วันที่ 1 ก.ค. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./ ตร.PCT1 พร้อมชุดปฏิบัติการจับกุม นายเสกสรร คุ้มพ้นภัย หรือ เบนซ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/307 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ในข้อหา “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” พร้อมด้วยของกลาง คอมพิวเตอร์, พระเครื่อง ที่ประกาศขายในเฟซบุ๊กกว่า 100 องค์, เครื่องปรินต์สติ๊กเกอร์ติดกล่องพัสดุ ปรากฏอักษร วัดบวรนิเวศวิหาร กทม., กล่องพัสดุปรากฏชื่อผู้ส่ง “วัดบวรนิเวศวิหาร” และสมุดบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินค่าพระเครื่อง

พล.ต.ต.พันธนะเปิดเผยว่า ชุดปฏิบัติการที่ ตร.PCT1 ได้ตรวจสอบในสื่อโซเชี่ยลและพบเฟซบุ๊ก ชื่อ “วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. และเห็นความผิดปกติในการโพสต์ขายพระเครื่องและวัตถุมงคล เช่น พระสมเด็จจิตรดา ปี 2508, มีดสาริกา มหามงคล หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ และพระเครื่องวัตถุมงคลอื่นๆ ที่น่าเชื่อว่าเป็นของปลอม ในลักษณะที่แอบอ้างว่าเป็นของวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งส่งผลให้วัดบวรนิเวศวิหารได้รับความเสียหาย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า เพจดังกล่าวเป็นเพจจริงของทางวัด

ขายพระเก๊ – ตำรวจพีซีทีเข้าจับกุมนายเสกสรร คุ้มพ้นภัย หรือเบนซ์ อายุ 33 ปี ที่ร้านในอ.เมือง จ.พิษณุโลก ปลอมเพจเฟซบุ๊กชื่อ ‘วัดบวรนิเวศวิหาร กทม.’ หลอกขายวัตถุมงคล พระเครื่องเก๊ โดยลวงเหยื่อให้เข้าใจผิดว่าเป็นของวัดบวรฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.

ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า แอดมินผู้ดูแลเพจคือ นายเสกสรร คุ้มพ้นภัย หรือเบนซ์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเบนซ์นิว พระเครื่อง พิษณุโลก เป็นผู้โพสต์ และประกาศขายพระเครื่องวัตถุมงคลดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดพิษณุโลกเข้าตรวจค้นร้านเบนซ์นิว พระเครื่องพิษณุโลก

และจากการตรวจสอบภายในคอมพิวเตอร์พบเฟซบุ๊กดังกล่าวแช็ตพูดคุยกับลูกค้า ที่หลงเชื่อจำนวนหลายพันราย มูลค่าความเสียหาย เป็นเงินประมาณ 5-6 ล้านบาท จากการซักถามในชั้นจับกุม นายเสกสรรให้การรับว่า ตนเองเป็นผู้ดูแลเฟซบุ๊ก ‘วัดบวรนิเวศวิหาร กทม’ จริง โดยเพจดังกล่าวมีไว้สำหรับโพสต์ขายพระเครื่องและวัตถุมงคลให้กับลูกค้า ซึ่งเหตุที่ใช้ชื่อวัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องจากต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่พระเครื่องและวัตถุมงคลที่ตนขาย ส่วนพระเครื่องและวัตถุมงคลต่างๆ ได้รับซื้อมาจากร้านขายพระแถวท่าพระจันทร์แล้วนำมาขายต่อให้ลูกค้าอีกทอดหนึ่ง ก่อนควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน