แค่คนมาจากแต่งตั้ง เก้าอี้ปธ.สภายังกรุ่น สส.เพื่อไทยไม่ยอม‘กก.’ จับตาวันนี้ถก8พรรค เศรษฐาโต้ผนึกป้อม
‘ส.ว.วันชัย’ มาอีก ฟันธง ‘พิธา’ วืด เป็นได้แค่นายกฯ ทิพย์ ตั้งแต่ 4 ก.ค. คือโลกจริง 312 เสียงภาพลวงตา เป็นรัฐบาลทิพย์ ‘พิธา’ เมินโดนแซะ ขอเดินหน้าทำงาน มั่นใจเก้าอี้ปธ.สภาได้ข้อยุติที่ดี จับตาแกนนำ 8 พรรคถกคืบหน้า ตั้งรัฐบาลวันนี้ส่อกร่อย เพื่อไทยเลิกคุย ก้าวไกล รอเคาะภายใน 3 ก.ค.คาดยกให้ก.ก. ส่วนพท.ได้ 2 รองประธาน เชื่อส.ส.ไม่แตกแถวฟรีโหวต ‘เศรษฐา’ ฉะเลอะเทอะจับมือ ‘บิ๊กป้อม’ ตั้งรัฐบาล ‘ธรรมนัส’ เผยรอฟังสัญญาณหัวหน้าพรรคจะโหวตให้ใคร ‘พิธา’ นำทีมหารือสทท. ตอบรับเป็นทูตท่องเที่ยวไทย
จับตาเพื่อไทยเคาะปธ.สภา 3 ก.ค.
จากกรณีนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในหนังสือ แจ้งสมาชิก รัฐสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว.เข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 3 ก.ค. เวลา 17.00 น. ที่ห้องโถงพิธีชั้น 11 อาคารรัฐสภา ซึ่งตามหมาย กำหนดการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จ พระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา
ส่วนวันที่ 4 ก.ค. เวลา 09.30 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 ที่ห้องประชุมสภา เพื่อเลือกประธานสภา และรองประธานสภาอีก 2 คน
‘วันชัย’เย้ยพิธา-นายกฯทิพย์
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์ข้อเขียน เรื่อง จากพิธา สู่นิพพิทา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้ พิธาแปลว่า ผู้มีความเจริญรุ่งเรือง นิพพิทาแปลว่า ไม่มีพิธา หรือผู้เบื่อหน่ายในกองทุกข์ ก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง ตลอดจนการจัดตั้งรัฐบาล 312 มีว่าที่นายกฯพิธา ที่ปรากฏมานั้นเป็นมายาคติ เป็นภาพลวงตา ไม่ใช่โลกของความเป็นจริง เป็นโลกทิพย์ รัฐบาลทิพย์ นายกฯทิพย์ และเป็นเรื่องเล่าแค่เช้านี้
นับแต่ 4 กรกฎาคมเป็นต้นไปในสภา จะเป็นโลกของความเป็นจริงของพิธาและ ก้าวไกล นอกสภามีแต่พิธาๆๆ แต่ในสภา จะเป็นนิพพิธาๆๆ
ผมยังยืนยันในหลักการเดิม แต่รู้และเห็นเป็นประจักษ์แล้วว่าก้าวไกล ก้าวไปไม่ถึง
พิธาก็เป็นนิพพิธา ไม่มีใครช่วยอะไรได้ นอกจากจะต้องสวดมนต์เจริญจิตภาวนาที่วัดไก่เตี้ยสถานเดียวจากนิพพิทา จะก้าวไกลไปสู่นิพพาน
จับตาพท.เคาะปธ.สภา 3 ก.ค.
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า วันที่ 2 ก.ค.จะไม่มีวาระการพูดคุยกันเรื่องตำแหน่งประธานสภา ระหว่างพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และพรรคเพื่อไทยตามที่พรรคก้าวไกลนัดหมายเวลา 09.00 น. แม้จะมีความพยายามของแกนนำพรรคก้าวไกลที่ประสานแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอหารือเรื่องนี้ก่อนถึงวันโหวตประธานสภา แต่พรรคเพื่อไทยคงไม่หารือ เพราะที่ผ่านมาเวลาที่พรรคก้าวไกลนัดพรรคเพื่อไทยหารือ สุดท้ายจะเป็นฝ่ายยกเลิกนัด และอยากจะเจรจา เฉพาะเวลาที่พรรคก้าวไกลต้องการเท่านั้น ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจะประชุมและตัดสินใจเป็นการภายในกันเอง
คณะเจรจาของพรรคเพื่อไทยจะได้รวบรวม ผลการหารือที่ยังคุยค้างไว้กับพรรคก้าวไกล รวมทั้งความคิดเห็นของสมาชิกพรรคและ พี่น้องประชาชนต่อเรื่องดังกล่าว มารายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ค. เพื่อให้กก.บห.พิจารณาและตัดสินใจบนพื้นฐานความคิดเห็นของพรรคเอง ไม่ขึ้นกับความ คิดเห็นของพรรคก้าวไกล
โดยแนวโน้มของกก.บห.น่าจะยังคงยึดหลักการเดิม คือให้ตำแหน่งประธานสภากับพรรคก้าวไกล ส่วนพรรคเพื่อไทยได้รองประธานสภาสองตำแหน่ง ซึ่งกก.บห.จะได้นำมติที่ประชุมเสนอต่อที่ประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเพื่อพิจารณาในเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยคงเปิดให้ ส.ส. แสดงความคิดเห็นรอบสุดท้าย แต่เชื่อว่าส.ส. จะเคารพในมติกก.บห. และจะไม่ฟรีโหวตในเรื่องนี้
ส.ส.ขู่แตกแถว-ถก 2 ก.ค.คงกร่อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดบรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้หารือกันว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยยอมพรรคก้าวไกลทุกอย่าง ทั้งเรื่องนายกฯ ที่ส่วนใหญ่พรรคอันดับสองจะตั้งรัฐบาลแข่ง พรรคเพื่อไทยก็ไม่คิดแข่ง แต่พยายามทำให้พรรคก้าวไกลได้ตำแหน่ง ดังกล่าว แต่เรื่องประธานสภา ที่จะเลือกกันแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน
ส.ส.เพื่อไทยยังจะรอคำตอบจากคณะเจรจา ต่อไป ถ้าไม่มีคำตอบที่ดีพอ ส.ส.ส่วนใหญ่ อาจเลือกโหวตคนของพรรคเพื่อไทย เพราะยอมให้ฝ่ายบริหารกับพรรคก้าวไกลไปแล้ว แต่พรรคก้าวไกลเหมือนจะมีเงื่อนไขใหม่ๆ มาตลอด ไม่เข้าใจว่า เจตนาคืออะไร และการประชุมส.ส.ของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 3 ก.ค. จะหยิบยกเรื่องนี้มาคุยกัน ถ้าให้เลือกคนของพรรคเพื่อไทยเป็นประธานสภา เสียงไปทิศทาง เดียวกันแน่นอน
ทั้งนี้ ตามกำหนดเดิมจะมีการประชุมพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 2 ก.ค.เวลา 09.00 น. ที่พรรคก้าวไกล เพื่อหาข้อสรุปเรื่องประธานสภา เสร็จแล้วประชุม 8 พรรครวมตั้งรัฐบาลในเวลา 10.00 น. แต่เมื่อ ตำแหน่งประธานสภายังไม่ลงตัว อาจทำให้การประชุมพรรคร่วมในวันที่ 2 ก.ค.กร่อย เพราะจะเดินหน้าเรื่องอื่นลำบาก
‘อ๋อย’ชี้ตอนนี้ยังสับสน-ไม่นิ่ง
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความแสดงความคิดเห็นกรณีการเจรจาเรื่องตำแหน่งประธานสภาที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย ว่า ข่าวเรื่องตำแหน่งประธานสภายังคงมีความสับสน คงต้องรอคำชี้แจง ที่มากกว่าแหล่งข่าว เอาใจช่วยให้ได้ข้อสรุปที่ดี ต่อการตั้งรัฐบาลที่ 8 พรรคกำลังทำอยู่
“หลังจากทวีตข้อความข้างต้นไปแล้ว ตามข่าวเป็นช่วงๆ พบว่าเรื่องนี้ยังไม่นิ่งจริงๆ จะขอตามข่าวหาข้อมูลไปอีกสักระยะ ผมยังไม่แสดงความเห็นละครับ ได้แต่เอาใจช่วยว่าจะจบไปในทางที่ดีต่อประชาชนครับ”
‘เศรษฐา’ไม่สนกก.โชว์‘หมออ๋อง’
ที่ จ.นครพนม นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาครอบครัวเพื่อไทยให้สัมภาษณ์กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดต นายกฯ พรรคก้าวไกล เดินสายขอบคุณ ชาวพิษณุโลก พร้อมเปิดตัวนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เป็นแคนดิเดตประธานสภาว่า ถ้าเกิดตกลงได้ว่าเป็นของพรรคก้าวไกลก็เป็นสิทธิของนายพิธา และพรรคก้าวไกลที่จะเสนอใครก็ได้ ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ที่มีการเปิดตัวขณะที่ยังพูดคุยกันระหว่าง 2 พรรคยังไม่ชัดเจนนั้น ถือเป็นสิทธิของพรรค ก้าวไกลที่จะให้สาธารณชนรับรู้ว่าจะให้นายปดิพัทธ์เป็นประธานสภา แต่สำหรับ พรรคเพื่อไทยไม่มีสิทธิคิดเปิดตัวแคนดิเดตประธานสภา ในลักษณะแบบเดียวกัน คิดว่า การตกลงกันภายในเงียบๆ น่าจะดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยเปิดตัว แคนดิเดตชิงประธานสภากลับโดนทัวร์ลง ในระหว่างที่สองพรรคยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่รู้ว่าทัวร์ลงคืออะไร แล้วแต่จะคิด เราควรเน้นที่จุดมุ่งหมายมากกว่า เพราะเดี๋ยวตำแหน่งประธานสภา จะชัดเจนแล้ว และเดินหน้าต่อไปในการโหวตเลือกนายกฯ ต่อข้อถามว่าทั้ง 2 พรรค การเมือง ควรหยุดให้สัมภาษณ์เพื่อลดความขัดแย้งและไม่ให้ปานปลายหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เราอยู่ในสังคมประชาธิปไตยมีสิทธิเสรีภาพในการพูด แต่เชื่อว่าหลายคนจะทราบว่าเวลาไหนควรพูด เวลาไหนไม่ควรพูด
ต่อข้อถามว่าหากนายพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ ตั้งแต่การโหวตครั้งแรก จะมีทางออกอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า คงมีสิทธิ์เสนอได้อีก แต่ส่วนตัวไม่แน่ใจนัก และไม่ทราบกระบวนการ ทางรัฐสภาว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนก.ค. หรือไม่ อยากขอให้เป็นไปทีละขั้นและเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลจากฝ่ายประชาธิปไตยได้โดยเร็ว เนื่องจากมีเรื่องงบประมาณปี 2567 ที่ต้องคำนึงถึงด้วย
สับเลอะเทอะจับมือ‘บิ๊กป้อม’
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่าจะลดบทบาททางการเมืองลง เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ นายเศรษฐากล่าวว่า ถือว่าเหมาะสมเพราะประชาชนอยากเห็นแบบนั้น เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ ขอให้เปลี่ยนผ่านไปด้วยดี ไม่มีผิดใจกันหรือมีประเด็นอะไรเกิดขึ้น หากพล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจ ลดบทบาททางการเมืองลงจริง จะช่วยลดความเผ็ดร้อนและความรุนแรงลงได้
ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บอกว่านายกฯ คนที่ 30 คือพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเหมาะสมหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา แต่ละพรรคมีแคนดิเดต นายกฯ แต่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย อยู่ฝั่งประชาธิปไตย ดังนั้นจะเรียกพรรค พลังประชารัฐว่าอะไรก็เรียกไป การออกมาพูดแบบนี้ต้องมาดูที่คะแนนเสียงด้วย คงเป็นเรื่องการเมือง ตอนนี้ขอโฟกัสที่เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนจะมีความเป็นไปได้หรือไม่นั้น ลองนับเลขดูเพราะเลขไม่ได้เป็นหลักล้าน ใช้แค่มือนับก็ได้แล้ว เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวสูตรการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ นายเศรษฐากล่าวว่า เลอะเทอะ ถามกี่ครั้ง ก็จะตอบว่าเลอะเทอะ

ถกท่องเที่ยว – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เข้าหารือกับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อรับทราบปัญหาและข้อเสนอแนะนำมาผลักดันเป็นนโยบาย ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กทม. เมื่อวันที่ 1 ก.ค.
‘พิธา’เชื่อได้ข้อยุติที่ดี
ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ได้เปิดตัวนายปดิพัทธ์ ส.ส.พิษณุโลก เป็นว่าที่ประธานสภา ระหว่างลงพื้นที่ขอบคุณชาวพิษณุโลกแล้ว ต่อมาวันที่ 1 ก.ค. เวลา 10.00-12.00 น. นายพิธาพบสภาอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่โรงแรม รามาการ์เด้นส์ กทม.
นายพิธาให้สัมภาษณ์ก่อนการหารือกับสทท.ถึงปัญหาตำแหน่งประธานสภาระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรค เพื่อไทยจะได้ข้อยุติ ที่ดีหรือไม่ว่า น่าจะได้ข้อยุติที่ดี แต่ต้องรอพรรคเพื่อไทยให้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการ ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 3 ก.ค.พรรคเพื่อไทยจะประชุมกก.บห.และส.ส.พรรค จะไม่เป็นการลากเกมออกไปใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า คงตอบแทนพรรคเพื่อไทยไม่ได้ และคิดว่าไม่ใช่เป็นการลากเกม ณ จุดนี้พรรคก้าวไกลได้เสนอแคนดิเดตประธานสภา และยืนยัน ในหลักการไปแล้ว คงต้องรอคำตอบจากพรรค เพื่อไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพราะช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา อย่างที่ตนให้สัมภาษณ์ ที่จ.พิษณุโลกเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.และจากข่าว ที่ออกมาอย่างหลากหลาย ทั้งจากหลายบุคลากรและแหล่งข่าว ซึ่งอาจทำให้พี่น้องประชาชนสับสนในส่วนนี้ ณ จุดนี้ตนต้องยืนยันคำตอบว่ารอพรรคเพื่อไทยเป็นทางการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นการโหวตลับเลือกประธานสภาอาจทำให้สถานการณ์ พลิกผัน นายพิธากล่าวว่า น่าจะยังไม่ถึงวันนั้น รอให้ถึงวันนั้นก่อน ยังเชื่อว่าความเป็นเอกภาพ ของ 8 พรรคร่วมยังมีอยู่ คงมีกระบวนการ การพูดคุยระหว่างพรรคด้วย และกระบวนการพูดคุยกันภายในพรรคด้วย ซึ่งต้องให้เวลาและยังรอคำตอบอยู่ ต่อข้อถามว่าหากสุดท้ายแล้วไม่เป็นอย่างที่คุยกันไว้จะเกิดอะไรขึ้น นายพิธา กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้น ยังพยายาม ใช้สมาธิและใช้เวลาในการที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จ
รับเป็นทูตท่องเที่ยวไทย
นายพิธา พร้อมด้วยนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสทท. ร่วมกันแถลงภายหลังหารือแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องการท่องเที่ยว โดยนายชำนาญกล่าวว่า การท่องเที่ยวควรเป็นวาระแห่งชาติ และอยากให้ว่าที่นายกฯ นั่งเป็นประธานที่ประชุมดูแลเรื่องการท่องเที่ยว ที่สำคัญคือการบริหารจัดการเรื่องสนามบิน ในการไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ จนกลับมาถึงสนามบินอีกครั้ง ควรจัดการอย่างไร้คอขวด และท้ายที่สุดที่ขอมาตลอดคืออยากให้ท่านมาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์หรือทูตการ ท่องเที่ยวของประเทศไทย
ด้านนายพิธากล่าวว่า สทท.เชิญให้ตนเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ตนยินดีตอบรับ ถ้าเป็นคนที่ทั้งบริหารและสื่อสารด้วย หากเข้าสู่ ทำเนียบรัฐบาลและมีการบริหารเมื่อไร คงจะไปพบปะกับผู้นำในต่างประเทศ และสหประชาชาติในเดือน ก.ย.นี้ คงเอาเรื่องการท่องเที่ยวและเชิญชวนนักท่องเที่ยว ของเขาที่เราต้องการให้เขามาเป็นวาระสำคัญในการกำหนดการประชุมกับผู้นำต่างประเทศ หลังจากนั้นคงพูดถึงนโยบายของ 8 พรรคร่วมที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น แก้ปัญหาเรื่องการขอใบอนุญาตเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมา คงเป็นการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา
เมินส.ว.แซะนายกฯทิพย์
ผู้สื่อข่าวถามได้พูดคุยกันหรือไม่ว่า หลังทำงานร่วมกันแล้วจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เท่าไร นายพิธากล่าวว่า เรื่องตัวเลข เป็นสิ่งสำคัญและมีการพูดคุยกันเยอะ ตอนนี้หากถามว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยก่อนและหลังโควิดหายไปเท่าไร มีอยู่เกือบ 40% ในขณะที่ทั่วโลกหายไป 20% แต่ขณะเดียวกันหากเราเอานักท่องเที่ยวจีนออกไปและเปรียบเทียบกัน ไทยก็ไม่ได้แย่ไปกว่าทั่วโลก ก็หายไปแค่ 20% เท่ากัน เพียงแค่ก่อนโควิดยอดนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมา 20% เป็นนักท่องเที่ยวจีน ตอนนี้อยู่แค่ 2% ก็คือว่าหายไปเยอะ ฉะนั้นเราต้องปรึกษาหารือกันว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อให้ตัวเลขกลับมาดีที่สุด
ต่อข้อถามว่า มีความเห็นจากส.ว.ท่านหนึ่งวิจารณ์ว่าอาจจะเป็นรัฐบาลและนายกฯ ทิพย์ นายพิธากล่าวว่า นั่นเป็นความเห็นของประชาชน คนหนึ่ง แต่เนื่องจากความเห็นนั้นเป็นของวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งจึงมีเสียงที่ดังขึ้นมาหน่อย แต่ขณะเดียวกันเราต้องให้โอกาส ในการสอบถามประชาชน และหลายๆ ฝ่าย ซึ่งตัวเลขได้ออกมาแล้วหลังจากการเลือกตั้ง แต่ไม่เป็นไรเราเดินหน้าทำงานให้กับพี่น้องชาวการท่องเที่ยวต่อไป
เมื่อถามว่าที่มีการวิจารณ์นายพิธากรณีที่ไป ดูการแข่งขันวอลเลย์บอล จนทำให้นักกีฬา ถูกจับจ้องทางการเมือง นายพิธากล่าวว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติมากที่ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือผู้นำประเทศที่เดินทางไปดูการแข่งขันกีฬาของประเทศของตน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติอะไร

คึดฮอดหลายๆ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีปราศรัยขอบคุณประชาชน ชาวขอนแก่นที่เลือกส.ส.ก้าวไกล 3 เขต ท่ามกลางด้อมส้มมาต้อนรับเนืองแน่นสวนสาธารณะขอนแก่น 200 ปี เมื่อวันที่ 1 ก.ค.
มั่นใจได้เป็นนายกฯ
เวลา 18.00 น. ที่เวทีกลาง สวนสาธารณะ 200 ปี บึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น นายพิธาขึ้นเวที ปราศรัยขอบคุณประชาชนที่เลือกส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 1, 2, 3 จากทั้งหมด 11 เขต และส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 1 คน และกล่าวว่า มาขอนแก่น อิ่มมากเพราะได้กินผัดเผ็ดงูเห่า คะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ เขต 1 ขอนแก่น ซึ่งเป็นฐานที่มั่นเดิมของพรรค ได้รับชัยชนะอีกครั้งและได้คะแนนเกือบ 40,000 คะแนน จึงขอขอบคุณคนขอนแก่นที่ยังรักและไว้วางใจให้กับ พรรคได้ทำงานเพื่อประชาชนต่อไป แม้หลายคน จะเกลียดและโกรธในตัวพิธา ซึ่งทุกคนโกรธและเกลียดพิธาได้ แต่จะโกรธประชาชนไม่ได้
วันนี้อย่ามองว่าศัตรูคือพิธา หรือพรรค ก้าวไกล เพราะศัตรูที่แท้จริงคือความเหลื่อมล้ำ ความยากจน การทุจริตคอร์รัปชั่นและปัญหาต่างๆ ที่พรรคก้าวไกลต้องเข้าไปแก้ไข ตามที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจากผลการเลือกตั้งที่ได้มาอันดับ 1 คงขอเสียงคนขอนแก่น ส่งดังๆ ไปยังทำเนียบรัฐบาลให้พิธาได้เป็น นายกฯ แม้จะมีอุปสรรคอย่างมาก แต่เรา จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน
“มาขอนแก่นวันนี้ได้ยินว่าว่าที่นายกฯ ตั๋ว (เป็นภาษาอีสานว่าหลอก) เพราะใบ้หวยไม่ถูก เพราะหลายคนบอกว่าตามเลขผมมาหลายงวดและงวดนี้ผมโชว์สลากเลขท้าย 376 วันนี้ ออกรางวัล ออก 16 หากนำ 3+7+6 มารวมกัน จะได้ 16 นั่นเอง แต่ถึงอย่างไร ในวันที่ 14 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่ทุกฝ่ายกำหนดโหวตเลือกนายกฯ รับรองว่าหวยออก 376 คนไทยถูกทั้งประเทศอย่างแน่นอน” นายพิธากล่าว
‘โภคิน’หวั่นเกิดกลียุค
นายโภคิน พลกุล ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศพรรคไทย สร้างไทย (ทสท.) อดีตประธานสภา กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาโหวตนายกฯ หากครั้งแรกเสียง ส.ว. ไม่ถึงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คำถามคือจะโหวตครั้งที่ 2 อีกหรือไม่ หากมีการโหวต จะอยู่ในกรอบเวลาเท่าใด เพราะอำนาจอยู่ในมือของประธานสภา หรือจะมีการโหวตครั้งที่ 3 หรือครั้งที่ 4 อีกหรือไม่ เมื่อมีการโหวตไปเรื่อยๆ พล.อ.ประยุทธ์จะทำหน้าที่รักษาการเรื่อยๆ ไปด้วยเช่นกัน
ส่วนตัวเชื่อว่า พรรคก้าวไกลคงไม่ปล่อยให้มีการโหวตไปเรื่อยๆ แต่อาจมีการพูดคุยกันในพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ว่าหากนายพิธา ไม่สามารถนำการจัดตั้งรัฐบาลได้ จะเดินหน้ากันอย่างไร อาจเปลี่ยนมาเป็นบทบาทของพรรคเพื่อไทย นำการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่
หากสถานการณ์ทางการเมืองบีบให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยอาจนำประเทศเข้าสู่กลียุค ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้อาจจะเกิดขึ้นหลังจาก นายพิธาไม่ได้นายกฯ ซึ่งต้องไปดูว่าพรรค เพื่อไทยจะดำเนินการอย่างไร และจะเกิดกรณีคล้ายกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ หากส.ว.ไม่ให้ความเห็นชอบแคนดิเดตนายกฯ จากพรรค เพื่อไทยด้วยเช่นกัน ยังไม่สามารถคาดเดา ได้ว่าจะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือไม่ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ยังคงทำหน้าที่รักษาการต่อไป
‘พปชร.รอฟังสัญญาณ‘ป้อม’
ด้านร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงแนวทางการโหวต ประธานสภาว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค และส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุให้ส.ส.พรรค ดูหน้างานในวันโหวตประธานสภาวันที่ 4 ก.ค. และยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีเสนอชื่อใครชิงประธานสภา มีแต่ข่าวลือ แต่จะดูว่าพรรคอื่นที่มีการเสนอชื่อประธานสภา มีบุคคลใดที่เหมาะสม โดยฟังสัญญาณจากหัวหน้าพรรค และส.ส. 40 คน จะโหวตไปใน ทิศทางเดียวกัน ตามนโยบายที่หัวหน้าพรรคให้ไว้ ซึ่งจะพูดคุยเรื่องการโหวตประธานสภา ในการปฐมนิเทศส.ส.พรรควันที่ 2 ก.ค.ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันได้พูดคุยเรื่องนี้ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ขอดูสถานการณ์วันที่ 4 ก.ค.ก่อน เมื่อถามถึงกระแสข่าวพล.อ.ประวิตร มีโอกาสที่เป็น นายกฯ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยถึงจุดนั้น ส่วนการโหวตเลือกนายกฯ เป็นนโยบายของพรรคว่าจะเลือกใคร

ภูมิใจ – นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กภูมิใจและดีใจที่ได้รองโฆษกพรรคทั้ง 3 ท่าน ที่มีความรู้ความสามารถของทุกท่านและมั่นใจว่าจะสามารถเชื่อมโยงคนทุกวัยเข้ามาสู่เป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.
รทสช.ชัดเจนไม่โหวตให้ก.ก.
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนัก นายกฯ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ มีความชัดเจนแล้วว่า การเลือกประธานสภา และนายกฯ นั้น จะไม่สนับสนุน ไม่เลือกบุคคล ที่มีวาระมุ่งแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อย่างแน่นอน เนื่องจากกฎหมายดังกล่าว ถือเป็นความมั่นคงของรัฐ เป็นกฎหมาย สำคัญเพื่อปกป้องประมุขของประเทศ
พรรคก้าวไกลมีความชัดเจนตั้งแต่แรก เมื่อตอนหาเสียงกับประชาชนไว้ว่าจะเข้าสภาเพื่อแก้กฎหมายดังกล่าว และทุกการปราศรัย รวมถึงทุกเวทีดีเบตของทั้งหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรค ชูธงเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบสภา ตามที่แคนดิเดตประธานสภา คือนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ไว้ จึงคิดว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่พรรคก้าวไกลและผู้สนับสนุนไม่ยอมถอยเก้าอี้ประธานสภาให้กับเพื่อไทย
“ขอเรียกร้องไปยังพรรคก้าวไกล ว่า อย่าอ้าง เสียงประชาชนที่เลือกมา 14 ล้าน เพราะไม่ใช่ว่า 14 ล้านคนที่เลือกพรรคก้าวไกลมาจะเห็นด้วยกับการแก้กฎหมายทั้งหมด ขออย่าใช้สภาเปลี่ยนแปลงอะไรตามอำเภอใจของคนแค่บางกลุ่ม เพราะคนไทยที่เหลืออีกกว่า 40-50 ล้าน คนที่รักสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งประเทศรวมถึงตัวผมด้วยนั้น จุดยืนชัดเจน ไม่ยอมให้แก้กฎหมายนี้อย่างแน่นอน” นายธนกรกล่าว
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @akanat_promphan ระบุ ถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รวมไทยสร้างชาติ สละตำแหน่งส.ส.ว่า “ไม่ต้องตกใจกับการที่คุณพีระพันธุ์เลือกที่จะสละ ส.ส.เพื่ออยู่ช่วยท่านนายกฯ ต่อ พี่พีเป็นคน รอบคอบ ท่านตัดสินใจดีแล้วว่า ยังมีภารกิจสำคัญในช่วงนี้ที่จะต้องอยู่ช่วย #ลุงตู่ ในฐานะเลขาธิการนายกฯ ต่อไป
ท่านยังเป็นหัวหน้าพรรค และลำดับ ส.ส. บัญชีรายชื่อจะขยับพี่เจมส์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ขึ้นมาแทนที่
ปชป.ยันไม่เคยดีลกับใคร
เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์เรียกประชุม ส.ส.ทั้ง 25 คนในวันที่ 2 ก.ค. เวลา 13.00 น. มีวาระการประชุมเรื่องการเลือกประธานและรองประธานส.ส. รวมถึงเลขานุการที่ประชุม ส.ส. ซึ่งถือเป็นหลักปฏิบัติเมื่อมีสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ เลขาธิการพรรค ได้ขอให้ส.ส.ของพรรคทุกคนเตรียมความพร้อมการทำหน้าที่ และพร้อมนำปัญหาต่างๆ ของประชาชน เข้าไปผลักดันในสภา
ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าในการประชุมส.ส. ของพรรคครั้งนี้อาจมีการหารือถึงการเลือกประธานสภานั้น ตนขอชี้แจงว่าการประชุมครั้งนี้อาจมีการพูดคุยถึงเรื่องประธานสภาด้วย แต่คงไม่ได้ลงรายละเอียดและไปถึงตัวบุคคล เพราะขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคไหนจะส่งบุคคลใดลงชิงตำแหน่ง ยังมีเวลาไปจนถึงเช้าวันที่ 4 ก.ค.
สำหรับการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค จะจัดขึ้นในวันที่ 9 ก.ค. เวลา 08.30 น. ที่โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น มีวาระประชุมสำคัญคือการเลือกกก.บห.ชุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าพรรค แทนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ลาออก รวมถึงเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากนายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคที่เปิดตัวชิงหัวหน้าพรรคแล้ว ยังมีข่าวจะเสนอชื่อ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.ด้วย นายราเมศกล่าวว่า นอกจากกรณีของนายอลงกรณ์แล้วยังไม่มีใครประกาศตัว อย่างเป็นทางการ
ต่อข้อถามว่าที่นายเดชอิศม์จะลงชิงหัวหน้า พรรค ถูกโยงว่าเตรียมนำไปสู่การร่วมรัฐบาล แต่ถ้าเป็นฝั่งของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงสมัคร จะทำให้พรรคไปเป็นฝ่ายค้าน นายราเมศกล่าวว่า ขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยติดต่อกับพรรคไหน หรือมีดีลลับกับใคร แต่การพูดคุยหรือวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง กับคนต่างพรรคเป็นเรื่องปกติ
ทบ.แจ้งเคลื่อนย้ายอาวุธ 1-9 ก.ค.
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. กองทัพบก แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ของมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) โดยกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) ออกนอกที่ตั้ง เพื่อทำการฝึก และตรวจสอบเป็นหน่วย หมู่ ตอน หมวด ประจำปี 2566 ในพื้นที่ฝึกสนามฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง บ.หลุมหิน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
เคลื่อนย้าย 2 ขบวน ขบวนที่ 1 เดินทางไปวันที่ 1 ก.ค. เวลา 05.30 น. เดินทางกลับ ในวันที่ 9 ก.ค. เวลา 09.00 น. และขบวนที่ 2 เดินทางไปวันที่ 5 ก.ค. เวลา 04.30 น. เดินทางกลับในวันที่ 8 ก.ค. เวลา 15.00 น. โดยใช้เส้นทาง ดังนี้ จาก พัน.ร.มทบ.11-ถ.แจ้งวัฒนะ-ถ.ชัยพฤกษ์-ถ.หมายเลข 356-ถ.หมายเลข 324 -จ.กาญจนบุรี และกลับเส้นทางเดิม จึงขอแจ้งให้ประชาชนทราบ และขออภัยในความไม่สะดวก
แม่ทัพ4แจงลดทหารแล้ว2หมื่น
วันที่ 1 ก.ค. พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึง แนวทางปรับลดกำลังทหาร 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า สถานการณ์ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมากว่า 19 ปี นับตั้งแต่ปี 2547-2553 กองทัพภาคที่ 4 ได้ใช้กำลังทหารเป็นกำลังหลัก รวมทั้งได้เพิ่มเติมกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1-3 เพื่อเข้ามาควบคุมสถานการณ์และยุติสภาพปัญหา โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจ ปรับทุกข์ ผูกมิตร และช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ จนสามารถสร้างความเชื่อมั่น และไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงและมีแนวโน้มพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ
จนเข้าสู่ระยะที่ 2 ตั้งแต่ปี 2554 – ปัจจุบัน แนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองทัพได้มุ่งเน้นเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กำลังฝ่ายพลเรือนและกำลังตำรวจ ด้วยการเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ 1,700 นาย จัดตั้งเป็นหมวดปฏิบัติการพิเศษ ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในเขตพื้นที่เมืองทั้ง 37 อำเภอ และการเพิ่มอัตรากำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนกว่า 7,000 นาย จัดตั้งเป็นชุดคุ้มครองตำบล 164 ชุด ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในหมู่บ้าน/ชุมชน โดยปฏิบัติงานร่วมกับกำลังภาคประชาชน เพื่อช่วยดูแลพื้นที่แทนกำลังทหาร ที่ได้ ทยอยถอนกำลังกลับที่ตั้งปกติโดยเฉพาะทหารจากกองทัพภาคที่ 1-3 ได้ถอนกำลังกลับทั้งหมดตั้งแต่ปี 2559-2560 รวมทั้งได้ทยอยปรับลดอัตรากำลังจากหน่วยต่างๆ ในโครงสร้างของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในทุกๆ ปี ส่งผลให้ขณะนี้สามารถปรับลดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ลงได้แล้วจำนวนกว่า 20,000 นาย
นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังเปิดเผยถึงการเตรียมแผนการปรับลดอัตรากำลังในห้วง 5 ปีต่อไป โดยจะทยอยปรับลดกำลังทหารพรานจากกองทัพภาคที่ 1-3 กลับที่ตั้งปกติทั้งหมดควบคู่ไปกับการปรับลดพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งตั้งเป้าจะให้หมดสิ้นไปภายในปี 2570
สำหรับกำลังของกองทัพภาคที่ 4 และกำลังในส่วนอื่นๆ ก็จะทยอยปรับลดหรือปรับเปลี่ยนภารกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ตามห้วงระยะเวลา ทั้งนี้ หากสถานการณ์พัฒนาเข้าสู่สภาวะปกติ ความจำเป็นในการใช้กำลังทหาร ก็จะค่อยๆ หมดสิ้นไปในที่สุด