เฉี่ยวกับเครื่องไปไทเป กลางรันเวย์-ฮาเนดะ
การบินไทยระทึก เครื่องบินเฉี่ยวชนกลางรันเวย์สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระบุเฉี่ยวชนกับเครื่องบินสายการบินอีวีเอซึ่งเตรียมบินกลับกรุงไทเป ไต้หวัน ขณะเครื่องบินเคลื่อนตัวไปที่ทางขับหรือแท็กซี่เวย์ ทำให้ช่วงชายปีกด้านบนเสียหาย ไม่สามารถบินต่อได้ โชคดีผู้โดยสารและลูกเรือปลอดภัย จัดเที่ยวบินใหม่นำ ผู้โดยสารชุดแรกถึงไทยแล้ว ก่อนนำ ผู้ตกค้างที่เหลือบินถึงไทยครบทั้งหมด 11 มิ.ย. กรมการบินพาณิชย์ญี่ปุ่นสั่งตรวจสอบแล้ว โดยต้องปิดรันเวย์ชั่วคราว ก่อนเปิดบริการอีกครั้งช่วงบ่าย หนึ่งในผู้โดยสารสายการบินไต้หวันเผยรู้สึกถึงแรงกระแทกขณะเครื่องกำลังรอขึ้นบิน โดยปีกเครื่องบินสายการบินไทยบางส่วนมีรอยบิ่น
วันที่ 10 มิ.ย. เอ็นเอชเคและเกียวโดนิวส์รายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบินทีจี 683 เส้นทางกรุงโตเกียว-กรุงเทพฯ เฉี่ยวชนกับเครื่องบินสายการบินอีวีเอแอร์ สายการบินสัญชาติไต้หวัน เที่ยวบินบีอาร์ 189 เส้นทางกรุงโตเกียว-กรุงไทเป บนรันเวย์ เอ ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว (ฮาเนดะ) เมื่อเวลาราว 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และ ท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น แถลงในเวลาต่อมาว่าเครื่องบินพาณิชย์ทั้งสองลำชนกันใกล้ทางขับ (แท็กซี่เวย์) โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ โดยเครื่องบินสายการบินอีวีเอแอร์บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวม 207 คน ส่วนเครื่องบินสายการบินไทยมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 264 คน
ขณะเดียวกันภาพจากเอ็นเอชเคเผยให้เห็นเครื่องบิน 2 ลำบนรันเวย์ และส่วนหนึ่งของปีกเครื่องบินสายการบินไทยเสียหาย ส่งผลให้ต้องปิดรันเวย์ เอ ความยาวราว 3,000 เมตรชั่วคราวเพื่อเร่งสอบสวน โดยเปิดบริการอีกครั้งหลังเวลา 13.00 น. ตามเวลาของญี่ปุ่น ผู้โดยสารคนหนึ่งที่อยู่บนเที่ยวบินบีอาร์ 189 สายการบิน อีวีเอแอร์ ให้สัมภาษณ์เกียวโดนิวส์ว่า รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกขณะที่เครื่องบินกำลังรอเพื่อขึ้นบินจากท่าอากาศยาน ฮาเนดะ และว่าปีกเครื่องบินสายการบินไทยบางส่วนมีรอยบิ่น

ปีกหัก – เครื่องการบินไทย ทีจี 683 โตเกียว-กรุงเทพฯ เฉี่ยวชนเครื่องบินอีวีเอแอร์ เที่ยวบินโตเกียว-ไทเป ได้รับความเสียหาย บนรันเวย์ เอ ท่าอากาศ ยานนานาชาติโตเกียว ฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพจากเกียวโดนิวส์)
จากเหตุดังกล่าว รายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เที่ยวบิน ทีจี 683 เส้นทาง โตเกียว (ฮาเนดะ)-กรุงเทพฯ วันที่ 10 มิ.ย. 2566 ขณะที่เครื่องบินกำลังเคลื่อนตัวไปที่ทางขับ (Taxiway L15) ชายปีก (Winglet) ด้านขวาของเครื่องบินเฉี่ยวกับส่วนท้ายเครื่องบินสายการบินอีวีเอแอร์ที่จอดอยู่ทางขับ (Taxiway L14) โดยเฉพาะช่วงชายปีกด้านบนได้รับความเสียหาย ทำให้ไม่สามารถทำการบินต่อไปได้ ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนปลอดภัย ขณะนี้ กรมการบินพาณิชย์แห่งญี่ปุ่น (JCAB) กำลังเข้าตรวจสอบรายละเอียดทั้งสองสายการบิน บริษัทจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นและชี้แจงความคืบหน้าต่อไป
สำหรับเที่ยวบิน ทีจี 683 เส้นทาง โตเกียว (ฮาเนดะ)-กรุงเทพฯ ทำการบินด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 250 คน นักบินและลูกเรือจำนวน 14 คน
รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) สรุปเหตุการณ์และความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่เครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 683 กำลังเคลื่อนตัวไปยังทางขับหมายเลขแอล 15 ตามคำสั่งของ เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ หอบังคับการบินสนามบินฮาเนดะ ในระหว่างที่อากาศยานกำลังเคลื่อนตัว อยู่นั้นชายปีกด้านขวาของเครื่องบินเฉี่ยวกับส่วนท้ายเครื่องบินของสายการบินอีวีเอแอร์ที่จอดอยู่ที่จุดรอ ทางขับแอล 14 ทำให้ช่วงชายปีกด้านบน เสียหายโดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะนี้กรมการบินพาณิชย์แห่งญี่ปุ่นและสำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่นเข้าตรวจสอบและดำเนินการพิทักษ์เครื่องบินทั้งสองลำไว้เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป
สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับ ผู้โดยสาร กพท.ประสานกับสายการบินไทยในทันทีเพื่อตรวจสอบแผนและมาตรการเกี่ยวกับผู้โดยสาร ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและ การดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ เบื้องต้นได้รับการยืนยันว่าการบินไทยเตรียมการทุกด้านไว้พร้อมแล้ว ทั้งนี้ ผู้โดยสารจำนวน 250 คน การบินไทยจัดหาบัตรโดยสารให้เดินทางกลับประเทศไทยได้เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. จำนวน 100 คน เป็นเที่ยวบินของสายการบิน ออลนิปปอนแอร์เวย์ส และสายการบิน เจแปนแอร์ไลน์ สำหรับผู้โดยสารที่เหลือ บริษัท การบินไทย จำกัด จัดหาที่พักและเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินเป็นเที่ยวบินของสายการบินไทยในวันที่ 11 มิ.ย. โดยอาจเปลี่ยนแปลงแบบหรือรุ่นของอากาศยานเพื่อนำผู้โดยสารตกค้างกลับถึงประเทศไทยได้หมดในวันที่ 11 มิ.ย.ตามกำหนดบินเดิม
ทั้งนี้ กพท.ประสานงานกับกรมการบินพาณิชย์แห่งญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการสอบสวนเหตุการณ์ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้รับผิดชอบหลักและกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งด้านการประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้สายการบินไทยและผู้โดยสารของ เที่ยวบินดังกล่าว