ครอบครัวกลัว-โดนหลอก 8พรรคลุ้นไทม์ไลน์ตั้งรบ.ไว ก้าวไกลมึนถูกสอบค้อนเคียว กกต.สั่งให้นับใหม่ 47หน่วย

ครอบครัวชินวัตรห่วง‘โทนี่-ทักษิณ’ถูกหลอก ขอเบรกไม่ให้กลับไทยช่วงนี้ แต่เจ้าตัวยังยืนยันมาแน่เดือนก.ค. กกต.สั่ง นับคะแนนใหม่ 47 หน่วย ทั้งปาร์ตี้ลิสต์และแบ่งเขต ก้าวไกลสุดงงโดน กกต.เรียกสอบสัญลักษณ์ค้อนเคียว อ้างเป็นปฏิปักษ์การปกครอง ‘พิธา’แจงแค่การ์ตูนแนะนำผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์เครือข่ายแรงงาน แกนนำ 8 พรรคถกตั้งรัฐบาล คาดขยับไทม์ไลน์ไวขึ้น ‘ชลน่าน’ ลั่นต้องตั้งให้ได้ มั่นใจไม่เกิดอุบัติเหตุการเมือง ทัวร์ลงหนักเพจ กกต. รุมถล่มปม เช็กบิล‘ทิม’ถือหุ้นสื่อ ‘อิทธิพร’เผยยังไม่ถึงขั้นชี้มูล แค่ถกรับ-ไม่รับคำร้อง แจงข่าวปลอมแจกใบแดง 10 ว่าที่ ส.ส.ก้าวไกล

กกต.เรียกสอบ-การ์ตูนค้อนเคียว
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเอกสารด่วนที่สุดถึงหัวหน้าพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ใจความตอนหนึ่งว่า “ด้วยคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยาน หลักฐาน กรณีมีผู้กล่าวหาว่า พรรคก้าวไกลกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 (2) และยินยอมให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนาย ปิยบุตร แสงกนกกุล ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค “เพื่อไทย” กระทำการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำพรรค “เพื่อไทย” อันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 และขอให้กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อ สั่งยุบพรรคก้าวไกล ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 93 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ประกอบข้อ 7 ของระเบียบกกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ.2566

คณะกรรมการรวมรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรค การเมือง จึงขอทราบข้อเท็จจริงพร้อมพยานหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ดังนี้

ขอทราบว่า ตามที่พรรคก้าวไกลได้ โพสต์ข้อความและรูปภาพทาง Facebook Fanpage เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ในหัวข้อ เตรียมพบกับซีรีส์ชุด ปาร์ตี้ลิสต์ก้าวไกลนั้น โพสต์ดังกล่าวมีความหมายว่าอย่างไร และตัวละครตามที่ปรากฏในภาพตามโพสต์หมายถึงผู้ใด อย่างไร สื่อความหมายว่าอย่างไร และสัญลักษณ์ค้อนไขว้กับเคียวที่ปรากฏในภาพตามโพสต์นั้น สื่อความหมายว่าอย่างไร และเหตุใดจึงต้องใช้สัญลักษณ์ค้อนไขว้กับเคียวประกอบตัวละครในโพสต์ดังกล่าว”

ก้าวไกลโวยนิติสงคราม
พรรคก้าวไกล ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า “ป๊าดดดดดด!!! ไม่ได้ดูเลยว่ามันคือการ์ตูนแนะนำเครือข่ายแรงงาน ก็ต้องมีทั้งจักรเย็บผ้า มีทั้งยางรถยนต์ เครื่องจักร มีทั้งประแจ มีทั้งไขควง และแน่นอน มันต้องมี ค้อน และ เคียว! เพราะเราตั้งใจสื่อถึงเครื่องมือที่คนทำงานสร้างโลกนี้ขึ้นมา”

พรรคก้าวไกล ยังระบุถึงข้อผิดพลาดในเอกสารที่ กกต.ส่งมา มีการเขียนผิดเขียนถูก ตั้งใจส่งถึง “พรรคก้าวไกล” แต่กลับพิมพ์ชื่อพรรคผิดเป็นเป็นชื่อ “พรรคเพื่อไทย” พร้อมระบุว่า “นี่แหละนะ คือนิติสงคราม คือการ เอาคดีความต่างๆ มายัดทำให้พวกเราเสียสมาธิ ในการทำงาน ต้องเสียเวลาไปชี้แจง หาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง ส่วนนักร้องก็ไม่ต้องทำอะไร แค่ไล่กล่าวหาคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเป็นมาของ “ค้อนเคียว” มักใช้เพื่อเป็นเครื่องหมายของลัทธิคอมมิวนิสต์ พรรคคอมมิวนิสต์ หรือรัฐคอมมิวนิสต์ต่างๆ ทั่วโลก โดยปกติแล้วมักทำเป็นรูปค้อนและเคียวไขว้กันดังภาพ ซึ่งเครื่องหมายทั้งสองอย่างนี้ คือสัญลักษณ์บุคคลในชนชั้นกรรมาชีพและชนชั้นชาวนา การนำสัญลักษณ์ทั้งสองอย่างมารวมกัน จึงหมายถึงเอกภาพของแรงงานในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมในแบบคอมมิวนิสต์

8 พรรคร่วม – หัวหน้าและตัวแทน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรี เดินออกจากห้องประชุมเพื่อไปแถลงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลเป็นครั้งที่ 3 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรี ตัดใหม่ กทม. เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.

‘พิธา’นำ 8 พรรคสัญจรถกตั้งรบ.
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เป็นประธานการประชุมพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเป็นครั้งที่ 3 มีหัวหน้าพรรคทั้ง 8 พรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ปธ.) และตัวแทนจากพรรคพลังสังคมใหม่ (พ.ส.ม.)

เวลา 12.20 น. นายพิธาแถลงว่า การประชุมจัดตั้งรัฐบาลตอนนี้เหมือนเป็นการประชุมสัญจรไปแล้ว ตนตั้งใจให้มีการประชุมอาทิตย์เว้นอาทิตย์ เพื่อพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนวันนี้มีวาระสำคัญ 2 เรื่อง 1.ประเมินสถานการณ์การเมือง ไทม์ไลน์ จัดตั้งรัฐบาล 2.อัพเดตความคืบหน้าคณะทำงาน และคณะกรรมการประสานงาน ผลการประชุมหัวหน้าพรรค 8 พรรค เห็นตรงกันว่าน่ายินดีที่กกต.จะรีบทำงาน รับรอง ส.ส.ให้ได้เร็วที่สุด 95% ถ้าเป็นไปอย่างประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์ไว้ หรือแม้แต่สื่อเคยทำไทม์ไลน์ว่า 13 ก.ค.เป็นวันสุดท้าย

หากมีกระบวนการรับรอง ส.ส.รายงานตัว เปิดประชุมสภาเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เลือกนายกฯ และมีการถวายสัตย์ฯ เห็นตรงกันว่าน่าจะเลื่อนขึ้นมาเร็วมากขึ้น 2-3 อาทิตย์ หัวหน้าพรรคทุกคนต้องเตรียมพร้อมจัดเตรียมนโยบายแถลงต่อรัฐสภา ดู การเปลี่ยนผ่านงบประมาณ ที่น่าจะเข้าสภาช่วงส.ค.-ก.ย. ถ้าจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วจะมีการบริหารจัดการงบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลประชาชนได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เป็นเรื่องน่ายินดีที่เราจะขยับไทม์ไลน์

ส่วนเรื่องอัพเดตการทำงาน จะประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 20 มิ.ย.ที่พรรคไทยสร้างไทย นอกจากนี้ได้ประสานไปยังคณะกรรมการประสานงานฯ เพื่อตั้งคณะทำงานเพิ่มขึ้นอีก 2 คณะ คือ 1.คณะทำงานเกี่ยวกับการปฏิรูปประมง 2.คณะทำงานเรื่องการดูแลการเปลี่ยนผ่านงบประมาณ

คาดไทม์ไลน์ไวขึ้น-แจงค้อนเคียว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อที่ประชุมเห็นตรงเรื่องไทม์ไลน์จะขยับขึ้นมา ปัญหาเรื่องประธานสภา ระหว่างก้าวไกลและเพื่อไทย จะจบได้แล้วใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ยังพูดคุยกันอยู่ แต่แน่นอนในเมื่อสิ่งที่สรุปได้กับหัวหน้าพรรคทั้งหมดว่าในเมื่อการรับรองส.ส.ไม่ใช่วันที่ 13 ก.ค.แล้วเลื่อนเข้ามา แน่นอนว่า ทุกกระบวนการทำงาน ทั้งเรื่องบุคลากร นโยบาย งบประมาณ ก็สรุปได้ว่าต้องเร่งรัดการทำงานมากขึ้น

ต่อข้อถามว่าหลังเลือกตั้งผ่านไป 4 สัปดาห์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยังไม่โทร.มา เเสดงความยินดีที่ชนะเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ยังไม่มีการโทร.มาจากพล.อ. ประยุทธ์ เข้าใจว่าธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองของตนกับพล.อ.ประยุทธ์คงต่างกัน ขณะเดียวกันวันหนึ่งถ้าตนเป็นนายกฯ แล้วมีการเลือกตั้ง ถ้าตนแพ้การเลือกตั้ง ตนต้องเป็นคนโทร.หาผู้ชนะและก็ยอมแพ้ เพื่อที่จะให้การเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลไร้รอยต่อมากที่สุด ถ้าเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่ากกต.สอบถามเรื่องการใช้สัญลักษณ์ค้อนเคียวของพรรคก้าวไกล อยากอธิบายเพิ่มเติมหรือไม่ว่า จุดยืนเรื่องการใช้สัญลักษณ์ ทั้งหาเสียงโดยตรงโดยอ้อมเป็นอย่างไร เพราะประเทศไทยจะตั้งชื่อพรรคว่าพรรคสังคมนิยมยังทำไม่ได้ นายพิธากล่าวว่า สำหรับพรรคก้าวไกลคำชี้แจงก็ตามที่โพสต์ว่าเป็นการแสดงออกถึงเครื่องมือทำมาหากินของปาร์ตี้ลิสต์ที่อยู่ใน 100 คน ที่มีทั้งพี่น้องเกษตรกรและแรงงาน จุดประสงค์มีอยู่แค่นี้ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

เมื่อถามว่ามีนายทุนกลุ่มสหพัฒน์ กังวลใจว่าพรรคก้าวไกลอาจบริหารประเทศล้มเหลวทางเศรษฐกิจเหมือนยูเครน นายพิธากล่าวว่า ความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจ ยังต้องมีโอกาสพูดคุยกับทุนเก่า นักธุรกิจหลายๆ คน และต้องบอกว่าการอนุมานจากประเทศหนึ่งไปอยู่กับประเทศหนึ่งตามที่พูดมาคือยูเครน ตนติดว่าผิดบริบทไปเยอะ ไม่จำเป็นต้องอนุมานที่เกินไป ขณะเดียวกันเรื่องความเชื่อมั่นพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลตอนนี้ พร้อมเดินหน้า สร้างความเชื่อมั่นไปเรื่อยๆ ในเรื่องการบริหารจัดการ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ทำงานเพื่อคนทุกคน

ไร้กังวลเจอ 3 ด่านหิน
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่บอกว่าเป็นผู้จัดการมรดกหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เริ่มเมื่อไหร่ จบเมื่อไหร่ และหุ้นดังกล่าวได้รับมาเมื่อไหร่ และการเป็นส.ส.เมื่อปี 2562 ยังถือหุ้นดังกล่าวอยู่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เรื่องหุ้น ต้องรอฟังรายละเอียดกกต. การเป็น ผู้จัดการมรดกของตนเริ่มตั้งแต่เมื่อศาลสั่ง จนกระทั่งถึงตนโอนหุ้น ต่อข้อถามว่าเป็น ผู้จัดการอย่างเดียวหรือเป็นผู้รับโอนด้วย นายพิธากล่าวว่า เป็นผู้จัดการมรดกอย่างเดียว ไม่ได้รับโอน ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้อาจเข้าข่ายรู้อยู่แล้ว ยังมาลงสมัครส.ส. นายพิธา กล่าวว่า ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องตอบมากไปกว่านี้ รอความชัดเจนจากกกต.

ต่อข้อถามว่าที่บอกว่ามีกระบวนการฟื้นฟูไอทีวี อยากให้ระบุว่าใครอยู่เบื้องหลัง นายพิธากล่าวว่า ไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่อย่างที่บอกว่ามีหลายท่านส่งข่าวมาที่ตน ซึ่งต้องพูดกันให้ชัด ไม่ว่าพยายามจะฟื้นคืนชีพด้วยเหตุผลทางธุรกิจของผู้บริหารเอง หรือพยายามจะฟื้นคืนชีพมาเพื่อเหตุผลทางการเมืองเพื่อที่จะสกัดกั้นตน ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ความน่าจะเป็นมันมีอยู่ในอนาคต ตนต้องบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาทั้งเรื่องหลักฐานต่างๆ หรือหลักกฎหมายในการตัดสิน ถ้าบริสุทธิ์ยุติธรรม มีมาตรฐานเดียวกันมา ตนคิดว่าในอดีตที่ผ่านมาไม่มีปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล คงตอบได้เท่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีหุ้นไอทีวีที่ยื่นต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เมื่อปี 2562 เป็นการถือหุ้นหรือเป็นการจัดการมรดก และหากเป็นการจัดการมรดก เป็นไปตามพินัยกรรมหรือคำสั่งศาล นายพิธากล่าวว่า ขอรอดู รายละเอียดจากกกต.ก่อน ส่วนที่มีคนตั้ง ข้อสังเกตว่านายพิธาจะเจอ 3 ด่าน คือ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กว่าจะได้เป็นนายกฯ นายพิธากล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวล แต่ไม่ประมาท ทั้ง 3 ด่านตนวางแผนทำงานและมีคีย์แมนดูแลทั้ง 3 ด่าน ยังสามารถเดินหน้าทำงานต่อไป ขอให้ประชาชนอย่ากังวลใจ จัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน

ไม่หวั่นถ้าแจก 20 ใบแดง
ส่วนที่มีรายงานข่าวว่าตนไปค้ำประกันหนี้สินจำนวนหนึ่ง แต่ไม่แจ้งป.ป.ช. จะมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นนายกฯ หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหา เพราะมีการประสานงานกับ ป.ป.ช.โดยตลอด ซึ่งยัง ไม่เห็นข้อมูลทั้งหมด แต่หากมีคนร้องจริงหรือมีคำถามจากป.ป.ช. ยินดีที่จะชี้แจงเช่นเดียวกับกรณีการถือหุ้น แต่เป็นเรื่องปกติที่จะมีเรื่องต่างๆ เพื่อมาสกัดกั้น และไม่ได้กังวลใจแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ส่งผลให้ไม่ได้เป็นนายกฯ แคนดิเดต นายกฯ จะมาจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า อุบัติเหตุทางการเมือง เราอนุมานได้หลายรูปแบบ แต่เป็นสิ่งที่เราเตรียมตัวไว้หมดแล้วในทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อทำให้โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดได้น้อยที่สุด

ต่อข้อถามว่าหากว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกลถูกใบแดง พรรคเพื่อไทยกลับมีจำนวนส.ส. มากกว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเปลี่ยนสมการและนายพิธายังมีโอกาสเป็นนายกฯ หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า การประกาศรับรองส.ส.ต้อง 475 คน หรือ 95% แต่หากจะมีการแจกใบแดง 20 คนจริง ก็ไม่มีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือเปิดประชุมสภา ส่วนจะถึง 20 คนจริงหรือไม่ จากการสอบถามภายในไม่ได้มีการร้องมา ทางฝั่งนี้ น่าจะเป็นฝั่งตรงกันข้าม แต่หากมีการเลือกตั้งใหม่ พรรคก้าวไกลมีความพร้อมเลือกตั้ง และอาจทำให้พรรคได้ส.ส.มากขึ้นด้วยซ้ำไป

‘ชลน่าน’เชื่อไม่เกิดอุบัติเหตุ
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตอบข้อถามถึงกระแสข่าวพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยอมวางมือทางการเมือง ทำให้ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอาจมาอยู่พรรคเพื่อไทยว่า เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการพูดคุย และไม่ได้มีการสมมติว่าจะเกิดขึ้นด้วย พรรคเพื่อไทย มุ่งมั่นที่จะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้และป้องกัน ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองให้มากที่สุด จากการพูดคุยขณะนี้ยังคงมั่นใจว่าจัดตั้งรัฐบาลได้ ฉะนั้น การสมมติถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ขออนุญาตไม่สมมติ และมั่นใจว่าจะไม่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกกต.จะรับรองส.ส. หากมีใบเหลือง ใบแดง มองว่าจะส่งผลต่อสมการตัวเลขในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เท่าที่ฟังประธานกกต.แถลงต่อสื่อมวลชน หากเป็นไปตามนั้นคำร้องกว่า 280 เรื่อง มีว่าที่ส.ส.ที่อยู่ในข่าย 20 คน ตามกฎหมายต้องมีการรับรองส.ส. ไม่น้อยกว่า 95% หลังจากนั้นต้องมีการรายงานตัว จากนั้นสามารถเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภา นายกฯได้ แต่หาก ถามว่า 20 คนนี้มีผลหรือไม่นั้น หากอยู่ฝ่ายเราจริงๆ ก็ไม่มีผล เพราะมีตัวเลขส.ส.กว่า 290 คนถือว่าเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งได้

“ในส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าในจำนวน 20 คนนี้เป็นคนของพรรคเพื่อไทยนั้น คำว่า ถ้า ผมไม่อยากจะตอบ เพราะถ้ามันเยอะ ต้องไปดูข้อเท็จจริง เพราะขณะนี้เราพยายามติดตามอยู่ว่า 20 คนนี้เป็นคนจากพรรคไหน อย่างไร พรรคเพื่อไทยมีเท่าไหร่ เรายังไม่มีข้อมูลตรงนี้ ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ ต้องขออภัยจริงๆ ยังไม่สามารถที่จะตอบได้ แต่ยืนยันว่าเรายึดมั่นในฝ่ายประชาธิปไตย เราได้รับอาณัติมาจากประชาชน ซึ่งเป็นความจริงที่ผมสามารถพูดได้” นพ.ชลน่านกล่าว

เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลได้หยิบเรื่องดังกล่าวขึ้นมาหารือกันหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงไทม์ไลน์ของสถานการณ์ทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น ข้อสรุปเป็นเหมือนที่แถลงไปว่าไม่ส่งผล กระทบใดๆ กับแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล ของเรา

‘วันนอร์’ลั่นหมดยุคเผด็จการ
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปะประชาชนตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนสอบถามว่าเมื่อไหร่จะจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ เขารอเห็นรัฐบาลมาแก้ปัญหาของพวกเขา การเลือกตั้งประชาชนสนับสนุนฝ่ายไหนมากที่สุด ฝ่ายนั้นควรจะตั้งรัฐบาล ควรให้โอกาสเสียงของประชาชน ตนอยากให้สื่อมวลชนได้สะท้อนความรู้สึกและความต้องการของประชาชนในวันนี้ไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและ ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกกต. ศาลรัฐธรรมนูญ และผู้มีอำนาจ ประชาธิปไตยต้องเป็นของประชาชน เพื่อประชาชน และเป็นของประชาชน เรากำลังรอกกต.ว่าอย่างไร ขณะที่ต่างประเทศ กกต.เป็นเพียงผู้ช่วยให้เกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมเพื่อให้มีรัฐบาลใหม่โดยเร็ว

“ผมอยากให้สื่อมวลชนได้สะท้อนความรู้สึกของประชาชนมากกว่าเรื่องกกต.ซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องของคน ไม่กี่คน ประชาชนกว่า 70 ล้านคนอยากสะท้อนอะไร ผมว่าอันนี้คือปัญหาใหญ่ ของประเทศเราในวันนี้ และเป็นปัญหาใหญ่ ของประชาธิปไตย เราเลิกกลัวเรื่องเผด็จการ กันเสียที ควรจะหมดยุคของการฟังเผด็จการ อยากให้เป็นเวลาประชาธิปไตยของประชาชน เขาอยากจะได้รัฐบาลของประชาชน” นาย วันมูหะมัดนอร์กล่าว

‘ประเสริฐ’แย้มแบ่งเก้าอี้หลังรู้ผลส.ส.
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกรณีการถือหุ้นไอทีวีของนายพิธามีการวางแผนรองรับอะไรหรือไม่ว่า คดีหุ้นไอทีวีเป็นเรื่องภายในของพรรคก้าวไกล จึงจะไม่มีการหารือในที่ประชุม เนื่องจากทราบเบื้องต้นว่าพรรคเขาได้เตรียมข้อมูลสำหรับแก้ไขข้อกังขานี้แล้ว จึงเชื่อว่าพรรคก้าวไกลน่าจะผ่านพ้นประเด็นนี้ไปได้ด้วยดี

ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดสรรคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นรูปเป็นร่างเมื่อไร นายประเสริฐกล่าวว่า ต้องรอกกต.รับรองผลการเลือกตั้งก่อน เพื่อจะได้ทราบจำนวนส.ส.ของแต่ละพรรค ที่ชัดเจนแน่นอน ช่วงนี้จึงยังพอมีเวลาอยู่ เพราะหากนับจากวันเลือกตั้งเหลือเวลาไม่ถึงเดือน ย้ำว่าขอให้รออีกนิดเพราะยังอยู่ ในกรอบระยะเวลา 60 วัน หากกกต.รับรองภาพจะชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ยังคาราคาซัง แต่ยืนยันว่าไม่เป็นอุปสรรคระหว่างเพื่อไทยและก้าวไกล

ส่วนกรณีมีจำนวนว่าที่ส.ส.กว่า 20 คน ถูกร้องเรียน นายประเสริฐกล่าวว่า ต้องรอดูผลการรับรองของกกต. ถ้ามีการรับรองไปแล้ว 95% สามารถเปิดประชุมสภาได้ จึง ต้องจับตาดูว่าแต่ละพรรคใครจะโดนเรื่องอะไรบ้าง

‘อิ๊ง’แวะทัก-เสิร์ฟมินต์ช็อก
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯของพรรค ที่มาประชุมที่พรรคเพื่อไทย ได้เข้าไปทักทายแกนนำ 8 พรรคร่วมก่อนประชุมในฐานะ เจ้าบ้าน พร้อมนำกาแฟส้มและมินต์ช็อก มาเสิร์ฟให้ทุกคนได้ลองดื่ม

น.ส.แพทองธารกล่าวกรณีนายพิธา ลองดื่มมินต์ช็อกที่ร้าน Thinklab และเชิญชวนให้น.ส.แพทองธาร ไปดื่มอเมริกาโนส้ม ที่ Sol bar ของพรรคก้าวไกลว่า ตอบรับแน่นอน ดื่มกาแฟไม่เป็น แต่ยินดีไปขอเป็นเมนูอื่นที่ไม่ใช่กาแฟ มีโอกาสก็จะไป อยากลองเมนูหลายอย่างที่ร้าน Sol bar ส่วนที่นายพิธา กล่าวเชิญชวนให้ร่วมร้องเพลงด้วยกัน น.ส. แพทองธารกล่าวว่า ถ้ามีโอกาสน่าจะได้ร้องด้วยกัน เรื่องเพลงยังไม่การซ้อมด้วยกัน “เจอพี่ทิมที่งานไพรด์ ก็ถามว่าจะร่วมร้องเพลงขอให้เหมือนเดิมกับอิ๊งเหรอ ถ้ามีโอกาสจะได้ร้องด้วยกัน”

ส่วนความคืบหน้าการรีแบรนด์พรรค เพื่อไทย น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เรารีแบรนด์ ไม่ได้มองถึงการปรับโลโก้หรือสีของพรรคและโลโก้พรรคยังเหมือนเดิม จะมีวิธีสื่อสารกับโลกยุคปัจจุบันมากขึ้น เร็วขึ้น ซึ่งมีการประชุมกันหลายครั้งแล้ว

จับขั้วแน่น – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย แวะพูดคุยกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกฯ ระหว่างประชุมหัวหน้า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.

ยัน‘โทนี่’กลับไทยแพลนเดิม
ผู้สื่อข่าวถามกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ระบุจะกลับประเทศไทยเดือนก.ค.นี้ น.ส. แพทองธารกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการประสานอะไรให้ตนทราบ แต่คิดว่าแพลนการกลับมาของพ่อน่าจะค่อยๆ คืบหน้าไป และคงอีกไม่นานที่กำหนดจะกลับมา โดยจะกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คงต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งพ่อน่าจะจัดการอยู่ ในส่วนของครอบครัวคงต้องเตรียมความพร้อมไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสะดวกสบายหรือการต้อนรับ คิดไว้หลายแบบแต่พยายามคิด ด้านบวกเอาไว้ หลักๆ เป็นเรื่องความปลอดภัย คงไม่มีอะไรมากมาย รอให้ใกล้กว่านี้ให้ นายทักษิณส่งสัญญามาว่าจะให้เตรียมอะไรบ้าง ตอนนี้เราเตรียมโดยไม่มีหลักการ เพียงแค่จะต้อนรับกลับบ้าน

ต่อข้อถามว่าเบื้องต้นยังเป็นเดือนก.ค.นี้เหมือนเดิม น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คิดว่ายังเป็นเดือนก.ค.อยู่ แต่ต้องดูสถานการณ์ประกอบด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนตัวคิดว่าการที่คุณพ่อกลับมาอาจต้องเป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นต้องดูว่าหากกลับมาได้แล้วทุกอย่าง โอเคก็ต้องดูสถานการณ์ด้วย หรือกลับมาแล้วขณะนั้นเวลาเหมาะสมหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ทางการเมืองถือเป็นปัจจัยหลักหรือไม่ในการตัดสินใจ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คิดว่าพ่อต้องดูด้วย อยากให้กลับมาแล้วเป็นเรื่องดีๆ ไม่อยากกลับมาแล้วกำลัง มีความวุ่นวายอยู่ ต้องดูให้เหมาะสมมากกว่า ไม่ได้มีปัจจัยอะไรที่ทำให้กลับหรือไม่กลับ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหาก ก.ค.การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่สำเร็จ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ยังเป็นรัฐบาลรักษาการอยู่จะส่งผลกระทบต่อการกลับมาหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตรงนี้ไม่น่ามีผล พ่อให้สัมภาษณ์ไว้ว่าไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลจะกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่านายทักษิณได้บอกเหตุผลหลักๆ หรือไม่ว่าจะกลับดือนก.ค. น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ไม่แน่ใจแต่คิดว่าพ่อน่าจะชอบเดือนนี้อยู่แล้ว เพราะเป็นเดือนเกิดของท่าน ไม่ว่าท่านจะทำอะไรท่านจะยึดวันเกิดคนในครอบครัว

ชินวัตรเบรกทั้ง‘อิ๊ง’ทั้ง‘แม้ว’
รายงานข่าวเปิดเผยว่า วันเดียวกัน คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร นัดรับประทานอาหารกับคนในครอบครัว ประกอบด้วย นางพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พร้อมสามี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง คนในครอบชินวัตรไม่เห็นด้วยที่จะให้น.ส. แพทองธาร เป็นนายกฯในขณะนี้ เนื่องจาก ยังไม่พร้อม อยากให้รออีก 5 ปี และไม่ใช่ เรื่องง่ายกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน เพราะอายุแค่เพียง 37 ปีเท่านั้น และยังมี แคนดิเดตนายกฯ คนอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น นายเศรษฐา ทวีสิน มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเศรษฐกิจและอยากให้เศรษฐกิจของประเทศกระเตื้องขึ้นด้วย รวมถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

“อิ๊งยังอายุน้อย ประสบการณ์ก็น้อย แต่การที่เข้ามาทำงานการเมืองเพื่ออยากทำให้พรรคเพื่อไทยเข้มแข็ง ส่วนทิศทางการเมืองของอิ๊งให้เป็นไปตามสเต็ป ขณะเดียวกัน ตัวอิ๊งบอกพ่อว่า เที่ยวบินตัวเองยังไม่ได้ ซึ่งพ่อเขาก็เข้าใจ”

ส่วนการเดินทางกลับประเทศของนายทักษิณ ทางครอบครัวชินวัตร อยากให้ ทอดเวลาออกไปก่อน แต่นายทักษิณ อยากเดินทางกลับมาเลย ซึ่งทางครอบครัวยัง ไม่มั่นใจว่าจะถูกหลอกหรือไม่ และใจจริงอยากให้กลับมาหลังตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวกรณีนายทักษิณ ประกาศว่าจะกลับไทย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กำชับเรื่องนี้หรือไม่ว่า ไม่มี นายทักษิณเป็นผู้ใหญ่ตนไม่ก้าวล่วงดีกว่า เพราะนายทักษิณบอกว่า จะกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นก็กลับมาได้ ไม่มีปัญหาอะไร ยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ให้ความเห็นอะไรในเรื่องนี้

ทัวร์ลงเพจกกต.-ปิดคอมเมนต์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กสำนักงาน กกต. มีชาวโซเชี่ยลแห่เข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้ข้อมูลข่าวสารที่สำนักงาน กกต.นำเสนออย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่วิจารณ์ด้วยถ้อยคำหยาบคายเรียกร้องให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งโดยเร็ว รวมถึงตำหนิกรณี กกต.กำลังพิจารณาคำร้องให้ตรวจสอบการถือครองหุ้นไอทีวีของนายพิธา กระทั่งล่าสุดเช้าวันเดียวกันนี้ สำนักงาน กกต.ได้โพสต์ข้อมูลผลการดำเนินกิจกรรมการอบรมให้ความรู้ภาคีเครือข่ายประชาสัมพันธ์ระดับจังหวัด โดยปิดไม่ให้มีการแสดงความคิดเห็นใต้ภาพและข่าวประชาสัมพันธ์ดังกล่าว

เวลา 10.30 น. กกต.ได้ประชุมประจำสัปดาห์ ต่อเนื่องจาก 6 มิ.ย. ที่ได้พิจารณาความเห็นและข้อเสนอของสำนักงาน กกต.กรณีคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามการลงสมัคร ส.ส.ของนายพิธา เข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังคงลงสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ เพื่อให้ กกต.พิจารณาตั้งคณะไต่สวน หลังจากมอบหมายให้สำนักงานกลับไปรวบรวมรายละเอียดในคดีให้ครบถ้วนก่อนเสนอกลับเข้าที่ประชุม กกต.พิจารณาอีกครั้ง

ปธ.แจงปมหุ้นยังไม่ถึงขั้นชี้มูล
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติของนายพิธา ว่า เข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง กกต.จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบกรณีมีคำร้องหรือเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏว่ามีการกระทำใดอันเป็น การฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ยืนยันว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณารับคำร้องไว้ดำเนินการตามระเบียบหรือไม่เท่านั้น ยังไม่ได้พิจารณาว่ามีมูลต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนหรือไม่

ส่วนที่พบว่ามีว่าที่ ส.ส.ถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบ 20-30 คน จากทุกพรรคการเมือง และมีกระแสข่าวว่า กกต.เตรียมให้ใบแดงว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลนั้น นายอิทธิพรกล่าวว่า คำร้องยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของสำนักงาน กกต. หากสำนักงานเห็นว่าคำร้องบางคำร้องไม่ควรรับไว้พิจารณา จะต้องเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาว่าจะให้ไม่รับตามที่สำนักงานเสนอหรือไม่

ข่าวปลอมแจก10ใบแดงก้าวไกล
นายอิทธิพรกล่าวว่า ส่วนคำร้องใดที่สำนักงานรับไว้พิจารณา เป็นเรื่องที่สำนักงานจะต้องดำเนินกระบวนการพิจารณาตามระเบียบสืบสวนไต่สวน ซึ่งมีขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา คำร้องมีประมาณ 300 เรื่องแล้วจนถึงขณะนี้ และไม่ได้มีเฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง เรื่องคำร้องมีกระบวนการทำงานหลาย ขั้นตอน ทั้งขั้นตอนในระดับสำนักงาน เมื่อทำครบแล้วจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. ดังนั้น กระแสข่าวจึงไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่าตอนนี้คำร้องอยู่ที่ชั้นของสำนักงานบ้างแล้วใช่ไหม นายอิทธิพรกล่าวว่า มีบ้างก่อนหน้านี้ประมาณ 15-20 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงานเห็นว่าไม่ควรรับคำร้อง แต่คำร้องก้อนใหญ่ยังไม่เข้าที่ประชุม กกต.และถ้าเป็นคำร้องที่สำนักงานรับไว้ ต้องใช้เวลาอีก 2-3 เดือนอย่างเร็วกว่าจะเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ได้

วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.ชี้แจง กรณี มีผู้โพสต์ในโซเชี่ยลว่า “ส.ส.ก้าวไกลจะโดนใบแดงอีกเกือบ 10 คน เพราะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ไป เลือกตั้งท้องถิ่นนั่นแหละ เช่น อบต./เทศบาล/อบจ./ส.ก./ส.ข./ผู้ว่าฯ กทม. แล้วไม่ได้ทำหนังสือแจ้งว่าทำไมไม่ไป อันนี้เป็นคุณลักษณะต้องห้ามตาม รธน.อีก” ว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อความเท็จ โดย กกต.หรือเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในสำนักงาน กกต. หรือบุคคล ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่เคยให้ข้อมูล หรือเผยแพร่ข่าวสาร หรือแจ้งข่าวไปยังสื่อมวลชน หรือช่องทางการสื่อสารใดๆ ว่า ส.ส.พรรคก้าวไกล จะถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เลือกตั้งและพรรคการเมือง หรือจะเป็นผู้ได้รับใบแดง 10 คน ตามที่สื่อต่างๆ ได้นำข้อความไปโพสต์แต่อย่างใดทั้งสิ้น

ขู่ห้ามกดไลก์-กดแชร์-รีทวีต
นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณีมีผู้โพสต์ ทวิตเตอร์กล่าวหาว่า “กกต.ชุดนี้ห่วยแตกครับ เวลาผ่านมาเกิน 3 ปีแล้ว แต่คดีอาญาอันเนื่องมาจากการยุบพรรคอนาคตใหม่กลับเงียบสนิท กกต.ชุดนี้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะความผิดที่นำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ พ่วงมาด้วยความผิดอาญาตามมาตรา 124, มาตรา 125 และ มาตรา 126 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง”

โดยชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ กกต.ได้มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคอนาคตใหม่ 16 คน โดยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ คดีอาญาที่ 403/2564 ดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการสอบสวนให้เสร็จสิ้นได้ ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้

ดังนั้น กกต.จึงไม่ได้ละเว้นการดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคอนาคตใหม่ 16 คน และ กกต.ได้ดำเนินคดีอาญากับบุคคลทุกคนที่กระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองใดๆ โดยไม่มีการละเว้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น

กกต.ยังได้ระบุคำเตือนว่า ผู้ใดแชร์ข่าว ดังกล่าวด้วยวิธีการกดไลก์ กดแชร์ รีทวีต รีโพสต์ ทางยูทูบ ทางติ๊กต็อก ส่งต่อทางไลน์ไปยังกลุ่มต่างๆ หรือช่องทางสื่อสารอื่นๆ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

‘สนธิญา’ยื่นฟัน‘ทิม-เพื่อไทย’
เวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นให้กกต. สอบว่า นายพิธา อาจทำผิดข้อบังคับพรรคก้าวไกล ข้อที่ 12(6) ที่ระบุผู้จะเป็นสมาชิกพรรคต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) ถ้ามีการวินิจฉัยว่าเป็นความผิดก็เท่ากับนายพิธาไม่มีคุณสมบัติลงสมัครส.ส. และอาจไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ตามมาตรา 88 จะเท่ากับกระทำการเข้าข่ายครอบงำ ชี้นำ ทำให้พรรคก้าวไกลเข้าข่ายมาตรา 28 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเหตุนำไปสู่การยุบพรรคตามมาตรา 92(3) ได้

นอกจากนี้ ยังยื่นร้องให้กกต.ตรวจสอบการที่พรรคเพื่อไทยประกาศชะลอการทำตาม นโยบายหาเสียงกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 258(3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73 (5) หรือไม่ ถือเป็นการหลอกให้ประชาชนนับหมื่นนับแสนคนเลือกหรือไม่

‘ชลน่าน’แขวะทำให้วุ่นวาย
ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขอบคุณนายสนธิญา ที่ขยันทำหน้าที่ของตัวเองในประเด็นสาธารณะ เมื่อตนดูคำร้องของนายสนธิญา เราไม่ได้หวั่นเกรงและไม่ได้วิตกอะไร แต่ละฝ่ายล้วนทำหน้าที่ของตนเองไป การที่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้แถลงข่าวในนามพรรคไป มีความชัดเจนว่าเมื่อเราเป็นพรรคอันดับ 2 จะนำนโยบายของเราเสนอไปเป็นนโยบายรัฐบาล และการที่ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลต้องให้เกียรติพรรคอันดับ 1 ก่อน หมายความว่า ต้องมีการพูดคุยกัน จึงใช้คำว่าชะลอ เพราะนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต และนโยบายสวัสดิการของพรรคก้าวไกลต้องใช้เม็ดเงินก้อนเดียวกัน จึงมั่นใจในข้อกฎหมายว่าไม่ได้เข้าข่ายฐานความผิดที่เป็นการหลอกลวงประชาชน

ขั้นตอนการจัดทำนโยบายสาธารณะหากนายสนธิญา ศึกษาอย่างลึกซึ้งและเข้าใจประเด็น เขาจะไม่ร้องในประเด็นนี้ เพราะตนเชื่อว่าหากเขาร้องในประเด็นนี้เขาจะอาย ตัวเองที่ไม่ศึกษาอย่างลึกซึ้งและไปร้อง จนทำให้สังคมเกิดความสับสน วุ่นวาย ตอนแรกตนชมแล้วนะว่าเขาสามารถทำหน้าที่ได้ดี แต่บางเรื่องอะไรที่ทำให้สังคมเกิดความสับสนวุ่นวายก็เข้าข่ายก่อความวุ่นวายในสังคมได้ โดยเฉพาะมิติสังคมในขณะนี้ที่ส่งผลต่อ การจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่า จะฟ้องกลับหรือไม่ นพ. ชลน่านกล่าวว่า ในมาตรา 101 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มีข้อกฎหมายคุ้มครองพรรคการเมือง หากผู้ใดร้องเท็จหรือฟ้องเท็จพรรคการเมือง พรรคการเมืองสามารถร้องเอาผิดผู้ที่จงใจกลั่นแกล้งหรือทำให้พรรค การเมืองเสียหายได้ ซึ่งหากเป็นความจริงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปี และจำคุกไม่น้อยกว่า 5 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายคงต้องไปดูในรายละเอียดต่อไป

‘พี่ศรี’ร้อง-จ้อชื่อเหล้าออกสื่อ
ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค เพื่อ ชี้เป้าเอาผิดนายพิธา กรณีไปออกรายการกรรมกรข่าว “คุยนอกจอ” ทางช่องยูทูบ ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายสุราก้าวหน้าและรสนิยมการดื่มของตัวเอง พร้อมเปิดเผยชื่อยี่ห้อและเชียร์สุราชุมชนที่ตัวเองดื่มหลายชื่อ อันเข้าข่ายเป็นการโฆษณา ต้องห้ามตามกฎหมาย

“มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจถือเป็นอีกหนึ่งกรณี ที่ทำให้นายพิธาตกม้าตาย ไปไม่ถึงฝันเป็นนายกฯ คนที่ 30 ได้หรือไม่ด้วย เพราะ หากนายพิธาโดนโทษจำคุกในเรื่องนี้ แม้ จะรอลงอาญา แต่คุณสมบัติรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160(7) บัญญัติว่า ต้อง ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท”

นายศรีสุวรรณกล่าวกรณี กกต.ขอให้พรรคก้าวไกลชี้แจงภาพประชาสัมพันธ์ที่มีการ์ตูนซีรีส์ปาร์ตี้ลิสต์ก้าวไกลที่ปรากฏสัญลักษณ์ “ค้อนเคียว” หลังมีผู้ร้องอาจ เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองนั้นว่า เรื่อง ดังกล่าวตนไม่ได้เป็นผู้ร้องต่อกกต. แต่อาจเป็นเรื่องที่ กกต.เห็นด้วยตัวเองและหยิบยก ขึ้นมาพิจารณาหาข้อเท็จจริง

‘ปุ๊น’โดนฟ้องอาญา-แพ่ง
นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้รับหมายศาล ซึ่งฟ้องโดยกลุ่มบริษัท “กัลฟ์” หลังจากเคยแถลงข่าวถึงปัญหาค่าไฟแพง ซึ่งตนพร้อมด้วย นายรณกาจ ชินสำราญ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย ถูกฟ้องทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง และถูกเรียกค่าเสียหายอีก 100 ล้านบาท

ยืนยันว่า สิ่งที่ตนออกมาตั้งคำถามนั้น เป็นการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนพรรค การเมือง ซึ่งมีหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพ ภาครัฐหรือคู่สัญญาของรัฐต้องสามารถถูกตรวจสอบได้โดยประชาชนถึงความคุ้มค่า แต่หากการตั้งคำถามในฐานะประชาชนทำให้ตนต้องถูกฟ้องทั้งอาญา-ทั้งแพ่ง ตนก็ใช้จังหวะนี้ที่ต้องขึ้นศาล เบิกความเอาเอกสารข้อเท็จจริงทั้งหมดมาแสดงให้สาธารณชนได้รับทราบร่วมกันถึงสัญญาการซื้อไฟฟ้าระหว่างรัฐและนายทุน ส่วนรายละเอียดของคดี ตนจะแถลงเพิ่มเติมในภายหลัง

กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ 47หน่วย
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ สั่งให้นับคะแนนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ใหม่ ใน 31 หน่วยเลือกตั้ง และนับคะแนนส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ใน 16 หน่วยเลือกตั้ง จากการลงคะแนนการเลือกตั้งทั้งหมด 95,000 หน่วย ซึ่งเป็นไปตามที่สำนักงาน กกต. เสนอว่า เป็นกรณีที่พบว่ามีปัญหาบัตรออกเสียงเลือกตั้งและจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมีจำนวนตรงกัน แต่ผลคะแนนที่ออกมาไม่ตรงกับจำนวนดังกล่าว และกกต.เห็นว่าอาจมีผลต่อจำนวนคะแนนเสียงที่แต่ละพรรคการเมือง ได้รับ และมีผลต่อลำดับของผู้ได้รับเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่า จำนวน 47 หน่วยเลือกตั้งที่ให้นับคะแนนใหม่นั้นคือหน่วยเลือกตั้งใด ในจังหวัดใดบ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างที่สำนักงานกกต.กำลังทำคำสั่งเพื่อเสนอให้ประธานกกต.ลงนาม และแจ้งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบ โดยตาม แผนของสำนักงานกกต. ต้องการให้มีการนับคะแนนใหม่ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เนื่องจากเมื่อได้ผลคะแนนแล้วต้องนำมาคิดคำนวณสัดส่วนส.ส.ใหม่ เพื่อให้ทันกับแผนงานที่กกต.ตั้งใจว่าจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายในเดือนมิ.ย.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน