ตร.แจ้งข้อหาสาวเจ้าของบัญชีม้า คดีแก๊งคอลฯ หลอก ‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ นักสนุ้กเกอร์ดัง เจ้าตัวยังภาคเสธ อ้างเพื่อนหลอกยืมบัตรสมัครเกม แต่กลับเอาไปเปิดบัญชี ผกก.วังทองหลางเผย จ่อฟันอีก 10 ราย ด้านตำรวจไซเบอร์รวบเอเยนต์โพสต์เฟซบุ๊กรับซื้อ-ขายบัญชีม้า ให้ราคา 3,500-5,000 บาท อีกคดีจับสาวเจ้าของบัญชี รับโอนเงินขบวนการหลอกให้รักออนไลน์ เหยื่อสูญ 2 แสนบาท

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่สน.วังทองหลาง พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนายวัฒนา ภู่โอบอ้อม หรือ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย นักสนุ้กเกอร์ชื่อดังถูกแก๊ง คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาทว่าขณะนี้ น.ส.สุดารัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาเจ้าของบัญชีม้าแถวที่ 1 เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย และจัดให้มีทนายความเข้าร่วมและให้คำปรึกษา

สำหรับการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยรับว่าตนเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินจากการที่ผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้โอนมา แต่บัญชีธนาคารของตนถูกเพื่อนชื่อ น.ส.รัชนีกร (ขอสงวนนามสกุล) หลอกลวงนำเอาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อนำไปสมัครเล่นเกม แต่มาทราบภายหลังว่าน.ส.รัชนีกร นำภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว ตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้หลอกลวงผู้เสียหายแต่อย่างใด

จากนี้พนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียก น.ส.รัชนีกร พร้อมผู้ต้องหาเจ้าของบัญชีม้าแถวที่ 5-7 อีก 2 ราย คือ 1.น.ส.วรรณยา 2.น.ส.นิตย์ ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหาเจ้าของบัญชีม้าแถวที่ 2-4 จำนวน 10 ราย โดยนัดหมายให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันจันทร์ที่ 29 พ.ค.นี้ ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นบุคคลต่างด้าวที่เป็นเจ้าของ บัญชีม้าแถวที่ 5-7 อีก 7 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบบุคคลขอข้อมูลการเปิดบัญชีกับทางธนาคาร อีกทั้งจะได้ตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงินกับบริษัท คริปโตเคอเรนซี่ อีก 2 แห่ง

ขณะที่เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. สั่งการให้พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 พ.ต.ท.อนุสรณ์ ธีรนุชพงศ์ รอง ผกก. วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำกำลังเข้าจับกุมผู้กระทำผิด ซื้อ-ขายบัญชีม้าสองราย รายแรก เจ้าหน้าที่จับกุมนายชัชวาล โภนภัคดี อายุ 32 ปี ชาว ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ข้อหา “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงิน อิเล็กทรอนิกส์ โดยผิดกฎหมาย” รายที่สอง จับกุมน.ส.หนึ่ง ศิลารักษ์ อายุ 23 ปี ชาว ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในข้อหา “ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อ กิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้”

การจับกุมครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก. วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ตรวจสอบพบว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Janejira Thasi” โพสต์ข้อความประกาศขายบัญชีธนาคาร พร้อมบัตรกดเงินสด (ATM) ราคา 3,500-5,000 บาท ซึ่งเป็นการกระทำผิดและสนับสนุน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือกลุ่มผู้กระทำผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้ามาซื้อไปใช้ในการหลอกลวงเหยื่อในการโอนเงิน

เจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบแน่ชัดว่าผู้โพสต์ คือนายชัชวาล จึงนำหมายค้นศาลจังหวัดขอนแก่น เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายชัชวาล พบสมุดบัญชีธนาคารและบัตร ATM เป็นชื่อของบุคคลอื่น จึงยึดไว้เป็นของกลาง ให้การยอมรับว่าเป็นเอเยนต์รับซื้อและขายบัญชีธนาคาร เพื่อหากำไร

นอกจากนี้ยังพบข้อความทางเฟซบุ๊กในโทรศัพท์มือถือว่ามีน.ส.หนึ่ง เข้ามาติดต่อเสนอขายบัญชีธนาคารพร้อมบัตร ATM ราคา 3,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงวางแผนให้นายชัชวาลติดต่อเพื่อล่อซื้อ โดยนัดหมายให้น.ส.หนึ่ง มาพบเพื่อส่งมอบและชำระเงินกันที่บริเวณลานจอดรถของห้างโลตัสเอ็กซ์ตร้า สาขาขอนแก่น 2 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ก่อนเข้า จับกุมพร้อมเงินสดของกลาง สอบสวนเจ้าตัวรับว่าเพิ่งเปิดบัญชีมาเพียง 3 วัน ก่อนพบ ข้อความทางเฟซบุ๊กมีการรับซื้อ จึงติดต่อขายบัญชี เนื่องจากได้เงินง่าย ราคาดี จึงควบคุมตัวผู้กระทำผิดทั้งสองราย นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วรวัฒน์ยังสั่งการให้พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ ผบก.สอท.2 โดย พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 พร้อมชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.2 ร่วมกันจับกุมตัวน.ส.ดารัตน์ สุดรัตน์ อายุ 36 ปี ชาว ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 739/2565 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตน เป็นบุคคลอื่นและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหาย

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ เดือนก.พ. 2564 ผู้เสียหายพูดคุยกับชายลูกครึ่งอเมริกัน-เกาหลี หน้าตาดี มีฐานะผ่านแอพพลิเคชั่น อินสตาแกรม จากนั้นหลอกให้ผู้เสียหายมาคุยกันในแอพ พลิเคชั่น Whatapp จนมีความสนิทสนมและตกลงที่จะคบหากัน จากนั้นคนร้ายอ้างว่ากำลังจะเดินทางไปทำงานในประเทศไทย แต่ติดปัญหาเรื่องเงินเนื่องจากว่าใช้สกุลเงินต่างกัน ประกอบกับบัญชีธนาคารถูกระงับการใช้งาน ขอให้ผู้เสียหายจ่ายค่าปลดล็อกแทน และจะคืนให้หลังจากที่ถึงประเทศไทยแล้ว ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ของน.ส.ดารัตน์ 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 266,710 บาท จากนั้นขาดการติดต่อกันไป จึงเดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองสมุทรปราการ

จากการสอบสวนน.ส.ดารัตน์ เบื้องต้นให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินนั้นมีเพื่อนที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ชื่อน.ส.สายป่าน มาขอยืมเพื่อจะรับโอนเงินจากแฟนชาวต่างชาติ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกให้รักออนไลน์ โรแมนซ์ สแกมเมอร์ แต่อย่างใด

ทางกองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 ขอเตือนภัยพี่น้องประชาชนระวังตกเป็นเหยื่อ การหลอกให้รักออนไลน์ ซึ่งคนร้ายจะใช้รูปภาพบุคคลหน้าตาดี และสร้างโปรไฟล์ว่าใช้ชีวิตหรูหรา ร่ำรวย ใช้เวลาพูดคุยกันซักระยะ ก่อนจะออกอุบายว่าจะโอนเงินมาให้ หรือส่งของ มีค่ามาให้ แต่ต้องเสียภาษี ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางศุลกากร นั่นคือการหลอกลวง โรแมนซ์ สแกมเมอร์ อย่าหลงเชื่อโอนเงินเด็ดขาด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน