อจ.ชี้ทาง-ยกให้ ‘วันนอร์’โทนี่ทวีต‘ต้องทนเหรอ’เพื่อนถีบหน้า-แทงหลัง‘เศรษฐา’เปิดมุมมองแก้รธน.แล้วเลือกใหม่
พรรคเพื่อไทยดับเครื่องชน ดันสูตรก้าวไกลเป็นนายกฯ-เพื่อไทยเป็นประธานสภาชู ‘หมอชลน่าน’เหมาะสมนั่งบัลลังก์ ลั่น ถ้าไม่ตกลงจะโหวตแข่งในสภาตัดสินไปเลย ‘ศิริกัญญา’ แถลงยืนยันก้าวไกลต้องได้เก้าอี้ประธานสภา เชื่อเพื่อไทยไม่ถอนตัว พร้อมเป็นกาวใจ ‘ชลน่าน-ศิธา’ ด้าน ‘อ.ปริญญา’ แนะถ้าตกลงกันไม่ได้ ยกให้ ‘วันนอร์’ ไปเลย แต่อย่าแตกกัน เพราะประชาชนผิดหวัง ‘จาตุรนต์’ ชี้ถ้าถอนตัว เสร็จประยุทธ์แน่ อ้าแขนรออยู่แล้ว ‘ทักษิณ’ รีทวีต ‘ต้องทนเหรอ เพื่อนเอาตีนถีบหน้า แทงข้างหลัง’ ‘เศรษฐา’ ย้ำอยู่เพื่อไทย ระบุถ้าได้เป็นนายกฯ งานแรกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กกต.รายงาน ผลเลือกตั้งเป็นทางการแล้ว
กกต.รายงานผลส.ส.ทางการ
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่รายงานผลการเลือกตั้งส.ส.ทั่วไป ปี 2566 อย่างเป็นทางการ 100% ผ่านเว็บไซต์ www.ectreport.com สรุปมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 39,514,973 คน คิดเป็นร้อยละ 75.71 จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,195,920 คน โดยการนับคะแนนส.ส.แบบแบ่งเขต เป็นบัตรดี 37,190,071 ใบ คิดเป็นร้อยละ 94.12 บัตรเสีย 1,457,899 ใบ คิดเป็นร้อยละ 3.69 บัตร ไม่เลือกผู้ใด 866,885 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.19
ขณะที่ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) มีผู้มาใช้สิทธิ 39,514,964 คน คิดเป็นร้อยละ 75.71 โดยเป็นบัตรดี 37,522,746 ใบ คิดเป็นร้อยละ 94.96 บัตรเสีย 1,509,836 ใบ คิดเป็นร้อยละ 3.82 บัตร ไม่เลือกผู้ใด 482,303 ใบ คิดเป็นร้อยละ 1.22 ยอดผู้มาใช้สิทธิแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนน้อยกว่าแบบแบ่งเขตจำนวน 9 คน เนื่องจากผู้มาแสดงตนรับบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตไปเพียงประเภทเดียว แล้วไปลงคะแนนโดยไม่รับบัตรเลือกตั้งแบบบัญชี รายชื่อ เป็นต้น
สำหรับผลการนับคะแนนสรุปว่า พรรค การเมืองที่ได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตมากที่สุด คือ พรรคก้าวไกล(ก.ก.)ได้ 112 คน (ลดลง 1 คนจากผลไม่เป็นทางการก่อนหน้านี้) พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ 112 คน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 68 คน (เพิ่มขึ้น 1 คนจากผลไม่เป็นทางการก่อนหน้านี้) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 39 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 23 คน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 คน พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 9 คน พรรคประชาชาติ (ปช.) 7 คน พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 5 คน พรรคเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) 2 คน และพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 1 คน
เร่งรับรองโดยเร็ว-ใน60วัน
ขณะที่ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ก้าวไกล ได้คะแนนรวม 14,438,851 คะแนน ทำให้ได้จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ 39 คน พรรคเพื่อไทย 10,962,522 คะแนน ได้ส.ส. 29 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 4,766,408 คะแนน ได้ส.ส. 13 คน พรรคภูมิใจไทย 1,138,202 คะแนน ได้ส.ส. 3 คน พรรคประชาธิปัตย์ 925,349 คะแนน ได้ส.ส. 3 คน พรรคประชาชาติ 602,645 คะแนน ได้ ส.ส. 2 คน และอีก 11 พรรคการเมืองได้ส.ส. 1 คน เท่ากัน ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.) พรรคใหม่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคท้องที่ไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเป็นธรรม (ปธ.) พรรคพลังสังคมใหม่ (พ.ส.ม.) พรรคครูไทยเพื่อประชาชน
สำนักงานกกต. แจ้งว่า การคำนวณ จำนวนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่มีการเผยแพร่ เป็นการคำนวณเบื้องต้นเท่านั้น โดยสำนักงาน จะต้องเสนอให้กกต.พิจารณาประกาศผลการเลือกตั้งต่อไป ขณะที่การประกาศผลการ เลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตนั้น กกต.จะต้องตรวจสอบเบื้องต้น หากพบว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมี จำนวนส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด กกต.ต้องประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการเลือกตั้ง กกต.ตั้งเป้าให้มีจำนวนบัตรเสียไม่เกินร้อยละ 2 แต่จากรายงานการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่ เปิดเผยในวันนี้พบว่าบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมีบัตรเสีย ร้อยละ 3.69 แบบบัญชีรายชื่อ จำนวนบัตรเสียร้อยละ 3.82

ยังมั่นใจ – น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงความคืบหน้า การเจรจาจัดตั้งรัฐบาล มั่นใจได้เสียงส.ว.โหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ พร้อมชี้แจงข้อสงสัยนโยบาย และค่าแรงขั้นต่ำ ที่อาคารอนาคตใหม่ กทม. เมื่อวันที่ 25 พ.ค.
‘ศิริกัญญา’ยันก.ก.ต้องได้ปธ.สภา
ที่พรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล หลัง 8 พรรคร่วมรัฐบาลลงนามในเอ็มโอยูว่า หลายฝ่ายแสดงความเห็นในแง่บวก ด้าน ส.ว.เอง ก็เริ่มมีความเข้าอกเข้าใจ
ส่วนเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น นอกเหนือจากอำนาจบริหารมีความจำเป็นต้องเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติด้วย เพราะก.ก.มี 3 วาระที่ต้องผลักดันตามที่โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กของพรรค 4 ปีที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าตำแหน่งนี้สำคัญต่อการผลักดันกฎหมายเร่งด่วน 45 ฉบับ รวมถึงกฎหมาย อื่น และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การร่างฉบับใหม่ ถ้าจะทำให้ลุล่วงต้องมีการประชุมสภาอีกหลายครั้ง ต้องมีประธาน ที่มีเจตนา รมณ์แน่วแน่ในการแก้
นอกจากนี้ ยังต้องผลักดันให้มีสภาที่โปร่งใส มีส่วนร่วมของประชาชน เช่น ที่ เราเคยผลักดันให้ถ่ายทอดสดในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งเป็นหนึ่งในวาระที่ จะทำให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงสภาเยาวชน ที่จะจัดตั้งขึ้นมาเพื่อฟังเสียงเยาวชน ขึ้นตรงกับสำนักเลขาฯสภาผู้แทนราษฎร
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องตำแหน่งประธานสภาเป็นห่วงว่าจะทำให้พท. ถอนตัวออกจากการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า พท.น่าจะเล็งเห็นว่าความหวังที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ในการจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วงน่าจะมีความสำคัญ และเรื่องนี้ น่าจะได้พูดคุยเจรจากันภายหลังต่อไป มั่นใจว่า พท.จะอยู่ร่วมรัฐบาลกับ ก.ก. ไม่ว่าจะมีตำแหน่งประธานสภาหรือไม่ก็ตาม
เชื่อเพื่อไทยไม่แทงข้างหลัง
ต่อข้อถามว่าเกรงว่ามีการแทงข้างหลังกันจริงหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า “ไม่เป็นความจริง ดิฉันยังยืนยันข้อความที่ระบุไว้ในเอ็มโอยูว่าเราต้องซื่อสัตย์ จริงใจต่อกัน ดังนั้นปรากฏการณ์แทงข้างหลังจะไม่มีทางปรากฏขึ้นแน่นอนจากทางฝั่งก.ก. มีความพยายาม ในการสื่อสารตรงไปตรงมา ส่วนไหนที่ยัง คิดว่าเป็นข้อกังวลที่จะเป็นการไม่จริงใจต่อกันก็สามารถพูดคุยกันได้”
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพท. ถอนตัว แนวทางของก.ก.หลังจากนี้จะทำอย่างไร น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า เราไม่มีความเชื่อใดๆ ว่าพท.จะ ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล หลังจากที่ได้พูดคุยกันหลายครั้ง มีการแถลงข่าวการร่วมมือกัน ได้ลงนามเอ็มโอยู ตนมั่นใจว่าพท.จะ ไม่ถอนตัว
ส่วนกรณีนายอดิศร เพียงเกษ ว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พท. บอกว่า ก.ก.ได้ฝ่ายบริหารแล้วไม่ควรกินรวบนิติบัญญัติ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ก.ก.เน้นที่ตัววาระและนโยบายเป็นหลัก เรื่องการเจรจาต่อรองต้องไปพูดคุยกันในรายละเอียด ว่าใครได้บริหารกระทรวงไหน การที่พรรคที่ได้อันดับ 1 ขอตำแหน่งประมุขในสภาไม่ใช่เรื่องผิดแผกอะไร เนื่องจากเรามีวาระที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนในตำแหน่งประธานรัฐสภา ส่วนที่นายอดิศรเสนอว่าให้เปิดฟรีโหวตในสภา น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น คาดว่าน่าจะได้ข้อยุติกันก่อนจะไปถึงให้ฟรีโหวต
เสียงหาย-ไม่กระทบตั้งรบ.
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการวางตัวประธานสภาไว้แล้วหรือไม่ หลายคนคาดการณ์ไปที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้า ก.ก. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย น.ส.ศิริกัญญายอมรับว่ามีการพูดคุยกันแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นใคร ในพรรคมีคนที่เหมาะสมหลายคน คาดว่าจะเปิดเผยรายชื่อในช่วงใกล้วันโหวตประธานสภา ตำแหน่งนี้ไม่ได้เพียงควบคุมการประชุมเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นในการ ขับเคลื่อนฟื้นฟูประชาธิปไตย ตนมั่นใจว่า คนของก.ก.สามารถทำได้
เมื่อถามว่ามีการมองว่า ส.ส.ของก.ก. เป็นส.ส.ใหม่ อายุไม่มาก น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ในอดีตมีผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาที่มีอายุน้อย เรื่องอายุไม่ใช่ประเด็น การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ยากถ้ามองเพียงประเด็นความอาวุโสและประสบการณ์มากเกินไป
ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวการจัด ครม.มีการแบ่งกระทรวงด้านเศรษฐกิจให้พท. กระทรวงด้านการเมืองและความมั่นคงเป็นของ ก.ก. น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ช่วงนี้อาจมีการปล่อยโผออกมา เพราะแต่ละคนอาจคาดการณ์หรือคาดหวังจะเห็น ครม.ที่ต้องการ แต่กระบวนการจัดสรร ครม.ยังอยู่ระหว่างการเจรจา
ส่วนกรณีที่กกต.ประกาศผลเลือกตั้งเป็นทางการ จำนวน ส.ส.เขตของก.ก.ลดลง 1 คน ทำให้เหลือส.ส.เขต 112 ที่นั่ง หากรวมส.ส.บัญชีรายชื่อ 39 คน ทั้งหมดจะลดเหลือ 151 คน น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า พรรคเห็น ข้อผิดพลาดและได้ยืนยันจำนวนตัวเลข ดังกล่าวแล้ว อยู่ในคาดการณ์จำนวนขณะนี้ของพรรค ไม่กระทบกับการจัดตั้งรัฐบาล
พร้อมเป็นกาวใจ‘ชลน่าน-ศิธา’
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า สำหรับวาระร่วมการนำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติดนั้นวัตถุ ประสงค์เพื่อให้เจ้าพนักงานทำงานได้อย่างเต็มที่ เข้าใจความกังวลของประชาชน และไม่ได้มุ่งคุ้มครองเฉพาะประชาชนเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ประกอบการและผู้ปลูกที่ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องดูแลไม่ให้เกิดผล กระทบกับคนกลุ่มนี้จากภาวะสุญญากาศ ที่ผ่านมา
กระบวนการที่จะตามมาหลังออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้กัญชากลับไปอยู่ในบัญชีรายชื่อยาเสพติดแล้ว ผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายในช่วงเวลาที่ผ่านมาต้องได้รับการคุ้มครองให้ทำมาหากินดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ระหว่างการคุ้มครองนั้นจะเร่งจัดทำกฎหมายเพื่อควบคุม และออกกฎระเบียบในการใช้กัญชา คือ พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ และยังต้องมีบทเฉพาะกาลเพื่อคุ้มครองความเสียหายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น กรณีมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญเพื่อควบคุมความเสียหายที่เป็นผลพวงจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งดำเนินนโยบายจนเกิดช่องโหว่
ส่วนนโยบายขึ้นค่าแรง 450 บาทของก.ก. หลายผู้ประกอบการอาจกังวลกับต้นทุนที่อาจจะสูงขึ้น เรายังยืนยันว่าต้องมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาอย่างเหมาะสม แต่ก.ก.พูดได้เต็มที่ว่าจะสามารถขึ้นค่าแรงได้ทันทีภายใน 100 วันแรกหลังได้เป็นรัฐบาล เพราะได้รับการบรรจุเป็นนโยบายหลักของพรรคแล้ว แต่ยังต้องมีการหารือพูดคุยกับพรรคร่วมอื่นๆ ด้วย เรื่องนี้ พท.ให้สัญญาณทางบวกระบุไม่ขัดข้อง แต่สำหรับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ของพท. และนโยบายอื่นๆ นั้น ยังต้องอาศัยการพูดคุยกับพรรคร่วมเพื่อหาข้อสรุปก่อนจัดทำนโยบายร่วมเสนอต่อรัฐสภา
เมื่อถามถึงการที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท.ระบุว่า อยากให้ก.ก.ในฐานะที่เป็นพรรคแกนนำ เป็นตัวกลางในการเคลียร์ใจ จากกรณีที่มีความขัดแย้งกับน.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกฯ ทสท. ได้มีการพูดคุยกันหรือยัง น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ถ้านพ.ชลน่านอยากให้ก.ก.ทำบทบาทนี้ เราก็ยินดี

อยู่สิงคโปร์ – ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์ไอจี หลังเดินทางไปถึงประเทศสิงคโปร์ ได้พบกับนายทักษิณ ชินวัตร บิดา และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อาหญิง เมื่อวันที่ 25 พ.ค.
‘โทนี่’รีทวีตต้องทนเหรอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้แกนนำก.ก.ที่ยังคงคุกรุ่น ท่ามกลางกระแสข่าวที่สั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมไม่น้อย เช่น การชิงเก้าอี้ประธานสภา กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.ชลน่าน และ น.ต.ศิธา ที่ส่อบานปลายจนกระทั่งลั่นจะพิจารณาตัวเอง
ขณะนี้มีข่าวว่า ก.ก.ได้เริ่มพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีกับพท.แล้ว โดยก.ก.ขอ กระทรวงที่เกี่ยวกับความมั่นคง ทั้งกลาโหม มหาดไทย คลัง และเสนอตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม เกษตรและสหกรณ์ การท่องเที่ยวและกีฬาให้พท. ซึ่งแกนนำพท.มองว่าเรื่องตำแหน่งเหล่านี้คงต้องพูดคุยกันต่อไป
นายทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซัม ที่เดินทางมาตรวจสุขภาพประจำปีที่ประเทศสิงคโปร์ ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “Sound Familiar krub” (คุ้นๆ นะครับ) โดยรีทวีตข้อความของนายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบชื่อดัง ระบุว่า “ต้องทนให้คนที่เรียกตัวเองว่าเพื่อน เอา ตีนถีบหน้าอยู่ทุกวันจริงหรือครับ เพื่อน ที่โกหก คอยแทงข้างหลังตลอด แต่ต้อง ช่วยมันเพราะลำพังตัวเองมันไปเองก็ไม่รอด ไม่ช่วยมันกูก็ผิด ช่วยมันกูก็เจ็บ #ความอดทนบางทีแม่งก็มีขีดจำกัด”
ขณะที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดต นายกฯ และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี ได้เดินทางไปพบพ่อ-นายทักษิณ โดยโพสต์ภาพเดินขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ระบุว่า “ทิ้งลูกไว้กับคุณยาย 2 วัน แม่คิดถึงคุณตา ไม่เจอเลย แต่..แม่จะจ๋อยไหม ยังไม่ขึ้นเครื่อง ก็คิดถึง 2 จิ๋วของแม่แล้ว หลากหลายอารมณ์เหลือเกิน” ต่อมาวันที่ 25 พ.ค. โพสต์ภาพ ในไอจี เป็นภาพคู่กับนายทักษิณ และอา- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมระบุข้อความว่า “Update ชีวิตพ่อแม่ ลูกอ่อนเรียบร้อยคะ”
อดีตส.ส.ยุพท.เป็นฝ่ายค้าน
นายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบลราชธานี พท. โพสต์ข้อเขียนแนะพท. ถอยเป็นฝ่ายค้านก็ได้ หลังระบุว่า เจอก.ก.บุกทุกทางทั้งที่เสียงในสภาห่างกันนิดเดียว โดยมีเนื้อหาดังนี้
ผมได้พูดคุยกับผู้บริหารในพรรค ผมออกความเห็นเรื่องตั้งรัฐบาล ผมก็ถามทำไม?? ต้องเอ็มโอยู ในเมื่อเราสามารถตกลงแนวทางกันได้ พท.บอกจนปากฉีก ว่าไม่ตั้งรัฐบาลแข่งก.ก. ตั้งแต่แรก สื่อโซเชี่ยลยังกระหน่ำตลอดว่าจะตั้งแข่ง ทำไม..ใครทำ??
ทำไม..ทางก.ก. ถึงรีบประกาศยึดตำแหน่งประธานสภาก่อน ทั้งที่สามารถคุยภายในได้ เหมือนใช้สื่อบีบทุกพรรคให้ทำตาม ทำไม ไม่คุยกันว่า ทำอย่างไรจะตั้งรัฐบาลได้ ทำอย่างไร ส.ว.จะโหวตให้ แกนหลักอย่างก.ก. ควรคุยภายใน ถอยลงมาบ้าง หากก.ก.ได้ 250 เสียงขึ้นไป ไม่ถอยก็ได้ นี่มี 151 เสียงอย่าคิดว่าจะทำได้ทุกอย่าง ไปทีละอย่างก็ไม่สาย อย่าใจร้อน ให้เกียรติพรรคร่วมทำงานกัน
บีบมากๆ เข้า ผมว่า พท.ถอยไปเป็นฝ่ายค้านก็ได้นะครับ..อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ มันเป็นไปได้หมด เพราะยังไม่ทันตั้งไข่ เพื่อนก็กินรวบแล้ว แบบนี้ไหวมั้ยละ
‘อ๋อย’ชี้ถอนตัว-เสร็จประยุทธ์แน่
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พท. ได้ทวีตตอบคำถามชาวโซเชี่ยล ที่เข้ามาขอโอวาทให้รู้สึกใจเย็นลงหน่อย เพราะเป็นวัยรุ่นใจร้อน คิดถึงแต่คำว่าถอนตัว หลังโมโหแทนพรรคโดนเสียบหลังจนพรุน
โดยนายจาตุรนต์ ทวีตว่า “ให้นึกเสียว่า มีประยุทธ์มายืนอ้าแขนรับอยู่ข้างหลังติดๆ กันเลย พอถอนตัวก็จะเข้าสู่อ้อมกอดประยุทธ์ทันที พอจะเย็นลงมั้ย”
“เรื่องระหองระแหงกับเพื่อนเป็นเรื่องน่าเห็นใจ แต่เพื่อนกับเพื่อนๆ กำลังร่วมกันทำงานใหญ่คือการตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยตามที่ประชาชนมอบหมายมา ถ้าตั้งไม่สำเร็จก็จะเป็นประโยชน์กับการสืบทอดอำนาจเผด็จการ เพื่อนทำให้ไม่พอใจบ้างก็ต้องอดทน ถ้าความอดทนมีขีดจำกัดก็ต้องขยายขีดความจำกัดให้ได้”
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ทวีตข้อความว่า “เห็นต่างโต้แย้งธรรมดารัฐบาลผสม พรรคแกนนำยิ่งต้องเพิ่มความถี่พูดคุย เอาเหตุผลแต่ละฝ่ายหาจุดลงตัว ตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย ตามคำสั่งประชาชนไม่บิดพลิ้ว ทำงานใหญ่ใจต้องใหญ่กว่า ซีนงอกแบบไม่ไว้ใจเพื่อนก็หยุดเสีย ไม่เชื่ออย่าใช้ ถ้าจะใช้ก็ต้องให้เกียรติกัน ใจเย็นๆ ทั้งผู้เล่นทั้งกองเชียร์”
‘ประเสริฐ’ย้ำพท.ควรได้
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพท. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพูดคุยตำแหน่งประธานสภา กับก.ก. ว่า ในวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา 8 พรรคการเมืองได้ลงนามเอ็มโอยู พท.ได้แจ้งความประสงค์ถึงตำแหน่งดังกล่าวไปยังแกนนำก.ก.ซึ่งก.ก.บอกว่าขอเวลาอีก 2-3 วัน เพื่อเอาคำตอบมาให้ ขณะนี้รอก.ก.อยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายคนในก.ก. ระบุว่าตำแหน่งประธานสภาต้องเป็นของ ก.ก.เท่านั้น นายประเสริฐกล่าวว่า ตนว่ากองเชียร์ทั้ง 2 ฝั่งก็ประสงค์ที่จะให้ ส.ส.และแกนนำของแต่ละพรรคเป็น และตนมองว่าด้วยความที่เสียงใกล้กันมาก โดยเฉพาะ ส.ส.แบบแบ่งเขตที่ก.ก.และพท.ได้ 112 เท่ากัน ฉะนั้นอยากให้มีการพูดคุยกันเพื่อหาทางออก
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องพูดคุยกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ต้องพูดคุยกัน เพราะหากปล่อยให้ต่างฝ่ายออกมาพูดก็ไม่จบเสียที ยิ่งนานไปก็ไม่ใช่ผลดี ถ้าก.ก.ไม่ยอม พท.คงต้องกลับมาหารือกันอีกครั้งว่าแกนนำหรือกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พท.จะว่าอย่างไร ต่อข้อถามว่าจะถึงขั้นกระทบกับการตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า วันนี้ยังยืนยันว่าพท.สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าก.ก.เป็นนายกฯ ในฐานะที่ก.ก.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนเรื่องประธานสภาเป็นคนละกรณีกัน ซึ่งไม่มีในเอ็มโอยูด้วย
ต่อข้อถามว่าส.ส.เขตห่างกัน 10 เสียง ถือว่าพท.ถอยให้ก.ก.พอสมควรหรือยัง นายประเสริฐกล่าวว่า พอสมควรเพราะ 10 เสียงเป็นคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่ต่างกันเท่านั้น หากก.ก.ได้รับการเลือกตั้งส.ส.เกินครึ่งหนึ่งคือ 250 จะจบ ปัญหานี้ไม่เกิดแน่นอน จึงอยากให้ทุกฝ่ายมองถึงความเหมาะสมตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่สำคัญ เป็นตำแหน่งศักดิ์ศรีของประเทศ เป็นหมายเลข 1 ของนิติบัญญัติ ฉะนั้นการตั้งประธานสภาต้องใช้ความละเอียดอ่อน และอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน ก.ก.ได้นายกฯ เบอร์ 1 ไปแล้ว ถ้าพท.จะมีโอกาสทำงานตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
ยก‘ชลน่าน’เหมาะสุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะถึงขั้นเสนอชื่อแข่งกันในสภาหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ยังไม่อยากให้มองอย่างนั้น ต่อข้อถามว่าพท.มี รายชื่อในใจว่าจะเสนอใครแล้วหรือยัง นายประเสริฐกล่าวว่า คงเป็นเรื่องที่ก.ก.บห.ต้องนำมาหารือในที่ประชุมอีกครั้ง ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีชื่อนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. นายประเสริฐกล่าวว่า นพ.ชลน่านมีความเหมาะสม มีประสบการณ์ในสภา เป็นส.ส. 6 สมัย เก่งเรื่องข้อบังคับ เป็นหัวหน้าพรรคด้วย ซึ่งหัวหน้าพรรคหนึ่งเป็นนายกฯ และหัวหน้าพรรคหนึ่งเป็นประธานสภาก็ไม่เลวนะ
ต่อข้อถามว่าการพูดคุยกับส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ ในส่วนของพรรคพท.เป็นอย่างไร นายประเสริฐกล่าวว่า ถ้าในนามของพรรคไม่มี เพราะเท่าที่คุยกับก.ก.จะเป็นคนประสานเอง เนื่องจากเป็นพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน แต่ถ้ามีเรื่องอะไรให้เราช่วย เราก็ยินดี
เมื่อถามถึงกรณีของนพ.ชลน่านกับ น.ต.ศิธา จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ นายประเสริฐหัวเราะก่อนตอบว่า อยากให้บรรยากาศดีกว่านี้ ก็ต้องเคลียร์ใจกันเร็วๆ ที่จริงเมื่อก่อนทั้งสองฝ่ายก็รักกันดี ถูกคอกัน ซึ่งนพ.ชลน่านเป็นผู้ใหญ่และเป็นหัวหน้าพรรค เมื่อมาเจอคำถามในลักษณะเหมือนจะจี้ท่านถามครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 อีก ตนว่าคงทำให้ท่านหงุดหงิดพอสมควร แต่คิดว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านคงให้อภัย
ลั่นถอยสุดแล้ว-ต้องโหวตแข่ง
ขณะที่ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการ และรักษาการโฆษกพท. ทวีตข้อความลงในทวิตเตอร์ว่า “#ประธานสภา #พรรคเพื่อไทย หากเคารพในในหลักการประชาธิปไตยกันอย่างแท้จริง เมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ต้องเข้าไปตัดสินด้วยการโหวตในสภาและเคารพเสียงข้างมาก
1.พท.ให้เกียรติ พรรคแกนนำมาตลอด ตั้งแต่วันที่รู้ว่าพท.ไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พท.แสดงสปิริตทางการเมืองทันที ยินดีกับพรรคอันดับ 1 และพร้อมร่วมมือ ไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง ถึงคะแนนจะห่างกันเพียง 10 ที่นั่ง นั่นคือความจริงใจ
2.เรื่องบางเรื่องทำไม ไม่นำหารือกันในวงประชุมก่อนของทุกพรรคร่วม การประกาศผ่านสื่อ และสร้างความกดดันยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้ง
3.ตำแหน่งประธานสภา เป็นเรื่องการคุมเกมในสภา แม่นหลักการและกฎหมายให้เกียรติผู้อื่น และผู้อื่นให้ความเกรงใจ ต้องมีวัยวุฒิ คุณวุฒิ วุฒิภาวะ เพราะในอดีตเคยเกิดเหตุวุ่นวายในสภาตอนปี 2556 มาแล้ว ถ้ายังจำกันได้ และตรงนี้ ตำแหน่งประธานสภา บุคลากรของพท.มีความเหมาะสมในทุกมิติ
4.ถ้ามองกันแบบมิตรจริงๆ และเชื่อใจกัน ประมุขฝ่ายบริหารเป็นของพรรคแกนนำอันดับ 1 และ ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติเป็นของพรรคร่วม ก็ไม่น่ามีความกังวลใจใดถ้ามองอย่างมิตร ยกเว้นว่าคุณไม่เคยมองเราเป็นมิตร
5.สุดท้ายหากมีการจัดสรรรัฐมนตรีในอนาคต ต้องเป็นไปตามความรู้ ความสามารถ ทีมงาน และความถนัดของแต่ละพรรค และเกิดจากการประชุมและตกลงร่วมกัน
การยอมเสียสละก็เพื่อรักษาไว้ซึ่งบางสิ่ง อย่ามองว่าเสียสละกว่าใคร พท.ก็ถอยจนสุดแล้วเช่นกัน
จวกอย่าใช้มวลชนกดดัน
ค่ำวันเดียวกัน พท.ทวีตข้อความผ่าน ทวิตเตอร์พรรคว่า ประธานสภามีหน้าที่ควบคุมการประชุมสภา และเปิดทางผลักดันทุกนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลให้สำเร็จ ไม่ใช่ผลักดันวาระของพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น ปัจจุบันที่เป็นรัฐบาลผสมมีภารกิจสำคัญในเอ็มโอยูร่วมกัน ไม่ว่าประธานสภาจะเป็นใคร มาจากพรรคใด ก็ต้องทำภารกิจร่วมกันให้บรรลุเป้าหมาย
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวงการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาล พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า การจัดสรรตำแหน่งจะคำนึงถึงความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก หากจะยกกรณีที่ พท.ชนะการเลือกตั้ง ชนะโหวตทั้งนายกฯ และประธานสภามาโดยตลอด ไม่มีพรรคอันดับสองได้ นั่นเป็น เพราะพท.ชนะเลือกตั้งเด็ดขาด ได้คะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร จึงชนะโหวตด้วยเสียงของ ส.ส.และผู้สนับสนุน
ในกรณีนี้เราชนะมาด้วยกันก็ควรทำงานร่วมกันด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจในฐานะพรรรคร่วมรัฐบาล หลีกเลี่ยงที่จะใช้มวลชนกดดัน แต่ควรหาทางทำภารกิจเพื่อประชาชนร่วมกันให้สำเร็จ ประเทศจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด
‘อุทัย’เชื่อคุณภาพส.ส.รุ่นใหม่
ด้านนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ตำแหน่งประธานสภาในอดีตส่วนใหญ่จะเป็นคนของรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ขับเคลื่อน และหลายอย่างต้องผ่านสภา เพื่อควบคุมการผลักดันกฎหมายของรัฐบาล แต่โดยจรรยาบรรณและรัฐธรรมนูญ กำหนดว่ารัฐสภาต้องวางตัวเป็นกลางในทางหลักการ แต่ในทางปฏิบัติต้องเป็นคนของรัฐบาล และควรมีความเป็นอิสระขาดจากพรรคการเมือง โดยมารยาทจะไม่ไปเข้าร่วมประชุมกับพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่าการควบคุมการประชุมต้องใช้ประสบการณ์หรือไม่ นายอุทัยกล่าวว่า สมัยที่ตนทำหน้าที่ประธานสภา เป็นส.สได้ 2 สมัย นับว่าเป็นผู้แทนใหม่เช่นกัน ส่วนจะต้องแม่นข้อบังคับการประชุมด้วยหรือไม่นั้น เห็นว่าไม่มีความจำเป็น เพราะคุณภาพของ ส.ส.สมัยนี้ไม่ได้ขี่ควายเข้าสภาแล้ว เป็นผู้มีการศึกษา แค่ข้อบังคับการประชุมไม่เกิน 100 หน้า เชื่อว่าสมาชิกสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ ส่วนพรรคจะเลือกใครมาทำหน้าที่คิดว่าย่อมเลือกคนที่เคยอยู่ในสภาอยู่แล้ว ผ่านตาในเรื่องการประชุม และปัญหาระหว่างการประชุม สำคัญอยู่ที่ใจ ต้องวางตนเป็นผู้ใหญ่
ตำแหน่งทางการเมืองถือเป็นตำแหน่งใหญ่ คนที่อยากเป็นใหญ่หรือเป็นใหญ่แล้วก็ต้องใหญ่ให้เป็น ถ้าเป็นใหญ่และใหญ่เป็นก็ย่อมไม่มีปัญหา ตำแหน่งประธานสภาถ้านึกถึงตัวเองเป็นคอนดักเตอร์ จะทำให้การประชุมเกิดความสนุกสนานได้ด้วย ไม่ให้มีการโดดร่มของส.ส หรือทำให้ส.ส.เบื่อหน่ายการประชุม รวมถึงประชาชนที่ติดตามการประชุมจะ รับทราบผลงานได้ และมีท่วงทีวาจาที่น่าฟัง ซึ่งส.ส.สมัยใหม่มีความเก่ง ขยันค้นหาข้อมูล ไม่จำเป็นต้องเอาคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ถ้าค้นหาข้อมูลได้เยอะกว่า ก็มีประสบการณ์เหมือนกัน
“เวลานี้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปในลักษณะรัฐบาลผสม ผู้ที่จะมาชิงชัยตำแหน่งประธานสภาควรจะเป็นคนที่ตกลงกันในพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ขอย้ำว่าส่วนตัวไม่อยากให้กังวลในเรื่องอายุผู้มาทำหน้าที่ประธานสภา เพราะคนอายุน้อยทำตัวเป็นผู้ใหญ่ก็มี ดังนั้น อยากฝากถึงประธานสภารุ่นต่อไป อย่าคิดว่าบ้านเมืองต้องเป็นของเรา แต่บ้านเมืองเป็นของประชาชน ยึดประชาชนเป็นหลัก ฟังเสียงข้างมากที่มาจากประชาชน”นายอุทัย กล่าว
‘ปริญญา’แนะ3ทางเลือก
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลว่า ทางเลือกมีหลายทาง 1.พท.ยอมก.ก. 2.ก.ก.ยอมพท. บนเงื่อนไขว่าเป็นรัฐบาลด้วยกันและเป็นฝ่ายค้านด้วยกัน หรือ 3.ให้พรรคอันดับอื่นไปก็เป็นอีกทางหนึ่ง ถ้าอันที่ 1 และ 2 ไม่ได้ก็มี 3 เป็นอีกทางเลือก
ยกตัวอย่าง ปช.มาอันดับ 3 คุณวันมูหะมัดนอร์ มะทา อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งได้ ใน 3 ทางนี้ เป็นทางไหนก็ได้ ขอให้รัฐบาล เดินหน้าไปตามวิถีทางที่ประชาชนได้เลือก เสียงข้างมากได้เกิดขึ้นแล้ว และเป็นการชนะขาดระหว่างฝ่ายที่เป็นฝ่ายค้านเดิม 312 เสียงกับรัฐบาลเดิม 2 พรรครวมกัน 76 เสียง มันชนะขาด ส่วนนี้คือเจตจำนงของประชาชน ถ้าหากรัฐบาลจะไม่เกิดขึ้นมา เพราะตกลงเรื่องตำแหน่งประธานสภาไม่ได้ นี่เป็นเรื่องที่ ไม่ควรจะเกิดแบบนั้น
ตนย้ำว่ามี 3 ทาง 1.พท.ยอมก.ก. จะ แบ่งหน้าที่อื่นประการใดมาชดเชยก็ตกลงกัน 2.ก.ก.ยอมพท. แต่ถ้าเป็นสูตรหลังต้องมีคำมั่นสัญญาว่าจะเป็นฝ่ายค้านไปด้วยกัน เป็นรัฐบาลด้วยกัน ต้องเข้าใจว่าก.ก.ก็ฟังข่าวแบบที่เราฟังกัน อย่าลืมว่าในพปชร.มีส.ส.เก่าของพท.ตั้งเยอะ ก็ต้องเข้าใจเขา หรือ 3.เป็นอีกทางหนึ่งคือให้ปช.ไปเลยไหม นี่เป็นแค่ตัวอย่าง สรุปคือทางไหนก็ได้ อย่ามาแตกกันเพราะตำแหน่งประธานสภา เพราะประชาชนเขาผิดหวัง
‘ส.ว.โอสถ’เผยก.ก.มาล็อบบี้
พล.ต.โอสถ ภาวิไล ส.ว. ให้สัมภาษณ์ ถึงท่าทีการโหวตนายกฯ ว่า นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้า ก.ก. มาสอบถามตนเป็นการส่วนตัวจะสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ หรือไม่ เขามาคุยจะไม่ให้คุยด้วยคงไม่ได้ มาคุยกับตนได้ทุกเรื่อง และเป็นการมาคุยกับตนคนเดียวไม่ได้เป็นกลุ่ม ได้บอกไปว่าขอดูพรรครัฐบาลแถลงนโยบายก่อนได้หรือไม่ว่าจะทำเรื่องมาตรา 112 อยู่หรือไม่ เพราะถ้าทำก็ลำบาก เรารักชาติ ศาสนา เทิดทูนสถาบันอยู่แล้ว ถ้าคุณทำตรงนี้เราก็ลำบากใจเหมือนกัน โดยนายพิจารณ์ตอบว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ทำแต่ ก.ก.จะทำ จะเสนอในนามของพรรค ไม่ได้เสนอในนามของรัฐบาล
“ผมคิดว่าสุดท้ายเขาก็ทำอยู่ดี ส.ว.ทุกคนได้ยินอย่างนี้ก็ต้องตัดสินใจเอง แต่เขาบอกว่าเดี๋ยวจะมีรายละเอียดตอนแถลงนโยบายอีกครั้งก่อนโหวตนายกฯ ต้องมีการอภิปรายกันก่อน ผมจะรอฟังตรงนั้นก่อนเช่นกัน ถ้าดูแล้วจะเกิดผลกระทบกระเทือนกันมากก็ลำบาก ส.ว.ต่างมีความเห็น คนเราความคิดไม่เหมือนกัน และไม่ได้มีการกำชับว่าต้องโหวตไปทางเดียวกัน ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครมาพูดว่าขอให้ไปทางนั้น ไปทางนี้ ไม่มีใครมายุ่ง ไม่มีกลุ่มไหนมาพูดอะไร ให้อยู่ที่ดุลพินิจของแต่ละบุคคลไป” พล.ต.โอสถกล่าว
‘เรืองไกร’ยันชงยุบ8พรรคไร้ใบสั่ง
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพปชร. ให้สัมภาษณ์กรณียื่นร้องต่อกกต.พิจารณา ยุบ 8 พรรค ที่เซ็นเอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาลว่า “ผมยื่นในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับใคร และไม่ได้รับใบสั่งใครมา เหตุผลที่ไปยื่นเพราะเห็นว่าการเซ็นเอ็มโอยูเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคการเมือง ไป ยอมรับเงื่อนไขนโยบายของพรรคการเมืองอื่นหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะสมาชิกพปชร. อาจถูกตั้งข้อสังเกตว่าได้ไฟเขียวจากพรรค ให้ดำเนินการหรือไม่ นายเรืองไกรกล่าวว่า ไม่เกี่ยว ย้ำว่าทำด้วยตัวเอง และตนไม่ได้เป็นกก.บห. จึงไม่ส่งผลอะไร ที่ทำด้วยตัวเองเพราะรู้ในข้อกฎหมายเช่นกันว่าถ้าทำอะไรที่ไม่ถูก หรือไปกล่าวหาพรรคอื่น จะส่งผลในทางกฎหมายกับพรรคที่เป็นสมาชิกได้
ต่อข้อถามว่าหลังจากยื่นกกต.แล้ว ได้แจ้งให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค หรือแกนนำพรรคทราบหรือไม่ นายเรืองไกรกล่าวว่าไม่ได้แจ้งและพล.อ.ประวิตรไม่ได้สอบถามเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแกนนำพรรค อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพปชร. นายรงค์ บุญสวยขวัญ กก.บห. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองเลขาธิการพปชร. ต่างปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าว
‘เศรษฐา’เสนอแก้รธน.แล้วยุบสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันที่ 24 พ.ค. หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดงาน “JOURNEY TO TRANSFORM” ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 47 “ประชาชาติธุรกิจ” ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ โดยเชิญ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตซีอีโอ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และแคนดิเดตนายกฯ พท. เป็นวิทยากร
สำหรับนายเศรษฐาได้ขึ้นเวทีโดยมีนายสรกล อดุลยานนท์ เป็นผู้สัมภาษณ์ สอบถามถึงประสบการณ์ทางการเมืองหลังจากการหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายเศรษฐากล่าวว่า ได้รับบทเรียนมากมาย และการประชุมพท.วันที่ 24 พ.ค. ได้สารภาพว่าเข้ามาช้าไป อาจทำให้มีผลต่อการเลือกตั้ง เพราะก่อนหน้านั้นยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ คนที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจ คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ตนยืนยันจะอยู่กับพท. และยังมีความหวังทางการเมือง ล่าสุดได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ปรับปรุงพัฒนาพท.หลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาพลาดจากเป้าหมายไปมาก
ช่วงสุดท้าย นายสรกล ได้ขอให้นายอาทิตย์เป็นผู้ตั้งคำถาม ซึ่งนายอาทิตย์สอบถามว่าถ้า ได้เป็นนายกฯ จะทำอะไรก่อน นายเศรษฐาตอบว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง คาดว่าจะใช้เวลา 18 เดือน ระหว่างนั้นจะเร่งแก้เศรษฐกิจ เช่น ค่าแรง การเปลี่ยนการเกณฑ์ทหารมาเป็นการสมัครใจ ความเท่าเทียมกันทางเพศสภาพ การแก้ปัญหาประมงที่จากกฎไอยูยู
เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป จาก 380 บาท เป็น 400 บาท และเป็น 450 บาท การเร่งเดินหน้าเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับนานาชาติ เพื่อดึงกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาให้เร็วที่สุด รวมถึงเรื่องภูมิรัฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ จะเป็นสหรัฐ จีน รัสเซีย หรือญี่ปุ่น เกาหลี การเข้าถึงสาธารณสุข พื้นฐาน และ 30 บาท รักษาทุกโรคก็เร่งด่วนด้วยเช่นกัน โดยจะวัดผลภายใน 6 เดือน หากเรื่องต่างๆ เหล่านี้เริ่มถูกแก้ไขอย่างชัดเจน และสิทธิเสรีภาพของประชาชนเริ่มคืนสู่สภาพแล้ว เรื่องที่คนรุ่นใหม่หรือพรรคร่วมรัฐบาลมีความกังวล เช่น มาตรา 112 หากในเวลานั้นยังเป็นประเด็นอยู่ สามารถนำเรื่อง เข้าสภาพิจารณาได้
การแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนมากกว่า เมื่อแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้ และคืนอำนาจให้กับประชาชน ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ในกติกาใหม่