คลิปฉาวในรร. ‘ดอยเชียงดาว’ ผวจ.ชมคนแฉ
ตร.เรียกสอบครูเตะเด็กในโรงเรียนบนดอยเชียงดาว คลิปฉาวภาพชัด ครูสาวเผยเหตุเกิดม.ค.66 จำใจช่วยปกปิด ล่าสุดพบพฤติกรรมใช้เงินกองทุน ช่วยเหลือเด็กผิดวัตถุประสงค์ ทนไม่ไหวออกมาโพสต์แฉความแหลกเลวในโรงเรียน ผู้ว่าฯ เชียงใหม่สั่งสพป.เขต 3 เร่งสอบ พร้อมชื่นชมครูคนแฉจากกรณี ครูสาวโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแฉความเหลวแหลกเละเทะโรงเรียนบนดอยเชียงดาว เด็ก ป.3 ถูกลงโทษด้วยลำแข้งจนผวาหนัก หนีออกจากโรงเรียน แถมเงินบริจาคช่วยเด็กดอยถูกเบิกไป เที่ยวทะเล ร้องคาราโอเกะ จนเงินกองทุนเกือบหมด ดับความฝันหลังทิ้งเมืองกรุง มาเป็นครูดอย หวังช่วยเด็กด้อยโอกาส
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ครูสาวที่ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า แม้จะเป็นวันเปิดเทอมแล้ว ตัวเองเสียใจที่คงไม่ได้กลับเข้าไปสอนนักเรียนที่เชียงดาวอีกแล้ว วันนี้คงต้อง ขาดงานและหลบซ่อนตัวอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากไม่สามารถกลับไปเข้าพื้นที่ได้เนื่องจากเกรงกลัวเรื่องของความปลอดภัยเพราะคู่กรณีเองเป็นทั้งข้าราชการระดับสูง และบางคนก็มีพฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรง ตนเองและครอบครัวเห็นว่าจะไม่ปลอดภัยจึงต้องหลบซ่อนอยู่ในที่ปลอดภัยในตัวเมืองเชียงใหม่ไปก่อน
ครูสาวกล่าวด้วยว่าเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ได้ปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ในเรื่องนี้ พร้อมให้ข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด และในวันนี้ตนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ พม. จะนำหลักฐานเข้าร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริต ภาค 5 หรือ ป.ป.ช.ภาค 5 ที่อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบด้วย
ขณะที่ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ปฏิเสธจะแสดงความเห็นในกรณีของโรงเรียนบนดอยเชียงดาว โดยระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล ยังไม่ได้รับรายงานข้อมูลจากพื้นที่เข้ามา ทราบเพียงว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ เขต 3 ต้นสังกัดพื้นที่ที่เกิดเหตุกำลังเข้าไปติดตามเรื่องดังกล่าวอยู่
ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ให้สภ.เชียงดาว ตรวจสอบแล้ว โดยวันนี้ พ.ต.อ.เสกสรรค์ ขันคำนันต๊ะ ผกก.สภ.เชียงดาว ได้นัดผู้ปกครองและเด็ก ผู้เสียหายมาที่สภ.เชียงดาว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง หากผู้เสียหายประสงค์จะดำเนินคดีจะได้นัดทีมสหวิชาชีพเพื่อ ร่วมสืบสวนสอบสวนที่บก.ภ.จว.เชียงใหม่ต่อไป
ทั้งนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ มีคำสั่งถึงผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงใหม่ เขต 3 สอบพฤติกรรมครูทำโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเชียงดาว โดยขอให้ความเป็นธรรมกับ ทุกฝ่าย หากพบความผิดต้องลงโทษตามระเบียบและกฎหมาย เพื่อทำให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานศึกษา และขอยืนยันว่าเราไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงกับเด็กและเยาวชน พร้อมชื่นชมคุณครูที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ ไม่ปกปิดหรือนิ่งต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยผู้ว่าฯ ระบุว่า “ผมขอยกย่องท่านที่ปฏิบัติตนสมกับการเป็นข้าราชการครูครับ”

เตะน.ร. – ภาพจากคลิปเหตุการณ์ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งบนดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ขณะทำร้ายร่างกายโดยการเตะและถีบ ระหว่างสอบสวนกรณีขโมยขนมในห้องพักครู ซึ่งครูผู้หญิงนำไปร้องเรียน ล่าสุด นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ สั่งให้สอบข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อวันที่ 22 พ.ค.
สำหรับรายละเอียดของปัญหาที่เกิดขึ้น ครูสาวได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยนำคลิปภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้า วันที่ 17 ม.ค. 2566 ขณะครูผู้ดูแลหอพักของโรงเรียน ถือไม้เรียวสอบสวนความผิดเด็กนักเรียนชาย 4 คน บนลานข้างหอพัก หลังพบว่าขนมในห้องพักครูถูกขโมยไป ในภาพจะเห็นว่าครูคนดังกล่าว สอบสวนเด็กในลักษณะท่าทีข่มขู่ ก่อนจะใช้เท้าเหยียบบ่าของเด็กชายคนหนึ่งและถีบจนล้มลง จากนั้นได้ใช้ไม้ตีเด็กชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ กัน และใช้เท้าเตะจนล้มคว่ำ ขณะที่เด็กชายทั้งสองร้องไห้และอยู่ในอาการหวาดกลัว หลังเกิดเรื่องทำให้เด็กชาย ป.3 อายุ 10 ขวบ หนึ่งในสองเด็กที่ถูกทำร้ายหวาดผวาหนัก จนไม่กล้ามาโรงเรียนอีกเลย โดยหนีกลับไปอยู่กับมูลนิธิเอกชนที่อุปการะอยู่ก่อนหน้า
ครูสาวระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีครู บางคนมาเล่าให้ฟัง และบอกว่าอยากดูคลิปหรือไม่ เธอเองไม่ชอบความรุนแรงจึงไม่ดู แต่ในใจลึกๆ ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่ยอมรับว่าเก็บเงียบไว้และร่วมกันปกปิด เพราะกลัวมีผลกระทบกับหน้าที่การงาน แต่ความรุนแรงต่อเด็ก ไม่ได้มีแค่เหตุการณ์ในคลิปเท่านั้น เมื่อเดือนต.ค. 2565 ครูผู้ดูแลหอพักคนเดียว กันนี้ ยังได้ลงโทษเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งที่คิดว่าไปพังประตูห้องน้ำ แต่สุดท้ายเป็น การทำร้ายผิดคน ซึ่งเด็กคนนี้อายุ 11 ขวบ หวาดกลัวหนักจนวิ่งหนีเข้าป่า ก่อนที่ ภายหลังจะยอมกลับมาเรียน
ครูสาวกล่าวอีกว่า กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ครูฝ่ายการเงินได้นำเอกสาร แผ่นหนึ่งมาให้ดูและขอให้ช่วยเหลือ เป็นเอกสารที่ระบุว่า ผู้บริหารและครูบางคนได้เบิกเงินในกองทุนช่วยเหลือเด็กที่มี ผู้ใจบุญบริจาคมาให้ นำไปใช้ผิดวัตถุ ประสงค์ เมื่อสอบถามทำให้ทราบว่ามีการเบิกเงินไปราชการที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ไม่มีหนังสือไปราชการตามระเบียบ นอกจากนี้ ยังเบิกเงินจากกองทุนเดินทางไปที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อไปซื้อโซลาร์เซลล์ แต่กลับพบว่า นำเงินบางส่วนไปเที่ยวคาราโอเกะ ซึ่งทั้งหมดเป็นเงินจากบัญชีกองทุนสนับสนุนของโรงเรียน ซึ่งเป็นเงินที่ได้นับบริจาคมา โดยก่อนเปิดเทอมกองทุนมีประมาณ สองแสนบาท แต่ตอนนี้เหลือเพียง สามหมื่นกว่าบาทเท่านั้น
ครูสาวเปิดเผยด้วยว่า ด้วยความใฝ่ฝันอยากเป็นครูบนดอย ทำให้ในปี 2565 จึงเลือกขอมาบรรจุที่โรงเรียนบนดอยเชียงดาว แต่เมื่อมาเจอเรื่องแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จึงสุดที่จะรับได้ และตัดสินใจนำเรื่องราวออกมาเปิดเผย ด้วยความหวังว่าจะทำให้ระบบเหล่านี้หมดสิ้นไปเสียที รู้สึกแย่ที่เด็กดอยฐานะยากจนและเป็นกลุ่มด้อยโอกาสต้องมาถูกทำร้ายและอยู่อย่างหวาดกลัว รวมทั้งต้องเสียโอกาสในการออกนอกระบบการศึกษา รวมทั้งการนำเงินบริจาคไปใช้ ที่ออกมาเปิดเผยครั้งนี้ พร้อมที่จะโดนปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ แต่จะยืนยันว่าจะไม่ลาออกเด็ดขาด ยอมแลกทุกอย่างขอให้ระบบนี้มันไม่เน่าไปกว่านี้
“ข้าพเจ้ารักในอาชีพครู แล้วก็พร้อมที่จะต้องไปเริ่มอาชีพใหม่ที่สุจริตด้วยเช่นกัน ส่วนการร้องเรียนหน่วยงานบังคับบัญชาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าจะได้รับความยุติธรรม เพราะ 1 ในบุคคลที่กระทำการดังกล่าว ได้อ้างว่าตนเองมีความสนิทสนมเป็นอย่างดี โดยเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันกับผอ.เขตพื้นที่การศึกษา และรู้ฉายา ของกันและกันดี ข้าพเจ้าจึงหวังว่าท่าน จะช่วยข้าพเจ้าในการส่งเสียงของข้าราชการครูผู้น้อยที่ไม่มีเส้นสาย ให้เสียงนี้ดังไปถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ด้วยการช่วยข้าพเจ้าแชร์ลงเฟซบุ๊กของท่าน” นางสาวเพชรรัตน์ ระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับบุคลในคลิปทำร้ายนักเรียนตามคลิปนั้น เป็นพนักงานอัตราจ้างของโรงเรียน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแลเด็กนักเรียนที่กินนอนอยู่ที่โรงเรียนเท่านั้น มีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรงกับเด็กเป็นประจำทุกครั้งที่พบว่าเด็กกระทำความผิด ส่วนประวัติเคยทำงาน ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ มาก่อน และมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับนักการเมืองท้องถิ่น โดยพฤติกรรมส่วนตัวที่แสดงออก ทำให้ผู้ปกครองที่เป็นชาวบ้านไม่ค่อยชอบเท่าใด แต่ไม่อยากมีปัญหาด้วย เพราะทราบว่าผู้ชายคนนี้ชอบพกปืน