ทำสาวช็อกตายสลดสันนิษฐานแพ้ยาสลบ
แม่ร่ำไห้เชิญวิญญาณเจ้าของรับดูแลงานศพ
สสจ.ปทุมธานีสั่งปิดคลินิกทันที หลังผ่าตัดสาวทำจมูกเสียชีวิตขณะวางยาสลบ ไล่สอบพบเริ่มผ่าตัดเวลา 10.00 น. ตัดกระดูกซี่โครงเสริมจมูก ระหว่างนั้นผิดปกติ เลือดเป็นกรดจากการแพ้ยาสลบ หัวใจหยุดเต้น ทำซีพีอาร์กู้ชีพนานชั่วโมงครึ่ง สุดท้ายช่วยเหลือไม่ได้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพลุยตรวจสอบ พบต่อเติมห้องผ่าตัดโดยไม่ขออนุญาต เป็นคลินิกเถื่อน อีกทั้งแพทย์ผ่าตัดและวิสัญญีแพทย์ไม่มีใบอนุญาตทำหัตถการ ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหลายอย่าง แพทยสภารอชงข้อมูลฟันจริยธรรม ส่วนแม่และญาติร่ำไห้รับศพกลับบ้านร้อยเอ็ด
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่หน้าคลินิกเวชกรรม ตลาด 200 ปี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นางจิราภา พลเยี่ยม แม่และญาติพี่น้องนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีเชิญวิญญาณน.ส.สิรินยา หรือนิว เดชรักษา อายุ 26 ปี ที่เสียชีวิตคาคลินิกขณะวางยาสลบเพื่อผ่าตัดแก้เสริมจมูก ท่ามกลางความเศร้าสลด จากนั้นเดินทางไปรับศพที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ นำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดนาทม ต.โพธิ์ทอง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
น้าชายผู้เสียชีวิตกล่าวว่าพ่อแม่และญาติยังทำใจไม่ได้ ลูกสาวเป็นเสาหลักครอบครัว เป็นคนโต ตอนนี้ยังสรุปอะไรไม่ได้ ขอพาน้องกลับบ้านก่อนแล้วค่อยดำเนินการต่อ ส่วนคลินิกได้พูดคุยเรื่องช่วยเหลือ โดยจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจัดงานศพ และค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ครอบครัวยังไม่ได้พูดคุยกัน เพราะยังเสียใจ

เชิญวิญญาณ – ครอบครัวเชิญวิญญาณ น.ส.สิรินยา เดชรักษา ที่เสียชีวิตขณะผ่าตัดทำจมูกในคลินิกย่านรังสิต จ.ปทุม ธานี ล่าสุดสธ.เข้าตรวจสอบพบเป็นคลินิกเถื่อน แพทยสภาเตรียมเอาผิดแพทย์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.
ขณะที่น้าสาวกล่าวว่าแพทย์ระบุเสียชีวิตว่าหัวใจวายเฉียบพลัน แพทย์บอกว่าอุณหภูมิในร่างกายผิดปกติ เมื่อวานแพทย์ที่รักษาเข้ามาคุยจะดูแลเรื่องศพและค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เรื่องอื่นๆ ยังไม่ได้คุยกัน ส่วนผลชันสูตรอย่างละเอียดต้องรอประมาณ 1 เดือน วันแรกที่หลานมาคลินิก ตนก็มาด้วย หลานมีน้ำเหลืองไม่ดีมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แต่ไม่มีโรคประจำตัว ก่อนหลานจะผ่าตัดยังคุยกันว่าถ้าผ่าแล้วไม่ฟื้นจะทำอย่างไร เขาก็หัวเราะเฉยๆ และบอกว่ากลัวอยู่เหมือนกัน
ส่วนเรื่องทางคดีนี้ พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่าหลังจากนี้จะต้องชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด ส่วนจะประมาทหรือไม่อย่างไรนั้น จะตรวจสอบความถูกต้องของสถานประกอบการ มีใบประกอบโรคศิลปะถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้สอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตและแพทย์แล้ว
ขณะเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปทุมธานี แถลงว่า น.ส.สิรินยามาทำศัลยกรรมแก้ไขจมูก เริ่มผ่าตัดเวลา 10.00 น. อุณหภูมิร่างกายเพิ่มผิดปกติ เป็นการผ่าตัดโดยใช้วิธีดมยาสลบเพื่อระงับความรู้สึกระหว่างผ่าตัด เวลา 14.20 น. สงสัยเกิดภาวะแพ้ยาสลบ เวลา 16.00 น. เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น ทำซีพีอาร์ (การนวดหัวใจผายปอดกู้ชีพ) 1.30 ชั่วโมง ไม่สำเร็จ ยุติทำซีพีอาร์เวลา 17.23 น.
จากการตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตพบว่า 1.คลินิกเวชกรรมได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ได้ขออนุญาตเพิ่มเติมบริการห้องผ่าตัดเล็ก และห้องผ่าตัดใหญ่ในใบอนุญาต 2.แพทย์ผู้ผ่าตัดและวิสัญญีแพทย์มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมและวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง และสาขาวิสัญญีวิทยาถูกต้อง แต่แพทย์ทั้ง 2 คน ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพของนิติกาญจน์ คลินิกเวชกรรม
3.พบลักษณะที่ไม่เป็นไปตามที่มาตรฐานกำหนดดังนี้ แสดงเวลาทำการสถานพยาบาลไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต, ไม่แสดงป้ายสอบถามอัตราค่ารักษาพยาบาล และไม่แสดงคำประกาศสิทธิผู้ป่วย, เวชระเบียนไม่เป็นไปตามที่กฎกระทรวงกำหนด และไม่ขออนุญาตโฆษณาสถานพยาบาล ในช่องทางสื่ออินเตอร์เน็ต สสจ.ปทุมธานีจึงออกคำสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.2566 เป็นเวลา 30 วัน หรือจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง สาเหตุเนื่องจากเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการของสถานพยาบาลให้แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
ขณะเดียวกัน นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พร้อมด้วย ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. นพ.อภิชน จีนเสวก รองนายแพทย์ สสจ.ปทุมธานี ผศ.นพ.ต่อพล วัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา และนายมานะ บุญส่ง ผอ.ฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมแถลงกรณี น.ส.สิรินยาเสียชีวิตขณะผ่าตัดศัลยกรรมแก้ไขจมูก
โดยนพ.อภิชนกล่าวว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบแพทย์ 4 คน คือแพทย์ผู้ประกอบการ แพทย์ผู้ดำเนินการ แพทย์ผ่าตัด และแพทย์วิสัญญี เข้าห้องผ่าตัดเวลา 10.00 น. ตัดกระดูกซี่โครงมาเสริมจมูก ต่อมาเวลา 13.00 น. เริ่มมีความผิดปกติ แพทย์วิสัญญีแจ้งแพทย์ผ่าตัดว่าเกิดความผิดปกติ มีภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เลือดเป็นกรด เวลา 14.20 น. สันนิษฐานเกิดจากการแพ้ยาสลบ จึงให้การรักษาตามที่เรียนมา เวลา 16.00 น. เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น โทร.แจ้งทีมกู้ชีพฉุกเฉินขั้นสูงเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจาก ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้น จึงทำซีพีอาร์ 1.30 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ จึงยุติการทำซีพีอาร์เวลา 17.23 น.
รองนายแพทย์ สสจ.ปทุมธานี กล่าวว่าคลินิกขออนุญาตเปิดสถานพยาบาลตั้งแต่ปี 2559 ประเภทไม่รับผู้ป่วยค้างคืน หลังเกิดเหตุกลับพบว่ามีการต่อเติมเปิดห้องผ่าตัด มีเตียงผ่าตัด ถังแก๊สดมยา ไฟส่องสว่างผ่าตัด ถังออกซิเจน แต่เนื่องจากไม่มีการขออนุญาต จึงถือเป็นสถานพยาบาลเถื่อน จากนี้จะตรวจสอบเวชระเบียน เชิญเจ้าของคลินิกมาให้ข้อมูล ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย แต่จากข้อมูลพบว่าสถานพยาบาลนี้มีแพทย์ได้รับใบอนุญาตส.พ.6 หนังสือแสดงความจํานงเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลเพียง 1 คน และยังไม่ทราบว่าแอบเปิดห้องผ่าตัดมานานแค่ไหน มีแพทย์กี่คนที่มาผ่าตัด
ส่วน ทพ.อาคมกล่าวว่าแพทย์ที่จะมาให้บริการในคลินิก หรือสถานพยาบาล ไม่ว่าจะผ่าตัด หรือดมยาสลบ จะต้องยื่นขออนุญาตใบส.พ.6 หากไม่ทำจะมีความผิดตามพ.ร.บ. สถานพยาบาล มีโทษปรับ ขณะที่ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องควบคุมดูแลผู้ประกอบวิชาชีพ และสถานที่ให้ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นจะมีความผิด
รองอธิบดีสบส.กล่าวอีกว่า ส่วนการต่อเติมโดยไม่ขออนุญาตนั้น ถือเป็นสถานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นคลินิกเถื่อน โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท และส่งฟ้องต่อพนักงานสอบสวนต่อไป รวมถึงตรวจสอบเอาผิดเกี่ยวกับการโฆษณาโอ้อวด เป็นเท็จ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ขณะนี้ สบส.อยู่ระหว่างปรับแก้กฎหมายเพิ่มโทษให้หนักขึ้นเป็น 3 เท่า เช่น ร.พ.หรือคลินิกเถื่อนมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท เพิ่มเป็น 3 แสนบาท
ผู้สื่อข่าวถามว่าแพทย์ไม่ได้ทำใบส.พ.6 ถือเป็นความจงใจละเมิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมของแพทยสภาหรือไม่ และมีโทษอย่างไร ผศ.นพ.ต่อพลกล่าวว่าแพทย์ที่ปฏิบัติงานในคลินิกลักษณะนี้ทั้งหมดต้องปฏิบัติตามแนวทาง ซึ่งพบว่าละเมิดข้อบังคับก็จะมีความผิด ส่วนจะเป็นความผิดขั้นไหน ต้องพิจารณา 4 ขั้น คือตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ และเบิกถอนใบอนุญาต ที่ผ่านมาจะเป็นการพักใช้ใบอนุญาต ส่วนกรณีเพิกถอนจะเกี่ยวข้องกับคดีความในชั้นศาล เช่น การฆาตกรรมผู้อื่นหรือไม่นั้น ต้องรอสบส.สอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อนำมาประกอบพิจารณาโทษ
ต่อข้อถามว่าแพทย์ผ่าตัดและแพทย์วิสัญญี เป็นแพทย์ที่ปฏิบัติงานในร.พ.ของรัฐด้วยหรือไม่ นพ.อภิชนกล่าวว่า ร.พ.รัฐ แต่ขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
ขณะที่นพ.สุระ อธิบดี สบส. กล่าวว่าทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังนายแพทย์ สสจ.ทั่วประเทศ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานพยาบาล คลินิกเอกชนที่ดำเนินการเวชกรรมต่างๆ ว่าปฏิบัติตามที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องหรือไม่ เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งปกติมีการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่จากนี้จะให้เคร่งครัดตรวจสอบมากขึ้น