เหตุสยองขวัญกลางสนามบิน ขณะผู้โดยสารสาวไปขึ้นเครื่อง สลดส่งรพ.-หมอผ่าตัดต่อไม่ได้ ใช้มานาน27ปี -เร่งสอบสาเหตุ
สาวเคราะห์ร้าย จู่ๆ ต้องเป็นคนพิการ ถูกทางเดินเลื่อนสนามบินดอนเมืองดูดบดตัดขาขาดอนาถ ส่งรักษาร.พ.ภูมิพลหมอจนปัญญา ช่วยต่อ ญาติประสานให้ไปรักษาต่อที่ร.พ. เอกชนดัง ผอ.สนามบิน-ผู้บริหารรีบรุดดูแลรับผิดชอบทุกอย่าง สั่งวิศวกรปิดทุกทางเลื่อนทั่วสนามบิน ตรวจสอบหาสาเหตุที่เแท้จริง เผยใช้งานมานานกว่า 27 ปีแล้ว เมื่อปี 62 เคยมีคนถูกดูดมาก่อน แต่โชคดีเสียแค่รองเท้าไปข้างเดียว
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. พ.ต.ท. จิระโรจน์ ประสานเศรษฐชัย สว.สส.สน.ดอนเมือง รับแจ้งจากท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เกิดเหตุผู้โดยสารเพศหญิงเท้าติด ทางเลื่อนบริเวณทางเดินอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 ขณะกำลังจะ เดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังนครศรีธรรมราช ในเบื้องต้น ทางทีมแพทย์ ทดม.เข้าดูแลพร้อมนำผู้บาดเจ็บส่งร.พ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ
เบื้องต้นผู้บาดเจ็บชื่อน.ส.กิตติรัตนา สุพรรณี เป็นผู้โดยสารสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD552 ดอนเมือง-นครศรีธรรมราช ขณะเดินทางใช้ทางเลื่อนที่ 2 ระหว่าง Pier 4-Pier 5 ขาออกอาคาร 2 ภายในประเทศ เกิดอุบัติเหตุขาข้างซ้ายเข้าไปติดกับสายพาน ทางเลื่อน ทำให้ขาข้างซ้ายขาดได้รับบาดเจ็บสาหัสนำส่งร.พ.ภูมิพล ล่าสุดญาติประสานให้ส่งไปรักษาตัวต่อที่ร.พ.บำรุงราษฎร์

ดูดขาขาด – นาทีช่วยเหลือผู้โดยสารหญิงถูกสายพานทางเลื่อนดูดหนีบขาขาดในที่เกิดเหตุ ขณะเดินไป ขึ้นเครื่องบินภายในอาคารผู้โดยสารขาออกในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนนำส่งร.พ. แต่แพทย์ไม่สามารถผ่าตัดต่อขาได้ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.


นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 08.24 น. ของวันที่ 29 มิ.ย. ได้รับรายงาน มีผู้โดยสารเพศหญิง อายุ 57 ปี ได้รับอุบัติเหตุรุนแรงขาเข้าไปติดทางเลื่อนบริเวณทางเดิน South Corridor ระหว่าง Pier 4-Pier 5 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 ขณะกำลังจะเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังนครศรีธรรมราช หลังจากเกิดเหตุทีมแพทย์ประจำท่าอากาศยานฯ ได้เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือทันที ในเวลาต่อมาได้นำส่งผู้บาดเจ็บไปที่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ ทหารอากาศ แต่ทางทีมแพทย์แจ้งว่าไม่สามารถต่อขาข้างที่ขาดได้ ทางญาติและ ผู้ได้รับบาดเจ็บจึงขอย้ายโรงพยาบาลในการรักษา โดยปัจจุบันได้นำส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สุขุมวิท โดยทางทีมแพทย์รับปากว่าจะรักษาเต็มที่
นายการันต์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นยังไม่ได้สอบถามเหตุการณ์ หรือข้อเท็จจริงโดยละเอียดจากผู้บาดเจ็บ เพราะกังวลว่าจะเกิดผลกระทบต่อจิตใจ จึงต้องรอให้ผู้บาดเจ็บรักษาตัวก่อน ทางด้านการตรวจสอบระบบการทำงานของทางเลื่อนในอาคารผู้โดยสาร ที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งโดยปกติจะมีการบำรุงรักษา (Maintenance) รายเดือน 3 เดือน และ 1 ปี แต่มีการตรวจเช็กการทำงานทุกวัน ซึ่งหากพบว่าซี่หวีทางเลื่อนหัก 2 ซี่ ติดกันจะมีการเปลี่ยนทันที ซึ่งการตรวจสอบของวันที่ 29 มิ.ย. ยังไม่ได้รับรายความผิดปกติใดๆ เบื้องต้นได้มีการหยุดให้บริการทางเลื่อนทั้ง 20 เครื่อง เป็นการชั่วคราวแล้ว เพื่อตรวจ เช็กความปลอดภัย และหาสาเหตุว่าที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเกิดจากสาเหตุใด อาทิ ล้อกระเป๋าของผู้บาดเจ็บไปกระแทกจนซี่ ทางเลื่อนแตกหนักหรือไม่ หรือระบบมีการสะดุดก่อนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบโดยละเอียดต่อไป
“หลังจากนี้เราจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าว โดยจะเชิญหน่วยงานภายนอกเข้ามาร่วม ตรวจสอบการทำงานด้วย เช่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เป็นต้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบ โดยจะรีบหาข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ส่วนทางเลื่อนทั้ง 20 เครื่อง แบ่งเป็น เครื่องใหม่ 6 เครื่อง เครื่องเก่า 14 เครื่อง ซึ่งมีการติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2539 โดยทางเลื่อน ดังกล่าวเป็นยี่ห้อฮิตาชิ และอยู่ในการดูแล และบำรุงรักษา โดยบริษัท สยามฮิตาชิ เอลลิเวเตอร์ จำกัด บริษัท ในกลุ่มสยามกลการ ผู้แทนบริษัทฮิตาชิ ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อเกิดเหตุทางผู้บริหารได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบแล้ว ส่วนเรื่องจะเอาผิด หรือจะเรียกร้อง ค่าเสียหายจากบริษัทหรือไม่นั้น ต้องไปดู รายละเอียดสัญญาการซื้อขายอีกครั้งก่อน” นายการันต์กล่าว
นายการันต์กล่าวว่า ทางท่าอากาศยาน มีแผนที่จะของบประมาณจัดซื้อทางเลื่อนใหม่อยู่แล้ว เดิมจะมีการเสนอขอใช้งบประมาณของปี 2568 แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้อาจจะต้องมีการทบทวน ขอเป็นงบประมาณที่จะใช้ เร่งด่วนในปี 2567 แทน โดยจะทยอยเปลี่ยนเริ่มจากเครื่องที่มีความเสี่ยงก่อน ส่วนในเรื่องของการเยียวยาผู้เสียหายนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้พูดคุยในรายละเอียดที่ชัดเจน ต้องรอให้ ผู้บาดเจ็บรักษาตัวก่อน แต่ทางท่าอากาศยานยินดีที่จะรับผิดชอบ และดูแลเต็มที่ คงต้องมาคุยกันอีกครั้งว่าเราจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง อาทิ เรื่องเงินเยียวยา หรือในเรื่องของขั้นตอนการรักษาต่างๆ เป็นต้น อีกทั้งเราได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลประสานงาน เพื่อช่วยเหลือ อย่างใกล้ชิด และเบื้องต้นทางครอบครัวยัง ไม่ได้มีการฟ้องร้อง หรือแจ้งความเอาผิดกับทางท่าอากาศยานแต่อย่างใด
“ในนามของท่าอากาศยานดอนเมือง ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะรับผิดชอบจ่ายค่ารักษา หรือค่าชดเชยต่างๆ ทุกกรณี เราขอให้ความเชื่อมั่นกับผู้ที่มาใช้บริการท่ากาศยาน ว่าเราจะตรวจสอบ แก้ไข และปรับปรุงการบริการ ให้มีความปลอดภัย ขอยืนยันว่าเรา จะไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก เป็นครั้งที่ 2” นายการันต์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน 30 ก.ค.2562 เคยเกิดเหตุผู้โดยสารรายหนึ่งเดินบนทางเลื่อนของสนามบินแห่งเดียวกัน เมื่อมาถึงสุดทางเลื่อนและกำลังจะก้าวออกไป มีแรงดึงรองเท้าจากพื้นทางเลื่อนให้ติดอยู่กับทางเลื่อน แรงดึงมากขนาดไม่สามารถยกเท้าออกมาได้ ผู้โดยสารรายดังกล่าวตัดสินใจถอดรองเท้าออก จังหวะนั้นรองเท้าถูกทางเลื่อนดูดหายไปด้านในทันที เมื่อสังเกตพบ ปลายทางเลื่อนนั้นชำรุดอยู่จึงเป็นเหตุให้รองเท้าโดนทางเลื่อนดูดเข้าไป เมื่อเจ้าหน้าที่มาปิดการทำงานของทางเลื่อน และเปิดฝา ทางเลื่อนออก เพื่อดูรองเท้า พบรองเท้ามีสภาพพังเละ
ต่อมาวันที่ 6 ก.ย. ปีเดียวกัน ท่าอากาศยานดอนเมืองชี้แจงอุบัติเหตุบริเวณทางเลื่อนภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศว่า ท่าอากาศยานดอนเมืองดำเนินการเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุดและทดสอบการใช้งาน ทางเลื่อนทันที เพื่อให้สามารถเปิดให้ใช้งานตามปกติ พร้อมซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกันและตรวจสอบสถานะการทำงานของอุปกรณ์ลิฟต์ บันไดเลื่อน และทางเลื่อน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ
โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ว่าจ้างบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงรายเดียวในประเทศไทยของผลิตภัณฑ์นั้น เพื่อควบคุม ตรวจสอบ และบำรุงรักษา โดยมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบสถานการณ์ทำงานของอุปกรณ์ทางเลื่อน 8 รอบต่อวัน เพื่อเฝ้าระวังหรือตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์
นอกจากนี้ ท่าอากาศยานดอนเมือง ยังติดตั้งเสาสัญญาณเสียง-สัญญาณไฟเป็นอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยในการ ใช้งานของผู้โดยสาร สำหรับเตือนการใช้งานก่อนการเข้าใช้และระหว่างการใช้งานก่อนสิ้นสุดทางเลื่อน เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เตรียมตัวก่อน
ต่อมานายการันต์แถลงข่าวสรุปว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุ ที่ผ่านมามีการดูแลรักษาทางเลื่อนมาตลอดตามรอบ มีการตรวจสอบทุก 3 เดือน โดยบริษัทที่เข้ามาดูแลรักษาทางเลื่อน เป็นบริษัทที่ได้รับการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตทางเลื่อนดังกล่าว สำหรับทางเลื่อนที่เกิดเหตุใช้งานมาตั้งแต่ปี 2539 หรือประมาณ 27 ปีมาแล้ว เคยสอบถามไปยังบริษัทแล้วได้รับคำยืนยันว่ายืนยันยังใช้งาน ได้อีก หากมีการดูแล เปลี่ยนอะไหล่ตามที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ท่าอากาศยานดอนเมืองมีแผนที่จะเปลี่ยนทางเลื่อนใหม่ในปี 2568