ลุยตั้งกก.เปลี่ยนผ่าน‘ตู่’ติงทิม-ก้าวก่ายขรก. ป้อม-หนูโต้ข่าวดีลลับ
‘พิธา’ โชว์หวาน ‘หมอชลน่าน’ วงหารือ 8 พรรคมัดแน่นมุ่งมั่นตั้งรัฐบาล จี้กกต.รับรองส.ส. รัฐบาลใหม่จะได้เกิดโดยเร็ว เห็นพ้องตั้งคณะกรรมการประสานงานช่วงเปลี่ยนผ่าน ผุด 7 คณะทำงาน ถกแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน 8 พรรคลั่นยึด 25 ล้านเสียงเป็นอาณัติจากประชาชน ยันเก้าอี้ประธานสภาไม่ใช่อุปสรรคจัดตั้งรัฐบาล-โหวตนายกฯ ‘ตู่’ ไม่ดู ไม่ฟังโซเชี่ยล ไม่ยุ่งตั้งรัฐบาล ‘ป้อม’ เชื่อไม่มีดีลลับสนามบอล ‘อนุทิน’ โพสต์รูปคู่หวานใจ ใส่แคปชั่น ‘ดีลเลิฟไม่ใช่ดีลลับ’ ‘พรเพชร’ มั่นใจส.ว.ไม่โหวตนายกฯ ตามอำเภอใจ ‘เฉลิมชัย’ บอกอย่าเชื่อข่าวลือ ปชป.ร่วมตั้งรัฐบาล ชี้ 13 ก.ค.ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่
ตู่ตั้งการ์ดมวยแทนตอบการเมือง
วันที่ 30 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้อนรับ พล.อ.ธันวาคม ทิพยจันทร์ นายกสมาคมพันธมิตรมวยไทยโลกและนายกสมาคมกีฬามวยไทยเลิศฤทธิ์ นำคณะเด็กและเยาวชนที่ฝึกฝนมวยไทยเข้าพบ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้ติดตามสถานการณ์การเมืองและผลฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่อังกฤษหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ แต่หันมาทำท่าตั้งการ์ดแบบมวยไทยเลิศฤทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ว่าไม่ตอบถึง 2 ครั้ง

ตั้งการ์ด – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยกแขนตั้งการ์ดมวยไทย เลิศฤทธิ์ แทนการตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามถึงการติดตามสถานการณ์การเมืองและผล ฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 พ.ค.
เวลา 12.00 น. หลังประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ได้ฟังเกี่ยวกับเรื่อง ดีลลับการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ว่า “ผมไม่รู้เรื่อง ไม่ฟังๆ ไม่เปิดโซเชี่ยล ไม่เปิด” เมื่อถามว่าไม่ฟังไม่ดูอะไรเลย รวมทั้งฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ฟัง ไม่ดู จะดูทำไมงานเยอะแยะไม่มีเวลาว่างไปทำอะไรเท่าไร หลายคนบอกนายกฯ ไม่มีงาน วันนี้อยู่ที่ทำเนียบไปดูแฟ้มบนโต๊ะ ส่วนราชการก็ทำงานทุกหน่วย แฟ้มเอกสารมา 50-60 แฟ้มทุกวัน
ติงพิธาขอข้อมูลราชการ
เมื่อถามว่าได้ติดตามความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ไปดูบอลที่อังกฤษ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ทราบ ทราบแต่เพียงว่าลาในตอนแรกซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว และไปเกี่ยวกับการประชุมของสาธารณสุขด้วยก็คงแวะไปพักผ่อน เมื่อถามว่าอยากให้สถานการณ์จบเร็วๆ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถามประชาชนแล้วกัน ตนไม่ยุ่งเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล เรื่องการพูดคุยเป็นเรื่องของเขา
เมื่อถามว่าที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กับพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมกันจัดตั้งคณะเตรียมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล หรือ Transition team จะขอข้อมูลกับส่วนราชการได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มันไม่ควร มันไม่สมควร ส่วนราชการยังอยู่กับรัฐบาลปัจจุบัน วันหน้าก็เตรียมข้อมูลต่างๆ ส่งมอบ ซึ่งตนย้ำไปหลายครั้งแล้ว ทุกกระทรวงต้องมีแผนงานโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว หรือที่ยังค้างอยู่ให้รัฐบาลใหม่รับทราบจะได้ไม่มีปัญหากัน
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็น รมว.กลาโหม เห็นอย่างไรกรณีเอ็มโอยูพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลยกเลิกเกณฑ์ทหาร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ทราบก็แล้วแต่ ทำได้ไม่ได้ก็แล้วแต่ท่าน ท่านได้เป็นก็ทำให้ได้ก็แล้วกัน ก่อนเดินออกจากโพเดียม เมื่อถามว่าได้เก็บของบ้างหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์หันมามองค้อน ก่อนเดินยิ้มๆ ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า
ป้อมยันไม่มีดีลลับในสนามบอล
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม. กรณี 29 พ.ค. นักการเมืองหลายคนไปชมบอลทีมเลสเตอร์ ซิตี้ถึงอังกฤษ รวมถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ซึ่งได้พูดคุยกับนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) ไม่เกี่ยวกับ พล.อ.ประวิตร ใช่หรือไม่ว่า “ผมจะไปดูเรื่องอะไร ผมไม่รู้ ไม่รู้ ต้องไปถามแป๊ะดู”
เมื่อถามว่าจะให้กำลังใจการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้อย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ว่าไปตามกติกา เมื่อถามว่าที่มีการไปพูดคุยในสนาม ไม่มีดีลลับใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ ไม่มี เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรจะพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อรวบรวมเสียงให้เกิดการต่อรองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ให้ไปถามตู่ดู”
หนูโพสต์ดีลเลิฟไม่ใช่ดีลลับ
ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กภาพคู่กับหวานใจ พร้อมแคปชั่น “ดีลเลิฟ ไม่ใช่ดีลลับ” โดยระบุสถานที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังจากก่อนหน้านี้ปรากฏภาพนายอนุทินกับนายเศรษฐา ทวีสิน อยู่ร่วมเฟรมเดียวกันระหว่างชมการแข่งขันฟุตบอล คู่เลสเตอร์ ซิตี้ กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จนเกิดกระแสข่าวลือว่ามีดีลการเมืองเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยหลังเกิดกระแสข่าว นายเศรษฐาทวีตยืนยันแล้วว่าไม่มีดีลลับอะไรทั้งสิ้น
วิษณุส่งสัญญาณตั้งนายกฯอีกยาว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เผยว่า ที่ประชุมครม.มติเห็นชอบต่ออายุแรงงานต่างด้าว 3 ประเทศ เมียนมา ลาว กัมพูชา โดยเฉพาะเมียนมากว่า 2 แสนคน กระทรวงแรงงานเคยเสนอมาแต่ ครม.ไม่อนุมัติ เพราะจะผูกพันเลยไปถึงรัฐบาลหน้า แต่ขณะนี้การตั้งนายกฯ และครม.ใหม่อาจใช้เวลาอีกยาว อาจเกิดปัญหาขาดแรงงานมหาศาล ครม.จึงอนุมัติเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่ให้ผ่อนคลายเท่าอายุรัฐบาลนี้รักษาการ เมื่อรัฐบาลใหม่มาก็ให้กระทรวงแรงงานเป็นผู้เสนอรัฐบาลใหม่ เพื่อทบทวน การเห็นชอบเรื่องดังกล่าวไม่ต้องขอกกต. เพราะไม่เข้าข้อห้ามของรัฐธรรมนูญตามมาตรา 169 (1) เพราะเรื่องนี้ไม่ผูกพัน และไม่ได้ใช้งบประมาณเพราะใช้เงินนายจ้าง
ชี้ปมหุ้นพิธา
ส่วนที่มีการยื่นกกต.ตรวจสอบนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เรื่องหุ้นสื่อ จะมีผลต่อสถานะแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่นั้น อยู่ที่รายละเอียดคำร้องที่ยื่นไปว่ามีการขอให้วินิจฉัยความเป็นส.ส. และแคนดิเดตนายกฯ ด้วยหรือไม่ เมื่อถามว่าสามารถยื่นตรวจสอบพร้อมกันหลายประเด็น ทั้งคุณสมบัติ ส.ส. หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกฯ ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ เพราะการถือหุ้นสื่อบางอย่างเป็นคุณสมบัติร่วมกัน แต่ต้องระบุไว้ในคำร้อง
เมื่อถามว่านายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นตรวจสอบทุกประเด็น นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเพราะเขายื่นทุกวัน เมื่อถามว่ามีการพูดถึงกรณีนายพิธาเซ็นรับรองผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลด้วย จะมีผลกระทบด้วยหรือไม่นายวิษณุกล่าวว่า ก็เป็นอีกส่วนซึ่งต้องดูในคำร้อง ไม่เช่นนั้นศาลจะวินิจฉัยไม่ได้เมื่อถามว่าโดยหลัก กกต.จะนำคำร้องทั้งหมดมาพิจารณาและส่งศาลรัฐธรรมนูญเฉพาะประเด็นที่ กกต.เห็นว่ามีมูลใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ เพราะศาลจะไม่วินิจฉัยเกินคำขอ
รทสช.ยันยังไม่ถึงขั้นตู่จับมือป้อม
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า ไม่กังวล ใครจะเป็นรัฐบาลใหม่ จะตั้งรัฐบาลอย่างไรอยู่ที่หลักประชาธิปไตยให้ว่ากันไป เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร จะรวมเสียงกันสู้หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ยังมองถึงมิตินั้นไม่ได้ ยังไม่ถึงขั้นนั้น เป็นเรื่องของพรรคอันดับ 1 และ 2 ไปคุยกัน เราอยู่อันดับ 4 และ 5 จะไปคุยอะไร ต้องยอมรับกติกาสังคม เมื่อถามว่าเป็นการไปรวมกันเพื่อต่อรองพรรคหลักหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ตอบแทนไม่ได้ยังไม่ถึงขั้นนั้น ให้เขาว่ากันไปในสิทธิความชอบธรรมก่อน
เมื่อถามว่ามีข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับลูกพรรคให้รอก่อนเผื่อได้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง นายสุชาติ กล่าวว่า ทุกพรรคต้องให้กำลังใจว่าที่ส.ส. ถ้าได้เป็นรัฐบาลการทำงานหรือการแก้ปัญหาอาจรวดเร็ว แต่เป็นฝ่ายค้านต้องหารือในสภากว่าจะส่งไปแต่ละหน่วยงานก็ช้า ไม่ทันท่วงที เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์พูดแบบนี้แสดงว่ามีช่องทางตั้งรัฐบาล นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ได้มองแบบนั้นแต่เป็นการให้กำลังใจมากกว่า ไม่ใช่ให้ความหวัง
เชื่อสว.ไม่โหวตนายกฯตามอำเภอใจ
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์กรณีส.ว.ถูกกระแสสังคมโจมตีเรื่องโหวตนายกฯ ว่า ตนไม่ได้มองอะไรเพราะเป็นตามกระแสและโซเชี่ยล ส่วน ส.ว.ก็ยังไม่ได้พูดจาอะไรกันมาก เพราะเปิดประชุมสมัยวิสามัญไปครั้งเดียว ส.ว.แต่ละคนมีความคิดของตนเอง และมีความเป็นอิสระ ซึ่งความเป็นอิสระไม่ได้หมายความว่าตามอำเภอใจ ต้องคิดถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เชื่อมั่น ส.ว.ทุกคนทำหน้าที่อย่างนั้น
เมื่อถามว่าในฐานะประธานวุฒิสภาให้แนวทางกับ ส.ว.ในการพิจารณาผู้ถูกเสนอ นายกฯ ควรมีคุณสมบัติอย่างไร นายพรเพชรกล่าวว่า ตนไม่เคยให้แนวทางเพราะถือว่าตนมีหน้าที่เป็นรองประธานรัฐสภา ไม่อยู่ในฐานะที่จะแนะนำอะไรใครได้ ตนพูดไว้ก่อนจะมีการเลือกตั้งว่าต้องใช้หลักและความเป็นประโยชน์แก่ชาติ ไม่เคยที่จะไปชี้นำหรือไปทำอะไร มั่นใจส.ว.ส่วนมากเกือบทั้งหมดตั้งใจทำงานที่ดี ค่อยๆ ดูไป ส่วนที่ส.ว.ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามการตั้งรัฐบาลและโหวตนายกฯ นั้น ตนไม่ทราบ และไม่เคยเกี่ยวข้อง
ก้าวไกลไม่เคยติดต่อมา
เมื่อถามว่าเคยได้รับการติดต่อจากคณะเจรจาของพรรคก้าวไกล ที่จะขอให้โหวต แคนดิเดตนายกฯ บ้างหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีใครมาเจรจา เมื่อถามว่าได้ยินส.ว.สะท้อนเรื่องถูกกดดันข่มขู่ว่าต้องเลือกแคนดิเดตนายกฯ จากก้าวไกลเป็น นายกฯ หรือไม่ นายพรเพชรกล่าววว่า เคยเห็นแต่ปรากฏในสื่อ และไม่ทราบว่าจะมีใครไปกดดัน เมื่อถามว่าหากเป็นไปตามข่าวที่ส.ว.ถูกกดดัน ทั้งตามไปที่บ้าน โรงพยาบาล หรือที่ทำงาน รุนแรงเกินไปหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ยังไม่มีปรากฏ คงไม่พูดดักคอหรืออะไรทำนองนั้น และเชื่อมั่นว่าส.ว.จะปฏิบัติไปตามหน้าที่
13 กค.เลือกหัวหน้าปชป.คนใหม่
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเลือกหัวหน้าพรรคและกก.บห.ชุดใหม่ ว่ากำหนดวันแล้วคือ 13 ก.ค. 2566 ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายภายในระยะเวลา 60 วัน ตาม ข้อบังคับพรรค เมื่อถามว่าเลขาฯ พรรคยังเป็นคนเดิมหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “ไม่ ผมหยุดอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่าหยุดบทบาทแต่ยังให้คำปรึกษา นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ถ้ามาปรึกษาก็ปรึกษาได้ ถ้าไม่มาปรึกษาตนก็อยู่บ้าน ส่วนหัวหน้าพรรคคนใหม่ต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือไม่ ให้กรรมการและที่ประชุมใหญ่เขาเลือกแล้วกัน ซึ่งยังไม่มีการวางตัว
อย่าเชื่อลือ-ปชป.ร่วมตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่าประชาธิปัตย์พร้อมร่วมมือกับเพื่อไทยหรือไม่ กรณีก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “ต้องเป็นมติของพรรค ผมก็เป็นสมาชิกพรรคคนหนึ่งเท่านั้นหลังจากนี้”
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีข่าวว่าประชา ธิปัตย์ไปพูดคุยกับเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “ไม่ใช่ อย่าไปเชื่อ ข่าวลือ” เมื่อถามว่าแล้วข่าวจริงคืออะไร นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “ข่าวจริงเดี๋ยวก็เจอ”
ด้านนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย และอดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคไม่มีดีลลับร่วมจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ว่า ไม่มีดีลดังกล่าว เพราะพรรคต้องถือมติที่ประชุมพรรค เมื่อตอนนี้ยังประชุมพรรคไม่ได้ จึงยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้
รับปฏิรูปพรรคครั้งใหญ่
นายนริศกล่าวว่า ในพรรคคลื่นลมสงบ ไม่มีอะไร กก.บห.ชุดรักษาการมีมติจะให้เลือก กก.บห.ชุดใหม่หลัง กกต.รับรองส.ส.ใหม่แล้ว เพราะส.ส. 25 คนของพรรคเป็นองค์ประชุมที่มีน้ำหนัก คะแนนเสียงคิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญ จึงต้องรอส่วนนั้นก่อน
เมื่อถามว่ามีความคาดหวังกับประชาธิปัตย์ยุคนี้อย่างไร นายนริศกล่าวว่า ต้องมีการทบทวน ทั้งการเลือกตั้งที่ผ่านมาและแนวทางทั้งหมด เพราะครั้งนี้เราได้ส.ส.น้อยมาก เมื่อถามว่าครั้งนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ นายนริศกล่าวว่า ในชุดรักษาการและผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงของพรรคทั้งหมดคงจะได้ทบทวนเรื่องนี้และปรับพอสมควร การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งนี้คิดว่าจะมีความจริงจัง คะแนนที่พรรคได้เท่านี้ต้องมีการปฏิรูปพรรคอย่างจริงจัง และเท่าที่ตนได้ฟังจากผู้ใหญ่ในพรรคเห็นว่าจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง

8 พรรคสลับเจ้าภาพถกตั้งรัฐบาล
เวลา 14.00 น. ที่ทำการพรรคประชาชาติ (ปช.) 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้นัดประชุมพูดคุยแนวทาง และแผนงานการทำงานหลังการลงนามเอ็มโอยู รวมถึงการจัดตั้งทีมเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยที่แกนนำแต่ละพรรคทยอยมาถึง อาทิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุลรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัชตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย นายปิติพงศ์เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธ.) นาย วิรัตน์ วรศสิริน รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) และแกนนำพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ได้แก่ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายฐากรตัณฑสิทธิ์
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก้าวไกล กล่าวว่า เหตุผลที่เลือกพรรคประชาชาติเป็นพรรคแรก เพราะตั้งใจจะมีการหารือวนไปทุกพรรคร่วม และเพื่อเป็นการให้เกียรติ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่สุด จากนี้จะเสนอในที่ประชุมพรรคร่วมให้มีการหารือกันอย่างเป็นทางการ 1-2 สัปดาห์ครั้งจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ เพื่อให้แต่ละพรรคผลัดกันเป็นเจ้าภาพในการหารือ

มั่นใจ – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ แสดงความมั่นใจพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยจะตกลงเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรลงตัว ไม่มีรัฐบาลส้มหล่น เพราะประชาชนกว่า 72% เลือก 8 พรรคการเมือง ให้มาเป็นรัฐบาล ที่พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.
ทวีมั่นใจไม่มีรัฐบาลส้มหล่น
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการประชุม 8 พรรคร่วม ว่า จะคุยการเปลี่ยนผ่านไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพราะประชาชนกว่า 72% เลือกให้ 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล ส่วนตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นมั่นใจก้าวไกลและ เพื่อไทยคุยกันได้ ทั้ง 2 พรรคมีบุคลากรที่มีความสามารถ โดยหลักเกณฑ์การเลือกนายกฯ ประธานสภามีอยู่ 3 หลักเกณฑ์ คือ ความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ จริยธรรม ไม่เกี่ยวกับอายุมากหรือน้อย
เมื่อถามว่าหากมีอุบัติเหตุไม่สามารถตกลงตำแหน่งนี้ได้ ทำให้รัฐบาลปัจจุบันต้องอยู่ต่อหรือรัฐบาลส้มหล่นจะทำอย่างไร พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ประชาชนกว่า 72% เลือก 8 พรรคนี้ให้มาเป็นรัฐบาล ส่วนตัวมองว่าพรรคส้มจะเป็นนายกฯ
พิธายันไม่ก้าวก่ายข้าราชการ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ กล่าวว่า วันนี้มาประชุมเรื่องคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล และปัญหาของประชาชน ตั้งแต่เรื่องภัยแล้ง น้ำท่วม ราคาพลังงาน เรือดำน้ำ รวมถึงการประชุมสหประชาชาติในเดือน ก.ย. ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ประชาชน ข้าราชการและภาคเอกชนอาจถาม เมื่อเรามีเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจนในเอ็มโอยูจึงอยากมาพูดคุยกระบวนการทำงานเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย จึงอยากนัดประชุมพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทุก 1-2 สัปดาห์ และจะจัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึงกฎหมายที่ค้างอยู่มีอะไรบ้าง เมื่อประชุมครม.นัดแรกจะได้เรียงลำดับความสำคัญการประชุม เมื่อถามว่าวันนี้จะพูดคุยเรื่องตำแหน่งประธานสภาหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ไม่มี
เมื่อถามว่าการทำงานขณะนี้เป็นการละลาบละล้วงรัฐบาลรักษาการหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เราทำงานในลักษณะคณะทำงานเปลี่ยนผ่าน พูดคุยกับภาคเอกชน หรือหาก พี่น้องข้าราชการต้องการพูดคุยกับนักการเมืองก็เป็นสิทธิของข้าราชการ ยืนยันไม่เคยเข้าไปละลาบละล้วงขอข้อมูล หรือขอดูงบประมาณ ทุกวันนี้ทางหน่วยงานราชการเป็นคนเชิญเราเอง ซึ่งเชิญในฐานะนักการเมืองมากกว่า เขากังวลใจหลายๆ เรื่องที่ค้างอยู่ใน ครม.ชุดที่แล้ว ซึ่งยังไม่ได้รับการผลักดัน การไปพบกันแต่ละครั้งเรามีกรอบการทำงานว่าไม่ได้ไปละลาบละล้วงหรือไปสั่งข้าราชการ
พิธานั่งประธานเปลี่ยนผ่าน
เวลา 14.30 น. ทั้ง 8 พรรคเข้าประชุม โดยมีฝ่ายนโยบายของแต่ละพรรคเข้าร่วมด้วย เพราะจะตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลหรือ Transition Team ซึ่งมีตัวแทนจาก ทุกพรรคเป็นคณะทำงาน ในการศึกษาเพื่อให้รัฐบาลชุดต่อไปสามารถทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ หากสิ้นสุดวาระของรัฐบาลรักษาการ
เวลา 16.15 น. หลังหารือ 1 ชั่วโมง 45 นาที แกนนำ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ออกมาแถลงข่าว โดยนายพิธากล่าวว่า วันนี้เป็นการแถลงข่าวร่วมกันระหว่างหัวหน้าพรรคจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรค มีข้อสรุปการประชุม 1.หัวหน้าพรรคทั้ง 8 พรรค มีมติจัดตั้ง “คณะกรรมการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน” ประกอบด้วยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นประธาน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ตัวแทนพรรคก้าวไกล เป็นกรรมการ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ตัวแทนพรรคเพื่อไทย เป็นกรรมการ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ตัวแทนพรรคประชาชาติ เป็นกรรมการ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เป็นกรรมการ นายวิรัตน์ วรศสิริน ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย เป็นกรรมการ นายกัณวีร์ สืบแสง ตัวแทนพรรคเป็นธรรม เป็นกรรมการ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ตัวแทนพรรคเพื่อไทรวมพลัง เป็นกรรมการ และนายเชาวลิต ขจรพงศ์กีรติ ตัวแทนพรรคพลังสังคมใหม่ เป็นกรรมการ

8 พรรคมัดแน่น – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และว่าที่นายกรัฐมนตรี ทำสัญลักษณ์รูปหัวใจกับนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันความสัมพันธ์ 8 พรรค ระหว่างแถลงผลการหารือความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาล โดยตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ยึดมั่นในเสียงประชาชน 25 ล้านเสียงที่เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปบริหารประเทศ ที่พรรคประชาชาติ เขตดอนเมือง กทม. เมื่อวันที่ 30 พ.ค.
ตั้งครม.ทำงาน 7 คณะ
คณะกรรมการประสานงานฯ จะนัดประชุมครั้งต่อไป 6 มิ.ย. 2566 ที่พรรค เพื่อไทย โดยช่วงเปลี่ยนผ่านนี้คณะกรรมการ ประสานงานฯ จะตั้งคณะทำงาน 7 คณะ จากทั้งหมด 23 คณะ เป็นไปตามเอ็มโอยูเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยคณะทำงานทั้ง 7 คณะเบื้องต้น เพื่อตอบสนองแก้ไขปัญหาของประชาชนช่วงนี้ ได้แก่ 1.คณะทำงานค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันดีเซล และพลังงาน 2.คณะทำงานภัยแล้ง และเอลนีโญ 3.ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ 4.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5.ปัญหาสิ่งแวดล้อม และ PM 2.5 6.เรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง และ SME 7.เรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด
คณะทำงานทั้ง 7 คณะข้างต้น จะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญของแต่ละพรรคเข้ามาเป็นคณะทำงาน เพื่อหารือและแก้ไขปัญหาต่างๆจากนั้นจะแจ้งแก่คณะกรรมการประสานงานฯ ต่อไป
จี้กกต.เร่งประกาศรับรองส.ส.
จากนั้นนายพิธาตอบคำถามสื่อมวลชนว่า การตั้งคณะกรรมการประสานงานฯ และคณะทำงานข้างต้น เป็นทางออกของทุกพรรคในการแก้ไขปัญหาของประเทศ เพื่อกลั่นกรองเป็นนโยบายร่วมกันในการแถลงต่อรัฐสภา และนำไปปฏิบัติในฐานะฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป ยืนยันการทำงานเป็นไป ด้วยดี เราจะสามัคคีกัน
ส่วนการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นหลังทำงานร่วมกัน โดยยึดการทำงานเพื่อประชาชนเป็นตัวตั้ง ส่วนตำแหน่งประธานสภา ก้าวไกล และเพื่อไทย จะพิจารณาร่วมกัน เรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล สำนักงาน กกต.ประกาศผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการแล้ว เหลือเพียงรับรอง ส.ส.อย่างเป็นทางการ หวังว่า กกต.จะใช้เวลาไม่นานในการรับรอง ส.ส.ทำให้ความสามารถในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นได้โดยเร็ว ทำให้พวกเราบริหาร ผลักดันวาระต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวไทยต่อไป
คณะทำงาน 7 คณะตั้งตามเอ็มโอยู 23 ข้อ วันนี้ตั้ง 7 คณะทำงาน อาทิตย์หน้าคาดจะตั้งให้ได้ 8-9 วาระ และให้มีตัวแทนพรรคที่เชี่ยวชาญมาดำเนินการระหว่างรอ กกต.รับรอง ส.ส. ก่อนประชุมเลือกนายกฯ ต่อไป การหารือกันระหว่างเพื่อไทย ก้าวไกล ต้องสอดคล้องกับเวลาทางกฎหมาย และเวลา กกต.อย่างที่เรียกร้องไปยังกกต.ว่า ประชาชนต้องการให้การทำงานของรัฐบาลไร้รอยต่อ
‘ปธ.สภา’ไม่ใช่อุปสรรคตั้งรัฐบาล
เมื่อถามถึงกรอบเวลาในการหารือเรื่องประธานสภา นายพิธากล่าวว่า เป็นการพูดคุยเฉพาะเพื่อไทยและก้าวไกล ยืนยันว่าจะทำให้เร็วและเหมาะสมที่สุดตามกรอบของกฎหมาย
ด้าน นพ.ชลน่านกล่าวเสริมถึงประเด็นนี้ว่า ยืนยันตามนายพิธา ว่าที่นายกฯ คนที่ 30 ว่า คณะกรรมการประสานงานฯ มีการหารือเบื้องต้น มีข้อตกลงร่วมกันชัดเจนว่า ตำแหน่งประธานสภาทั้ง 2 พรรคจะพิจารณาร่วมกัน ไม่คำนึงว่าเป็นโควตาพรรคใดพรรคหนึ่ง และจะไม่เกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันทั้ง 8 พรรค ไม่ว่าก้าวไกล หรือเพื่อไทย ไม่เป็นประเด็นให้เกิดความขัดแย้ง ตำแหน่งประธานไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาลและเลือกนายกฯ จะมุ่งเน้นประโยชน์สุขต่อประชาชน ที่มุ่งหวังรัฐบาลประชาธิปไตยและทำให้เร็วที่สุด หมายความว่าถ้า กกต.ประกาศรับรอง ส.ส.จะมีข้อยุติตรงนั้น เตรียมเข้าสู่การเลือกที่ประชุมสภา
ส่วนกรณีการเจรจากับ ส.ว.เพื่อหาเสียงโหวต นายพิธาเป็นนายกฯ นั้น นายพิธากล่าวว่า เห็นแต่พาดหัวยังไม่เห็นรายละเอียดว่าเกิดอะไร แต่รามั่นใจว่าไม่ได้มีการข่มขู่แน่นอน เป็นการพูดคุยกันเพื่อรักษาระบบของประเทศนี้ให้ได้ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการรักษาระบบของรัฐสภา หาทางออกบ้านเมือง ยืนยันว่าไม่มีอะไร ที่ผ่านมาคณะเจรจามีการพูดคุย เป็นไปทิศทางที่ดี “ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีความสั่นคลอนอะไร แต่สิ่งที่ทำน้อยไปและเพิ่งทำวันนี้คือเอาปัญหาประชาชนเป็นที่ตั้ง เชื่อว่าสื่อเห็นด้วยและให้ความร่วมมือ ถ้ามีคำตอบดีๆ มันน่าจะเป็นการเสนอข่าวสื่อสร้างสรรค์”
ชลน่านให้คำมั่นจับมือกก.ตลอดไป
นพ.ชลน่านเสริมอีกว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนเรื่องการร่วมกันของก้าวไกล เพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาล ตัวแทนพรรคเพื่อไทยเราได้รับมอบอาณัติจากประชาชนให้เพื่อไทยและก้าวไกล รวมกัน 25 ล้านเสียง มีเจตจำนงของประชาชนเช่นนี้เพื่อไทยและก้าวไกลปฏิเสธไม่ได้ จะทำความฝันของประชาชนให้บรรลุคือรัฐบาลจากฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ที่ต้องการปิดกั้นอำนาจไม่ชอบธรรมทั้งหลาย เราสองฝ่ายเห็นตรงกัน มันเป็นการมัดที่แน่น เป็นข้อผูกมัดที่เราคำนึงถึงอย่างมาก ให้ความมั่นใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอยู่ด้วยกันตลอด
จากนั้น นพ.ชลน่านหยอกตอนท้ายกับสื่อว่า “หวานไหมๆ” ก่อนโอบกอดไหล่และจับมือกับนายพิธา พร้อมกล่าวว่า “เน้นย้ำไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เพื่อตั้งรัฐบาลของพี่น้องประชาชนให้ได้” เมื่อถามว่า ที่ นพ.ชลน่านพูดว่าเพื่อไทยกับก้าวไกลอยู่ด้วยกันตลอดนั้น หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับนายพิธาหรือก้าวไกล เพื่อไทยและพรรคก้าวไกลร่วมจะจับมือจัดตั้งรัฐบาลอยู่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า “ไม่มีสมมติหรืออุบัติเหตุ แต่ยืนยันไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นเชื่อว่า 8 พรรคอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะก้าวไกล เพื่อไทย จะเป็นพรรคหลักที่จะนำเรื่องนี้ ขอให้ความมั่นใจ ไม่มีแต่ จัดตั้งรัฐบาลด้วยกันอยู่แล้ว ต้องการจัดตั้งโรดแม็ปแต่ไม่ได้จัดตั้งตามกระทรวง จัดตั้งตาม MOU สัปดาห์ก่อน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า MOU ไม่ใช่กระดาษเปล่า แต่มีคณะทำงานทำได้จริง”
โต้ดีลลับ-แปลงเป็นดีลรัก
นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมี 3 ประเด็นที่จะแจ้งแก่ประชาชนคือ 1.เพื่อไทยสนับสนุนภารกิจที่เราได้แถลงต่อสื่อวันนี้ คือคณะกรรมการประสานงานระยะเปลี่ยนผ่าน จนถึงคณะทำงานชุดต่างๆ คาดหวังนโยบายที่ดีที่สุดของรัฐบาลพวกเราเป็นคำแถลงนโยบายที่ดีที่สุด นั่นคือเป้าหมายของพวกเรา 2.การจัดสรรตำแหน่งต่างๆ พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าเป็นการแบ่งงานกันทำตามวาระงาน ที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกฯ จะใช้วาระงานเป็นหลัก เสนอร่วมกันใน MOU กระทรวงใดก็แล้วแต่ จะยึดเป็นเรื่องสำคัญ 3.ดีลล้วง ดีลลับต่างๆ เพื่อไทยยืนยันจะเปลี่ยนเป็น “ดีลรัก” ให้หมด เพื่อรัฐบาลของพี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นพ.ชลน่าน และนายพิธา ได้นำมือมาประกบกันเป็นรูปหัวใจด้วย
นับหนึ่งเมื่อกกต.รับรองสส.
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาลว่า วันเวลาและความหวังของประชาชนใกล้เข้ามาถึงแล้ว ไม่อยากให้มีฝ่ายใดยื้อเรื่องนี้ไว้ทำให้ประชาชนผิดหวัง ไม่อยากให้ทุกคนดูถูกว่าประชาชนไร้ซึ่งอำนาจ คณะของเราจะทำงานได้มากน้อยแค่ไหนมีเครื่องชี้วัดคือประชาชน เราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่ทำตามคำมั่นสัญญาหรือเอ็มโอยู ในทางการเมืองมาได้ก็ไปได้ เราพร้อมไปเมื่อประชาชนไม่ต้องการ
“เราจะนับหนึ่งต่อเมื่อ กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง จึงหวังให้ กกต.รับรองผลเพื่อดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป เสียเวลาเพียงสัปดาห์เดียว หรือวันเดียวก็มีค่าสำหรับประชาชน ยืนยันว่า ผมไม่ได้กดดัน กกต.แต่หากปล่อยให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลต่อข้อกังวลและความเชื่อมั่น ไม่ใช่เพียงต่อ 8 พรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น แต่ทั้งประเทศ จึงไม่ควรปล่อยให้ความหวังของประชาชนต้องสลายไป ควรรีบดำเนินการเพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว”
ใบแดง‘นายกศักดิ์’ตัดสิทธิ์ 10 ปี
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ศาลอุทธรณ์ ภาค 9 นัดอ่านคำพิพากษา กรณี กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายจักรธร สุริแสง นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา กรณีกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง พร้อมสมาชิกสภาเทศบาลรวม 17 รายต่อมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งรับฟ้องคำร้องดังกล่าว พร้อมให้นายจักรธรและทีมบริหารเทศบาลเมืองเขารูปช้างหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
นายจักรธร พร้อมทีมบริหาร และตัวแทนผู้สนับสนุนได้เดินทางมายังฟังคำพิพากษา ของศาล โดยศาลได้พิพากษาให้ใบแดง ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี และให้ชดใช้ค่าเลือกตั้งรวม 970,000 บาท ส่วนสมาชิกสภาเทศบาลนั้น ให้ยกคำร้องทั้งหมด สำหรับกรณีนี้นั้นเป็นการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2564 นายจักรธรสามารถคว่ำนายประสงค์ บริรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง ซึ่งครองตำแหน่งมาหลายสมัย หลังจากชนะการเลือกตั้ง ก็มีการ ร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งรวม 4 เรื่อง
โดยประเด็นที่ถูกให้ใบแดงในครั้งนี้คือการปราศรัยใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้าม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสงขลาเตรียมจัดการเลือกตั้งใหม่ นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง ภายใน 60 วัน
สำหรับนายจักรธร สุริแสง นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง อำเภอเมือง สงขลานั้น ถือเป็นคนใกล้ชิด นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา เป็นที่ตั้งบ้านพักของนายนิพนธ์อีกด้วย