‘บิ๊กเต่า’ตั้งทีมลับทล.ขยับ-ไล่จับ
รถตู้หมอชิตแฉจ่ายค่าบัตรมวย
ตำรวจทางหลวงขยับตามประกาศิต ‘ผู้การเต่า’ เริ่มไล่จับรถบรรทุก น้ำหนักเกินแล้วหลายจังหวัด เลขาฯ ป.ป.ช. เชื่อมีจนท.รัฐเอี่ยวสติ๊กเกอร์ส่วยทางหลวง ยันติดตามมาตลอด เปิด 6 มาตรการเข้ม นำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจจับ สหพันธ์ขนส่งฯ พบว่าที่ส.ส.วิโรจน์ ส่งมอบ 46 แบบสติ๊กเกอร์ส่วยพร้อมรายชื่อตำรวจทั่วปท.ที่มีส่วนพัวพัน รถตู้ขนส่งหมอชิตก็ปูด มาในรูปแบบช่วยงานการกุศล ไม่ให้ก็โดนเรียกตรวจทั้งวันจนไม่เป็นอันทำมาหากิน
เริ่มจับจริงบรรทุกเกิน
วันที่ 1 มิ.ย. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. รรท.ผบก.ทล. เปิดเผยความคืบหน้าการเข้าไปจัดการล้างส่วยสติ๊กเกอร์ว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมาเรียกประชุม รองผบก., ผกก. สังกัดกองบังคับการตำรวจทางหลวงทุกนาย พร้อมสั่งการให้ทุกกองกำกับมีผลปฏิบัติการจับกุมรถบรรทุกและรถยนต์ที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยวันนี้รับรายงานว่าเริ่มมีการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินกันบ้างแล้วในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จ.สมุทรปราการ และ จ.อุบลราชธานี คาดว่าต่อไปจะมีผลการจับกุมมากขึ้นแน่นอน
“นอกจากนี้ ผมยังสั่งให้ยกเลิกชุดเฉพาะกิจทุกชุด พร้อมตั้งทีมสืบสวนทางลับเพื่อแสวงหาข้อมูลทั้งหมด ซึ่งวันพรุ่งนี้ (2 มิ.ย.) ผมจะไปพบตัวแทนของสมาพันธ์รถบรรทุกเพื่อประสานข้อมูลด้วย ส่วนกรณีจะเรียกตัวตำรวจที่มีส่วนพัวพันกับเรื่องนี้มาช่วยราชการหรือไม่นั้นคงตอบไม่ได้จนกว่าจะมีข้อมูลหลักฐานชัดเจน แต่ถ้าหากสมาพันธ์เอาหลักฐานมามอบให้เลยผมก็จะสั่งดำเนินการได้ทันทีเหมือนกัน เพราะเป็นความจริงใจที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหากันต่อไป” พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าว
ป.ป.ช.ยันติดตามมาตลอด
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการป.ป.ช. เผยถึงเรื่องของการติดตาม ควบคุม และลดปัญหาการทุจริตรถบรรทุกน้ำหนักเกินว่า เป็นเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ดำเนินการขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้เสนอมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 64 เพื่อเป็นมาตรการในการแก้ไขปัญหา เพราะเล็งเห็นว่าทำให้เกิดความเสียหายต่อทางหลวงแผ่นดินและถนนหมดอายุการใช้งานก่อนช่วงเวลาที่ได้ออกแบบไว้ ทำให้ภาครัฐต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมากในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาถนน และยังเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน
ครม.มีมติเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 64 รับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตดังกล่าวตามที่ ป.ป.ช.เสนอ และกำหนดให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับข้อเสนอแนะนำไปดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
เปิด 6 มาตรการเข้ม
ประกอบด้วย 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การบังคับใช้กฎหมายให้สามารถเอาผิดและลงโทษผู้ประกอบการที่บรรทุกน้ำหนักเกินได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84
2.พิจารณาการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) ในการควบคุม กำกับ ดูแลถนนในแต่ละเขตความรับผิดชอบอย่างบูรณาการ
3.จัดให้มีการประชุมหารือร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาในประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
4.ให้มีการออกมาตรการให้รถบรรทุกมีใบชั่งระบุน้ำหนักบรรทุกตั้งแต่ต้นทาง โดยเครื่องชั่งที่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานจากสำนักงานกลางชั่งตวงวัด กระทรวงพาณิชย์ การควบคุมน้ำหนักที่ต้นทางให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และรถบรรทุกต้องจัดให้มีป้ายแสดงน้ำหนักที่บรรทุกจริงขณะวิ่งด้วย พร้อมทั้งสร้างช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสเมื่อพบผู้กระทำความผิด
5.ผลักดันการนำระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้ในการดำเนินการ เช่น เทคโนโลยีการตรวจชั่งน้ำหนักรถบรรทุกโดยใช้เครื่องชั่งน้ำหนักขณะเคลื่อนที่ความเร็วสูง (High-speed weigh-in-motion: HSWIV) และเทคโนโลยีการตรวจชั่งน้ำหนักรถบรรทุกชนิดติดตั้งใต้สะพาน (Bridge weigh-in-motion: BVIM) มาใช้ในการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินเพื่อลดปฏิสัมพันธ์และการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการชั่ง น้ำหนัก
6.เพิ่มมาตรการการกำกับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่มีปัญหาการทุจริต
ยันใช้เทคโนโลยีช่วยจับ
จากการติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อเสนอแนะข้างต้น กระทรวงคมนาคมกำหนดเป็นมาตรการระยะสั้นและมาตรการระยะยาว เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในด้านต่างๆ อาทิ จัดหลักสูตรอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ให้เข้าใจเกี่ยวกับการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน, กรมทางหลวงจัดทำเอ็มโอยูร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการกับรถบรรทุกที่กระทำผิดอย่างเข้มงวด, นำระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้ในการดำเนินการ
ปัจจุบันกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท นำระบบเทคโนโลยีการตรวจชั่ง น้ำหนักรถบรรทุกโดยใช้เครื่องชั่งน้ำหนักขณะเคลื่อนที่ความเร็วสูง และเทคโนโลยีการตรวจชั่งน้ำหนักรถบรรทุกชนิดติดตั้งใต้สะพานมาใช้แล้ว แต่ยังขาดการรับรองเครื่องชั่งน้ำหนักจากสำนักงานกลางชั่งตวงวัด เพื่อให้สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยกระทรวงคมนาคมมีแนวทางในการพิจารณารายละเอียดการบันทึกน้ำหนักโดยเครื่องชั่งน้ำหนักขณะรถเคลื่อนที่ หรือ WIM ทุกรูปแบบ และรูปถ่ายจากกล้อง CCTV เพื่อให้สามารถเป็นเครื่องมือตรวจจับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เชื่อจนท.รัฐมีเอี่ยว
ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เพื่อศึกษาวิจัยความพร้อม และความเที่ยงตรงของเทคโนโลยีก่อนนำมาเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบจับกุมในอนาคต และจะดำเนินการตั้งหน่วยชั่งน้ำหนักยานพาหนะเคลื่อนที่ (Spot Check) เพื่อป้องกันรถบรรทุกหลีกเลี่ยงการเข้าจุดชั่ง น้ำหนัก เป็นต้น
“ส่วนตัวเชื่อว่าจากกรณีที่เป็นข่าวส่วยสติ๊กเกอร์ น่าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานที่ร่วมแก้ปัญหาทุจริตรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ควรมีการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในกระบวนการติดตามตรวจสอบ เพราะนอกจากจะมีความแม่นยำแล้ว ยังช่วยลดดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะเป็นการปิดช่องโหว่ของการทุจริตคอร์รัปชั่นได้” นายนิวัติไชยกล่าว

ข้อมูลส่วย – นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคก้าวไกล รับมอบข้อมูลรายชื่อตำรวจและสติ๊กเกอร์ส่วยทางหลวงจากนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกฯ และตัวแทนผู้ประกอบการขนส่ง 10 สมาคม ที่พรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.
ส.ขนส่งพบวิโรจน์
วันเดียวกัน ที่สำนักงานพรรคก้าวไกล อาคารอนาคตใหม่ ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนเครือข่าย ผู้ประกอบการขนส่ง 10 สมาคม เข้าร่วมประชุมกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกล โดยได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า ก่อนอื่นขอบคุณนายวิโรจน์ที่เปิดโอกาสให้เรามีโอกาสมายื่นในเรื่องการจ่ายส่วย และขบวนการที่อยู่ในพื้นที่ของประเทศไทย วันนี้มีสมาชิก 10 สมาคมทั่วประเทศมาร่วมแถลงข่าว
นายอภิชาติกล่าวว่า กลวิธีการมีส่วยเริ่มตั้งแต่ 2539 มีการพัฒนาเพิ่มความรุนแรงจนมาถึงปี 2566 นี้ ถามว่าที่ผ่านมาสหพันธ์ฯ ทำอะไรอยู่จึงแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ทั้งนี้ในช่วงปี 2539-2540 สื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่งนำเสนอภาพข่าวตำรวจเก็บส่วยจากรถบรรทุก ทำให้การเก็บส่วยลักษณะดังกล่าวหมดไป แต่เปลี่ยนมาเป็นสติ๊กเกอร์ของแต่ละเจ้าแต่ละองค์กรแทนเพื่อเคลียร์ทางในการทำผิดกฎหมาย

สติ๊กเกอร์ส่วย – สติ๊กเกอร์รูปวัดและพระซุ้มกอ สำหรับติดที่แผงขายลอตเตอรี่ในพื้นที่จ.กำแพงเพชร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ไม่ให้ถูกจับกรณีขายสลากเกินราคา โดยผู้ค้าจะต้องจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เดือนละ 500 บาท เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.
แฉราคาสติ๊กเกอร์ส่วย
ประธานสหพันธ์ฯ ระบุว่า เฝ้ารอมา 20 กว่าปี ที่ผ่านมาเราร้องเรียนทุกนายกรัฐมนตรี ผบ.ตร. ตำรวจทางหลวง จนถูกข่มขู่ มีการให้เบอร์โทรศัพท์จากนายสิบ นายดาบ ตำรวจชั้นผู้น้อย บอกให้ไปเคลียร์ส่วยกับเจ้านายเอาเอง ถ้าไม่เคลียร์ก็ถูกหาเรื่องให้เสียค่าปรับ ทั้งนี้สหพันธ์ฯ มีรถบรรทุก 4 แสนกว่าคัน เราทำเอ็มโอยูว่าจะอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่รถบรรทุกที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกทั้งหมดมีจำนวน 1.5 ล้านคัน เราเป็นเพียง 1 ใน 3 ของขบวนการนี้ ยืนยันว่าสมาชิกไม่มีใครทำผิดกฎหมาย
“แต่รถบรรทุกที่เหลืออีก 1 ล้านเศษ คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 2 แสนคัน ราคาสติ๊กเกอร์มีตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย คือตั้งแต่ 3,000 -2 หมื่นบาท ซึ่งเป็นสติ๊กเกอร์พรีเมียม บรรทุกน้ำหนักได้ไม่จำกัด โดยขณะนี้มีแผ่นสติ๊กเกอร์เกลื่อนถนน 40-50 แบบ อีกเรื่องคือรถบรรทุกมีกฎหมายให้วิ่งเลนซ้ายอย่างเดียว แต่ทุกวันนี้วิ่งเลนขวา ที่ทำได้เพราะมีค่าเคลียร์ 1,000-1,500 บาทต่อเดือน และมีเคลียร์แต่งรถสวยด้วย ทุกพื้นที่ประเทศไทยมีแต่ส่วยซ่อนรูปทั้งนั้นเลย” นายอภิชาติ กล่าว
ย้ำลุยล้างจนท.นอกแถว
ด้านนายวิโรจน์กล่าวว่า เวลานี้ทุกคนต่างพุ่งเป้าไปที่ตำรวจทางหลวงเป็นหลัก แต่ยังมีในส่วนของตำรวจภูธรที่เกี่ยวกับงานจราจร และสำนักควบคุมน้ำหนักยานพาหนะบางคน ที่มีส่วนร่วมในเรื่องส่วยด้วย ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนมีส่วนร่วม เจ้าหน้าที่ที่ดีและตั้งใจทำงานยังมีอีกมาก โดยเรื่องนี้ต้องแก้ปัญหาทั้งระบบเพราะความเสียหายเป็นหมื่นล้าน วาระสำคัญในการประชุมวันนี้จะมีการสืบสาวราวเรื่องที่มาที่ไปเกี่ยวพันกับข้าราชการคนไหนบ้าง
“จากนี้ผมจะไปพูดคุยกับจเรตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจทางหลวงต่อไป หวังว่าจะมาปราบปรามตรงนี้ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นจะปราบอย่างเดียวไม่ได้ เรื่องการทบทวนการแก้ปัญหากฎหมายให้เป็นธรรมต้องดำเนินการ ต่อไป รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในเรื่องด่านชั่งน้ำหนักอย่างจริงจัง ไปจนถึงการยกเลิกซื้อขายตำแหน่งตำรวจ และระบบตั๋ว เพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างยั่งยืนต่อไป” ว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าว
มอบรายชื่อตร.รับส่วย
นายวิโรจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการปราบปรามส่วยพรรคก้าวไกลต้องดำเนินการใน 4 เรื่อง 1.เรื่องการปราบปราม โดยกฎหมายที่พรรคก้าวไกลต้องดำเนินการแน่ๆ คือ พ.ร.บ.ปกป้องผู้เปิดโปงเบาะแสการทุจริตที่จะทำให้เราสาวไส้และทลายได้ทั้งวงจร 2.ระบบคุณธรรมในระบบราชการ ข้าราชการที่ตั้งใจทำงานสุจริตต้องเติบโต ไม่ใช่การวิ่งเต้นซื้อตั๋ว 3.การทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัย ที่เป็นช่องทางในการเรียกรับผลประโยชน์ 4.การใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการใช้เอไอจับโกงหรือพิรุธในการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง การชั่งน้ำหนักตามด่าน เป็นต้น
รายงานแจ้งว่าภายหลังการแถลงข่าวนายอภิชาตมอบเอกสารสติ๊กเกอร์ส่วยรวม 46 ป้าย พร้อมรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งประเทศให้กับนายวิโรจน์ โดยนายวิโรจน์กล่าวยืนยันว่ารายชื่อทั้งหมดจะถึงมือจเรตำรวจแห่งชาติแน่นอน
วินรถตู้ก็แฉส่วย
วันเดียวกันที่วินรถตู้โดยสาร สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หมอชิต 2 (จตุจักร) เจ้าของธุรกิจรถตู้โดยสารรายหนึ่งเผยว่า ครอบครัวเป็นเจ้าของวินรถตู้นานกว่า 20 ปีแล้ว รูปแบบของส่วยรถตู้มีมานานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่รถตู้ยังเป็นป้ายดำ จนตอนนี้ถูกเปลี่ยนมาให้ถูกกฎหมาย ก็ยังมีตำรวจในพื้นที่เข้ามาเก็บส่วยอยู่ โดยลักษณะการมาเก็บมักจะใช้ตำรวจชั้นผู้น้อยในท้องที่ที่วินรถตู้อยู่มาเดินเก็บส่วย นำหนังสือที่มีตราประทับของราชการมาให้แล้วอ้างว่าขอความอนุเคราะห์ หรือขอความสนับสนุนในเรื่องการจัดงานต่างๆ เช่น งานเวทีมวย
บัตรงานที่นำมาให้ดูเป็นลักษณะกระดาษปรินต์สี ครอบครัวไม่รู้จักว่านักมวยคือใคร เพราะไม่ค่อยมีชื่อเสียง และไม่ทราบว่างานนี้มีจริงหรือไม่เนื่องจากครอบครัวไม่ได้สนใจอยากจะดู บัตรราคาประมาณ 2,000 บาท ขึ้นไป และนำมาให้ 3-4 ใบ เป็นจำนวนเงินที่มาก แล้วยิ่งเศรษฐกิจไม่ค่อยดีด้วยทำให้ต่อรองว่าขอช่วยเพียงแค่ใบเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ เวลามีผู้กำกับใหม่มารับตำแหน่ง ตำรวจในพื้นที่ก็จะเข้ามาที่วินรถตู้ แล้วบอกครอบครัวว่าให้ไปทำความรู้จักกับนายใหม่ของพวกเขา ทำให้ครอบครัวต้องจำใจช่วยใส่ซอง ซัพพอร์ตงานต่างๆ ด้วย
ต้องจ่าย-รถถูกกวน
“แม้ลำบากใจที่จะต้องให้เงินตำรวจนายนั้น แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่อยากมีปัญหา เพราะถ้าไม่จ่ายจะถูกก่อกวน เช่น เรียกโบกรถบ่อย จนทำให้เสียเที่ยวรถ แทนที่วันนึงจะวิ่งได้ 2-3 เที่ยว แต่เหลือ 1 เที่ยวเท่านั้น และกว่ารถตู้จะวิ่งมาถึงที่หมาย ผ่านด่านหลายด่านทำให้ต้องจ่ายถึงหลักหมื่น นอกจากนี้ยังทำให้ภาพลักษณ์ไม่ดีด้วย เนื่องจากผู้โดยสารที่อยู่บนรถ จะรู้สึกไม่ดีที่รถตู้โดนตำรวจโบกให้จอด โดนตำรวจตรวจคนขับรถ ทำให้เจ้าของวินรถตู้จำเป็นจ่ายเงิน เพื่อให้สามารถวิ่งรถได้อย่างสะดวก” เจ้าของธุรกิจรถตู้โดยสาร กล่าว
ส่วนสัญลักษณ์อะไรที่ทำให้รู้ว่าจ่ายส่วยแล้ว เจ้าของธุรกิจรถตู้โดยสารกล่าวว่า ทุกวินรถตู้จะมีชื่อวินและสติ๊กเกอร์ประจำ วินไหนที่จ่ายให้ตำรวจในพื้นที่แล้วจะรู้กัน ว่าวินชื่อนี้ สติ๊กเกอร์นี้ จ่ายเงินแล้วจะทำให้รถผ่านด่านตรวจทุกครั้ง รู้สึกขอบคุณที่มีการแฉกระบวนการจ่ายส่วยนี้ออกมา เพราะวินรถตู้ทำอย่างถูกกฎหมายแล้ว ตำรวจก็ได้เงินเดือนจากภาษีประชาชน ควรจะเห็นใจคนหาเช้ากินค่ำด้วย
ส่วยหวยโผล่อีก
ส่วนที่ จ.กำแพงเพชร ผู้ค้าลอตเตอรี่รายหนึ่ง เผยว่า สติ๊กเกอร์ส่วยหวย ที่ตนและเพื่อนผู้ค้าลอตเตอรี่ด้วยกันได้ติดไว้ที่แผงหวย ยืนยันจ่ายส่วยให้ตำรวจจริงเดือนละ 500 บาทต่อแผง ทั้งมาเก็บเงินเองและโอนเงินไปให้ ทำให้สามารถขายลอตเตอรี่เกินราคาได้เฉพาะในพื้นที่ของตนเองเท่านั้น หากไปขายที่อื่นจะโดนจับ เพราะคนที่ขายลอตเตอรี่ด้วยกันพื้นที่อื่นๆ จะแจ้งให้ตำรวจมาจับเพราะขายข้ามเขตกันไม่ได้ และแต่ละพื้นที่สติ๊กเกอร์จะไม่เหมือนกันโดยช่วงนี้กระแสส่วยรถบรรทุกค่อนข้างดังไปทั่ว ทำให้ส่วยหวยได้รับผล กระทบไปด้วย
ผู้ค้าลอตเตอรี่รายเดิมยังระบุว่า ส่วนใหญ่ที่มาล่อซื้อลอตเตอรี่เกินราคาจะเป็นตำรวจที่อื่นไม่ใช่ในพื้นที่ หากโดนจับทีจะเสียค่าปรับครั้งละ 5,000 บาท ผู้ค้าลอตเตอรี่เลยจำเป็นต้องเสียส่วยเพื่ออำนวยความสะดวกในการขายไม่ให้ถูกจับ แม้เสียส่วยไม่ได้หมายความว่าจะไม่โดนจับเสมอไป คนค้าลอตเตอรี่ก็เลยบ่นกันว่าเสียส่วยก็ซวย ไม่เสียส่วยก็ซวย ต้องระวังกันเอง การรับลอตเตอรี่มาก็ราคาสูงอยู่แล้ว ยังมาถูกจับดำเนินคดีอีก หากรัฐบาลชุดใหม่จะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และไม่เป็นช่องทางการเก็บส่วยหวยของเจ้าหน้าที่บางคนให้เกิดความเดือดร้อนกับคนขาย และตำรวจบางรายอ้างว่านายมาใหม่ ต้องขอเก็บค่าส่วยหวยเพิ่มขึ้น