เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 19 พ.ค. นางปวีณา หงสกุล ปธ.มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็ก และสตรี พร้อมนายสรัญรัฐ กีรติวิโรจน์กุล หน.บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นราธิวาส น.ส.ฉายา ยะภา ผช.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นราธิวาส พร้อมด้วยบิดา และมารดาของด.ญ.วัย 3 ขวบ ซึ่งหายออกจากบ้านปริศนาและมาพบศพเสียชีวิตในแอ่งน้ำบริเวณทุ่งเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่ ม.5 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส ซึ่งห่างจากบ้านพักประมาณ 300 เมตร เข้าพบพ.ต.อ.มะตอฮา มูหนะ ผกก.สภ.ตันหยง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี

พ.ต.อ.มะตอฮาสรุปว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นช่วงที่บิดากำลังวุ่นอยู่กับการขายข้าวเกรียบ และได้เดินไปแลกเงินเพื่อทอนให้ลูกค้า เมื่อกลับมาจู่ๆ บุตรสาวที่เล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านหายตัวไป เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถยนต์เก๋งต้องสงสัยจำนวน 3 คัน พบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และต่อมาได้พบศพเด็กนอนเสียชีวิตในแอ่งน้ำ มีร่องรอยของการถูกชำเราซึ่งต้องรอการยืนยันจากนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้ง ในส่วนของการตรวจดีเอ็นเอนั้น ในเบื้องต้นยังไม่ทราบผล แต่เกรงว่าสภาพเด็กเสียชีวิตถูกแช่น้ำ ผลการตรวจจะออกมา 100% หรือไม่นั้นยังไม่ทราบ

ตามคดีด.ญ. – นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่พม.นราธิวาส และตำรวจสภ.ตันหยง ตรวจจุดเกิดเหตุคดีด.ญ.วัย 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนาในแอ่งน้ำกลางทุ่งเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่ ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

ล่าสุดได้นำผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนแล้ว 5 คน พร้อมทั้งได้ตรวจเก็บดีเอ็นเอแล้วปล่อยตัวไป ยกเว้นอีก 1 คนที่ผลการตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงได้แจ้งดำเนินคดีในข้อหาเสพ ยาเสพติด แต่หากผลตรวจดีเอ็นเอพบว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มในการดำเนินคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสกรีนเยาวชนหรือวัยรุ่นต้องสงสัยในหมู่บ้านว่าหลังเกิดเหตุมีบุคคลใดได้หายหน้าหายตาออกจากหมู่บ้านไปบ้าง

ต่อมานางปวีณาเดินทางไปดูจุดเกิดเหตุพบศพน้อง ก่อนเผยว่าพื้นที่จุดเกิดเหตุสลับซับซ้อน เป็นเนินที่ลับตา คนร้ายต้องเป็นคนในพื้นที่เท่านั้น คดีนี้เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับคนร้ายได้ มิเช่นนั้นเด็กๆ แถวนี้จะมีอันตราย คนร้ายที่กระทำในครั้งนี้เป็นคนโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ ต้องดำเนินคดีในถึงที่สุดและประหารชีวิตมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน