้ง สร้างประชาชน คนไทย และประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีที่สุดต่อไป

ชพก.สร้างโอกาสให้ประชาชน
ที่คอนเวนชั่น ฮอลล์ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม. พรรคชาติพัฒนากล้า นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต ร่วมเปิดเวทีปราศรัยหัวข้อ “ร่วมสร้างประเทศแห่งโอกาส” ประกาศ สู้ทุนผูกขาด เศรษฐกิจต้องเรา เพื่อให้คนไทย งานดี มีเงิน ของไม่แพง มีประชาชนเข้าฟังการปราศรัยจนเต็มสถานที่จัดงาน

นายกรณ์กล่าวว่า ตนทำงานในฐานะหัวหน้าพรรค เดินสายพบพี่น้องประชาชน ทั้งปราศรัยและลงพื้นที่ มาถึงวันนี้ 1,183 วันเต็ม วันนี้อยากบอกกับพี่น้องว่า เป้าหมายการทำงานของชพก. จะมาทำงานเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยรวยขึ้น แต่ความรวยไม่สามารถแก้ปัญหา และทำให้เรามีความสุขได้ เราจะไม่มาอ้างเหมือนนักการเมืองหลายๆ คน ว่าจะมากำจัดคนยากคนจนออกจากบ้านเมือง ทุกประเทศทั่วโลกก็ต้องมีคนจนที่เราต้องดูแล แต่สิ่งที่ชพก.จะให้คือโอกาสที่จะทำให้อนาคตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น

แม้เราจะเป็นพรรคเล็ก แต่เป็นพรรคเล็ก ที่คิดใหญ่ ที่สามารถเปลี่ยนทิศทางประเทศ เราจะทำให้ทุกคนรวยขึ้น มีคำถามว่า นโยบายที่เรานำเสนอ ดูเป็นเรื่องใหญ่ แล้วพรรคเล็กเลือกไปแล้วทำได้จริงหรือ ขอตอบว่า ถ้า พี่น้องย้อนกลับไปดู สองปีที่ผ่านมา เมื่อเจอปัญหาหนักๆ เช่น ค่าน้ำมันแพง ไฟแพง อัตราดอกเบี้ยแพงพี่น้องกู้ยืมเงินไม่ได้ มีพรรคไหนสู้เพื่อพี่น้องบ้างนอกจาก ชพก. พรรคเล็ก หรือใหญ่ไม่สำคัญเท่าขนาดของหัวใจ อยู่ที่ความตั้งใจถ้าเรามีโอกาสเราต่อสู้เต็มที่ พรรคเราจะมี ส.ส.กี่คนก็แล้วแต่ ตนมั่นใจหัวใจของผู้สมัครทุกคน

แห่ฟังพท.-ฟันธงชนะเกิน 286เสียง
เวลา 18.00 น. ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้ชื่อ “เลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ประเทศไทยเปลี่ยนทันที” มีแกนนำพรรคทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และผู้สมัครส.ส.ร่วมกิจกรรม มีผู้สนับสนุนพรรคมาร่วมฟังแน่นขนัดจำนวนมากจนเต็มพื้นที่

นพ.ชลน่านกล่าวว่า สิ่งที่ต้องการบอก ชัดๆ ว่า ต้องแลนด์สไลด์ เพราะมีความสำคัญกับทุกคน ถ้าไม่แลนด์สไลด์ในการเลือกตั้งจะสูญเสียโอกาส ถ้าแลนด์ไลด์เพื่อจัดตั้งรัฐบาล พท.ต้องได้ ส.ส. 250 คนขึ้นไป ไม่เช่นนั้น ตาอยู่ 2 คน จะเป็นนายกฯ นั่นคือ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ถ้าพี่น้องไม่เอาต้อง ร่วมกันเอา 2 ลุงออกไป วันนี้พายุฝนการเมืองกำลังตกหนักเกือบทุกพื้นที่ การเลือกตั้ง ครั้งนี้มีคนกล่าวหามีการซื้อเสียงมากที่สุด ฝนนี้มันเป็นฝนกรดมีพิษ ตนมั่นใจว่าประชาชนคนไทยแม้โดนฝนกรด พี่น้อง จะเก็บกินฝนนั้น เข้าคูหากาพท. เพื่อรับเงิน 1 หมื่นบาท วันเลือกตั้งมั่นใจพท.จะชนะ เลือกตั้งถล่มทลาย 286 เสียงขึ้นไป

‘อิ๊ง’เผย‘แม้ว’พร้อมช่วยกู้วิกฤต
ด้านน.ส.แพทองธาร ปราศรัยว่า การที่พท. ต้องมีแคนดิเดตนายกฯ 3 คน เพราะตลอด เส้นทางตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงพท. เราเจออะไรมาเยอะ เราจึงไม่ประมาท แคนดิเดตทั้ง 3 คนทำงานเป็นทีม บวกกับพท.ที่แข็งแรง เข้มแข็ง คิดใหญ่ทำเป็น วันนี้ไม่ว่าใครได้เป็นนายกฯ อีก 2 คนจะ ช่วยสนับสนุนให้นโยบายที่สัญญาไว้สำเร็จทั้งหมด

การเข้ามาการเมืองของตนต้องการแสวงหาโอกาสให้คนรุ่นใหม่ มีช่องทางหารายได้ให้ครอบครัว เพื่อให้เศรษฐกิจดีอย่างตอนไทยรักไทยกลับมาอีกครั้ง วันนี้ตน ได้คุยกับคุณพ่อ ท่านพูดกับตนว่า “ถ้าพ่อกลับมาติดคุก ระหว่างที่พ่ออยู่ในคุก ถ้าพท.เป็นรัฐบาล อยากจะใช้มันสมองของท่านช่วย คนไทยผ่านวิกฤตไปให้ได้ และท่านซึ้งใจเพราะตั้งแต่ทำพรรคการเมืองมา ตั้งแต่ไทยรักไทย ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนตลอด ไม่เคยลืมบุญคุณของประชาชนเลย”

พี่น้องยังจำช่วงชีวิตที่ดีสมัยไทยรักไทยและพท.เป็นรัฐบาลได้หรือไม่ จะเอาแบบนั้นอีกหรือไม่ วันที่ 14 พ.ค.ขอให้เข้าคูหากาพท.ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน พท.เป็นรัฐบาลประเทศไทยเปลี่ยนทันที ปิดสวิตช์ ส.ว. ปิดสวิตช์ 3 ป. คนไทยมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีกินมีใช้ไปด้วยกัน แลนด์สไลด์พาพท. เข้าทำเนียบรัฐบาล

‘เสี่ยนิด’ประกาศนายกฯคนที่ 30
นายเศรษฐากล่าวว่า ตนมั่นใจว่าพวกเรา จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้เราเป็น พรรคเดียวที่มีโอกาส ทำให้ ส.ว.ต้องฟังเสียงประชาชน และเราจะไม่ทรยศต่อคนที่ร่วมอุดมการณ์ เราจะรับฟังทุกเสียงของประชาชน ภาพฝัน ความหวัง และนโยบายที่ตนได้กล่าวไปในตลอด 75 วันที่ตนลงพื้นที่เป็นไปได้จริง เรามีบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ในวันนั้นพท.พลาดไปเพียง 17 ที่นั่ง ไม่เช่นนั้นฝ่ายประชาธิปไตยจะเป็นผู้ชนะ เราจะต้องไม่ปล่อยให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกแบบไร้ยุทธศาสตร์

นโยบายของพท.ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง แก้ปัญหาตั้งแต่ระดับโครงสร้างในภาพใหญ่ การแก้ปัญหาระยะสั้นจนถึงระยะยาว ประกอบกันจนเป็นโรดแม็ปของการพัฒนาประเทศ ถ้าพท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประการแรก พี่น้องจะเห็นรัฐบาลที่เข้ามาบริหารอย่างจริงจัง ไม่ใช่บริหารแบบธุรการเหมือนที่ผ่านมา เราจะมียุทธศาสตร์ มีเป้าหมายที่ชัดเจน วางระบบไว้สำหรับคนรุ่นหลังให้เดินต่อไปได้ ขอวิงวอนจากใจ อย่าเลือกเพราะความกลัว แต่ให้เลือกเพราะความชัวร์ ว่าพท.ทำได้จริง

“ผมนายเศรษฐา ขอเป็นนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย ทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากความมืดมน ขอให้ทุกคนลงคะแนนให้พท.ทั้งสองใบ ให้จัดตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพ ให้พวกเราไปรับใช้ประชาชน”

แจงสื่อนอกไม่ร่วม‘2 ป.’
นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. ให้สัมภาษณ์วอยซ์ออฟอเมริกา สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่ครอบคลุมทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และออนไลน์กว่า 40 ภาษา ทั่วโลก มีผู้รับชมและผู้อ่านกว่า 236 ล้านคนเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ถึงกรณีที่โพลหลายสำนักระบุว่า พท.มีคะแนนนำอยู่ในขณะนี้ว่า ตนขอสละตำแหน่งนายกฯ หากต้องร่วมรัฐบาลกับพรรคของ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ซึ่งทำรัฐประหารในปี 2557 หรือพล.อ.ประวิตร พันธมิตรของ พล.อ.ประยุทธ์

“ผมไม่เชื่อในการทำรัฐประหาร ผม ไม่สามารถนึกภาพตัวเองทำงานร่วมรัฐบาล นั่งอยู่ในครม.กับพวก พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ได้ ผมอยากเป็นนายกฯ ไม่ใช่แค่เพียงได้ชื่อว่าเป็นนายกฯ แต่อยากเป็น นายกฯ ที่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงให้เศรษฐกิจและสังคมไทย หากสภาพแวดล้อมไม่อำนวยให้ผมสามารถทำได้ ผมยินดียอมสละตำแหน่งนายกฯ”

ตนรู้จักกับนายทักษิณ ชินวัตร มาหลายสิบปี ทั้งสองครอบครัวต่างประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นความรู้สึกสิ้นหวังที่ชักนำให้เข้าสู่การเมือง เวลาที่นั่งอยู่บนยอดพีระมิด ตนจะเฝ้ามองดูว่าคนทั่วไปเขาใช้ชีวิตกันยังไง ตนรู้สึกเศร้าใจกับสิ่งที่เห็น เพราะความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมทั้งในด้านการศึกษา ระบบสาธารณสุข และปัจจัยพื้นฐานอย่างอาหารที่อยู่บนโต๊ะ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นในประเทศที่มีศักยภาพมากอย่างประเทศไทย

แรงจูงใจที่กระตุ้นให้เข้าสู่การเมืองมากขึ้น คือการที่ประเทศได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างหนัก ซึ่งรายงานไอเอ็มเอฟระบุจีดีพีประเทศดิ่งลงถึง 6.1% ในปี 2563 ขณะเดียวกันผลสำรวจธนาคารโลกรายงานว่า 70% ของครัวเรือนประสบภาวะ รายได้ลดลง และสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเลือก พท. เพราะพรรคมีหัวใจคือประชาชน พวกเขาได้ชักชวนให้มาร่วม จนในที่สุดก็มีความเห็นร่วมกัน

ขอเป็นนายกฯฟื้นศก.-เปลี่ยนสังคม
วอยซ์ออฟอเมริกา ถามว่า พท.มีเป้าหมายสำคัญ เหมือนกันกับก.ก. นั่นคือการหยุดอำนาจภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นนายกฯ มาเกือบ 9 ปี แต่พท.และก.ก. ยังแข่งขันชิงฐานเสียงในพื้นที่เขตกันเอง พร้อมกันนั้นก.ก. ยังวางตัวเองเป็นคนที่กล้าต่อสู้กับกลุ่มทุนผูกขาดและแก้ไข มาตรา 112 ที่มีโทษจำคุกสูงถึง 15 ปี จะแก้ไขปัญหา 2 ประเด็นคือ กลุ่มทุนผูกขาดและมาตรา 112 อย่างไร

นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ผ่านกระบวนการรัฐสภา ส่วนการจัดการกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศไทย เราต้องมีความคาดหวังอยู่กับพื้นฐานของความเป็นจริง ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับกลุ่มทุน แต่ต้องมั่นใจว่าจะสร้างโอกาสให้กลุ่มธุรกิจรายย่อยโตได้ ไม่ได้มาเพื่อทำร้ายกลุ่มทุน แต่มาเพื่อช่วยคนตัวเล็ก

“ส่วนในประเด็นความคิดเห็นของคน รุ่นใหม่ต่อ มาตรา 112 ตนยังไม่เคยมีโอกาสคุยกับพวกเขานานพอ ยังไม่แน่ใจว่าอะไรคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่โอเคหรือไม่โอเค ต้องหารือกัน ต้องพูดคุยกัน บางทีบางเรื่องอาจจะไม่ใช่ประเด็นที่เป็นปัญหาก็ได้ ก็ต้องคุยต่อ ถ้าคิดว่ากฎหมายปัจจุบันต้องแก้ไข ก็เป็นกระบวนการของรัฐสภา

ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นายเศรษฐา หนึ่งในแคนดิเดตฯ ของพท.ไม่ใช่คนของนายทักษิณ และกระตือรือร้นที่จะมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขความไม่เท่าเทียมทางรายได้ของประเทศไทย ส่งเสริมสิทธิ LGBTQ+ รวมถึงการแต่งงานเพศเดียวกัน ขจัดการทุจริต และนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลก

“ประเทศไทยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาตลอด 5-8 ปีที่ผ่านมา เราอยู่ในอาการโคม่า คุณต้องมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อให้พวกเขากลับมายืนได้และสามารถ กลับมาสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกครั้ง ผมต้องการเป็นนายกฯ ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ต้องส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างจริงจัง เราต้องออกไปคุยกับโลก ต้องขายของให้ประเทศไทย ต้องหาความ ได้เปรียบในการลงทุนในประเทศ และตีโจทย์ ให้แตกว่าเราจะขายอะไรให้กับตลาดโลก” นายเศรษฐากล่าว

แจงนโยบายกองทัพ-ไม่สุดโต่ง
นายเศรษฐาโพสต์ทวิตเตอร์ ถึงพี่น้องที่อยู่ในเหล่าทัพอันเป็นเสาหลักของประเทศไทยว่า ตนมีความฝันที่เห็นบุคลากรในกองทัพ ของเรามีศักยภาพ มีเกียรติ มีความภาคภูมิใจ เทียบเท่ากับประเทศชั้นนำ ความมั่นคงของชาติ (National Security) เป็นเรื่องสำคัญที่ ฝ่ายบริหารและกองทัพต้องทำงานร่วมกันให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ นโยบายพท.เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจ เรามีแนวทางที่จะพูดคุยกับกองทัพถึงความจำเป็น มีการชี้แจงเหตุผล และบริหารให้ไม่ให้เกิดผลลบต่อความมั่นคงของประเทศ ในขณะที่จะไม่ทำอย่าง “สุดโต่ง” จนเกินไป อย่างที่มีหลายคนนำไปปล่อยข่าวอย่างผิดๆ

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างนี้ จะทำให้สามารถนำงบบางส่วนไปพัฒนาการศึกษาสำหรับพี่น้องทหารให้มีวุฒิปริญญาที่หางานได้จริง ลงทุนสร้างการฝึกอาชีพ พัฒนาการฝึกและจัดหาจัดสรรยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ที่ทันกับโลกในปัจจุบัน

หากได้เป็นรัฐบาล ตนและพท.มั่นใจว่า เราจะสามารถทำงานร่วมกับสถาบันทหาร กองทัพ เพื่อมุ่งสู่การเป็นทหารมืออาชีพ มีเกียรติ และประชาชนคนไทยจะภูมิใจและให้เกียรติทหารไทยทุกคน

โค้งท้าย – นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา หาเสียงโค้งสุดท้ายที่กลางเมืองสุพรรณบุรี

‘ท็อป’ไม่หวั่นกระแสฟีเวอร์
เมื่อเวลา 07.00 น. ที่จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พร้อมมารดา คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา แกนนำพรรค และผู้สมัครส.ส.เขตของชทพ.ในจ.สุพรรณบุรี เดินหาเสียงในตลาดอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เป็นการปิดการหาเสียงเลือกตั้ง 66 ของชทพ.

นายวราวุธให้สัมภาษณ์ว่า ทุกคนจะเห็นแล้วว่าจุดยืนของชทพ. เน้นความยั่งยืนและสร้างมิตรทางการเมือง เป็นการทำการเมืองที่สร้างสรรค์ ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่สาดโคลน ไม่ต่อว่าใคร เราทำงานด้วยความสร้างสรรค์ และแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้น 14 พ.ค.นี้ ถ้าอยากเห็นการเมืองนิ่ง การเมืองสงบ การเมืองสร้างสรรค์ของประเทศไทย ก็ขอฝากชทพ. เพื่อให้ได้เข้ามาสร้างสรรค์ สิ่งดีๆ ให้กับประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวกระแสฟีเวอร์ที่แรงๆ ของบางพรรคการเมือง มีผลกระทบต่อ เป้าหมายไม่ต่ำกว่า 25 เสียงหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า วันที่ 14 พ.ค. ประมาณ 19.00 น. คงจะรู้แล้วว่าพี่น้องประชาชนตัดสินใจอย่างไร และไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ชทพ.จะได้เสียงเท่าไหร่ก็แล้วแต่ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องได้มากกว่านี้

ด้านน.ส.กัญจนากล่าวว่า การเลือกตั้ง ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีการแบ่งกันอย่างรุนแรงเป็น 2 ขั้ว พี่น้องประชาชนเลือกพรรคไหนขอให้ดูนโยบายเป็นหลัก อย่าเลือกเพราะว่าไม่ชอบพรรคนี้ จึงต้องรีบเทมาพรรคนี้ เพราะกลัวว่าอีกพรรคจะได้ ขอให้พิจารณาชทพ.ที่เน้นนโยบาย ความยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลาน และไม่แบ่งแยกประเทศ เพราะความแตกแยก ของประเทศ ต่อให้นโยบายของพรรคไหน ดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถผลักดันนโยบายให้สำเร็จได้ อย่าเลือกเพราะเป็นการเลือกข้าง เลือกขั้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตชทพ.จะมีโอกาสมีผู้แทนราษฎรรับใช้ประชาชนในทุกจังหวัดของประเทศไทย

‘ส.ว.เฉลิมชัย’แนะอย่าหวังพึ่งส.ว.
นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ ว่า ส่วนตัวมีจุดยืนชัดเจน ฝ่ายใดรวบรวม เสียงข้างมากได้เกิน 250 เสียง จะโหวตให้ ฝ่ายนั้นเป็นนายกฯ แม้จะเป็นคนของพท. ก.ก. ก็พร้อมโหวตให้ แต่กับส.ว.คนอื่นๆ ไม่กล้าการันตีว่าจะคิดแบบเดียวกันหรือไม่ ดังนั้น ถ้าฝ่ายใดอยากเป็นนายกฯ ก็เป็นหน้าที่ต้อง ไปรวบรวมเสียงส.ส.ให้ได้ถึง 376 เสียงเอง อย่ามาหวังพึ่งส.ว. ถ้าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยทำแลนด์สไลด์ได้ก็สิ้นเรื่อง ปิดสวิตช์ส.ว.ได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่ามาหวังกับส.ว. เพราะ เป็นไปได้ยาก ส.ว.บางส่วนอาจจะโหวต งดออกเสียง ทำให้ได้ไม่ถึง 376 เสียง ฝั่งส.ส. ก็ต้องจับขั้วรวบรวมเสียงกันมาใหม่

“ใครอยากเป็นนายกฯต้องไปรวมเสียงมาให้ถึง ต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเอง อย่ามาหวังอะไรกับส.ว. ส่วนที่บอกมีส.ว.อิสระ 50 เสียง พร้อมโหวตให้ฝ่ายที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ถึง 250 เสียงนั้น ผมยังเชื่อว่าส.ว.ส่วนใหญ่โหวตไปทางเดียวกัน ส่วนส.ว.กลุ่มอิสระนั้น เอาจริงๆ มีไม่ถึง 20 เสียง” นายเฉลิมชัยกล่าว

ศาลให้ประกัน‘ตะวัน’กับพวก9คน
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 นายสิทธิชัย ปราศรัย, นายนภสิทธิ์ ตรีรยาภิวัฒน์, “ตะวัน” น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์, “แบม”น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์, นายเอ(นามสมมติ) อายุ 14 ปี, นายจิรภาส กอรัมย์, นายณัฐพล เหล็กแย้ม, นายรณกร ห้างชัยเจริญ และนายศุทธวีร์ สร้อยคำ ผู้ต้องหาที่ 1-9 ในความผิดฐาน ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือ ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์, ร่วมกันบุกรุกโดยไม่มีเหตุ อันสมควร เข้าไปในอาคารสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นฯ, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่, ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 360, 365 (1)(2) ภายหลังจากศาลอาญา ไต่สวนคำร้องฝากขังและคำคัดค้านการฝากขังของผู้ต้องหาแล้ว เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2566 ที่ผ่านมา โดยวันนี้พนักงานสอบสวน ผู้ร้อง ผู้ต้องหาทั้ง 9 และทนายความมาศาลพร้อมฟังคำสั่ง

ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 9 ได้ตามขอ ตามคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 นั้นมีกำหนด 12 วันตั้งแต่วันที่ 11-22 พ.ค.

ภายหลังทนายความยื่นประกันผู้ต้องหาทั้ง 9 คน โดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด ศาลอาญาพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 9 ในชั้นฝากขังนี้ โดยตีราคาประกันคนละ 25,000 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน