นายบ่อนสุดทนร้องปปป.
ซ้อนแผนรวบที่โต๊ะทำงาน

รวบนอภ.คาที่ว่าการอำเภอ แม่วงก์ รีดส่วยบ่อนไก่ นายบ่อน โอดโดนเรียก เดือนละ 3 พัน ไม่ให้อาจชวดใบอนุญาต ปีหน้า เลยจำใจจ่าย ล่าสุดธุรกิจไม่ดี โดนทวงหนัก แถมยังเตรียมจะเปิดเพิ่มอีก 3 สนาม สุดทนถูกรังแกเลยร้องปปป.ดำเนินการ เจ้าตัวยังปฏิเสธ แม้เงินสดยังคาโต๊ะ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 พ.ค. พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ปปป. พ.ต.อ.สมบัติ มาลัย ผกก.2 บก.ปปป. พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.4 บก.ปปป. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นำกำลังเข้าจับกุมนายประสิทธิ์ พัฒนสิทธิชีวิน นายอำเภอแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินโดย มิชอบ ,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ภายในห้องทำงาน ที่ว่าการอำเภอแม่วงก์

จับนอภ. – ตำรวจปปป.ซ้อนแผนบุกจับนายประสิทธิ์ พัฒน สิทธิชีวิน นายอำเภอ แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ พร้อมเงินที่เรียกรับจากบ่อนไก่ชน ในห้องทำงาน บนที่ว่าการอำเภอแม่วงก์ เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายประสิทธิ์มีพฤติกรรมเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการสนามไก่ชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาต (พ.น.4) เพื่อให้สามารถจัดให้เล่นการพนันได้ โดยเรียกเก็บเป็นรายเดือน เดือนละ 3,000 บาท ทั้งที่ตามความเป็นจริงแล้วการขอใบอนุญาตดังกล่าวจะเสียค่าธรรมเนียม สังเวียนละ 220 บาทต่อเดือน ซึ่งสนามชนไก่ของผู้เสียหาย มี 6 สังเวียน จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพียงแค่ 1,320 บาทต่อเดือน แต่ที่ต้องเรียกเก็บเพิ่มนั้น นายประสิทธิ์อ้างว่าเป็นค่าดูแล ข้อเรียกร้องดังกล่าว ทำให้ผู้เสียหายต้องจำยอม เพราะเกรงว่าจะกระทบธุรกิจ จึงยินยอมจ่ายเงินให้ไปแล้วรวม 2 เดือน เป็นเงิน 6,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายเริ่มจะมีปัญหาทางด้านการเงิน จึงขอติดค้างไว้ 1 เดือน เลยทำให้ถูกนายประสิทธิ์ทวงถามอยู่บ่อยๆ พร้อมกับบังคับให้จ่ายล่วงหน้าอีก 3 เดือน รวมเป็นเงิน 12,000 บาท พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่จ่าย สนามไก่ชนจะต้องถูกปิด ด้วยความหวาดกลัว ผู้เสียหายจึงต้องนำเรื่องเข้าร้องเรียน ก่อนจะมีการวางแผนให้ผู้เสียหายนำเงินส่วนที่เหลือไปจ่ายให้กับนายประสิทธิ์ ตามข้อเรียกร้อง ก่อนจะวางแผนเข้าจับกุม ดังกล่าว

สอบสวนนายประสิทธิ์ให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปปป. เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา หลังจากนี้ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวน ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขณะที่นางอธิสา แขขุนทด คณะกรรมการธรรมาภิบาล ประจำอำเภอแม่วงก์ กล่าวว่า รู้สึกช็อกมากเมื่อรู้ว่านายอำเภอมาถูกจับก่อนที่จะเกษียณอายุราชการใน 4 เดือนข้างหน้า ส่วนนิสัยใจคอของนายอำเภอคนนี้ ตนพูดด้วยความสัตย์จริงเลยนะเขาทำให้เห็นว่าเขาประพฤติตนดีแทบไม่มีที่ติเลย แถมเขายังสั่งสอนให้ข้าราชการ และพนักงาน ลูกน้องในสังกัดของอำเภออยู่ตลอด ต้องทำงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ทุจริต ทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาดด้วย แต่สุดท้ายมาถูกจับข้อหาเรียกรับสินบน ซึ่งเรื่องนี้ตนยังไม่ได้สืบข้อมูลว่าจริงเท็จประการใด จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นได้

ด้านนายนพดล ฆ้องสระน้อย อายุ 46 ปี เจ้าของธุรกิจบ่อนไก่ชน กล่าวว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายนะ และบ่อนของตนก็ทำและปฏิบัติตามถูกต้องตามกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยด้วยเช่นกัน ปกติแต่ละอำเภอจะมีบ่อนสนามไก่ชนได้เพียงอำเภอละ 1 บ่อนเท่านั้น แต่ที่เฉพาะ อ.แม่วงก์ มีการเปิดเพิ่มขึ้นมาอีก 3 บ่อน ทั้งที่บ่อนของตนได้รับอนุญาตอย่างถูกกฎหมายเพียงเจ้าเดียว หากใครไม่จ่าย การขออนุญาตปีหน้าก็จะไม่เซ็นผ่านให้

“ช่วงที่ผ่านมาธุรกิจผมก็ขาดทุนอย่างหนัก มันหมาจนตรอกแล้วล่ะ ทั้งที่บ่อนของผมขออนุญาตถูกกฎหมาย จึงทำให้ผมไม่ห่วงไม่สนใจอะไรแล้ว ถือว่ามารังแกกันมากเกินไป จึงต้องส่งเรื่องไปร้องเรียน” นายนพดลกล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า พื้นที่อำเภอแม่วงก์ มีบ่อนไก่ชนทั้งสิ้น 17 แห่ง ผู้เสียหายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่รับความกดดันไม่ไหว โดยระบุว่า บ่อนไก่ขาดทุนมาเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว แต่ต้องหาเงินมาจ่ายส่วยเพื่อเลี้ยงใบอนุญาตเดือนละ 3,000 บาท ซ้ำยังต้องจ่ายเงินล่วงหน้าอีกกว่าหมื่นบาท จึงสู้ไม่ไหวอีกต่อไป เหมือนถูกบังคับขูดรีด ทั้งที่แต่ละเดือนต้องจ่ายค่าใบอนุญาตถูกกฎหมายไปแล้ว อีกทั้งยังถูกข้าราชการระดับจังหวัดกดดันให้จ่ายอีกด้วย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุอีกว่า เบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ อ้างว่าเงินของกลางเป็นค่าธรรมเนียมที่บ่อนไก่ชนต้องจ่าย แต่จากการตรวจสอบพบว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่มีการออกใบเสร็จให้กับผู้เสียหาย การกระทำจึงเข้าข่ายตามความผิดรวมแล้ว 2 กรรม ต่างกรรมต่างวาระ ครั้งแรก คือการเรียกรับเงินจำนวน 3,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน แต่ผู้เสียหายมีจ่ายเพียง 3 เดือน เป็นเงิน 9,000 บาท จึงค้างจ่ายอีก 1 เดือน ปรากฏว่านายอำเภอคนนี้ ยังโทรศัพท์มากดดัน ให้ผู้เสียหายนำเงินมา 1 เดือนที่ติดค้างมาจ่าย พร้อมกับเรียกรับเงินค่าธรรมเนียมล่วงหน้าอีก 3 เดือน รวมเป็น 4 เดือน ทั้งหมด 12,000 บาท ผู้เสียหายสุดทนเลยร้องเรียน ปปท.ก่อนมีการวางแผนนำเงินไปจ่ายและถ่ายสำเนาแบงก์เอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเข้าจับกุมได้คาห้องทำงาน พบของกลางเงินสดอยู่ในกระเป๋ากางเกงของนายอำเภออีกด้วย

ด้านนายศรชัยกล่าวว่า หลังจากนี้พนักงานสอบสวนของ ปปป. ต้องสืบสวนสอบสวนขยายผล โดยมีกรอบระยะเวลา 30 วัน ซึ่งเชื่อว่าการจับกุมครั้งนี้ อาจขยายผลไปยังข้าราชการฝ่ายปกครองระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย เพราะผู้เสียหายยืนยันว่านอกจากนายอำเภอแล้วยังมีข้าราชการระดับจังหวัดกดดันให้จ่ายเงินด้วย

นายภูมิวิศาล ระบุว่า หลังจากนี้หน่วยงาน 4 ป. จะบูรณาการร่วมกัน เพื่อตรวจสอบข้าราชการผู้มีอำนาจ มีใช้อำนาจในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทำให้ภาพลักษณ์ข้าราชการเสียหาย หากพบการกระทำ ความผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน