รมต.นัดทุกฝ่ายถกหาทางออก
สหภาพคนทำงานฯ-กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ-เครือข่ายแรงงาน บุกกระทรวงพม. ยื่นร้องคืนสถานะนักเรียนให้‘หยก’โดยไม่มีเงื่อนไข จี้ 3 กระทรวง ศธ.-อว.-พม. เคารพสิทธิเด็ก- มีส่วนร่วมร่างกฎเกณฑ์ร.ร. ไม่บังคับแต่งชุดนักเรียน รมว.พม.เรียกถกผอ.เตรียมอุดมพัฒนาการ-ศธ. ประสานพูดคุยกับหยก ผู้ปกครองหาทางออกร่วมกัน ยืนยันต้องได้เรียน โดยทั้งหยกและสังคมอยู่ร่วมกันได้ ปลัดพม. แจงแค่ฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนเชิญหยกพร้อมผู้ปกครองมารับฟังความเห็นร่วมกับทุกฝ่าย
เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 20 มิ.ย. ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ บุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม ในฐานะผู้ปกครองของน้องหยก ธนลภย์ เยาวชนอายุ 15 ปี พาหยกเข้าเรียนตามปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้หยกสวมใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงวอร์มสีดำ และรองเท้าผ้าใบ พร้อมกับถือไอแพดติดตัว
โดยน้องหยกให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า วันนี้ไม่มีความกังวลใจอะไรมาเรียนตามปกติ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) ประชุมหารือแล้วก็จะแถลงด้วย ตนก็จับตามอง เพราะสงสัยว่าทำไมไม่ให้ตน หรือตัวแทนของนักเรียนเข้าประชุมเลย
จากนั้น หยกรีบเดินเข้าไปในโรงเรียน เนื่องจากมาถึงในช่วงเวลาที่ประตูโรงเรียนใกล้จะปิดพอดี และเดินเข้าเรียนได้ตามปกติ โดยที่ไม่มีอาจารย์หรือบุคคลอื่นมาขัดขวาง แต่อย่างใด
ด้านบุ้ง เนติพร เผยว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่น.ส.เบญจา แสงจันทร์ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าไปเจรจากับโรงเรียนเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าหลังจากได้พูดคุย แล้วเป็นอย่างไร โดยหลังจากมีกระแสข่าวว่าทางโรงเรียนไม่ขอเจรจาใดๆ นั้น มองว่า ผู้อำนวยการของโรงเรียนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ถือว่าผิดกฎหมาย แล้วที่ กระทรวงพม.จะประชุมหารือในเรื่องนี้ก็รู้สึกสงสัย เพราะไม่มี ตัวแทนหรือทนายความจากฝั่งหยกเข้าไปประชุม หารือด้วยเลย ทั้งที่ประชุมเรื่องที่เกี่ยวกับหยก

ช่วยหยก – ‘หยก’ นักเรียนวัย 15 ปี เดินทางไปเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กทม. ขณะที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างยื่นมือเข้ามาเร่งหาทางออกให้จบลง ด้วยดีทุกฝ่าย เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.
บุ้งเผยต่อว่า ส่วนบรรยากาศการเรียนที่เมื่อวานน้องเล่าให้ฟัง มีนักเรียนมาแขวนป้ายว่า เสรีเครื่องแต่งกาย น้องก็รู้สึกดีใจที่มีคน เห็นด้วยกับน้อง แต่สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วย เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เชื่อว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อความรู้สึกของน้อง เพราะว่าน้องเป็นคนที่เข้มแข็งมาก ยังยืนหยัดในจุดยืนของตัวเอง ถึงแม้ว่าเมื่อวาน ที่ผ่านมาตอนใกล้จะเลิกเรียน หยกได้มาเล่าให้ฟังว่า กำลังนั่งทำการบ้านวิชาคณิตศาสตร์อยู่ ซึ่งน้องทำในไอแพด จากนั้นก็กำลังส่งให้ครูตรวจ แต่ปรากฏว่า ครูไม่ตรวจเพราะทำในไอแพด น้องจึงบอกว่า อยากให้ครูตรวจให้หน่อยแล้วเดี๋ยวจะไปคัดลอกลงกระดาษ ให้แบบที่ครูต้องการให้ แต่ครูกลับบอกว่า เป็นเพราะเธอไม่มีชื่อแล้ว ฉันไม่ตรวจ ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์นี้ที่มีปัญหา ก่อนหน้านี้ หยกก็ทำการบ้านและเข้าเรียน ตามปกติโดยที่ครูไม่ได้ว่าอะไร
ต่อมา เวลา 15.00 น. ที่กระทรวงพม. นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ร่วมกับ ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสหวิชาชีพ หาทางออกกรณีน้องหยก ว่า กระทรวง พม. จะเป็นคนกลางในการหารือเรื่องนี้ โดยจะรับฟังทุกฝ่ายทั้งทางโรงเรียน และฝั่งน้องหยก ซึ่งหลังจากที่พูดคุยกับทางโรงเรียนวันนี้ จะติดต่อประสานไปยังน้องหยก และผู้ปกครอง ทุกฝ่ายของน้อง โดยจะเร่งประสานไปเร็วที่สุด เพื่อเชิญมาหารือร่วมกัน หากฝ่ายน้องยอม เข้ามาพูดคุยด้วย
นายจุติกล่าวต่อว่า การประชุมเป็นการ รับฟังสิ่งที่โรงเรียนพบเจอ จากการพูดคุยกับทางโรงเรียนวันนี้ รู้สึกสบายใจ เพราะได้รับฟัง ว่าคณะครูอาจารย์ของโรงเรียนรักและห่วงใยน้องหยกเหมือนลูก เช่นเดียวกับนักเรียนอีก 4,000 คนในโรงเรียน และจะพยายามทำ ทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย โดยพยายามทำให้ทั้งฝ่ายน้องหยกและนักเรียน คนอื่นๆ เข้าใจสถานการณ์ โดยนายจุติ ยังขอบคุณครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู รักและห่วงใยน้องหยก ส่วนใครจะเป็นผู้ปกครอง ดูแลน้องหยกต่อ เป็นเรื่องที่กระทรวง พม. ต้องพูดคุยกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำงานต่อ
สำหรับประเด็นเรื่อง โรงเรียนมีการพูดสถานะการมอบตัวเข้าเรียนของน้องหยก หรือไม่ นายจุติกล่าวว่า ไม่ขอตอบคำถามนี้ แต่ยืนยันว่าจะยึดประโยชน์ของน้องหยกเป็นที่ตั้ง นำไปสู่จุดที่น้องหยกอยู่ได้และสังคม ก็อยู่ได้ พร้อมยืนยันว่า หลังจากนี้ น้องหยกจะสามารถเข้าเรียนได้ตามปกติ
เมื่อถามกรณีน้องหยกเคยบอกว่าไปเรียนแล้วส่งงานไม่ได้ รวมถึงเรื่องการแต่งกายและทรงผม นายจุติเลี่ยงตอบว่า เป็นปรากฏการณ์ ไม่ขอตอบเรื่องที่เป็นปรากฏการณ์
จากนั้น น.ส.พัชณีย์ คำหนัก อายุ 46 ปี สมาชิกสหภาพคนทำงานและสังคมนิยมทำงาน พร้อมด้วย น.ส.แทนฤทัย แท่นรัตน์ อายุ 23 ปี กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และตัวแทนจากอีกหลายกลุ่ม ทั้งสหภาพคนทำงาน องค์กร สังคมนิยมแรงงาน โมกหลวงริมน้ำ ครูขอสอน เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และเครือข่าย องค์กรพันธมิตร แถลงแสดงจุดยืน กรณีหยก ที่กระทรวงพม. โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความ เรียบร้อย ก่อนจะเป็นตัวแทนในการยื่นหนังสือถึงนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดพม. เพื่อนำเสนอ ข้อเรียกร้อง ที่ในการประชุมระหว่างโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กับ กระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องหยก แต่กลับไม่เชิญหยกเข้าร่วมประชุมด้วย
น.ส.พัชณีย์กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่การประชุม ไม่เชิญหยก พ่อแม่ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับหยกมาร่วมหารือด้วย ซึ่งไม่เป็นธรรมกับหยก และมองว่าจะทำให้ข้อสรุปของการประชุมออกมาแบบเดิมๆ คือจะมีเงื่อนไขต่างๆ ในการที่หยกจะกลับไปเรียน ซึ่งมองว่าไม่ใช่ทางออกที่ควรจะเป็น และมีกระแสสังคมว่าทำไม ถึงไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน หรือย้ายไปเรียนโรงเรียนที่ให้สิทธิเสรีภาพ ในการแต่งกายมากกว่าโรงเรียนปัจจุบัน ที่เรียนอยู่ ตนมองว่า การย้ายโรงเรียนไม่ใช่ทางออกที่ดี และหยกเองก็ได้จ่ายค่าเทอม ไปแล้ว อย่าผลักดันเขาออกจากการศึกษา เพียงเพราะว่ามีความคิดที่แตกต่าง ที่ผ่านมา เคยมีนักเรียนออกมาเรียกร้องเรื่องนี้กันเยอะมากแล้ว แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงเลย
ด้านน.ส.แทนฤทัยได้อ่านแถลงการณ์ ขอให้โรงเรียนคืนสถานะนักเรียนให้หยก โดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมคัดค้านการประชุม วันนี้ และเรียกร้องให้ 3 กระทรวง คือ ศธ., กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ,และพม. รวมถึงสถานศึกษาทุกแห่ง เคารพในสิทธิเด็ก และผลักดันให้เกิดกระบวนการที่เยาวชนและผู้เรียนในสถานศึกษา สามารถมีส่วนร่วมและมีอำนาจในการออกแบบ กฎระเบียบหรือกฎเกณฑ์ที่ส่งผลกระทบ ต่อตัวผู้เรียนหรือตัวเยาวชนได้ ส่วนกระแสสังคมที่มองว่าการแสดงออกของหยกเร็ว เกินไปหรือไม่นั้น มองว่า ถ้าไม่เริ่ม ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ด้าน นายอนุกูลกล่าวว่า สาเหตุที่เชิญโรงเรียนมาพูดคุยโดยที่ยังไม่ได้เชิญฝ่ายของหยกมาด้วย เพราะมองว่า หยกอยู่ในระบบโรงเรียนจึงเชิญโรงเรียนมาทำความเข้าใจแก้ไขปัญหา รับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ ว่ามีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ โดยยืนยันว่าเป็นเพียงวิธีรับฟังความคิดเห็น ยังไม่ได้สรุปทางออกชัดเจน เพราะหลังจากนี้จะต้องฟังความเห็นจากฝ่ายหยก ผู้ปกครองหยก และ ผู้เกี่ยวข้องด้วย
วันเดียวกัน ที่ศูนย์อาหารและบริการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) หลังจากที่สภานิสิต-นักศึกษา กว่า 50 องค์กร ร่วมออก เเถลงการณ์เรียกร้องให้สถานศึกษาเปิดกว้าง ในเรื่องของใส่ชุดปกติทั่วไปเข้าเรียนได้ และการเเก้ไขกฎระเบียบให้ปราศจากการบังคับ
นายรัชชัย บุญลือ ประธานกรรมาธิการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการส่งเสริมประชาธิปไตยและประสานงานวิทยาเขตหนองคาย กล่าวว่า การที่หยกกำลังต่อสู้หรืออารยะขัดขืนที่หลายคนมองอยู่ขณะนี้นั้นเป็นการสู้กับระบบเก่าๆ ที่มีมานานในการ ที่ต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนเหมือนกัน ทั้งที่การแต่งกายต่างๆ ไม่ส่งผลกับการเรียนแม้แต่น้อย ซึ่งโดยส่วนตัวตั้งแต่เรียนขึ้นมหาวิทยาลัย ใส่ชุดนักศึกษานับครั้งได้ การเรียนต่างๆ เราก็ยังเรียนได้เหมือนเดิม ความจำยังดีเหมือนเดิม กับการใส่ชุดนักศึกษาไม่เห็นว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนตรงไหน ดังนั้นการที่ไม่มีคนเห็นด้วยทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีความเห็นต่างกัน ซึ่งคือระบบประชาธิปไตย
ขณะที่นายชานน อาจณรงค์ ประธานสภานักศึกษา มข. กล่าวว่า การเรียกร้องให้ยกเลิกบังคับการใส่ชุดนักเรียนสามารถทำได้เพราะกฎหมายเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความต้องการของสังคมในแต่ละเวลา ซึ่งในปี 2563 มีกลุ่มนักศึกษา นักเรียน ออกมา เรียกร้องเรื่องดังกล่าวแล้วกับ ศธ. แต่ก็ไม่ได้มีการแก้ไขข้อบังคับหรือว่ากฎระเบียบหรือสิทธิเหนือเรือนร่างของนักเรียน นักศึกษา หยกหยิบยกประเด็นนี้กลับมาอีกครั้งเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ แม้กระทั่ง ในมหาวิทยาลัยเองก็มีข้อบังคับว่าด้วยเรื่องการแต่งกายชุดนักศึกษา แต่ตนก็ใส่ชุดธรรมดา ทั่วไปแม้จะขัดต่อข้อบังคับ แต่ว่าระบบของมหาวิทยาลัยเป็นระบบเปิด ส่วนมัธยมศึกษาไม่ใช่แบบเดียวกัน ข้อเรียกร้องครั้งนี้ต้องการให้โรงเรียนของรัฐบาลเป็นแกนนำเปิดพื้นที่เสรีที่นักเรียน นักศึกษา สามารถแสดง อัตลักษณ์ของตัวเองออกมาผ่านการแต่งกายได้จริงๆ ดังนั้นวันนี้ทุกฝ่ายควรโฟกัสกันที่วิธีการเรียนการสอนหรือหลักสูตรต่างๆ มากกว่าการที่จะมาบังคับเรื่องเครื่องแต่งกาย