ได้รับปันผลสูง ลวงเหยื่อ-โอน สูญเงินนับล้าน
ตำรวจนครบาลบุกจับลุงแสบ วัย 59 คาบ้านพักย่านปทุมธานี ใช้เล่ห์ฉ้อโกง ตุ๋นกก. ผจก.บริษัทสูญเงินกว่าล้านบาท ลวงให้ร่วมลงทุนน้ำมันจากต่างประเทศอ้างได้มาราคาถูก เหตุสงครามรัสเซีย-ยูเครน โปรยยาหอมได้ผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 10 ต่อเดือน เหยื่อหลงเชื่อถึงขั้นทำสัญญาออกค่าธรรมเนียม แต่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ
ความคืบหน้ากรณีชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านเพจสืบนครบาล IDMB ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายอุกกฤษ บางกรวย ชายสูงวัยบุคลิกภาพดูดี เสนอ ผู้เสียหายว่าสถานการณ์สงครามรัสเซียกับยูเครน ทำให้สามารถสั่งซื้อน้ำมันจาก ต่างประเทศได้ราคาดี มีผลตอบแทนร้อยละ 10 ต่อเดือน ผู้เสียหายจึงได้ทำสัญญา และร่วมลงทุนดังกล่าวกับผู้ต้องหา แต่ปรากฏว่าไม่มีการซื้อขายดังกล่าวจริง สร้างความ เสียหายกว่า 1 ล้าน 3 หมื่นบาท
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี รองผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.รัฐนันท์ สมวงศ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.นิทัสน์ มีทอง สว.กก.สส.4 บก.สส., ร.ต.อ.วีระพงษ์ คุณสมิตปัญญา รอง สว.กก.สส.4 บก.สส. ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายอุกกฤษ ผลาโชติ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ 407/2566 ลงวันที่ 3 เม.ย. 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง, เรียกเงินคืน’ และศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.478/2566 ลงวันที่ 3 พ.ค. 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ‘ร่วมกันฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 152/8 หมู่ที่ 9 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ตุ๋นน้ำมัน – ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. จับกุมนายอุกกฤษ ผลาโชติ อ้างได้โควตาน้ำมันราคาถูกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตุ๋นเหยื่อร่วมลงทุนจนสูญเงินไปกว่า 1 ล้านบาท ที่บ้านพักในอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนส.ค.2565 ผู้แจ้งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท แห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาได้เข้ามาทำทีหลอกลวง ผู้เสียหายโดยใช้กลอุบายว่า สามารถหาซื้อน้ำมันราคาถูกจากต่างประเทศได้ เนื่องจาก มีข่าวว่าจะเกิดสงครามรัสเซียกับยูเครน และจะได้ผลตอบแทนร้อยละ 10 ต่อเดือน ผู้เสียหายจึงได้ทำสัญญาร่วมธุรกิจในการค้าขายน้ำมัน ซึ่งพบว่าไม่มีการซื้อขายน้ำมัน จากต่างประเทศอยู่จริง โดยผู้ต้องหาทำให้ ผู้เสียหายเข้าใจว่ามีการซื้อขายน้ำมันจาก ต่างประเทศอยู่จริง
เมื่อผู้เสียหายได้หลงเชื่อทำสัญญาแล้ว ผู้เสียหายเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมในการซื้อขายน้ำมัน แต่ในความเป็นจริงคือ ผู้ต้องหา ไม่เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายน้ำมัน แต่อย่างใดทั้งสิ้น รวมมูลค่าความเสียหาย 1,030,000 บาท โดยในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การในชั้นนี้ เบื้องต้นนำตัวส่งฝากขังศาลอาญามีนบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป