ยันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน สส.ก้าวไกลรุดคุย‘รร.’
‘กสม.’ ออกโรงแนะ ‘สพฐ.’ ร่วมกับโรงเรียนแก้ปัญหา ‘หยก’ เยาวชนนักกิจกรรมวัย 15 ให้ได้อยู่ในระบบการศึกษา ส่วนกรณีไม่มีผู้ปกครองแท้จริง เห็นควรให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพเข้ามาคุ้มครองดูแลสิทธิและสวัสดิภาพ ไม่ควรส่งตร.เข้าไปในโรงเรียน เสนอเป็นคนกลางเปิดพื้นที่พูดคุยหาทางออก ขณะที่ ‘ก้าวไกล’ ส่งว่าที่ส.ส. ‘วิโรจน์’ และ ‘เบญจา’ ร่วมเจรจากับตัวแทนโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครอง
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กทม. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร น.ส.เบญจา แสงจันทร์ น.ส.ปารมี ไวจงเจริญ ว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกล และน.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม นักกิจกรรม ในฐานะผู้ปกครอง ร่วมพูดคุยกับตัวแทนสมาคมผู้ปกครองโรงเรียน เพื่อร่วมกัน หาทางออกกรณี “หยก” เยาวชนอายุ 15 ปี เข้าถึงสิทธิทางการศึกษา โดยที่ไม่มีผอ.โรงเรียน หรือตัวแทนเข้าร่วมหารือด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนหยกในวันนี้ยังคงแต่งชุดไปรเวตไปโรงเรียน ขณะเดียวกันมีตำรวจหญิงควบคุมฝูงชน หรือกองร้อย น้ำหวาน 10 นาย เข้ามาประจำอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนด้วย จากการสอบถาม พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ ระบุว่ากองร้อยน้ำหวานไม่ได้เข้ามาจับกุมหยก และยังไม่มีการแจ้งความใดๆ ทั้งสิ้น แต่เข้ามาเพราะโรงเรียนขอให้เข้ามาดูแลความปลอดภัยบุคลากร ป้องกันการกระทบกระทั่งกันระหว่าง 2 ฝ่าย ก่อนหน้านี้เคยส่งตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ แต่ครั้งนี้ใช้ตำรวจหญิงเพื่อให้บรรยากาศดูอ่อนลง
น.ส.เนติพร ผู้ปกครองหยก กล่าวว่ายังไม่เห็นความพยายามของโรงเรียนเข้ามาพูดคุยหาทางออก หยกยังคงยืนยันสิทธิในการแต่งกายและทรงผม หยกยินดีหากจะถูก ตัดคะแนน หรือต้องบำเพ็ญประโยชน์หนักแค่ไหนก็ได้ เพื่อแสดงความจำนงใส่ชุด ไปรเวตและทำสีผม เป็นการแสดงทางสัญลักษณ์ของอำนาจนิยมในโรงเรียน วัตถุประสงค์หลักคือให้หยกเรียนต่อในสถานศึกษาแห่งนี้ได้ การหารือโดยรวม เป็นไปด้วยดี แม้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
ผู้ปกครองหยกกล่าวอีกว่า ในการหารือนั้น ตัวแทนพรรคก้าวไกลยืนยันกรณีโรงเรียนอ้างระเบียบว่าไม่มีผู้ปกครองแท้จริงมามอบตัว ไม่สามารถนำมาตัดสิทธิ์การเข้าเรียนของหยกได้ ขณะที่ตัวแทนสมาคมผู้ปกครองเห็นด้วยกับหลักการนี้ แต่ยังให้คำตอบไม่ได้ ขอนำกลับไปหารือภายในก่อน
ส่วนกรณีนำตำรวจหญิงคุมฝูงชนเข้ามาในโรงเรียนนั้น น.ส.เนติพรกล่าวว่าโรงเรียนทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ แม้จะอ้างว่าได้รับ แรงกดดันจากสมาคมผู้ปกครอง หรือจะอ้างว่าหยกจะทำอันตรายบุคคลอื่นในโรงเรียน ก็เป็นไปไม่ได้ หยกเป็นเพียงเด็กอายุ 15 ปี ความสูง 145 เซนติเมตร ไม่สามารถทำอันตรายใครได้ มองว่าไม่ค่อยยุติธรรมกับหยกเท่าไหร่
ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีพรรคส่งตัวแทนเข้าหารือกับสมาคมผู้ปกครอง เพื่อหาทางออกกรณีหยกว่า การมีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าไปประสานผู้บริหารโรงเรียน เป็นวิธีการที่น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อคลี่คลายหาจุดลงตัว แสวงจุดร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน เพราะอย่างไรพรรคก้าวไกลไม่อยากเห็นเยาวชนคนไหนถูกผลักออกจากระบบการศึกษาโดยไม่ สมเหตุสมผล
ต่อข้อถามถึงกรณีโรงเรียนปฏิเสธที่จะพูดคุยกับตัวแทนพรรคการเมือง นายชัยธวัชกล่าวว่าเราพยายามใช้วิธีประสานงานพูดคุยกันอย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์มากที่สุด เมื่อถามย้ำว่าหากโรงเรียนปฏิเสธพูดคุยจนเป็นเหตุให้หยกต้องหลุดจากระบบการศึกษาอย่างถาวร เลขาฯ พรรคก้าวไกลกล่าวว่าเป็นสิ่งที่เราไม่อยากเห็น คิดว่าน่าจะมีเงื่อนไขและเหตุผลในการพูดคุยกันได้
วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่องหยกว่า กสม.ติดตามสถานการณ์กรณีหยก เยาวชนวัย 15 ปี ประสบปัญหาการเข้าถึงสิทธิทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หยกยังถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานพินิจ โดยประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการเพื่อ ให้ได้เข้าเรียน ซึ่งหยกได้เข้าเรียนเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนแล้ว ต่อมาโรงเรียนออกแถลงการณ์ระบุว่า ยังไม่ได้บันทึกชื่อของหยกในระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล เนื่องจากไม่มีผู้ปกครองมาดำเนินการมอบตัวตามเงื่อนไขที่กำหนด ทำให้ไม่มีสถานะเป็นนักเรียนของโรงเรียน
แถลงการณ์ระบุว่า กสม.ยืนยันสิทธิทางการศึกษา เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องประกันให้เด็กทุกคน อันสอดคล้องและ เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ที่ประเทศไทยเป็นภาคี และมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม การพิจารณาและดำเนินการใดๆ ของโรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ กสม.เห็นว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียน ควรเร่งพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หยกได้อยู่ในระบบการศึกษา
สำหรับกรณีปัญหาเกี่ยวกับผู้ปกครองตามมาตรา 4 และมาตรา 28 แห่งพ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 นั้น กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว ควรเข้ามาทำหน้าที่ร่วมกับทีมสหวิชาชีพเพื่อดูแลคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กเป็น การเร่งด่วน ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายควรช่วยกันทำให้สถานการณ์คลี่คลาย สร้างความเข้าใจต่อกันมากกว่าสร้างความขัดแย้ง และไม่ควรส่งตำรวจเข้าไปในโรงเรียน
แถลงการณ์ระบุอีกว่า กสม.พร้อมเป็นหน่วยงานกลางในการเปิดพื้นที่พูดคุยร่วมกันของทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกเรื่องดังกล่าว โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก รวมทั้งประโยชน์ส่วนรวม และจะประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกรณีของหยกอย่างต่อเนื่องต่อไป เพราะเด็กทุกคนต้องไม่ถูกตัดออกจากระบบการศึกษาไม่ว่ากรณีใด