‘พิธา’ชี้ตรงเป๊ะ ‘ปราปต์’ย้ำวิจัย ยึดหลักวิชาการ

ยกโพล 2 สื่อดังสุดแม่น หลัง‘มติชน-เดลินิวส์’สำรวจ 2 รอบ ผลชี้ชัดคนอยากได้ ‘พิธา’นั่งนายกฯ ขณะก้าวไกลคะแนนนำ หัวหน้าพรรคสีส้มขอบคุณโพลที่ใกล้เคียงผลเลือกตั้งมากสุด อ.ประจักษ์ชี้ต้องให้เครดิตมติชน-เดลินิวส์ แม้ผลโหวตฉีกตำรา-หักปากกาเซียน แต่ผลโพลยังสะท้อนภาพชัด ‘ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ’ ระบุโพลแบบ ออร์แกนิก ‘ปราปต์ บุนปาน’ ผู้บริหารมติชนย้ำทำตามระเบียบวิธีวิจัยทางวิชาการ 100% ด้านผู้บริหารเดลินิวส์ยินดีที่เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นของผู้อ่านทุกเพศทุกวัย

จากกรณีการสำรวจโพลครั้งสำคัญ ความร่วมมือระหว่างสองสื่อใหญ่‘มติชน-เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง’66’ ผ่านช่องทางออนไลน์ของสื่อเครือมติชน อันประกอบด้วย มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี และสื่อเครือเดลินิวส์ โดยโพลสองรอบมีผู้ร่วมโหวตมากกว่า 1.5 แสนราย ผลลัพธ์ที่ออกมากลายเป็นปรากฏการณ์ทอล์ก ออฟเดอะทาวน์ เพราะสวนกระแสโพลอื่นๆ หลังจากผลออกมาว่า คะแนนนิยมตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รวมถึงพรรคก้าวไกล ขึ้นนำอันดับหนึ่ง ซึ่งในที่สุดพบว่าสอดคล้องกับผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจริง

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่พรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล กล่าวถึงโพลของมติชน-เดลินิวส์ ว่า เป็นโพลเดียวที่ผลสำรวจทั้ง 2 ครั้ง ยกให้ตนและพรรคก้าวไกลชนะทั้ง 2 ครั้ง อยากจะขอขอบคุณสำหรับโพลที่ได้ทำไว้ ทั้งนี้เมื่อทีมงาน กองอำนวยการเลือกตั้งศึกษาของพรรค ก้าวไกลศึกษาดูแล้วว่าผลการเลือกตั้งตรงกับผลโพลใดมากที่สุดก็พบว่า เป็นโพลของ เดลินิวส์และมติชน จึงขอแสดงความขอบคุณทุกคนที่ได้ร่วมทำโพลด้วยกัน ซึ่งกระบวน การหลักวิชาทำโพล และสถิติ ก็ถือว่าน่าสนใจมากว่าทำอย่างไรให้มติมหาชนกับตัวเลขโพลออกมาตรงกันให้มากที่สุดและแสดงความชื่นชมมา ณ ที่นี้ด้วย

นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึง โพลของมติชน-เดลินิวส์ ว่า โพลแสดงให้เห็นถึงกระแสที่มีความสูงมากของพรรคก้าวไกลอย่างชัดเจน จากผลการเลือกตั้งเมื่อวานก็สอดคล้องกับทิศทางของโพลที่ไปทางเดียวกัน แต่ผลของโพลไม่สามารถตรงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเรามักจะได้ยิน “คืนหมาหอน” และมักได้ยินว่า วันสองวันก่อนการเลือกตั้งจะยิงกระสุนกัน รวมไปถึงยิงกันในวันเลือกตั้งด้วยซ้ำไป แต่ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตนดีใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา เราจะทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจเรามาทำงาน การขึ้นมาของพรรคก้าวไกลคือความเสียสละของประชาชนจำนวนมาก ในเรื่องของความสะดวกสบาย เสียเงินเสียทองในการออกไปใช้เสียง เป็นความเสียสละที่ทำให้พรรคก้าวไกลสามารถที่จะเอามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ขอขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนพวกเรา

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า แต่ละสำนักจะมีหลักวิชาการในการทำโพล และในโพลแต่ละประเภทมักมีข้อจำกัดในการทำโพลที่แตกต่างกัน โดยการสำรวจอาจจะใช้โทรศัพท์ หรือการลงพื้นที่ไปสำรวจ ส่วนจะแม่นหรือไม่แม่นนั้น มาพูดตอนที่รู้ผลแล้ว ทั้งนี้เราเชื่อมั่น เพราะจากการอ่านวิธีการทำโพลของมติชนและเดลินิวส์ ประกอบด้วยหลักการทางวิชาการ โดยนำมาใช้พิจารณาได้ ส่วนผล กระตุ้นจากโพลนั้น ผลโพลเป็นเหมือนการ ดึงความรู้สึกในใจออกมาเท่านั้น ถ้าตรงกับหลักวิชาการก็มีผลอยู่บ้าง แต่หากผิดหลักวิชาการก็ไม่มีผลเลย อย่างไรก็ตามผลโพลมีลักษณะที่ทำในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่การตัดสินใจของประชาชนหลายครั้ง มักตัดสินใจในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งโพลเก็บข้อมูลไม่ได้แล้ว

ด้านรศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับผลโพลมติชน-เดลินิวส์ ระบุว่า ในแง่หนึ่งต้องให้เครดิตมติชน เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาพบว่า โพลที่มติชน ร่วมกับ เดลินิวส์ แม่นที่สุด เพราะเป็นโพลเดียวที่ออกมาแล้วพบว่า ก้าวไกลและเพื่อไทย มีคะแนนสูสีกัน ส่วนในบัญชีรายชื่อ ก็ออกมาชัดว่าพรรคก้าวไกล นำพรรคเพื่อไทย

ผศ.ดร.ประจักษ์กล่าวอีกว่า เป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ฉีกทุกตำรา หักทุกปากกาเซียน ตำราทางการเมือง การวิเคราะห์ทางรัฐศาสตร์ ต้องยกทิ้งไปหมด ตัวผลด้วย เราวิเคราะห์ไม่ตรงกับความเป็นจริง แสดงว่ามันมีอะไรบางอย่างที่นักวิเคราะห์ พลาดไป สื่อก็พลาด โพลก็พลาดไป ไม่มีโพลไหนแม่นยำ

“การเมืองไทยเปลี่ยนอย่าง 360 องศา หลังจากนี้ มันสะท้อนว่า สังคมไทยมันเปลี่ยน ถ้าสังคมไทยไม่เปลี่ยน ก้าวไกลไม่ชนะขนาดนี้” ผศ.ดร.ประจักษ์กล่าว

ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ กล่าวว่า การทำโพล มติชน-เดลินิวส์ เป็นการทำโพลแบบออร์แกนิก หมายความว่า ผู้ที่ตอบแบบสำรวจมีความสนใจและมีความกระตือรือร้นที่จะลงมือทำโพลด้วยตนเอง หมายความว่าเขามีเจตจำนงที่จะแสดงความรู้สึก ความนิยมส่วนตัวของเขาออกมาเพื่อให้ผลของโพลสะท้อนความรู้สึกของผู้ตอบแบบสอบถาม โพลมติชน-เดลินิวส์ จึงเป็นเครื่องมือในการวัดกระแสความนิยมของประชาชน ไม่สามารถวัดผลการเลือกตั้งได้ แต่บังเอิญว่าในกระแสยุคของโลก Information technology หรือโลกออนไลน์ ทำให้ผู้คนเข้าถึงการตอบแบบสอบถามได้ง่าย และสามารถทำได้ภายในเวลาอันสั้น

ผศ.อัครพงษ์กล่าวด้วยว่า ต้องขอบคุณ มติชน-เดลินิวส์ ที่มีกุศลเจตนารมณ์อันดีที่จะช่วยกันสร้างสังคมอารยะ เพราะโพลจะสามารถลดกระสุนหรือการคอร์รัปชั่น การซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้ไม่มากก็น้อย อย่างน้อยก็สร้างความตระหนักให้ประชาชนและพรรคการเมือง ให้หันมาเล่นการเมืองสร้างสรรค์ เน้นนโยบาย ไม่ไปเน้นที่การลงทุนทางการเมืองแล้วมาถอนทุนกอบโกยเอาทีหลัง

ด้านนายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการ ผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัล มีเดีย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. บ่งชี้ว่าผล โพลเลือกตั้ง ’66 ที่เครือมติชนและเครือ เดลินิวส์ ร่วมกันจัดทำทั้งสองครั้งนั้นมีความน่าเชื่อถือได้เพราะโพลของทั้งสองสื่อคือ โพลการเมืองโพลแรกที่ระบุชัดว่า พรรค ก้าวไกลและนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีความนิยมสูงเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งคราวนี้

“แม้โพลมติชน-เดลินิวส์ จะเป็นโพล ออนไลน์ ซึ่งไม่ได้ดำเนินการในลักษณะตามระเบียบวิธีวิจัยทางวิชาการแบบครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผลเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ช่วยยืนยันว่า วิธีการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนในรูปแบบนี้ก็มีความแม่นยำ และสามารถสะท้อนเจตจำนงทางการเมืองของประชาชนออกมาได้จริงๆ” นายปราปต์กล่าว

ผู้บริหารมติชนกล่าวด้วยว่า แม้โพล “มติชนxเดลินิวส์” จะมีกลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามที่ไม่ได้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเสียทีเดียว เช่น มีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้มีรายได้สูง 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปในเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างเยอะ แต่ผลโพลก็ยังมีความสอดคล้องกับผลเลือกตั้งจริง ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าเจตจำนงทางการเมืองที่ประชาชนคนไทยมีร่วมกันนั้นเป็นกระแสที่ยิ่งใหญ่ไพศาล และตัดผ่านความแตกต่างของประชากรหลายๆ กลุ่ม ดังนั้น ผู้มีอำนาจทุกฝ่ายในสังคมจึงไม่ควรต่อต้านขัดขืนเจตจำนงที่เข้มแข็งดังกล่าว

ด้านนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกล และนายพิธา ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ถือว่าเป็นผลที่มีความใกล้เคียงกับการผลโพลเดลินิวส์-มติชน ที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้มาแล้ว 2 ครั้ง ที่ระบุชัดเจนว่าคนจะเลือกพรรคก้าวไกล มาเป็นลำดับที่ 1 และเลือกพรรคเพื่อไทย มาเป็นลำดับที่ 2

“โพลของเรานั้นสำรวจความคิดเห็นผู้อ่านของเดลินิวส์และเครือมติชน ใน 2 ช่วงเวลาด้วยกัน มีผู้อ่านกว่า 1.5 แสนรายชื่อตอบแบบสำรวจ ผลโพลชี้ชัดเจนว่าพรรคก้าวไกล จะชนะการเลือกตั้ง และเมื่อผลการเลือกตั้งจริงๆ ออกมาก็เป็นอย่างนั้น เราในฐานะสื่อมวลชนก็รู้สึกยินดีที่เป็นพื้นที่แสดงออก แสดงความคิดเห็นทางการเมืองของผู้อ่านทุกเพศทุกวัยด้วย โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะธำรงความเป็นสื่อมวลชน เป็นสถาบันสื่อที่นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาแบบครบถ้วนรอบด้านต่อไป” นายปารเมศกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน