ปมส่วยนครปฐม พิษสติ๊กเกอร์ฉาว ชงผบช.ก.สะสาง สถานีทางหลวง

‘บิ๊กหิน’จเรตำรวจแห่งชาติเผยผกก.-รอง ผกก.กองกำกับการ 2 ตร.ทางหลวงนครปฐม เข้าชี้แจงเเล้ว ปมสุ่มตรวจสถานี แต่ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเสนอ ‘บิ๊กก้อง’ผบช.ก. พิจารณาคาดโทษ แย้มกรณีรองผบก.ภ.จว.นครปฐม เอี่ยวส่วยรถบรรทุกนั้นได้พูดคุยกับเจ้าตัวแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่สำนักงานจเรตำรวจ ถ.รามอินทรา กรุงเทพฯ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุก หลังจเรตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีตำรวจภูธรในสังกัด ภ.จว.นครปฐมและกองกำกับการ 2 ตำรวจทางหลวงนครปฐมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า อีกทั้งผลการสุ่มตรวจโดยเฉพาะที่กองกำกับการ 2 ตำรวจทางหลวง จ.นครปฐม ปรากฏว่าไม่พบทั้งผกก., รองผกก. และสารวัตร พบเพียงตำรวจระดับชั้นประทวนอยู่ปฏิบัติหน้าที่ 3 นาย แสดงถึงการขาดความรับผิดชอบของหัวหน้าหน่วย ขาดความใส่ใจต่อหน้าที่ ขาดความตื่นตัวที่จะพร้อมดูแลรับใช้ประชาชน จึงสั่งให้ผกก. 2 ตำรวจทางหลวง จ.นครปฐม รายงานชี้แจงเหตุผล และจะพิจารณาโทษตามความเหมาะสมต่อไป รวมถึงเมื่อสอบถามยอดรถสายตรวจจากเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถตอบได้นั้น

พล.ต.อ.วิสนุเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. ตนได้เดินทางไปสุ่มตรวจที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จ.นครปฐม และเจอเจ้าหน้าที่ชั้นประทวนอยู่ปฏิบัติหน้าที่เพียง 3 นาย ซึ่งภายหลังตนก็ได้ให้ทั้งผกก.และรองผกก.ส่งเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเดินทางไปที่ไหนและให้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.เป็นผู้พิจารณาคำชี้แจงแทน เนื่องจากเป็นหน่วยงานต้นสังกัด เบื้องต้นผกก.ชี้แจงว่าไปที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง ซึ่งคาดว่าไปร่วมประชุมในประเด็นส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุก ส่วนรองผกก.ชี้แจงว่าไปประชุมที่จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าสถานีตำรวจก็ควรมีผกก./รองผกก.อยู่ปฏิบัติหน้าที่คอยดูแลประชาชน ส่วนเรื่องของการคาดโทษจากทางจเรตำรวจนั้น คงจะให้ต้นสังกัดของทั้งคู่พิจารณาเอง ตนเชื่อว่าตำรวจทางหลวงหรือตำรวจหน่วยปฏิบัติทุกหน่วยต้องสำนึกและรู้หน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำได้ดี เพียงแต่ว่าวานนี้ไม่มีคนอยู่ หรืออยู่น้อยเท่านั้น

พล.ต.อ.วิสนุเปิดเผยอีกว่า ปกติแล้วอัตราจำนวนเจ้าหน้าที่ที่จะต้องประจำที่กองกำกับการนั้น จะมีอัตราอนุญาตไม่เหมือนกัน อีกทั้งปัจจุบันนี้ยอมรับว่าเราขาดแคลนกำลังพล หลายๆหน่วยกำลังพลไม่ครบ ทำงานหลายด้าน และทุกวันนี้หลายๆนายก็ต้องออกประชุม ออกตรวจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องชี้แจงมาว่าทำไมหน่วยงานมีคนอยู่น้อย ถ้าประชาชนไปติดต่อขอความช่วยเหลือจะได้มีความสะดวกมากกว่านี้ และเวลาที่ตนไปสุ่มตรวจก็ยังเป็นเวลาในราชการอยู่

พล.ต.อ.วิสนุเปิดเผยต่อว่า ที่ผ่านมาเรามีการออกสุ่มตรวจเป็นปกติอยู่แล้ว บางครั้งมีการแจ้งล่วงหน้า แต่บางครั้งก็ไม่ได้แจ้ง ส่วนประเด็นที่ตนไปที่ตำรวจภูธร ภาค 7 เพื่อรับทราบรายละเอียดที่มีรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม ไปเกี่ยวข้องกับส่วย รถบรรทุกนั้น ได้พูดคุยกับเจ้าตัวแล้ว โดยจะมี พล.ต.ท.ฏิษพจณ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นประธานตรวจสอบในเรื่องนี้ จากนี้คงดูรายละเอียดต่อไป ขณะเดียวกัน ก็มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคู่ขนานไปด้วยอีกทาง ส่วนมูลความผิดเบื้องต้นตนยังไม่ทราบ อยู่ระหว่างรอ พล.ต.ท.ฏิษพจณ์ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จต่อไป

กรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าให้ข้อมูลนั้น พล.ต.อ.วิสนุ ระบุว่าหลังจากที่จเรตำรวจได้รับข้อมูลมาเรียบร้อย หากข้อมูลใดเกี่ยวข้องกับตำรวจทางหลวงก็จะส่งไป และหากข้อมูลใดเกี่ยวข้องกับตำรวจภูธร ทาง พล.ต.ท.ฏิษพจณ์มอบหมายให้กองตรวจราชการต่างๆลงไปเก็บข้อมูลเพื่อรายงานและรวบรวมเรื่อง ทั้งนี้ ในส่วนของข้อมูลที่นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค ก้าวไกล และว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้มอบให้กับจเรตำรวจวานนี้ค่อนข้างเป็นประโยชน์ และมีความคืบหน้าพอสมควร อย่างไรตนและคณะทำงานขอเวลาในการดำเนินการ เพราะเร็วๆ นี้จะมีการสรุปแล้ว ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกรายทำงานเต็มที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน