แก้กฎระเบียบครั้งใหญ่ดูแล‘แพทย์อินเทิร์น’
สธ.กำชับทุกร.พ.ให้ความสำคัญดูแลภาระงาน-จัดเวรแพทย์อินเทิร์น หลังเหตุสลด ‘หมอมีน’ แพทย์อินเทิร์นปี 1 ร.พ.พหลพลพยุหเสนา เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์หลังเลิกงาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 5 พร้อมให้การดูแลครอบครัว เผยเจ้าตัวเป็นแพทย์ในโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท เมื่อจบแล้วจะกลับไปทำงาน ที่บ้านเกิดเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
จากกรณี แพทย์หญิงญาณิศา สืบเชียง หรือ หมอมีน แพทย์อินเทิร์นปี 1 ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างขับรถไปดูสถานที่ ร.พ.ใน อ.หนองปรือ เพื่อเตรียมอินเทิร์น ปี 2 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 มิ.ย. ก่อนจะเสียชีวิต เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งบุคลากรในวงการแพทย์ได้ออกมา ไว้อาลัยให้กับการเสียชีวิตของคุณหมอมีน รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า คุณหมอมีน ซึ่งเป็น แพทย์จบใหม่ ต้องเข้าเวรควบกะ ติดต่อกัน ถึงสี่กะ จนร่างกายอ่อนเพลีย ก่อนจะขับรถไปประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต
ต่อมานพ.รักษ์พงศ์ เวียงเจริญ รองผอ. ฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา กล่าวถึงกระแสข่าวหมอมีน ต้องเข้าเวร 4 กะ ก่อนประสบอุบัติเหตุว่า ไม่ใช่แบบนั้น เพราะว่า เขาก็ทำงานตามปกติ ในคืนวันที่ 21 มิ.ย. อยู่เวร เหตุเกิดเย็นวันที่ 22 มิ.ย. ซึ่งเสร็จงานแล้ว จากนั้นไปหาเพื่อนที่ต่างอำเภอ ไม่ได้อยู่เวรติดต่อกัน 4 กะ โดยระบุว่าจำนวนแพทย์ อินเทิร์นที่โรงพยาบาล ขณะนี้มี 21 คน งานก็เกลี่ยกำลังพอดี เขาจะอยู่เวรห้องฉุกเฉิน 8 ชั่วโมงประมาณ 3 เวรต่อเดือน ส่วนเวรในจะอยู่ค้างคืนก็จริง แต่เขาจะมี 4 คน เพราะฉะนั้น จะอยู่เวรวันเว้น 4 แต่เขาไม่ได้อยู่คนเดียว จะมีศัลยแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน นักศึกษาแพทย์ ดูแลคนไข้ด้วยกัน ไม่ได้แบบอยู่คนเดียว ถ้าวันไหนเหนื่อยก็พักได้
ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพถนนบริเวณ จุดที่หมอมีนเกิดอุบัติเหตุ ก็คือถนนทางหลวงสาย 3480 (ปลักประดู่-ถ้ำธารลอด) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 15-16 หรือที่ชาวบ้าน เรียกกันว่า มอหกเขย ก่อนถึงมอตาเขียว อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี เป็นถนนสองเลนแบบแล่นสวนกันและเป็นทางขึ้นเนินสูง กายภาพของถนนมีลักษณะหลอกตาทำให้รถที่ขับขึ้นเนินไม่สามารถมองเห็นรถในเลนที่แล่น สวนกันมาได้ ชาวบ้านในละแวกนี้บอกว่า รถที่ขับขึ้นเนินเมื่อพ้นเนินสูง ก็จะมีทางโค้งและซอยทางด้านซ้ายมือที่มักจะมีรถออกมาจากข้างทางอยู่เป็นประจำ ถือว่าเป็นสาเหตุ ที่ทำให้บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
โดยนายวรรณเฉลิม จันทร์เมือง หัวหน้าหมวดทางหลวงบ่อพลอย ระบุหลังลงพื้นที่ จุดเกิดเหตุว่า จะดำเนินการจัดหางบประมาณ ติดตั้งไฟกะพริบเตือนให้ ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จะทราบเส้นทางดี แต่หากคนนอกพื้นที่ โดยเฉพาะถนนเส้นนี้ มีจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ กว่า 10 แห่ง อาจจะไม่ชำนาญเส้นทางทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยจะเร่งดำเนินการนำป้ายมาติดตั้งเพิ่มเป็นการ เร่งด่วนต่อไป
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. พญ.อัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 5 กล่าวว่า สธ.และ ร.พ.พหลพลพยุหเสนา ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ พญ.ญาณิศา รวมถึงประชาชนชาวกาญจนบุรีที่ต้องเสียแพทย์ที่จะมาช่วยเหลือดูแลสุขภาพ เนื่องจาก พญ.ญาณิศาเป็นชาวกาญจนบุรี ที่เข้ารับการศึกษาตามโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อ ชาวชนบท ซึ่งเมื่อจบแล้วจะกลับไปทำงาน ที่บ้านเกิดเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ เหตุการณ์ ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มี ใครคาดคิด ทั้งนี้ ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ ร.พ.พหลพลพยุหเสนาทุกคนที่พยายาม ช่วยชีวิต พญ.ญาณิศาอย่างเต็มความสามารถ โดย สธ.และ ร.พ.พหลพลพยุหเสนาจะให้การดูแลเรื่องต่างๆ ตามสิทธิต่อไป ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้นต้องรอการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
พญ.อัจฉรากล่าวว่า นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. มีนโยบายให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรทุกวิชาชีพให้มีคุณภาพชีวิต และการทำงานที่เหมาะสม ในส่วนของแพทย์อินเทิร์นได้มีการกำชับ ผอ.ร.พ.ทุกแห่งและองค์กรแพทย์ให้ช่วยดูแลเรื่องการจัดเวรและภาระงานให้เหมาะสมเช่นกัน รวมทั้งจะมีการปรับปรุงกฎระเบียบ พัฒนาระบบต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยในวันนี้ตนจะเป็นผู้แทน สธ. ไปร่วม งานสวดอภิธรรมของ พญ.ญาณิศา เพื่อแสดงความเสียใจและให้การดูแลทางครอบครัวต่อไป