ตร.บุก รวบ48ตี๋หมวย
เปิดห้องลับวีไอพีมั่วเสพ
ขยายผลโยงผับจินหลิง
บุกจับโอเกะจีน รวบ 48 นักเที่ยวขณะปาร์ตี้มั่วยา เริงร่ากลางกรุงย่านถนนเพชรบุรี เปิดรับเฉพาะชาวจีน ค่าบริการคืนละแสน ‘ดส.’ เข้าตรวจพบสารพัดยาเสพติด เร่งสอบมีเอี่ยวผับจินหลิงหรือไม่ สอบพบเพิ่งเปิดมา 1 เดือน ‘บิ๊กเด่น’สั่งขยายผล กำชับทุกพื้นที่ถ้ามีธุรกิจแบบนี้ให้รีบดำเนินการจับกุม
เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.อ. ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผกก.กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงไดมอนด์ เคทีวี ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กทม. พบนักเที่ยวชาวจีน 48 คน เป็นหญิง 18 คน ชาย 30 คน เปิดห้องคาราโอเกะ 4 ห้อง ปาร์ตี้มั่วสุมเสพยาเสพติด จากการตรวจสอบพบของกลางยาเสพติด ชนิดโคเคน, เคตามีน, ยาอี, แฮปปี้วอเตอร์ และอุปกรณ์การเสพจำนวนมาก จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงนำนักเที่ยวทั้งหมดตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
พ.ต.อ.ธีรศักดิ์เปิดเผยว่า สถานบันเทิงแห่งนี้ได้แอบเปิดให้บริการ ห้องคาราโอเกะ KTV สำหรับกลุ่มนักเที่ยวชาวจีน โดยให้บริการตั้งแต่เวลา 22.00 น.เป็นต้นไปจนถึงเช้า และเป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติดของนัก ท่องเที่ยวชาวจีน โดยไม่อนุญาตให้คนไทยเข้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนมีฐานะมาเที่ยว โดยจะคิดค่าบริการห้องคาราโอเกะ ห้องละ 1 แสนบาท ใช้บริการได้ 6 ชั่วโมง นับแต่เปิดห้องจนถึงเช้า ซึ่งแต่ละห้องจะมีดีเจส่วนตัวให้เปิดเพลง มีเด็กเสิร์ฟประจำให้แต่ละห้อง และต้องจองล่วงหน้า
การเข้าจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ กก.ดส.ได้ติดตามหาข้อมูลสถานบันเทิงแห่งนี้มาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ กระทั่งสืบทราบว่าสถานบันเทิงแห่งนี้ มีพฤติการณ์คล้ายกับผับจินหลิง ที่เคยถูกเข้าจับกุมไปเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2565
พ.ต.อ.ธีรศักดิ์กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีนักท่องเที่ยวหลายคนที่มีสาร เสพติดในร่างกาย จึงควบคุมตัวดำเนินคดี และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลว่า ทางสถานบันเทิงมีส่วนเกี่ยวข้องให้มีการจำหน่ายยาเสพติดแก่นักเที่ยวที่มาใช้บริการด้วยหรือไม่ และจะตรวจสอบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่ถูกจับกุมนั้นเข้าเมืองถูกต้องด้วยหรือไม่
ทั้งนี้จากการตรวจสอบภายในห้องคาราโอเกะที่เปิดให้บริการ พบว่ามีข้าวของกระจัดกระจาย อาหารและเครื่องดื่มวางไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ มีลูกโป่งปาร์ตี้กระจัด กระจายเต็มห้อง ทางเจ้าหน้าที่ยังสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเป็นยาเสพติดได้อีกจำนวนมาก เบื้องต้นทราบว่านักท่องเที่ยวที่ถูกจับกุมทั้งสี่ห้องนั้นไม่ได้เป็น กลุ่มเดียวกันแต่อย่างใด และในขณะที่ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพก็พบนักเที่ยวชาวจีนถูกคุมตัวแยกกันไว้ตามห้องต่างๆ ซึ่งอยู่ในสภาพอิดโรยเนื่องจากยังไม่ได้พักผ่อนตั้งแต่เมื่อคืน ที่ผ่านมา โดยกลุ่มนักเที่ยวดังกล่าวรู้จักกัน โดยบังเอิญผ่านร้านอาหารย่านห้วยขวาง ขณะที่ไปนั่งรับประทานอาหารกัน จากนั้นไกด์ก็ได้แนะนำสถานที่เที่ยวให้ผู้ที่สนใจจะไปใช้บริการ ก่อนจะมีนักเที่ยวที่สนใจรวมตัวกันไปเที่ยวดังกล่าว
ด้านพนักงานร้านฝ่ายบัญชี ระบุว่า สถานที่ แห่งนี้เปิดมาได้ 1 เดือน โดยจะเปิดเวลา 21.00-02.00 น. ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าเจ้าของเป็นใคร แต่ได้สมัครงานผ่านชาวจีน และมี ผู้จัดการร้านชาวจีนคอยดูแลเท่านั้น โดยตนทำงานที่ร้านแห่งนี้มาได้ 1 เดือน กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วง 21.00 น.กลุ่มลูกค้าชาวจีนได้เดินทางเข้ามาใช้บริการ และต่อมาขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์รับแขกก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจค้นและเข้าจับกุมกลุ่ม นักเที่ยวดังกล่าว
พนักงานระบุอีกว่า สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนมากจะเป็นชาวจีน รวมถึงมี คนไทยเข้ามาใช้บริการบ้างบางครั้ง เชื่อว่ามีไกด์เป็นผู้พาลูกค้ามาให้ใช้บริการที่ร้าน สำหรับตนเป็นชาวจีนฮ่อ และพนักงานร้านส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ที่สามารถพูดภาษาจีนได้ ส่วนราคาค่าห้อง มีตั้งแต่ราคา 6,500-15,000 บาท ไม่รวมค่าเครื่องดื่ม ซึ่งค่าใช้จ่ายของกลุ่มนักเที่ยว ดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 70,000-80,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ ดส. ยังคงทำบันทึกจับกุมนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาใช้บริการ ‘ไดมอนด์ เคทีวี’ ต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยให้พนักงานของร้านบางส่วนมาช่วยเป็นล่ามในการสื่อสารเพื่อทำบันทึกจับกุม และมีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘ไดมอนด์ เคทีวี’ ตั้งอยู่ภายในเมรี อาบ อบ นวด โดยในส่วนของอาบอบนวดไม่ได้เปิดให้บริการ ผู้ที่มาเที่ยว ‘ไดมอนด์ เคทีวี’ จะต้องเดินผ่านห้องโถงของเมรีอาบอบนวด เข้าไปข้างในจนสุดทางเดิน จะพบส่วนของประตูกระจกกั้นเป็นพื้นที่ห้อง เข้าไปแล้วจะเป็นในส่วนของไดมอนด์ เคทีวี มีไฟแอลอีดีประดับส่องสว่างตามเสา ตกแต่งภายในอย่างทันสมัย ตกแต่งด้วยตุ๊กตานักบินอวกาศ มีทั้งสิ้น 8 ห้องสูท เรียงตามตัวเลขคือ ห้อง 801, 802, 805, 806, 803, 777, 888 และ 999 ที่ห้องโถงต้อนรับ มีเคาน์เตอร์รับแขก

ปาร์ตี้จีน – ตำรวจกก.ดส.บช.น.และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. บุกตรวจสถานบันเทิง ไดมอนด์ เคทีวี ภายในเมรีอาบอบนวด ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กทม. พบหนุ่มสาวชาวจีนมีระดับปาร์ตี้มั่วสุมยาเสพติดคล้ายผับจินหลิงที่ถูกทลายไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.
รายงานแจ้งว่า สถานที่แห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุราแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีการจับกุมชายชาวไทยคาดว่าเป็นคนดูแลสถานที่ดังกล่าว ในข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน หลัง เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบอาวุธปืน 1 กระบอก โดยตำรวจจะต้องตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตามหลังจากที่ เจ้าหน้าที่ กก.ดส.บช.น.ทำบันทึกจับกุมกลุ่มนักเที่ยวทั้งหมดแล้ว ก็จะส่งไปควบคุมตัวที่ สน.มักกะสัน ก่อนนำตัวทั้งหมดไปส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
วันเดียวกัน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ถือว่าเป็นผลงานการปฏิบัติ ใครจะทำผิดกฎหมายอะไรก็ตามถ้าเราได้เบาะแสจะดำเนินการไปตามที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งอย่างตรงไปตรงมา ถ้าใครปล่อยปละละเลยเราก็จะมีการลงโทษ อย่างเช่นที่ จ.ภูเก็ต ทราบว่าได้จับกุมสถานบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เปิดถึงเช้า ต้องลงโทษ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มนักเที่ยวที่ถูกจับกุมมีส่วนเชื่อมโยงกับผับจินหลิงหรือไม่ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบขนาดนั้นยังรอรับรายงานอยู่ ทั้งนี้ลักษณะเป็นการมั่วสุมเสพยาด้วย เป็นรูปแบบที่ต้องไปกวดขันเพิ่มเติม เชื่อว่าอนาคตอาจจะมีการลักลอบอีก เหมือนปกติสิ่งผิดกฎหมายอาจจะลักลอบจากสถานบริการไปอยู่ที่คอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ โรงแรม เจ้าหน้าที่ต้องหาข่าวการทำงาน ถ้าได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนแจ้งเบาะแสมาเจ้าหน้าที่ก็จะทำงานง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ขยายผลและสั่งให้ท้องที่อื่นถ้ามีลักษณะนี้ให้รีบดำเนินการ
ขณะที่ พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. และพล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เดินทางลงไปตรวจสอบรถของนักท่องเที่ยวที่นำมาจอดไว้ที่ลานจอดรถ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถหรู และรถแวน เจ้าหน้าที่ยึดไว้ตรวจสอบทั้งสิ้น 5 คัน จอดไว้ที่ลานจอดหน้าร้าน 3 คัน และที่หลังร้านอีก 2 คัน โดยหนึ่งในนั้นเป็นรถของนักท่องเที่ยวห้อง 803 ซึ่งมียาเสพติดอยู่ภายในรถ โดยเจ้าตัว อ้างว่า เข้ามาใช้บริการร้านแห่งนี้ได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ก็ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุม ส่วนยาเสพติดนั้นยังไม่ขอให้การ
พล.ต.ต.อัฏธพร ระบุว่า ร้านแห่งนี้เปิดมาแล้ว 1 เดือน จากเอกสารที่ตรวจพบ พบว่าเจ้าของร้านเป็นคนไทย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อต้องขอตรวจสอบในเชิงลึกอีกครั้ง และจากระยะเวลาตั้งแต่ตอนเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม จนถึงขณะนี้กว่า 8 ชั่วโมง ยังไม่พบว่าภายในร้านมีรับฝากยาเสพติดเหมือนกับที่ผับจินหลิง แต่พบว่าเอายาเสพติดใส่ไว้ในรถ อาจจะเป็นการเดินเข้ามาหยิบจากภายนอกเข้าไปเสพภายในหรือไม่ หรือปล่อยปละละเลยไม่มีการตรวจ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจมาตรวจเลือดนักท่องเที่ยวทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าไม่มีการปล่อยนักท่องเที่ยวรายใดออกจากสถานบันเทิงดังกล่าว
พล.ต.ต.อัฏธพรกล่าวอีกว่า สำหรับร้านคาราโอเกะแห่งนี้จากการตรวจสอบคาดว่าดำเนินการในลักษณะของการมาเช่าพื้นที่ร้านเมรีอาบอบนวดประกอบกิจการ โดยจะต้องตรวจสอบเอกสารให้ละเอียดอีกครั้ง ส่วนจะเป็นเครือข่ายเดียวกับผับจินหลิงหรือไม่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนการดำเนินการกับตำรวจในพื้นที่ เบื้องต้นจะต้องมีการดำเนินการอย่างแน่นอน โดยทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนจะต้องดำเนินการกับตำรวจรายใดยังไม่สามารถบอกได้