เปลี่ยนมือให้พักพอดี ขนนมล่องใต้ส่งมาเลย์ โดนอาวุธสงครามพรุน ตร.ไล่วงจรปิด-ตั้ง3ปม หักธุรกิจ-เหตุซึ่งหน้า
อาวุธสงครามถล่มรถเทรลเลอร์ 22 ล้อพรุน คนขับผู้หญิงวัย 50 เสียชีวิตคารถ สุดสลดอยู่ในช่วงเปลี่ยนมือให้สามีพักแล้วช่วยขับแทน บรรทุกนมสดจากสระบุรีลงใต้ไปส่งมาเลเซีย ถึงที่เกิดเหตุถนนสายเอเชีย อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช โดยขับกันมาเป็นขบวนรวม 6 คัน ตรวจพบประตูรถด้านขวาถูกยิงพรุน 17 รู ตร.ไล่เช็กวงจรปิดตามเส้นทางหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ตั้ง 3 ปม ขัดแย้งธุรกิจ-มีเรื่องส่วนตัวกับเหตุซึ่งหน้าบนถนน อาจขับปาดหน้ากันมาก่อน
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 4 ก.ค. พ.ต.อ.ชัยภัทร ศรีเรือง ผกก.สภ.นาบอน จ.นครศรี ธรรมราช พร้อมพนักงานสอบสวน แพทย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุยิงกันตายที่บริเวณถนนสาย 41 ขาล่องใต้ หมู่ 7 ต.นาบอน อ.นาบอน พบรถบรรทุกเทรลเลอร์วอลโว่ขนาดใหญ่ ชนิด 22 ล้อลากพ่วงห้องเย็น ทะเบียน 71-3232 พระนครศรีอยุธยา ของบริษัทขนส่งขนาดใหญ่รายหนึ่ง จอดอยู่ริมถนน
ตรวจสอบที่กระจกประตูรถด้านขวาพบรอยกระสุนปืนมากถึง 17 รู ส่วนที่เบาะ คนขับพบศพ น.ส.ลลิลญา โกสัย อายุ 50 ปี บ้านอยู่หมู่ 7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สภาพนั่ง มีบาดแผลถูกยิงเข้าเต็มที่อกด้านขวา เลือดโชก เจ้าหน้าที่จึงรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจอย่างละเอียด โดยในที่เกิดเหตุ มีนายสุสวัสดิ์ พหลยุทธ อายุ 41 ปี บ้านอยู่หมู่ 8 ต.บ้านใหม่ชัยมงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย คนขับซึ่งเป็นสามีของผู้ตายอยู่ในท่าทางตกใจ
นายสุสวัสดิ์เผยว่า ขณะตนนอนหลับอยู่ในตอนพักผู้ขับด้านหลัง น.ส.ลลิลญา ภรรยา ที่เป็นผู้ขับขี่มือ 2 ได้ปลุกให้ตนตื่น และอยู่ในสภาพสะลึมสะลืออ่อนแรง ตนจึงช่วยบังคับรถพาไปจอดข้างทาง เมื่อดูอีกครั้งพบว่าภรรยาสิ้นใจตายแล้ว จึงแจ้งเพื่อนที่ขับ ต่อท้ายกันมาหลายคันให้ทราบ ก่อนไปแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ
ขณะเพื่อนของผู้ตายและนายสุสวัสดิ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นำรถไปรับนมสด พาสเจอไรซ์จากโรงงานผลิตของบริษัทใหญ่รายหนึ่งที่ จ.สระบุรี โดยมีขบวนรถเทรลเลอร์ในเที่ยวเดียวกันถึง 6 คัน ขับตามหลังกันมาตามถนนมุ่งหน้าไปส่งที่ประเทศมาเลเซีย โดยจะมีการผลัดเปลี่ยนกันขับของสามีภรรยา ของแต่ละคันที่มาด้วยกัน ช่วงเกิดเหตุใกล้ตี 4 ก็มาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนสาเหตุยังไม่มีใครทราบ

ถล่มพรุน – สภาพรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ถูกประกบยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม ทำให้น.ส. ลลิลญา โกสัย โชเฟอร์มือ 2 ที่เปลี่ยนช่วงขับแทนสามี เสียชีวิตช่วงอ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ขณะนำคาราวานบรรทุกนมจากสระบุรีไปส่งมาเลเซีย เมื่อวันที่ 4 ก.ค.
ด้าน พ.ต.อ.ชัยภัทร ศรีเรือง ผกก.สภ.นาบอน ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและตำรวจงานป้องกันปราบปราม ตระเวนตรวจสอบบนถนนห่างจากจุดพบรถอย่างละเอียด เบื้องต้นน่าเชื่อว่าจุดเกิดเหตุห่างจากจุดพบรถไม่น้อยกว่า 3-4 ก.ม. เพื่อค้นหาปลอกกระสุนและหลักฐานต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะใช้อาวุธสงครามก่อเหตุ และคนยิงน่าจะเป็นมือปืนอาชีพ เพราะการกระจายของกลุ่มกระสุนเข้าเป้าด้านผู้ขับขี่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนสอบสวนเชิงลึกเพื่อกำหนดประเด็นการสืบสวนว่ามาจากเรื่องใดกันแน่ แต่ได้ตั้งไว้ 2-3 ประเด็น ทั้งมูลเหตุจากธุรกิจการขนส่ง เรื่องส่วนตัว หรือประเด็นอื่น ซึ่งต้องใช้เวลาการไขคดี เนื่องจากผู้เสียหายเป็นคนต่างพื้นที่ รวมทั้งบริษัทขนส่ง ดังกล่าวก็อยู่ที่อื่น ส่วนผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และจะได้ส่งชันสูตรอย่างละเอียดต่อไป
ส่วนคนร้ายน่าจะใช้รถยนต์เป็นพาหนะขับตามประกบรถของผู้ตายมาอย่างกระชั้นชิด และเมื่อสบโอกาสจึงแซงแล้วใช้อาวุธยิงใส่ก่อนขับหลบหนี ซึ่งยังไม่ทราบว่าคนร้ายมาจากไหน และมุ่งเป้าไปที่ น.ส.ลลิลญา ผู้ตาย หรือนายสุสวัสดิ์กันแน่ โดยจะสอบปากคำนายสุสวัสดิ์เพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย เพื่อคลี่คลายคดี ต่อไปด้วย
ด้าน พ.ต.ท.สมศักดิ์ โสภาการ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.นาบอน กล่าวว่า ในทางสอบสวนยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้แน่ชัด แต่ปัญหาอาจจะเกิดจากเหตุซึ่งหน้าบน ท้องถนน ซึ่งอาจจะมีการขับปาดหน้าปาดหลังจนนำไปสู่การยิงกัน หรือมูลเหตุอาจจะเกิดมาก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ โดยสาเหตุที่ยิงกันในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้น้ำหนักเป็นเหตุซึ่งหน้า ส่วนผู้ตายก็เคยเป็นแม่ม่าย แต่ไม่เคยไปมีปัญหากับใคร ต้องสอบสวนให้ครบทุกประเด็น
ส่วนศพของ น.ส.ลลิลญา ทางเจ้าหน้าที่ได้นำไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ ร.พ.นาบอนผ่าพิสูจน์พบหัวกระสุนทองแดงฝังในร่าง 3 หัว ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว ส่วนรถเทรลเลอร์นำมาเก็บไว้ที่ สภ.นาบอน และเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีนี้ ต่อไป
จากการสอบปากคำพยานชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุเพิ่มเติมระบุว่า เมื่อเวลาประมาณตี 3 ได้ยินเสียงปืนดังบนถนนเอเชีย 41 หลายนัด แต่ไม่ทราบทิศทาง ดังกึกก้องติดต่อกันกว่า 10 นัด หลังจากนั้นห่างไปจากจุดเสียงปืนประมาณ 3 ก.ม. ก็ทราบว่าคนถูกยิงเป็นโชเฟอร์รถเทรลเลอร์เสียชีวิต โดยเพียงแค่ได้ยินเสียงปืนเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าเป็นรถอะไรไล่ยิงกัน ส่วนรถของคนร้ายน่าจะเป็นรถกระบะ