‘เศรษฐา’มั่นใจเพื่อไทยตั้งรบ. ก้าวไกลย้ำ3ข้อ ‘พิธา’ไม่กังวล! พร้อม-แจงหุ้น
‘อุ๊งอิ๊ง’รับได้ หาก ‘ทักษิณ’ ตัดสินใจกลับมาติดคุก ส่วนจะกลับเมื่อไร ยังไม่ได้คุยกัน ‘เศรษฐา’ มั่นใจ เพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ย้ำไม่จับมือพรรครากเหง้ารัฐประหาร ก้าวไกลตั้ง 3 เงื่อนไข แย้มจับมือ พท.จะเป็นประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ยันพรรคอันดับ 1 ต้องได้สิทธิตั้งรัฐบาล ‘พิธา’ ไม่หนักใจปมหุ้นสื่อ พร้อมชี้แจง รับกังวล กกต.จัดเลือกตั้ง เหตุยังพบข้อมูลความผิดปกติ ‘จุรินทร์’ ฝาก กกต.ยึดความยุติธรรม ‘ตู่’ยันไม่กังวล วิดีโอคอลให้กำลังใจผู้สมัคร รทสช.ทั่วประเทศ ‘ป้อม’ ลั่น ถ้าไม่มั่นใจไม่มาหาเสียง
คาราวานหาเสียงในกทม.คึก
วันที่ 13 พ.ค. ในช่วงเช้า บรรดาพรรคหลักๆ ทั้ง พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีการปล่อยคาราวานรณรงค์หาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ในกทม.กันอย่างคึกคักหลังปล่อยขบวนรถแห่หาเสียงเสร็จสิ้นในช่วงเช้า แกนนำบางพรรคยังลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงต่อ โดย กกต.เปิดให้มีการหาเสียงได้จนถึงเวลา 18.00 น. เท่านั้น ก่อนจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.
ตู่ยันไม่มีความกังวล
เวลา 08.40 น. ที่ทำการ รทสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกฯ เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อวิดีโอคอลให้กำลังใจผู้สมัครส.ส.เขตทั่วประเทศ ในวันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมโค้งสุดท้ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ว่า วันนี้ต้องพูดคุยกับผู้สมัคร ส.ส.เพื่อให้กำลังใจส.ส.ทุกคน ที่ร่วมมือกันทำให้ประเทศชาติที่รักยิ่งของเรา เมื่อถามว่ากังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศที่จะมีฝนตกหลายแห่งในวันเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องถามกรมอุตุฯ
เมื่อถามว่ามาถึงวันนี้มีอะไรที่ยังกังวลอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่กังวล ไม่กังวลตั้งแต่วันแรกที่มา

รณรงค์ – บรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ที่ส่งผู้สมัครส.ส. ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย ขึ้นรถแห่ไปตามถนนหลายสายในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตย เข้าคูหาลงคะแนนเลือก คนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ในวันที่ 14 พ.ค. โดยมีประชาชนมายืนโบกมือทักทายต้อนรับตลอดสองข้างทางเป็นจำนวนมาก
วิดีโอคอลให้กำลังใจผู้สมัคร
เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์วิดีโอคอลให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศ โดยกล่าวว่า ขอร่วมมือกันทำเพื่อประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราทุกคน ตนคิดถึง ห่วงใยทุกคน และวันนี้ยินดีที่ได้พบกันถึงแม้จะเป็นวันสุดท้ายก็ตาม เราอาจไม่ได้พบกันโดยตรงแต่ก็มีโอกาสพบกันหลายครั้ง
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาได้จดจำวันเวลาอันมีค่า ที่พวกเรามาร่วมกันด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์อันแรงกล้าในการช่วยทำให้บ้านเมืองปลอดภัย มีพัฒนาอย่างรอบด้านทุกมิติ มีความปรารถนาร่วมกันที่จะทำให้บ้านเมืองสงบ ช่วงเวลาสำคัญนี้ขอให้พวกเราช่วยกันคงความเป็นไทย และพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างยั่งยืนและสมบูรณ์ แกนหลักต้องไม่ถูกทำลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันครอบครัว

รณรงค์ – บรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ที่ส่งผู้สมัครส.ส. ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย ขึ้นรถแห่ไปตามถนนหลายสายในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตย เข้าคูหาลงคะแนนเลือก คนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ในวันที่ 14 พ.ค. โดยมีประชาชนมายืนโบกมือทักทายต้อนรับตลอดสองข้างทางเป็นจำนวนมาก
เชิญชวนใช้สิทธิ์-ฝนไม่ใช่ปัญหา
ที่ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ว่า วันที่ 14 พ.ค.นี้ เป็นวันสำคัญของการกำหนดชะตาของประเทศ ขอวิงวอนและเรียกร้องให้คนไทยทุกคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ออกไปที่ใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย
เมื่อถามว่ากังวลสภาพอากาศอาจไม่เป็นใจจนส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าถ้าฝนตกก็พกร่ม เตรียมเสื้อกันฝนให้พร้อม เชื่อว่าไม่เป็นปัญหาถ้าทุกคนมีจิตใจแน่วแน่ว่าต้องไปเลือกตั้งให้ได้ ก็ต้องทำได้ ส่วนสถานที่และคูหาเลือกตั้ง เขาเตรียมการของเขา เราก็เตรียมของเรา ฝนฟ้ามีตกก็มีหยุด

รณรงค์ – บรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ที่ส่งผู้สมัครส.ส. ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย ขึ้นรถแห่ไปตามถนนหลายสายในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตย เข้าคูหาลงคะแนนเลือก คนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ในวันที่ 14 พ.ค. โดยมีประชาชนมายืนโบกมือทักทายต้อนรับตลอดสองข้างทางเป็นจำนวนมาก
ป้อมลั่นไม่มั่นใจไม่หาเสียง
ที่ทำการ พปชร. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพปชร.ให้สัมภาษณ์เชิญชวนประชาชนให้ออกมาเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.นี้ โดยเลือกผู้สมัครของพรรคที่เราเห็นว่าดี และทําประโยชน์ให้ประชาชนได้ ขอให้มาทุกคน เพราะบ้านเมืองเราต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ฉะนั้นขอให้ทุกคนออกมาเลือกตั้ง เพื่อจะเห็นว่าเรามีสิทธิ์มีเสียงในการลงคะแนนเลือกตั้งทุกคน
เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้มั่นใจแค่ไหนว่าจะสามารถคว้าชัยในการเลือกตั้งได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ถ้าผมไม่มั่นใจ คงไม่มาหาเสียง ตอนนี้ยังไม่ได้มองอะไรทั้งนั้นขอรอหลังวันที่ 14 พ.ค.” เมื่อถามว่าวางเป้าหมายของพรรคพปชร.ไว้อย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่วาง รอดูวันที่ 14 พ.ค.นี้ เพราะเราต้องให้เกียรติประชาชน ประชาชนจะเลือกใครก็แล้วแต่
เมื่อถามว่าคาดการณ์ที่นั่งส.ส.ที่จะได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้ คาดการณ์ เมื่อถามว่าได้ให้กำลังใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดต นายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้กันทุกวันอยู่แล้ว ไม่ต้องถามเรื่องนี้ เป็นพี่เป็นน้องกันอยู่แล้ว ต่างคนต่างทำงาน

รณรงค์ – บรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ที่ส่งผู้สมัครส.ส. ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย ขึ้นรถแห่ไปตามถนนหลายสายในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตย เข้าคูหาลงคะแนนเลือก คนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ในวันที่ 14 พ.ค. โดยมีประชาชนมายืนโบกมือทักทายต้อนรับตลอดสองข้างทางเป็นจำนวนมาก
จุรินทร์ฝากกกต.ยุติธรรม
ที่ทำการ ปชป. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการซื้อเสียงที่เกิดขึ้นช่วงวันลงคะแนนใช้สิทธิ์ล่วงหน้าว่า ขอฝากไปยัง กกต.ในฐานะผู้คุมกฎและกรรมการ ทุกพรรคและคนไทยทั้งประเทศปรารถนาจะเห็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม จึงเป็นหน้าที่ กกต.ที่ต้องอำนวยสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น เพื่อให้ผลการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสิ้นข้อสงสัย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า ภท. และแคนดิเดตนายกฯ กล่าวว่า กระแสโค้งสุดท้ายของพรรคนี้เริ่มดีขึ้น เป้าหมาย ที่ตั้งไว้ พรรคได้ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุ เป้าหมายบนความเกรงใจประชาชนด้วยการไม่ชี้นำเพียง แต่เสนอนโยบายให้ประชาชนตัดสินใจเอง ส่วนเป้าหมายส.ส.ยังหวังทุกจำนวน ส.ส.ที่ประชาชนเมตตาให้พรรค
เมื่อถามถึงเรื่องที่บางพรรคพูดถึงการจัดตั้งรัฐบาล และวางตัวรัฐมนตรี หรือแบ่งกระทรวงก่อนมีเลือกตั้งนั้น นายอนุทินไม่ขอให้ความเห็น ประชาชนจะตัดสินใจเอง
อิ๊งรับได้ถ้าทักษิณกลับมาติดคุก
ที่ลานพาร์ค พารากอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์หาก พท.ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง คาดหวัง ส.ว.จะเลือกแคนดิเดตของ พท.เป็นนายกฯ หรือไม่ว่า คาดหวังอยู่แล้ว หากตนเป็นหนึ่งใน ส.ว.ก็ต้องเคารพเสียงประชาชน และหวังว่า ส.ว.จะเป็นเช่นนั้น
เมื่อถามว่า จากที่ได้พูดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา นายทักษิณจะได้กลับไทยในเดือน ก.ค.ตามที่กล่าวมาหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “คุณพ่อพูดอย่างนั้น ยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียดมาก จริงๆ เรื่องเดือนคุยกันแล้วคุณพ่อทวีตออกมา รู้สึกว่าอาจจะบวกลบนิดหน่อยหรือไม่ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด และเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่พูดบนเวที เหมือนเป็นสายของกำลังใจที่โทร.มาก่อนที่ลูกสาวจะขึ้นเวที”
เมื่อถามว่าในฐานะลูกสาวจะทำใจได้หรือไม่ถ้านายทักษิณกลับมาแล้วจะต้องติดคุก น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ถ้าเป็นการตัดสินใจของเขา เราก็ยอมรับได้

รณรงค์ – บรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ที่ส่งผู้สมัครส.ส. ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย ขึ้นรถแห่ไปตามถนนหลายสายในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตย เข้าคูหาลงคะแนนเลือก คนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ในวันที่ 14 พ.ค. โดยมีประชาชนมายืนโบกมือทักทายต้อนรับตลอดสองข้างทางเป็นจำนวนมาก
เศรษฐามั่นใจพท.แกนนำตั้งรัฐบาล
ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ จากพท. กล่าวว่า มั่นใจว่า พท.จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมั่นใจว่าเราชนะแบบแลนด์สไลด์ มั่นใจในนโยบายที่แถลงไป เมื่อถามว่าความมั่นใจชนะอันดับหนึ่ง ตอนนี้ได้มองไปถึงการจัดตั้งรัฐบาลหรือยังว่าหากใครมาร่วมกับ พท.ต้องยอมรับเงื่อนไขอะไรอย่างไรบ้าง นายเศรษฐากล่าวว่า เราพูดชัดเจนมี 2 เรื่องคือ นโยบายต้องไปด้วยกันได้ และเรื่องที่มีรากเหง้ามาจากการทำรัฐประหาร เราไม่เอา เราชัดเจน
เมื่อถามว่าถ้าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย นโยบายไปด้วยกันไม่ได้ก็ไม่ให้ร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ก็ต้องคุยกัน เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าหลังเลือกตั้ง พท.จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ เพราะยังมี 250 ส.ว. นายเศรษฐากล่าวว่า ถือเป็นยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้ง ฝ่ายประชาธิปไตยเป็นรองอยู่ 250 เสียง
ขวางตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย
เมื่อถามว่ายังมีการพูดถึงรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นห่วงหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ประชาชนทราบว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นอะไรที่ระบอบประชาธิปไตยเขาไม่เอากัน
ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ พท. กล่าวถึงการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งว่า ต้องดูคะแนนเสียงเป็นหลัก ตอนนี้มั่นใจว่า พท.เป็นที่ 1 โดยมารยาททางการเมือง พท.ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น พรรคที่จะมาร่วมต้องเป็นแนวทางประชาธิปไตย ไม่ใช่มาจากรัฐประหาร ที่สำคัญพรรคที่มาร่วมกับเราต้องยอมรับนโยบายของ พท. และใช้เป็นแนวทางหลักในการบริหารประเทศ
พิธากังวล-พบความผิดปกติ
ที่เขตคลองเตย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า เป็นความกังวลแบบเดิม ที่ยังมีการส่งข้อมูลมาหลากหลายช่องทางเกี่ยวกับการร้องเรียนความผิดปกติในการเลือกตั้ง เช่น ไม่มีหมายเลขแนะนำพรรค ก.ก.ในเอกสารแนะนำ หรือการใส่ชื่อพรรคสลับเป็นพรรคอื่น จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนไปเช็กว่า กกต.ให้ไปเลือกตั้งที่ไหน แล้ววางแผนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันให้เยอะๆ
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึง กกต.หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า อยากฝากว่าให้ทำให้ถูกต้อง ถูกครรลองคลองธรรม และทำให้เต็มที่อย่างที่ประชาชนคาดหวัง ให้คุ้มกับภาษีกว่า 6,000 ล้านบาทที่ กกต.ได้รับ
ย้ำไม่กังวลปม‘หุ้นสื่อ’
เมื่อถามว่ากรณีถูกร้องถือหุ้นสื่อหนักใจอะไรหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ไม่หนักใจ และมองว่าเป็นวิธีการเดิม แต่ผลลัพธ์จะไม่เหมือนเดิมแน่นอน เนื่องจากสามารถอธิบายได้ หากมีหมายเรียกก็จะไปชี้แจงตามปกติ ส่วนกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพปชร. ไปยื่นเอกสารเพิ่มเติมกรณีถือหุ้นสื่อผิดระเบียบของพรรค ก.ก.ด้วยนั้น นายพิธาระบุว่า เป็นสิ่งที่เขาอนุมานว่าผิดตั้งแต่แรก ไปพูดถึงกระดุมเม็ดที่ 3 เม็ดที่ 4 ทั้งที่เม็ดที่ 1 ยังไม่จบเลย
นายพิธายังประเมินเก้าอี้ ส.ส.ที่พรรคจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาว่าจะเป็นตัวเลขเกิน 3 หลัก ส่วนจะมากกว่า 160 ที่นั่ง ที่เคยตั้งเป้าไว้หรือไม่นั้น ตอนนี้ก็ 160 เก้าอี้ในใจตนเองคิดว่าบางเขตชนะหลักร้อยหลักพัน

รณรงค์ – บรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ที่ส่งผู้สมัครส.ส. ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย ขึ้นรถแห่ไปตามถนนหลายสายในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตย เข้าคูหาลงคะแนนเลือก คนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ในวันที่ 14 พ.ค. โดยมีประชาชนมายืนโบกมือทักทายต้อนรับตลอดสองข้างทางเป็นจำนวนมาก
มั่นใจกวาดที่นั่งสส.แตะเลข 3 หลัก
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้า ก.ก.ให้สัมภาษณ์ถึงความคาดหวังจำนวน ส.ส. 160 ที่นั่งว่า เป้าหมาย 160 ที่นั่งคือการพูดถึงความเป็นไปได้ แต่สิ่งพรรคมั่นใจและยืนยันกับประชาชนคือเราคาดว่าจะได้จำนวน ส.ส.แตะ 3 หลัก สูงกว่าในอดีตที่เคยผ่านมา หลังประกาศนโยบายและลงพื้นที่อย่างหนัก รวมถึงกระแสของพรรค ยิ่งทำให้มั่นใจว่าจำนวนส.ส.จะได้ถึง 3 หลักแน่นอน แต่จะเป็น 120 ที่นั่งหรือมากกว่านั้น ต้องดูว่าการออกมาใช้สิทธิ์ของประชาชนจะเกิน 75 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เราคาดการณ์ไว้หรือไม่
และก็ต้องดูว่าจะมีประเด็นอะไรที่น่าเป็นห่วง เช่น เรื่องของการนับคะแนน รวมไปถึงการทุจริตต่างๆ ในส่วนนี้เราอยากให้ประชาชนไม่ใช่แค่ออกมาใช้สิทธิ์ แต่อยากให้มาช่วยกันเฝ้าคูหา ตรวจสอบการนับคะแนน จากนั้นถึงจะมั่นใจว่าเสียงของเราไม่เสียหายแน่ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงมั่นใจว่าจะได้จำนวนส.ส. 3 หลักแน่นอน
เปิดทางพรรคอันดับ 1 ตั้งรัฐบาล
ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าเราได้ จำนวนส.ส.เท่าไร แต่อยู่ที่ได้อันดับที่ หากเราได้คะแนนอันดับหนึ่ง เรามีสิทธิ์ที่เป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่หากไม่ได้อันดับหนึ่ง เราก็เคารพกติกาที่จะให้พรรคอันดับหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน
เมื่อถามถึงเงื่อนไขการร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายณัฐวุฒิกล่าวว่า มีเพียง 3 เงื่อนไขคือ 1.เราประกาศชัดเจนว่าจะไม่รวมตัวกับพรรคทหารจำแลง นั่นหมายถึงพปชร. และ รทสช. แน่นอน เพราะเห็นชัดเจนว่าพรรคทั้งสองมีการสืบทอดอำนาจจากเผด็จการเดิม
ได้จับมือพท.เกิดประโยชน์สูงสุด
2.ยังเห็นว่าพรรคที่เคยเป็นฝ่ายค้านร่วมกันเป็นพรรคที่มีหัวก้าวหน้าและมีความเป็นประชาธิปไตย อีกทั้งมีนโยบายภาพใหญ่ที่ตอบสนองต้องตรงกัน ทำงานร่วมกันมาแล้วและเคยพิสูจน์ด้วยการทำงานร่วมกันมาแล้วถึงการทำงานจะมีอุปสรรคในบางครั้งซึ่งเป็นเรื่องปกติ หาก ก.ก. หรือ พท.เป็นอันดับหนึ่ง แล้วรวมกันได้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุดเพราะกรอบหลักเราเห็นตรงกัน
และ 3.ต้องมาดูว่ากรอบนโยบายหลักอะไรที่พอจะรับกันได้บ้าง เช่นการปิดสวิตช์ส.ว. การทำประชามติถามประชาชนว่าจะมีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่หากเป็นนโยบายย่อยที่เห็นไม่ตรงกัน ก็สามารถพูดคุยกันได้ หากตรงตามเงื่อนไข 3 ข้อนี้ตนคิดว่าสามารถร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้
เมื่อถามว่าถ้า พท.ไปจับมือกับ พปชร. จะร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เรายืนยันชัดเจนว่าไม่สนับสนุนพรรคที่มาจากทหารจำแลงหรือระบบที่สืบทอดอำนาจเดิม หรือหากพรรคอื่นอาจไม่ใช่ พท.ที่ได้คะแนนสูงสุด จะไปจับมือกับพปชร. และจะเอา ก.ก.ด้วย เราคงไม่สามารถที่จะร่วมได้
ปชป.ยังมั่นใจคว้า 70 ที่นั่ง
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าปชป. กล่าวว่า หลังจากนี้ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรพวกเราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน พรรคการเมืองจะรวมตัวกันอย่างไรขึ้นอยู่กับเสียงที่ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ ผลการเลือกตั้งจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต่อไป ส่วน ปชป.จะจับขั้วอย่างไรก็ค่อยว่ากัน แต่เราเคารพการตัดสินใจของประชาชน
เมื่อถามว่าจากการหาเสียงมายังมั่นใจที่นั่ง ปชป.เหมือนเดิมหรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า ถึงขณะนี่ยังเชื่อมั่น ปชป.จะได้ที่นั่งส.ส.ตามจำนวนที่ตั้งเป้าไว้เดิมคือ 70-80 ที่นั่ง หรือใกล้เคียง โดยเฉพาะภาคใต้ ยังคงเป้าเดิม 30-40 ที่นั่งคิดว่ายังเป็นเป้าหมายหลัก
ยันไม่ร่วมตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย
เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ที่ ปชป.จะไปจับมือกับพรรคที่ได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล ที่อาจเป็นพท. นายนิพนธ์กล่าวว่า เหมือนอย่างที่หัวหน้าพรรคพูดไว้แล้วว่าจะไม่จับมือกับใครจนกว่าคะแนนจะออกมา ก็อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน และเรื่องการจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ตรงนี้ใครจะตอบอย่างไรเป็นเรื่องที่ลำบากเพราะต้องผ่านมติที่ประชุม กก.บห.พรรค และผ่านมติที่ประชุมร่วม กก.บห.พรรคกับส.ส. ซึ่งดูได้จากการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งที่แล้วที่มติไม่ได้เป็นเอกฉันท์ หรือแม้แต่การเลือกรัฐมนตรีก็ตาม ดังนั้น จะไปตอบแทนใครไม่ได้ ใน ปชป.เรื่องอย่างนี้เป็นรื่องยาก
เมื่อถามว่าพรรคที่ได้เสียงข้างมากควรจัดตั้งรัฐบาล นายนิพนธ์กล่าวว่า พรรคที่ได้คะแนนเสียงข้างมากรวมแล้วได้ 250 เสียงก็ต้องไปเป็นรัฐบาล และส่วนตัว ปชป.คงไม่ไปร่วมรัฐบาลกับเสียงข้างน้อยเพราะเป็นเรื่องยาก ปชป.ไม่ใช่ตั้งธงเป็นรัฐบาลอย่างเดียว เราต้องเป็นได้ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่าว่าถ้าพรรคแกนนำมาเชิญ ปชป.จะไม่ร่วมด้วยหรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า ถ้ามาเชิญก็ต้องเป็นมติพรรค เพราะไม่ใช่ กก.บห.พรรคเสนออะไรแล้วได้ทุกอย่าง ต้องมีการประชุมร่วมกก.บห.พรรคกับส.ส.อีก