หลานคลั่งฆ่าป้า มีดจ้วงแทงคอ ปู่ขอให้ประหาร – สลดเมืองอุดร หลานชายวัย 26 คลุ้มคลั่งคว้ามีดปาดคอ ป้าแท้ๆ ตายคาบ้าน ญาติเผยเคยเป็นช่างไฟแล้วตกเสาไฟฟ้า เมื่อ 8 ปีก่อน ต้องผ่าตัดสมอง กินยา แต่จู่ๆ เกิดดื้อไม่ยอมกินยา แถมสูบบุหรี่จัด ขโมยกาแฟดื่มทั้งที่หมอห้าม ก่อนเกิดเหตุคาดเกิดอาการหลอน พูดคนเดียว จู่ๆ คว้ามีดทำครัวไล่ปาดคอจ้วงแทงป้าจนหลอดลมขาด วิ่งหนีออกจากบ้านมาสิ้นใจอยู่ในอ้อมกอดแม่ที่เป็นย่าผู้ก่อเหตุ ชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ได้ก่อนรุมประชาทัณฑ์จนหัวปากจมูกแตก ให้การไม่รู้เรื่อง ปู่เดือดจัดลั่นอยากให้ตำรวจจับไปดำเนินคดีถึงที่สุด อย่าปล่อยออกมาเป็นภาระญาติพี่น้อง เอาตัวไปประหารหรือฆ่าทิ้งยิ่งดี ฆ่าได้แม้กระทั่งป้าที่ชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ตร.คุมตัวส่งรักษาอาการทางจิต ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 19 พ.ค. ร.ต.อ.ประวิทย์ อิ่มใจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยห้วยหลวง อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีหนุ่มคลั่งอาละวาดใช้มีดปาดคอเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 4 บ้าน หนองฮาง ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี รีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.จามร อันดี ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังชุดป้องกันและปราบปราม, ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี และชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี รวม 20 นาย แพทย์เวร ร.พ.ศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน

จุดที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด พบนางนิยม คามะเชียงพิณ อายุ 68 ปี กอดศพน.ส.ธัญญรัตน์ คามะเชียงพิณ อายุ 48 ปี ลูกสาว ซึ่งถูกของมีคมปาดและแทงคอ ตัดหลอดลมและเส้นเลือดใหญ่ขาด นอนจมกองเลือดอยู่พื้นข้างบ้าน สภาพสวมเสื้อยืดและกางเกงวอร์มสีดำ ไม่สวมรองเท้า มีหยดเลือดไหลยาวเป็นทางจากบริเวณประตูหน้าบ้าน ส่วนผู้ก่อเหตุชื่อนายโก้ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี หลานชายแท้ๆ ของผู้ตาย ซึ่งต่อมาได้มีชาวบ้านช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้ที่หน้าบ้าน พร้อมของกลางมีดทำครัวยาว 5 นิ้ว ที่นายโก้นำไปล้างและเช็ดคราบเลือดผู้ตายออกแล้ว หลังจากที่โดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์จนศีรษะ ปาก และจมูกแตก เลือดไหลอาบหน้าและให้การไม่รู้เรื่อง

นางนิยมแม่ผู้ตายและเป็นย่าของนายโก้เผยด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตอนหลานชายก่อเหตุ ตนนั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้านและไม่เห็นเหตุการณ์ มาเห็นตอนลูกสาววิ่งออกมาจากในบ้านโดยมีเลือดไหลพุ่งออกจากคอ ก่อนไปล้มฟุบนอนจมกองเลือดบริเวณข้างบ้าน ตนจึงรีบหาผ้ามาอุดตรงบาดแผลไว้แต่ลูกสาวได้สิ้นใจตายไปต่อหน้า จึงร้องเรียกหลานเขยออกมาช่วยและให้โทรศัพท์แจ้งสามีที่ทำงานอยู่ในไร่ทราบและโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

คลั่งฆ่าป้า – ตำรวจคุมตัวหนุ่มวัย 26 ปี ป่วยจิตจากอุบัติเหตุหลายปีก่อน ต้องกินยารักษาอาการทางประสาท แต่ช่วงนี้ขาดยาเกิดคลุ้มคลั่งใช้มีดทำครัวแทงป้าแท้ๆ เสียชีวิตคาบ้านในต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

“ที่ผ่านมาหลานชายมักอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปไหน และชอบพูดอยู่คนเดียวเพราะมีอาการทางสมอง หลังจากเกิดอุบัติเหตุผ่าตัดสมองมา 8 ปี กระทั่งวันนี้คาดว่ามีอาการหลอนและเป็นสาเหตุที่ลงมือฆ่าปาดคอลูกสาวตนที่มีศักดิ์เป็นป้า ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อนเลย ส่วนพ่อของเขาแยกทางกันกับภรรยา และจมน้ำเสียชีวิตเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ญาติพี่น้องจึงนำมาเลี้ยงดู ก่อนมาก่อเหตุสลดขึ้น 2-3 วันที่แล้ว ฝันเห็นเครื่องบิน 2 ลำกำลังจะลง แต่ก็ยังไม่ลง สะดุ้งตื่นก่อน และมีความเชื่อว่าหากฝันเห็นเครื่องบินเป็นลางร้าย ก่อนลูกสาวจะมาถูกฆ่าตายในบ้าน” นางนิยมย่าผู้ก่อเหตุกล่าวด้วยความโศกเศร้า

นายอาณัติ แก้วปัญญา อายุ 39 ปี ลูกเขยผู้ตายให้การว่า ตอนเกิดเหตุตนอยู่หลังบ้านอีกหลังหนึ่ง ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงรีบเข้ามาดู เห็นยายกอดแม่ยายตน ที่นอนจมกองเลือดอยู่ข้างบ้าน จังหวะนั้นตนตกใจมาก กลัวว่าลูกชายวัย 6 เดือนที่อยู่ในบ้านจะเป็นอันตรายด้วยจึงรีบไปอุ้มออกมาจากเปลก่อน และได้ร้องตะโกนให้คนมาช่วยเหลือจนมีชาวบ้านคนอื่นเข้ามาช่วยเหลือ ญาติพี่น้องเคยพูดกันอยู่ว่าจะต้องระวังตัวเพราะเขาเคยทำร้ายร่างกายภรรยาตนมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะมาก่อเหตุรุนแรงกับป้าผู้มีพระคุณถึงเพียงนี้

ด้านนายพฤหัส คามะเชียงพิณ อายุ 71 ปี พ่อผู้ตายและเป็นปู่ของผู้ก่อเหตุให้การว่า ตอนหลานก่อเหตุตนอยู่ที่ไร่ ไม่เห็นเหตุการณ์ หลานเขยโทรศัพท์ไปบอกจึงรีบกลับมาก็พบภาพอันสลด ส่วนหลานชายมือมีดได้ไปหลบอยู่ครัวหลังบ้าน ขณะที่ภรรยาตนได้นั่งกอดลูกสาว เอาผ้าอุดรอยแผลที่คอเพื่อให้เลือดหยุดไหล ก่อนลูกสาวจะขาดใจตายเหมือนไก่โดนเชือดคอในอ้อมกอดของแม่ โดยไม่รู้ว่าหลานก่อเหตุเพราะอะไร แต่หลานเคยเสพยาบ้าตอนเรียนอยู่ชั้น ม.2 แต่เสพติดไม่หนัก และมีประวัติป่วยทางจิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุตกเสาไฟฟ้าเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมาขณะไปทำงานเดินสายสื่อสารที่ จ.นครปฐม ต้องผ่าตัดสมอง หลานกินยารักษาอาการทางประสาทมาตลอดไม่ เคยขาด

“เมื่อ 2 วันก่อนหลานมีอาการผิดปกติ พูดจาอยู่คนเดียว แต่พูดไม่รู้เรื่อง มักขโมยดื่มกาแฟและสูบบุหรี่จัดโดยที่หมอห้ามแต่ก็ไม่ฟัง อยากให้ตำรวจจับไปดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อย่าปล่อยออกมาเป็นภาระญาติพี่น้อง นำไปประหารหรือฆ่าทิ้งยิ่งดี เพราะผมกับลูกสาวที่ต้องตายไปเป็นคนชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก แต่หลานชายก็ไม่รู้จักบุญคุณเลย” นายพฤหัสกล่าว

ขณะที่ นายกมล จำปาน้อย อายุ 52 ปี สามีผู้ตายให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนไปไถนาอยู่กลางทุ่ง ลูกเขยโทรศัพท์บอกว่าภรรยาถูกหลานชายใช้มีดปาดคอเสียชีวิตแล้วรู้สึกตกใจมาก หากรู้ว่าภรรยาจะโดนฆ่า คงไม่ออกไปไถนาอย่างแน่นอน และไม่เคยคิดว่าหลานชายจะเนรคุณฆ่าป้าแท้ๆ ที่ชุบเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเด็กได้อย่างเลือดเย็น จากเหตุการณ์ครั้งนี้ตนจุกจนพูดไม่ออก อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ต้องปล่อยกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกต่อไป

ต่อมา พ.ต.อ.จามร ผกก.สภ.เมืองอุดรธานีเปิดเผยว่า เบื้องต้นผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิต เนื่องจากเมื่อ 8 ปีก่อนเป็นช่างไฟฟ้าแล้วตกเสาไฟขณะทำงานจนต้องผ่าตัดสมอง เมื่อผ่าตัดแล้วก็มีอาการป่วย คลุ้มคลั่ง ต้องไปรับยาและกินยาตลอด และ 7 ปีก่อนเคยคลุ้มคลั่งจนตำรวจต้องมาระงับเหตุมาแล้ว

“ผู้ต้องหามีรายชื่ออยู่ในโครงการนาคาพิทักษ์ ซึ่งต้องมาตรวจอาการอยู่เป็นประจำ สอบสวนญาติทราบว่า เมื่อ 2 วันก่อนผู้ต้องหาดื่มกาแฟและสูบบุหรี่จัดจนคลุ้มคลั่งและนอนไม่หลับ พูดตลอดเวลา ก่อนเกิดเหตุได้ร้องโวยวายแล้วใช้อาวุธมีดปาดคอป้าตัวเอง จากนี้จะส่งตัวผู้ต้องหาไปรักษาอาการบาดเจ็บและทางจิตเวชที่โรงพยาบาลก่อน โดยแจ้งข้อกล่าวหาฆ่า ผู้อื่นโดยเจตนา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน