พัดถล่มโรงเรียน โดมพังลงมาทับบาดเจ็บอีก18คน
สลดพายุพัดถล่มโรงเรียนที่พิจิตร ทั้งภารโรงนักเรียน-ผู้ปกครองตายสลด 7 ศพ ได้รับบาดเจ็บอีก 18 ราย เหตุเกิดขณะเข้าไปหลบฝน-ซ้อมฟุตบอลในร่มแล้วโดมพังลงมาทับ เบื้องต้นพบเป็นอาคารที่ชุมชนร่วมบริจาคเงินสร้างขึ้นโดยไม่ได้ขออนุญาต ด้านผู้ว่าฯ พิจิตรสั่งเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติร่วมอีก 2 ตำบลในอำเภอสามง่าม ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการสั่งสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมสั่งให้ตรวจสอบอาคารเก่าที่ใช้มานานทั้งประเทศ หวั่นโดนพายุพังถล่มซ้ำรอย ‘บิ๊กตู่’บินไปดูที่เกิดเหตุ เยี่ยมคนเจ็บวันนี้
จากกรณีลมพายุพัดโครงสร้างหลังคาโดมลานอเนกประสงค์ ภายในโรงเรียนวัดเนินปอ หมู่ 1 ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งโดมดังกล่าวสูงประมาณ 10 เมตร กว้าง 20 เมตร และยาว 40 เมตร ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ และออกกำลังกายของนักเรียนและผู้ปกครองภายในชุมชน เกิดพังถล่มล้มทับนักเรียน และผู้ปกครองที่เล่นกีฬาและเข้าไปหลบฝน โดยโดมหลังคาพังลงมาจนทำให้เด็กนักเรียน ผู้ปกครองเสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 พ.ค.นั้น
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นางชุลี อัศวพิชยนต์ นายกเหล่ากาชาติจังหวัดพิจิตร นายแพทย์ วิศิษย์ อภิสิทธิ์วิทยา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร เดินทางไปเยี่ยมและตรวจดูอาการของผู้ป่วยซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพิจิตร โรงพยาบาลสามง่าม โรงพยาบาลวชิรบารมี และโรงพยาบาลเอกชน พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย ที่เสียชีวิตรายละ 29,700 บาท โดยหากเป็นหัวหน้าครอบครัวก็จะจ่ายเพิ่มอีกรายละ 29,700 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการช่วยเหลือ 4,000 บาทต่อราย กรณีรักษาตัวนานเกิน 3 วัน
นายพยนต์กล่าวว่า จังหวัดพิจิตรประกาศให้พื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อจะได้นำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชน เพราะนอกจากเหตุที่เกิดที่โดมโรงเรียนแล้ว ยังมีบ้านเรือนประชาชน 2 ตำบล คือตำบลเนินปอ และตำบลรังนก อีกกว่า 300 หลังคาเรือนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก นอกจากนี้ ตนสั่งการให้ตั้งศูนย์ขอรับความช่วยเหลือจากภาคเอกชน เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมืองพิจิตร พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบโดมหลังคาอาคารอเนกประสงค์ที่พังลงมาทับนักเรียนและผู้ปกครอง จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับ บาดเจ็บ เบื้องต้นจะนำข้อมูลจากการตรวจสอบเข้ารายงานถึงความแข็งแรงขอโครงสร้างที่สร้างขึ้นเองจากเงินที่บริจาคพร้อมกับจะต้องตรวจสอบว่าทางโรงเรียนขออนุญาตก่อสร้างโดมหรือไม่ เบื้องต้นทางได้รับรายงานว่าโรงเรียนไม่ได้ขออนุญาตจากเทศบาลแต่อย่างใด
“ขณะนี้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว สำหรับหลักเกณฑ์ความช่วยเหลือกรณีประสบวาตภัยว่าในส่วนของผู้เสียชีวิต จะจ่ายเงินช่วยเหลือรายละ 29,700 บาท หากเป็นหัวหน้าครอบครัวช่วยเหลือเพิ่มอีก 29,700 บาท ส่วนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่ โรงพยาบาล 3 วันขึ้นไป มีการช่วยเหลือเยียวยารายละ 4,000 บาท ด้านนายกเหล่ากาชาดพร้อมคณะมอบเงินสมทบช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บทุกรายด้วย ทั้งนี้ สั่งการไปถึง อปท.ในทุกพื้นที่สำรวจสิ่งก่อสร้าง ป้ายโฆษณาที่สร้างมาหลายปี หากไม่แข็งแรงให้รื้อถอนทันทีเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ และในวันที่ 24 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาที่โรงเรียนเนินปอ เพื่อดูที่เกิดเหตุและจะเดินทางไปเยี่ยมและ ให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 โรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลสามง่าม และ ร.พ.พิจิตร” ผู้ว่าฯ พิจิตร กล่าว
ด้านนายแพทย์วิศิษย์ อภิสิทธิ์วิทยา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ในส่วนผู้เสียชีวิตมีทั้งหมด 7 ราย และล่าสุด มีผู้ประสบเหตุเข้ารักษาตัวที่ 8 ราย ที่โรงพยาบาลพิจิตร 5 ราย และโรงพยาบาลสามง่าม 3 ราย ซึ่งอาการทั้งหมด 8 ราย พ้นขีดอันตราย มีเพียงผ่าตัดแขนที่ถูกโครงสร้างเหล็กทับ
นายสุรศักดิ์ พรมศรี หนึ่งในชาวบ้านที่เข้ามาพบเหตุการณ์ในครั้งแรก พร้อมถ่ายคลิปวิดีโอในที่เกิดเหตุกล่าวว่า ในช่วงที่ฝนตก ทีมฟุตบอลเนินปอจูเนียร์ย้ายเข้ามาเล่นฟุตบอลในโดมอาคาร จากนั้นจึงพังลงมาทับเด็กนักเรียน และทีมงานฟุตบอล รวมถึง ผู้ปกครอง ซึ่งตอนที่มาพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนเกลื่อน ซึ่งตนมองว่าโครงสร้างของโดมอาคารไม่แข็งแรงเหมือนไม่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่เริ่มสร้างโดยเฉพาะฐานราก จึงทำให้เกิดความเสียหายจากแรงลมพัดจนพัง
ด้านนางปาริฉัตร คุ้มประดิษฐ์ ผู้ประสบภัยที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด กล่าวว่า ตนได้ให้นายนที คุ้มประดิษฐ์ สามีที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ไปดูลูกชาย เนื่องจากได้ยินข่าวว่าจะมีลมพัดมาและมีฝนตก โดยตนตามไปทีหลัง ระหว่างเกิดเหตุมีลูกเห็บตกลงมา และมีฝนตกโปรยปราย แต่ฟ้ายังแจ้งอยู่ โค้ชจึงให้เด็กๆ ไปซ้อมในโดม เพราะคาดว่าฝนน่าจะตกไม่นาน แต่หลังจากนั้นก็เกิดลมพัดอย่างรุนแรง และตนก็หมดสติไป มารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาล และยังคิดว่าสามีน่าจะมานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยกัน แต่ก็เสียชีวิตไปแล้ว
เด็กชายธนกร คุ้มประดิษฐ์ วัย 8 ขวบ ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือเปิดเผยว่า ทีมฟุตบอลของตนชื่อทีมเนินปอจูเนียร์ และกำลังจะไปแข่งขันที่จังหวัดกำแพงเพชร ในวันที่ 5 มิ.ย. โดยตนเล่นเป็นกองกลาง
สำหรับนักฟุตบอลของทีมเนินปอจูเนียร์ ประกอบด้วยนักเรียนจากหลายโรงเรียนในเขตอำเภอสามง่าม มีโรงเรียนรังนกเนินปอราชอุทิศ โรงเรียนวัดเนินปอ โรงเรียนบ้านเนินพะยอม โรงเรียนสระยายชีมิตรภาพที่ 79 มีอายุระหว่าง 6-13 ปี มีนักฟุตบอลในทีม 16 คน มีโค้ช 1 คน ส่วนผู้ช่วยโค้ชก็แล้วแต่ว่าผู้ปกครองคนไหนจะว่าง โดยใช้สนามโรงเรียนวัดเนินปอ ที่เกิดเหตุเป็นสนามฝึกซ้อม
นางกรรณ์การ์ อินทะกูล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเนินปอ เปิดเผยว่า มีเด็กนักเรียนเพศชายอายุ 6 ขวบเสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 1 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพิจิตร คือเด็กชายโพธิวัฒน์ บางแดง อายุ 6 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดเนินปอ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมดจำนวน 7 ศพ ประกอบด้วยเด็กนักเรียน 4 ศพ ภารโรง 1 ศพ และผู้ปกครอง 2 ศพ และมีผู้บาดเจ็บยังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอำเภอสามง่าม วชิรบารมี และโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 18 ราย
นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่เทศบาลออกสำรวจความเสียหาย พบมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 6 หมู่บ้าน เบื้องต้นมีบ้านเรือนพังเสียหายมากกว่า 100 หลังคาเรือน โดยเฉพาะหมู่ที่ 1 ที่มีบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายมากที่สุดถึง 93 หลังคาเรือน อย่างไรก็ตาม เทศบาลตำบลเนินปอพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตั้งเต็นท์รับแจ้งความเสียหายจากประชาชนผู้ประสบภัยดังกล่าวพร้อมกันนี้จะให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป

พายุมรณะ – นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าฯ พิจิตร นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุพายุฝนถล่มต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร ทำให้โดมโรงเรียนวัดเนินปอพังทับนักเรียนและผู้ปกครองเสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บอีก 18 ราย เมื่อวันที่ 23 พ.ค.
ด้านนายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าฯ พิจิตร สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่า โดมดังกล่าวใช้งานมานานหรือยังและตอนสร้างมีแบบแปลนถูกต้องตามระเบียบทางราชการหรือไม่ เบื้องต้นสำหรับโดมดังกล่าว ซึ่งเป็นโดมขนาดใหญ่มีความกว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร ก่อสร้างและเปิดใช้งานมาแล้วประมาณ 5 ปี โดยใช้งบบริจาคจากผู้ปกครองและผู้มีจิตศรัทธา
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ชาวบ้านใกล้เคียง ยังคงเข้ามาติดตามข่าว และเฝ้าดูซากอาคารโดมลานอเนกประสงค์ที่พังลงมา ที่ทิ้งสภาพความเสียหาย ทั้งซากอาคาร โครงเหล็ก รวมถึงอุปกรณ์การเล่นกีฬาของเด็กนักเรียนและเยาวชน ผู้ปกครอง ที่เข้ามาซ้อมบอลก่อนมาหลบในอาคารที่เกิดเหตุพังถล่ม โดยชาวบ้านระบุว่า ถือว่ารุนแรงในรอบ 40 ปี
ชาวบ้านรายหนึ่งเป็นอดีตทหาร กล่าวว่า ในช่วงเย็นที่ผ่านมา ลมพายุได้พัดมาเสียงเหมือนคล้ายการเกิดสงครามในช่วงบ้านร่มเกล้า ที่เคยไปรบมา ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงในรอบ 40 ปี และมีการสูญเสียครั้งใหญ่ ในรอบ 40 ปี ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สำหรับโดมหลังคาลานอเนกประสงค์ ขนาดความยาวประมาณยาว 30 เมตร กว้าง 20 เมตร สูง 15 เมตร ก่อสร้างจากเงินบริจาค ที่รวมกันสร้างมากว่า 5 ปี จนเกิดพังถล่มจากลมพายุ จึงทำให้มีผู้เสียชีวิต รวม 7 คน คือ นายดัง อ่องแดง นักการภารโรงโรงเรียนวัดเนินปอ นายนที คุ้มประดิษฐ์ ผู้ปกครองนักเรียนโค้ชผู้ฝึกสอนฟุตบอล และอีก 5 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล คือนางวันเพ็ญ จันทร์มล ผู้ปกครองนักเรียน ด.ช.วัชรากร พันวัน อายุ 7 ขวบ ด.ช.ศุภศิน สิงห์จันทร์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ร.ร.เนินปอรังนกชนูทิศ ด.ช.วัชรากร พันวัน อายุ 7 ขวบ และรายล่าสุดที่เสียชีวิตเพิ่ม ในช่วงดึกที่ผ่านมา คือ ด.ช.โพธิวัฒน์ บางแดง อายุ 6 ขวบ และเปิดศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราวให้ประชาชน ได้รับแจ้งความเสียหาย โดยเบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชน 2 ตำบล ตำบลรังนก และตำบลเนินปอ 300 หลังคาเรือน ซึ่งทางหน่วยงานจะช่วยเหลือบ้านเรือน และผู้เสียชีวิต ตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการต่อไป
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2566 และจะมีฝนตกชุกหนาแน่นครอบคลุมในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาหรืออาคารที่โครงสร้างไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า หากได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร.ขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์รับทราบรายงานสรุปสถานการณ์วาตภัยที่เกิดขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย และผู้บาดเจ็บ 23 ราย ที่จ.พิจิตร พร้อมสั่งการ กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดที่ได้รับผล กระทบจากสถานการณ์วาตภัย เร่งค้นหาผู้ที่สูญหาย สำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด
นายอนุชากล่าวว่า ปภ.พิจิตร ได้รายงานเมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 พ.ค. เกิดเหตุพายุฝนพัดถล่มโดมขนาดใหญ่หลังคาเมทัลชีต ตั้งอยู่ภายโรงเรียนวัดเนินปอ หมู่ที่ 1 ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร ขณะเกิดเหตุมีนักเรียนที่มาเล่นกีฬาฟุตบอล หลบฝนอยู่ภายในโดมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่ง ปภ.พิจิตร อบจ.พิจิตร หน่วยกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องมือ อาทิ ชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมไฟฟ้าส่องสว่าง อุปกรณ์ตัดถ่าง และอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยเข้าให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้สรุปสถานการณ์วาตภัย ณ เวลา 22.30 น. วันที่ 22 พ.ค. 66 มีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร แพร่ ตาก ลำปาง กำแพงเพชร รวม 9 อำเภอ 11 ตำบล 19 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 207 หลัง โดย ปภ.ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว
“นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์วาตภัยที่เกิดขึ้น ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย และผู้บาดเจ็บรวม 23 ราย โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมสั่งการกระทรวงมหาดไทย ปภ. ผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งค้นหาผู้ที่ยังสูญหาย สำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยตามระเบียบของทางราชการอย่างใกล้ชิด
นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สพป.พิจิตร เขต 1 ได้รายงานนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) รับทราบโดยตรงด้วยแล้ว สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) มอบหมายให้นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการกพฐ.ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มออกแบบและก่อสร้าง ตรวจสอบอาคารสถานที่ และตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่ามีการบำรุงดูแลรักษาหรือไม่ มีการตรวจสอบอาคารสถานที่หรือไม่ เพราะโดยหลักแล้วก่อนเปิดภาคเรียน โรงเรียนจะต้องตรวจสอบอาคารสถานที่ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา
“ศธ.ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งไปดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยสพฐ.มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ดังนี้ เสียชีวิต รายละ 10,000 บาท, บาดเจ็บสาหัสรายละ 5,000 บาท และบาดเจ็บเล็กน้อย รายละ 3,000 บาท นอกจากนี้ ในส่วนของโรงเรียนจัดทำประกันชีวิตให้นักเรียน ดังนั้น นักเรียนก็จะได้รับการช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วย ส่วนสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.) มอบหมายให้ศูนย์ช่วยเหลือภัยพิบัติ กระทรวงศึกษาธิการ (ศชพ.ศธ.) ในส่วนกลาง โดยกองส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการศึกษาในภูมิภาค ดูแลและประสานงานกรณีต้องขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางต่อไป
นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ขณะนี้เปิดภาคเรียนมาแล้ว 2 สัปดาห์ ตนจึงมอบหมายให้ศูนย์ช่วยเหลือภัยพิบัติส่วนภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) ทั่วประเทศ ประสานงานไปสถานศึกษาทุกสังกัดให้มีมาตรการป้องกัน ตรวจสอบอาคารสถานที่อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนที่มีอาคารอายุมาก และนอกจากการตรวจตัวอาคารแล้ว ต้องตรวจสอบรั้วโรงเรียนที่อาจจะมีเหตุล้มทับนักเรียนได้ และต่อไปหากมีการตรวจพบว่ามีโรงเรียนไหนอาคารสถานมีปัญหา จะสั่งระงับการใช้งานไว้ก่อน มองว่าเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ที่จะต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก ต้องมีการตรวจสอบอยู่เสมอ และต้องดูแลความปลอดภัยนักเรียนอย่างรอบด้าน
นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้คณะทำงานของศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ศป.สพฐ.) ซึ่งกำลังลงพื้นที่อยู่ ณ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ให้เข้ามาติดตามสถานการณ์ยังโรงเรียนที่เกิดเหตุที่จังหวัดพิจิตรโดยทันที ซึ่งทีมงาน ศป.สพฐ.ก็ได้เข้าไปติดตามและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่จริงตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา และรายงานผลให้ทราบเป็นระยะ สำหรับการช่วยเหลือในเบื้องต้นนั้นได้วางแผนมอบเงินช่วยเหลือแก่นักเรียนผู้ประสบภัยแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและเขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ ระดมสรรพกำลังให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและโรงเรียนวัดเนินปออย่างเร่งด่วนที่สุด และกำชับให้สถานศึกษาทุกแห่งตรวจสอบอาคารสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ของโรงเรียนให้มีความปลอดภัยพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
“ทั้งนี้ สพฐ.ได้มอบหมายให้ นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มออกแบบและก่อสร้าง สพฐ. เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกับศป.สพฐ.ด้วย โดยพร้อมให้การดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และรายงานผลให้ตนทราบเป็นระยะ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต มีดังนี้ 1.นายดัง อ่องแดง นักการภารโรงโรงเรียนวัดเนินปอ 2.นายนที คุ้มประดิษฐ์ ผู้ปกครองนักเรียน 3.นางวันเพ็ญ จันทร์มล ผู้ปกครองนักเรียน 4.ด.ช.วัชรากร พันวัน นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนวัดเนินปอ 5.ด.ช.สุพศิน สิงห์จันทร์ นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ 6.ด.ช.ศิวัชศกรณ์ จังกระหวัด นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ และ 7.ด.ช. โพธิวัฒน์ บางแดง นักเรียนชั้นป.1 โรงเรียนวัดเนินปอ
รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ ดังนี้ 1.ด.ญ.สุธิดา บุญธรรม นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ 2.ด.ช.ณัฐชานน ฉิมมา นักเรียน ชั้น ม.1 โรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ 3.ด.ช.ศิวพงษ์ พิลึก นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนวัดเนินปอ 4.ด.ช.ศุภสิทธิ์ เทศเสนาะ นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ 5.ด.ช.อภิสร แพทอง นักเรียนชั้นป.2 โรงเรียนวัดเนินปอ 6.ด.ช.ชัยภัทร พรมมี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนวัดเนินปอ 7.ด.ช.นฤมล รอดเขียว นักเรียนชั้นป.2 โรงเรียนวัดเนินปอ 8.ด.ช. ณัฐภัทร บุญช่วย นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนวัดเนินปอ 9. นายอนุวัตร จังกระหวัด ผู้ปกครองนักเรียน 10.นายหลุ่น โพธิ์ศรี ผู้ปกครองนักเรียน
11.นางปาริฉัตร คุมประดิษฐ์ ผู้ปกครองนักเรียน 12.ด.ช.นรุตน์ชัย นิยมญาติ นักเรียนชั้น ป.1โรงเรียนบ้านสระยายชี 13.ด.ญ.ธนัชชา พึงสมบัติ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดเนินปอ 14.ด.ช.กนกภูมิ อินทกูล นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดเนินปอ 15.ด.ญ.วรัญญา อ่องแดง นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดเนินปอ 16. ด.ช.ภานรินทร์ กองจุ้ย นักเรียนชั้นป.4 โรงเรียนวัดเนินปอ 17.ด.ช.พงษ์พัฒน์ วิจิตรพล นักเรียนชั้นป.5 โรงเรียนวัดเนินปอ และ 18.ด.ช.ธนกร คุ้มประดิษฐ์ นักเรียนชั้นป.2 โรงเรียนบ้านสระยายชี
ส่วนที่จ.แพร่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 22 พ.ค. เกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนองเป็นบริเวณกว้างที่จ.แพร่ เบื้องต้นที่ได้รับความเสียหายคือตำบลเวียงต้า อำเภอลอง บ้านแป้น หมู่ที่ 1 และบ้านแสนทอง หมู่ที่ 10 ตำบลเวียงต้า อำเภอลอง ทั้งฝนและลมพัดบ้านของชาวบ้าน ต่อมามีผู้นำท้องถิ่นเข้าไปดูแลสำรวจความเสียหาย
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ว่า ใน วันที่ 24 พ.ค. ตนจะเดินทางลงพื้นที่จ.พิจิตร เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์พายุฝนถล่มหลังคาภายในโรงเรียนวัดเนินปอ ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร ขณะนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน ทั้งนี้ ถือเป็นหน้าที่รัฐบาลอยู่แล้ว
สำหรับการจัดงานศพของนายดัง อ่องแดง นักการภารโรง โรงเรียนวัดเนินปอ ตำบลเนินปอ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โดมโรงเรียนวัดเนินปอพังถล่ม โดยบรรยากาศที่บ้านพักของนายดังในหมู่ที่ 1 ตำบลเนินปอ ภรรยาและญาติๆ ได้เร่งจัดเตรียมสถานที่สำหรับการสวดพระอภิธรรมนายดัง ซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณปู่ และหลานชาย วัย 6 ขวบ เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดเนินปอ โดยจะตั้งศพคู่ในบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เนื่องจากต้องสูญเสียสามีและหลานชายไป