บิ๊กเด่นจี้ฟันพรบ.อุ้มหายแก๊งผบก. แกะรอยจุดรับเงินจ่อจับเพิ่ม5ตร. รอผู้การชลบุรีให้การก่อนส่งปปช.

เซียนพระดังให้ปากคำคดีรีดทรัพย์พนันออนไลน์ 140 ล้าน ตร.พบเงิน 28 ล้านเชื่อมโยง ‘บอย พัทยา’ ยืนยันไม่รู้เรื่อง แต่อีกฝ่ายเป็นเพื่อนเช่าพระ-เครื่องรางเป็นประจำ ‘บิ๊กเด่น ’จ่อฟันพ.ร.บ.อุ้มหาย แก๊งผู้การชลฯ ชี้หลายขั้นตอนเข้าข่ายผิดกฎหมาย ชุดสืบสวนย้ำอดีตบิ๊กตำรวจเมืองชลต้องยื่นคำให้การภายใน 5 วัน ชี้แจงทุกข้อกล่าวหา รวมถึงปมร่วมกับ ‘เสี่ยบอย’ แต่งตั้งตำรวจ ศปอส. ก่อนชงเรื่องให้ป.ป.ช. ใน 30 วัน ส่วน ‘เสี่ยเป้’ คดีนี้ถือเป็นผู้เสียหาย แต่ไม่รอดคดีจัดให้เล่นพนัน-ฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงคดีอดีตผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมพวกถูกผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของเว็บพนันออนไลน์แจ้งจับรีดทรัพย์ 140 ล้านบาท และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองโยงพาดพิงถึงว่าที่ผบ.ตร.คนใหม่ ว่า ยังไม่ทราบ รายละเอียดเรื่องดังกล่าว ส่วนเรื่องคดีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ไปดูแล้ว คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่เข้าข่าย เรื่องผิดในตำแหน่งหน้าที่ต้องทำอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใสที่สุด เมื่อมีความคืบหน้า ในแต่ละขั้นตอนให้สัมภาษณ์หรือชี้แจงประชาชนได้เลย

ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องระดับผู้บังคับการ และยังมีการกล่าวหาไปยังคนที่ใหญ่กว่า ผู้บังคับการจะต้องตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ที่มีการกล่าวหาระดับผู้บังคับการยังไม่ได้ยินจากทางพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องฟังจากผู้ที่กำกับดูแลก่อน คงจะมีการรายงานมาเป็นระยะๆ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์บอกว่ามีหลักฐานค่อนข้างเยอะ แต่ในส่วนที่จะเกี่ยวข้องในเรื่องของตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหาย ต้องทำให้ถูกขั้นตอน เบื้องต้นเห็นว่าการกระทำของตำรวจอาจจะผิด ขั้นตอนไปหลายขั้นตอนเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.ดังกล่าว ทั้งนี้ต้องดูในภาพรวม อีกครั้ง โดยบช.ภาค 1 ตั้งพล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภาค 1 เป็นหัวหน้า คณะพนักงาน สืบสวนสอบสวน ต้องรอความชัดเจนของ ทุกฝ่ายก่อน

กรณี รรท.ผบก.ชลบุรี คนใหม่โดนแจ้งความดำเนินคดีด้วย แต่กลับมารักษาการอาจจะไม่เหมาะสมหรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า การที่จะส่งใครไปรักษาการตนต้องหารือกับผบช.ภาค 2 ด้วย ท่านมองว่าคนนี้เหมาะสมที่จะไปรักษาการและเป็นคดีเก่า ที่มีการกล่าวหาในคดีเดิม ซึ่งได้ตั้งเป็นชุดคณะทำงานของภาค 2 แล้ว ไม่ได้มีส่วนที่จะทำให้จะเสียความเป็นธรรมไปได้ เบื้องต้น จึงยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ขอรอพิจารณา การทำงานสักระยะก่อน หากเห็นว่าทำงานแล้วเกิดความไม่เรียบร้อยอาจจะเปลี่ยนตัว

สำหรับการแต่งตั้งชุดเฉพาะกิจในพื้นที่ต่างๆ จะมีการทบทวนใหม่หรือไม่นั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ในการประชุมบริหารตร.ครั้งที่ 6/2566 จะกำชับเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบ ข้อกฎหมาย ในทุกๆ เรื่อง ส่วนคำว่าชุดเฉพาะกิจต่างๆ ไม่ได้เป็นคำสั่งในคณะทำงาน อาจจะเป็นการกระทำ เขาเรียกว่า พฤตินัย ไม่ใช่เป็นนิตินัย เพราะว่าคำสั่งในการแต่งตั้งศูนย์ต่างๆ เป็นการแต่งตั้งโดยหัวหน้าศูนย์ที่เราให้ความสำคัญอย่าง เช่นหัวหน้าศูนย์ยาเสพติด

“เนื่องจากผมให้ความสำคัญเรื่องยาเสพติด เรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ ผมก็บอกว่าผมจะประชุมเอง ถ้าเป็นไปได้อยากให้ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการลงมาควบคุม แต่เน้นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ปัญหายาเสพติด ปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ แต่ที่มีชุดไปจับกุมลักษณะการพนันออนไลน์อาจจะเพี้ยนไป ผมจะมีการย้ำเตือนในการประชุมในวันนี้อีกครั้ง” ผบ.ตร.กล่าว

ในช่วงท้ายพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีข่าวที่ปรากฏมีลักษณะการแซะเก้าอี้ผบ.ตร.คนใหม่หรือไม่ ว่า ต้องไปถามคนที่มีความคิดนี้ เพราะยังไม่ทราบ รายละเอียดเรื่องนี้ ยังไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น ยังไม่มีความคิดอย่างนั้น ไปดูตามข้อเท็จจริงตามคดีต่างๆ เนื่องจากเรื่องนี้มีการร้องเรียนและมีการไปแจ้งความที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี นำไปสู่การตรวจสอบ ไม่ได้มีกระบวนการ ที่จะต้องไปแซะอะไร อาจจะเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ก็ว่ากันไป

ส่วนการที่ผู้ต้องหามาแจ้งจับตำรวจ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า มีโอกาสเกิดขึ้นได้หมดทุกคนอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ผู้กระทำผิดเมื่อถูกรีดหรือถูกอะไร สามารถมาเป็น ผู้กล่าวหาได้

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย รอง ผบก.สส.บช.ภาค 4 หนึ่งในคณะทำงานชุดคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า สำหรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของพล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ต้องนำส่งให้พนักงานสอบสวนภายในระยะเวลา 5 วันนั้น เจ้าตัวไม่มีเหตุจำเป็นต้องเข้ามาเอง สามารถมอบหมาย ให้บุคคลอื่นหรือนำส่งเองก็ได้ ส่วนประเด็นที่เจ้าตัวจะต้องชี้แจงเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา อาทิ ม.157 การละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ม.149 การเรียกรับผลประโยชน์, ม.309 ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด เป็นต้น เพื่ออธิบายว่าการนำตัวผู้ต้องหาไปพบในวันเกิดเหตุข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทำไมจึงนำตัวผู้ต้องหาไปที่ บก.ภ.จว.ชลบุรี และเมื่อเข้าไปพบแล้ว มีพฤติการณ์เรียกรับเงินตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่อย่างไร และการที่ผู้ต้องหาถูกนำตัวไปยังจุดอื่นๆ หลายที่ เพราะสาเหตุอะไร ในขณะนั้นไปในสถานะใด เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องจำนวนเงิน 140 ล้านบาท ว่า อดีตผบก.ชลบุรี มีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้อย่างไร เจ้าตัวต้องชี้แจงผ่านหนังสือคำให้การแก้ข้อกล่าวหาให้ครบถ้วนทุกประเด็น อาจจะระบุว่าไม่มีส่วนรู้เห็น หรือไม่ได้เรียกรับใดๆ ก็เป็นสิทธิที่เจ้าตัวสามารถให้การอย่างไรก็ได้ แต่คณะพนักงานสอบสวนจะนำคำให้การนั้นไปประกอบพิจารณากับพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ หากมีประเด็นใดที่พนักงานสอบสวนเล็งเห็นเพิ่มเติม เห็นควรว่าต้องเรียกมาสอบปากคำ จากนั้นค่อยออกหมายเรียกต่อไป แต่ถ้าไม่มีเหตุให้สอบปากคำเพิ่มเติม จะยึดในคำให้การ นั้นๆ ถัดไปจึงส่งสำนวนให้กับทาง ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาไต่สวนในส่วนของพฤติการณ์การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเรามีกรอบระยะเวลา 30 วัน

พ.ต.อ.ภาคภูมิยังกล่าวถึงกรณี ‘เสี่ยบอย พัทยา’ นายวีระ นาทรัพย์ ขาใหญ่เมืองพัทยา และอดีตผบก.ภ.จว.ชลบุรี มีส่วนร่วมในการตั้งศูนย์ศปอส.ชลบุรี พร้อมร่วมคัดเลือกตำรวจผู้ปฏิบัติงานเอง ว่า ในประเด็นนี้เจ้าตัวต้องทำคำชี้แจงให้การเช่นเดียวกัน และพนักงาน สอบสวนต้องไปตรวจสอบดู หากไม่ครบถ้วนตามประเด็นอาจจะกำหนดประเด็นคำถาม ที่ขาดเหลือเพื่อให้เจ้าตัวตอบให้ครบ

พ.ต.อ.ภาคภูมิระบุด้วยว่า แม้นายธนินวัฒน์ หรือ เป้ อุดมเชาวเศรษฐ์ ขณะนี้ยังถือว่า เป็นผู้เสียหายในคดี แต่ในอีกกรณีหนึ่งเป็น ผู้ต้องหาในคดีจัดให้มีการเล่นการพนัน-ฟอกเงิน หากมีประเด็นใดที่ต้องสอบถามเพิ่มเติมต้องเรียกมาสอบปากคำในฐานะพยานเพื่อให้ได้ข้อมูล ส่วนเรื่องเว็บพนันที่เจ้าตัวเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จะดำเนินการต่อ ทั้งการมอนิเตอร์ และไล่ตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นๆ รวมถึงเรื่องทรัพย์สินที่มาจากการทำเว็บพนันโดยตรง

ทั้งนี้ ภายหลังจากนี้เราจะเร่งติดตาม การจ่ายเงินทั้ง 5 จุด ว่ามีผู้เกี่ยวข้องใดอีกบ้าง เพื่อพิจารณาออกหมายจับ หรือเรียกมา รับทราบข้อกล่าวหา คาดว่าจะมีอีกมาก อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4-5 นาย และพลเรือน 4-5 นาย เป็นต้น เพราะจุดจ่ายเงินที่พบนั้น จากแนวทางการสอบสวน ประกอบด้วย 1.พิกัด ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 2.พิกัด จ.เชียงราย 3.พิกัดสนามบินสุวรรณภูมิ 4.พิกัดโรงแรมเซ็นทารา พัทยา จ.ชลบุรี และ 5.พิกัดร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้รับเงินในบางจุดแล้ว ประมาณ 2-3 จุด จากนี้จะให้พยานมาชี้ตัวบุคคล เพราะพยานสามารถจำหน้าได้ โดยเจ้าหน้าที่จะหารูปมาให้พยานชี้ว่าคนนี้คือบุคคลที่อยู่ในจุดรับจ่ายเงินหรือไม่

วันเดียวกัน ที่สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต นายกฤษฎา หรือต้อม ไทยสำราญ ฉายา ‘ต้อม นครสวรรค์’ เซียนพระชื่อดังใน จ.นครสวรรค์ พร้อมด้วยลูกน้อง 1 ราย เข้าพบพล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม บช.น. และพ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย รอง ผบก.สส.บช.ภาค 4 เพื่อให้การในฐานะพยาน สืบเนื่องจากพนักงานสอบสวนพบความเชื่อมโยงระหว่างนายกฤษฎากับนายวีระ หรือบอย นาทรัพย์ เกี่ยวกับเงินจำนวน 28 ล้านบาท เนื่องจาก นายกฤษฎาเป็นเพื่อนกับนายวีระ และนายวีระมักมีการเช่าพระกับนายกฤษฎาเสมอ เบื้องต้นนายต้อมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ไม่รู้ว่าเงินที่นายบอยนำมาเช่าพระ เป็นเงินที่ได้มาจากการรีดทรัพย์หรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า นายวีระมักเช่าพระเครื่อง จากนายกฤษฎา รวมไปถึงเครื่องรางของขลังต่างๆ อีกทั้งอาจมีจำนวนมากกว่า 28 ล้านบาท และยังมีอีกหลายยอด ทำให้พนักงานสอบสวน เรียกนายกฤษฎาเซียนพระชื่อดังมาสอบถามในหลายประเด็น แต่ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่า นายกฤษฎาเกี่ยวข้องกับการรีดเงินนายธนินวัฒน์ หรือ เป้ กว่า 140 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน