เสด็จฯวัดราชบพิธ พิธีพระชนมายุ 8รอบ

‘ในหลวง-พระราชินี’เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระสังฆราชณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระสังฆราชเสด็จทรงบาตรเนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธาน พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล ส่วนทุกจังหวัด ทั่วประเทศร่วมทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลสมเด็จพระสังฆราช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. เวลา 17.21 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราช วังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลอง พระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ ต่อจากนั้น เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรม ราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้า รำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงกราบ แล้วถวายพัดรองที่ระลึกการบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จ พระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แด่สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ จำนวนรวม 20 รูป ที่จะเจริญพระพุทธมนต์ เสร็จแล้ว ทรงศีล พระราชาคณะถวายศีล จบ พระสงฆ์ 20 รูป เจริญพระพุทธมนต์การบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศา คตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เมื่อเจริญพระพุทธมนต์ถึงบททำน้ำพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนที่ฝาพระครอบพระกริ่ง แล้วทรงประเคนพระครอบพระกริ่งแด่ประธานสงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายน้ำสรงที่พระหัตถ์ พัดรัตนาภรณ์ ว.ป.ร.ชั้น 1 พุ่มดอกบัว และผ้าไตรแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักรย่ำฆ้อง กลอง ระฆัง พระสงฆ์ ทั่วราชอาณาจักรเจริญชัยมงคลคาถาถวายพระพร

ต่อจากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปถวายดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายน้ำสรงที่พระหัตถ์ พุ่มดอกบัว และผ้าไตร แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงยืน ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระราชาคณะ ที่เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลา พระสงฆ์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายของ ที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แล้วทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สมควรแก่เวลา จึงประทับ รถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนาม เดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2470 ที่บ้านตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ทรงเป็นบุตร คนโตในจำนวนบุตรธิดา 9 คน ของนายนับ และนางตาล ประสัตถพงศ์ เมื่อมีพระชนมายุ 13 พรรษา ได้ทรงบรรพชาสามเณร ณ วัด สัตตนารถปริวัตร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ต่อมาเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2491 ทรงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ มหาพัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทรงได้รับพระสมณฉายาว่า “อมฺพโร” มีสมเด็จ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ขณะทรงสมณศักดิ์ พระเทพโมลี เป็นพระอุปัชฌาย์

จากนั้นทรงศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีในสำนักเรียนวัดราชบพิธ จนทรงสำเร็จเปรียญธรรม 6 ประโยค และทรงศึกษาต่อ ณ สภาการศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏ ราชวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยมหามกุฏ ราชวิทยาลัยในปัจจุบัน ทรงสำเร็จปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อพุทธศักราช 2500 ต่อมาเมื่อพุทธศักราช 2509 ทรงเข้ารับการอบรมพระธรรมทูต

ไปต่างประเทศ เมื่อทรงสำเร็จการอบรม โดยทรงเป็นพระธรรมทูตรุ่นแรก และในพุทธศักราช 2510 เสด็จไปทรงศึกษาต่อระบบปริญญาโทและทรงสำเร็จการศึกษามหาบัณฑิต ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี สาธารณรัฐอินเดีย เมื่อพุทธศักราช 2512

ด้วยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับพระภารธุระบุกเบิกกิจการพระธรรมทูต โดยทรงเป็นหัวหน้าคณะเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย โดยพุทธศักราช 2516 ได้เสด็จไปประทับ ณ วัดพุทธรังษีสแตนมอร์ นครซิดนีย์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาด้านการทหาร ณ วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลและสนทนาธรรม ณ วัดพุทธรังษีสแตนมอร์ อย่างเนืองนิจ อันเป็นปฐมบทในพระราชศรัทธาเลื่อมใสในสมเด็จพระสังฆราชนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาให้ดำรงตำแหน่ง สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์แรกในรัชกาลปัจจุบัน เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยทรงเป็นคารวสถานของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนมหาชนทุกหมู่เหล่า ทรงสมบูรณ์บริสุทธิ์ด้วยพระกิตติประวัติอันปราศจากมลทินโทษ ทรงใฝ่พระทัยในวิปัสสนาธุระเป็นอย่างเอก ทรงพระจริยาการเรียบร้อยประณีต ทุกพระอิริยาบถ ทรงผูกประสานน้ำใจ กลมเกลียวเกื้อกูลกิจการพระศาสนา โดยไม่ทรงเลือกคณะนิกายฝ่ายหมู่ ทรงวางพระองค์อยู่ด้วยพระเมตตาธรรม เป็นที่ประจักษ์ชัด ในหมู่พุทธบริษัท และทรงเอาพระทัยใส่สืบสาน ปณิธานของพระมหาเถระในอดีต เพื่อธำรงพระบวรพุทธศาสนาให้เป็นหลักชัยสืบไป

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 06.30 น. ที่วัดราชบพิธ สถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงสักการะพระพุทธรูปสำคัญในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตลอดจนพระรูป พระสรีรางคาร สรีรางคารอดีตเจ้าอาวาส เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ จากนั้นเสด็จออกไปที่หน้าพระอุโบสถ ทรงบาตรพระสงฆ์ 108 รูป ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นพระภิกษุในโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูปถวายพระกุศลสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลอง พระชนมายุฯ จัดขึ้น

ถวายสักการะ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และเป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลเนื่องในงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.

เมื่อเวลา 07.30 น. ที่ถนนราชบพิธ หน้าวัด ราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล งานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริย วงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2566 โดยมีประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส คณะรัฐมนตรี และคู่สมรส หน่วยราชการในพระองค์ เลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชนชน ร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์จากโครงการบรรพชาอุปสมบท จำนวน 97 รูป และพระสงฆ์จากวัดพระยายัง จำนวน 11 รูป รวม 108 รูป

วันเดียวกัน มีการทำบุญตักบาตรตามจังหวัด ต่างๆ พร้อมกันทั่วประเทศเพื่อถวายเป็น พระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน