จากกรณีแม่ร้องผ่านสื่ออยากให้เป็นตัวกลางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผิวขาวที่ลูกสาววัย 19 ปีกิน ก่อนจะเดินทางไปตรวจร่างกายเพื่อเอาผลไปแนบประกอบในการมอบตัวเรียนคณะเภสัชฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ปรากฏว่าแพทย์พบสาร “เมทแอมเฟตามีน” ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันในยาบ้าอยู่ในปัสสาวะ ซึ่งต่อมาโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ได้ตรวจซ้ำ ปรากฏว่าไม่พบสารใดๆ ในร่างกาย และเมื่อเจ้าหน้าที่เอาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไปตรวจไม่พบสารใดๆ เช่นเดียวกัน ยังไม่มีใครมายืนยันได้ว่าผลตรวจที่พบ ในตัวน้องเกิดความผิดพลาดจากจุดใด
ล่าสุดวันที่ 10 มิ.ย. จนท.เอาหมายศาลของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุบริษัท ธันย์รดา 59 จำกัด โดยน.ส.อภิรมณ สุขสีทา กรรมการผู้มีอำนาจ ฟ้องน.ส.อามานา มุภาษา (น.ศ.เภสัชฯ) เป็นจำเลยที่ 1 และน.ส.นันท์นภัส ไชยทะเศรษฐ (แม่เด็ก) เป็นจำเลยที่ 2 กล่าวหา “ละเมิดเรียกค่าสินไหมทดแทน” เรียกค่าเสียหายรวม 50 ล้านบาท ศาลนัดสืบพยานในวันที่ 31 ก.ค.นี้
น.ส.นันท์นภัสกล่าวว่า รู้สึกตกใจมากที่ได้รับหมายศาล โดยเฉพาะการเรียกค่าเสียหายถึง 50 ล้านบาท ครอบครัวคงไม่มีปัญญาหามาให้ได้ จริงแล้วครอบครัวต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิสูจน์ความจริงที่ลูกสาวตรวจปัสสาวะ แล้วพบสาร “เมทแอมเฟตามีน” เท่านั้นเพราะลูกสาวเป็นเด็กเรียนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว กับยาเสพติดใดๆ อยู่กับครอบครัวตลอดเวลา แม้ไปทำงานพิเศษยังต้องไปทำงานที่ร้านอาหารเดียวกันที่แม่ทำงานอยู่ ส่วนอาหารเสริมผิวขาวตนกับลูกสาวไม่เคยเอ่ยชื่อหรือบริษัทที่จำหน่ายแต่อย่างใด ที่ต้องบอกไปเพราะหมอจากโรงพยาบาลเป็นคนซักว่าได้ “กินอะไรเข้าไป” นำมาสู่การเอาตัวอย่างไปให้หมอดู เพราะลูกสาว กินยาเพียงตัวเดียวเท่านั้น
“ตอนนี้ครอบครัวรู้สึกเป็นทุกข์ เพราะไม่มีปัญญาจะไปต่อสู้กับบริษัทได้ ไม่มีแม้เงินจะจ้างทนายความ ทั้งยังต้องหาเงินส่งลูกสาวเรียนอีกด้วย ตอนนี้เป็นห่วงแต่ความรู้สึกของลูกสาวที่กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เกรงว่าจะกระทบต่อการเรียนเนื่องจากกลายเป็นจำเลยที่ 1 ไปแล้ว” น.ส.นันท์นภัสกล่าว