วิ่งเต้นล้มคดีได้อีก1รอขยายผล
ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 1 หมื่นปลอมไลน์ ‘รองต่อ’ ตุ๋นพาเข้าพบช่วยวิ่งเต้นล้มคดีได้แลกกับค่าดำเนินการ ตร.ไซเบอร์บุกรวบผู้ต้องหาคาบ้านพัก เจ้าตัวปัดวุ่น อ้างไม่เจตนาแอบอ้างเพียงแต่อยากช่วย วอนขอโอกาสกลับตัว พนักงานสอบสวน ทำสำนวนคุมตัวส่งฟ้องศาลทันที ด้าน ‘ต่อศักดิ์ สุขวิมล’ รองผบ.ตร.สั่งบช.สอท.เอาผิดจนถึงที่สุดเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง เร่งขยายผล หลังค้นบ้านพักหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาพบบัตรนักข่าวระบุสังกัดตำรวจไทย และโพยเก็บเงินจ่ายส่วยให้หน่วยงานตำรวจต่างๆ ด้วย
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ และพล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท. สั่งการให้พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา รองผบก.สอท.2, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ แจ้งสว่างรอง ผกก.4 บก.สอท.2, พ.ต.ท.ปฐมพงษ์ มีอยู่ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2. และพ.ต.ต.กิตติศักดิ์ สุขไทย สว.กก.3 บก.สอท.2 เชิญตัวนายอำพุธ กุตเสนา อายุ 40 ปี และนายคุณเดช ธัญธนากรณ์ อายุ 58 ปี มาซักถาม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า มีพฤติกรรมแอบอ้างให้หลงเชื่อว่า มีความสนิทสนมกับพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. และออกอุบายว่าสามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือเรื่องคดีความได้
จุดแรกนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 29/55 ถนนพัฒนาชนบท 3 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านของนายคุณเดชเบื้องต้นไม่พบตัวนายคุณเดช พบเพียงภรรยาอาศัยอยู่ในบ้าน จึงได้ตรวจสอบ และตรวจยึดบัตรประจำตัวสื่อมวลชนของนายคุณเดช ระบุสังกัดหนังสือพิมพ์ตำรวจไทย, สมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม และโพยตัวเลขเก็บเงิน หน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก
จุดที่สองตรวจค้นบ้านเลขที่ 34/93 ถนนมาบยายเลีย 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านนายอำพุธ เบื้องต้นพบเจ้าตัวอยู่ในบ้าน และตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น ออโตเมติก ขนาด .22 และเครื่องกระสุนปืน และเชิญนายอำพุธ มาสอบปากคำที่บช.สอท. ซึ่งทางพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้เดินทางมาร่วมซักถาม ข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง
นายอำพุธให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้แอบอ้าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เพียงแต่อยากจะช่วยเหลือเพื่อนชาวต่างชาติที่มีปัญหาด้านคดีความ ที่ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งเพื่อนต่างชาติรายนี้ ระบุว่าอยากจะพบพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และจะมีค่า ดำเนินการในการพาเข้าไปหา แต่ตนได้บอกว่า ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ทางนายคุณเดช และเพื่อนอีกคนน่าจะรู้จักและสามารถประสานได้ ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากช่วยเหลือเพื่อน และไม่มีเจตนาแอบอ้างแต่อย่างใด อยากจะขอ โอกาสกลับเนื้อกลับตัว
ด้านพล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากมีผู้แจ้งเบาะแสว่าทั้งสองรายและพวก มีพฤติกรรมแอบอ้างว่ามีความสนิทสนมกับตน ออกอุบายว่าสามารถที่จะช่วยเหลือวิ่งเต้นคดีได้ โดยร่วมกันตัดต่อรูปภาพของตน และสร้างเป็นโปรไฟล์ในแอพพลิเคชั่นไลน์ นำมาแสดงต่อบุคคลอื่น โดยเน้นชาวต่างชาติอ้างว่ามีความสนิทสนมและทำงาน ใกล้ชิดกับตนเอง สามารถช่วยเหลือวิ่งเต้นล้มคดีได้ ซึ่งรายล่าสุดมีการนัดผู้เสียหายที่ร้านอาหารฝรั่งเศสแห่งหนึ่ง ย่านสาทรด้วย

อ้างบิ๊กต่อ – พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. สอบปากคำนายอำพุธ กุตเสนา และนาย คุณเดช ธัญธนากรณ์ ร่วมกันแอบอ้างปลอมไลน์พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ หลอกลวงวิ่งเต้นคดีให้ชาวต่างชาติ ตรวจค้นบ้านพบโพยส่วยหน่วยงานต่างๆ ที่บช.สอท. เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพบว่านำภาพถ่ายร่วมกับข้าราชการระดับสูง ในกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ และนักการเมือง ชื่อดัง รวมถึงภาพถ่ายขณะติดบัตรผ่านเข้าออก ทำเนียบรัฐบาลไปแอบอ้าง เพื่อสร้างความ น่าเชื่อถือให้ผู้พบเห็น ซึ่งในส่วนนี้ทำให้เกิดความเสียหาย และอาจทำให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนเข้าใจผิด จึงได้มอบหมายให้บช.สอท.รับคำร้องทุกข์ สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมหลักฐานพบว่ามีมูลความจริง จึงขออนุมัติศาลออกหมายค้นเป้าหมายจำนวน 2 จุด ในจังหวัด ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร เพื่อหาพยานหลักฐานมาใช้ในการยืนยันความผิด
“ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน หากพบว่ามีบุคคลใดกล่าวอ้างหรือแอบอ้าง ผมว่าสามารถช่วยเหลืออาชญากร หรือวิ่งเต้น ล้มคดี โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์อื่นใด ขอให้เชื่อว่ากำลังถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน และฝากเตือนไปยังบุคคลใดก็ตาม ที่แอบอ้าง ว่ามีความรู้จักสนิทสนมกับผม และนำชื่อ หรือภาพถ่ายใดๆ ตนเองไปแสวงหาประโยชน์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เลิก พฤติกรรมไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะก่อความเสียหาย และความเชื่อมั่นศรัทธา ในองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” รองผบ.ตร.กล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายอำพุธ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้มีและใช้ให้กับบุคคลอื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งสภ.หนองปรือ ดำเนินคดี ตามกฎหมาย และแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ด้วย
รายงานข่าวเปิดเผยว่าว่า ภายหลังการสอบปากคำแจ้งข้อกล่าวหานายอำพุธเสร็จสิ้นแล้ว นายคุณเดชได้ประสานเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียก ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้ง ข้อกล่าวหาความผิดเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในส่วนของโพยเก็บเงินที่ระบุหน่วยงานต่างๆ นั้น ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบหากพบว่าแอบอ้าง หรือเข้าข่ายการกระทำความผิด ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
ต่อมาพนักงานสอบสวนบช.สอท. ได้นำตัว นายอำพุธไปส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครใต้ ในข้อหาโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ทั้งนี้ ศาลแขวงพระนครใต้ ได้พิพากษาจำเลยจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท ซึ่งทางจำเลยให้การสารภาพ ลดกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกรอลง อาญา 1 ปี
ส่วนนายคุณเดช ซึ่งเป็นผู้ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายและเหตุการณ์ในวันที่นายอำพุธ ได้อ้างพล.ต.อ.ต่อศักดิ์กับทางผู้เสียหายนั้น พนักงานสอบสวนบช.สอท. ได้สอบปากคำไว้ประกอบสำนวน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พยานหลักฐานที่พบในบ้านพัก หากพบว่าเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดส่วนใดก็จะแจ้ง ข้อหาตามขั้นตอนต่อไป