เสริมความงามทั้งที่จบนิเทศฯ

‘ปคบ.’บุกจับหมอเถื่อน คาคลินิกเสริมความงามในโรงแรมดังกลางกรุง อ้างเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฉีดวิตามินผิว ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ผงะรับฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่แพทย์ทั่วไปไม่ทำ เพราะเป็นจุดอันตรายสูง มีเส้นเลือดเชื่อมจอประสาทตา กับสมอง หากแพทย์ไม่มีความชำนาญมากพอ อาจถึงขั้นตาบอดได้ สารภาพจบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ ไม่ได้จบแพทย์ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาศัยเคยทำงานเป็น ผู้ช่วยแพทย์เสริมความงาม เห็นช่องทางรวย ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนัก เตรียมเรียกเจ้าของคลินิกมารับทราบข้อหาด้วย

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ.สั่งการพ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.4 บก.ปคบ. นํากำลังพร้อมหมายค้นของศาลอาญา เข้าตรวจค้นยองชางคลินิกเวชกรรม ตั้งอยู่ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ หลังได้เบาะแสว่าเปิดบริการรับฉีดวิตามินผิว, ฟิลเลอร์, โบท็อกซ์ สงสัยว่าจะใช้บุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์จริงมาทำการรักษา และเปิดดําเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย

หมอเถื่อน – ตร.ปคบ.รวบตัวนายพิมพ์ลภัส สาวสองคาคลินิกในโรงแรมดัง ย่านจตุจักร อ้างเป็นหมอความงาม ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ หน้าผาก โดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์ สอบพบเรียนจบด้านนิเทศศาสตร์ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.

จากการตรวจสอบ พบนายพิมพ์ลภัส (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี แสดงตัวเป็นแพทย์กําลังฉีดยาเข้าบริเวณใบหน้าให้ผู้เข้ามารับบริการ เบื้องต้นพบไม่ใช่แพทย์จริง และไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม อีกทั้งคลินิกดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลอีกด้วย จึงจับกุมนายพิมพ์ลภัส พร้อมตรวจยึดยาที่มีทะเบียน 19 รายการ, ยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตํารับยา 5 รายการ, เครื่องมือแพทย์ 16 รายการ

สอบสวนนายพิมพ์ลภัส ให้การรับสารภาพว่า ตนไม่ใช่แพทย์ ไม่มีความรู้ความชํานาญอย่างแพทย์ผู้มีวิชาชีพแต่อย่างใด โดยเรียนจบระดับปริญญาตรี สาขานิเทศศาสตร์ แต่อาศัยประสบการณ์เคยทํางานในคลินิกเสริมความงาม ตําแหน่งผู้ช่วยแพทย์ จึงพอมีความรู้บ้าง ประกอบกับมีความสนใจด้านศัลยกรรมเสริมความงาม เลยเห็นช่องทางว่ามีรายได้ดีจึงเริ่มรับงาน โดยแอบอ้างตัวเป็นแพทย์เฉพาะทางรับฉีดวิตามินผิว, ฟิลเลอร์, โบท็อกซ์ และรับงานรักษาในคลินิก ทํามาแล้วประมาณ 5 ปี มีรายได้เดือนละ 20,000-40,000 บาท

นายพิมพ์ลภัสให้การอีกว่า ตนเริ่มเข้ามาทําที่ยองชางคลินิกได้ประมาณ 2 เดือน จะให้บริการฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าผากด้วย ซึ่งแพทย์โดยทั่วไปจะไม่รับฉีดบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นจุดที่อันตรายสูง เพราะมีเส้นเลือดเชื่อมต่อไปยังจอประสาทตาและสมอง หากแพทย์ไม่มีความชํานาญมากพอ อาจทําให้เกิดผลกระทบถึงขั้นตาบอดได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวต่อนาย พิมพ์ลภัส ในความผิดฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตํารับยา ส่วนตัวเจ้าของคลินิกนั้นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน