พิธาโต้ลงพื้นที่-ปลุกมวลชน แค่เดินสายขอบคุณชาวบ้าน สว.ได้คืบจะเอาศอก-พูดชัด ลั่นก้าวไกลต้องเป็นฝ่ายค้าน
จับตาศึกชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ สะพัด 2 ฝั่งยังฝุ่นตลบ เผย ‘ชวน’ จ่อชงชื่อ ‘มาร์ค’ เข้าสู้ ฝ่ายเฉลิมชัยส่งชื่อ ‘เดชอิศม์’ เหตุดร.เอ้-มาดามเดียร์ติดปัญหาข้อบังคับพรรค หวั่นโหวตเตอร์วอล์กเอาต์ ทำเลือกล่ม ด้าน ‘พิธา’ นัดรวมพลด้อมส้ม ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ แจงเดินสายถี่ไม่ได้ปลุกมวลชน ย้ำไม่ลดเพดานแก้ 112 เชื่อส.ว. เข้าใจมากขึ้น ยังมั่นใจจะได้รับเลือก ก้าวไกลนัด 8 พรรควันที่ 11 ก.ค.นี้ รับมือเกมขั้วรัฐบาลเดิม ส.ว.จ่อขวางอีก ลั่นหากเพื่อไทยยังจับมือก้าวไกล ส.ว.ก็ไม่เอาด้วยเช่นกัน ต้องไปเป็นฝ่ายค้านเท่านั้น
‘พิธา’นัดรวมพลด้อมส้มก่อนโหวต
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า 13 ก.ค.นี้ วาระสำคัญที่จะกำหนดทิศทางประเทศกำลังจะมาถึง นั่งคือการโหวตนายกรัฐมนตรี ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 แม้ผลการเลือกตั้งจะออกมาชัดเจนว่าพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง และเราเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล จนได้พรรคร่วม 8 พรรคที่ได้รับฉันทามติจากประชาชนรวม 25 ล้านเสียง หรือ 72 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่เรายังคงต้องรอการตัดสินใจของวุฒิสมาชิก
“แต่ผมเชื่อมั่นว่าสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน จะฟังเสียงประชาชน เย็นวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. เชิญชวนทุกท่านมาเจอกันที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ 16.30 น. เป็นต้นไป พบปะทักทายกับตนและเพื่อนผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล แบบใกล้ชิด ส่งความหวังและกำลังใจให้กัน ยืนยันในเจตนารมณ์ของประชาชน ก่อนถึงวันโหวตนายกฯ” นายพิธาระบุ
เดินสายถี่ไปสุพรรณฯ-สมุทรปราการ
อย่างไรก็ตาม นายพิธามีกำหนดการเดินทางไปขอบคุณประชาชนจากทั่วทั้งประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 9 ก.ค. เวลา 10.30-12.00 น. ขอบคุณประชาชน จ.สุพรรณบุรี ที่โรงเรียนอนุบาลวัดป่าเลไลยก์ และเวลา 16.30 น. ขอบคุณประชาชน ฟังเสียงทุกคนก่อนโหวตนายกฯ ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์
วันที่ 11 ก.ค. โดยในช่วงเช้าจะหารือ 8 พรรคร่วม จากนั้นเวลา 17.00 น. จะเดินทางไปขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่ จ.สมุทรปราการ ที่ศาลากลางจังหวัด (บีทีเอสปากน้ำ)
อ้อนชาวโคราชอยากแก้ปัญหาปท.
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่โรงแรมฟอร์จูน จ.นครราชสีมา นายพิธาพร้อมด้วยส.ส. นครราชสีมา พรรคก้าวไกล ได้พบปะกลุ่ม ผู้ประกอบการเอกชน หอการค้า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ภาคประชาสังคม เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ
นายพิธากล่าวว่า ที่มาจ.นครราชสีมา ในวันนี้ เพื่อขอบคุณชาวโคราชที่เลือกส.ส.ของพรรคทั้ง 3 คน รวมถึงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 5 แสนคะแนน และจากที่ได้รับฟังจากภาคเอกชน และผู้ประกอบการของจังหวัด ทำให้รู้สึกคันไม้คันมือ อยากเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและผลักดันในเรื่องต่างๆ โดยเร็ว อยากจะช่วยยกระดับเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและพืชเศรษฐกิจของจังหวัดให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
นายพิธากล่าวต่อว่า ส.ส.นครราชสีมา ทั้ง 3 คนของพรรค อยู่ในวงการซอฟต์ เพาเวอร์ พร้อมช่วยกันพัฒนาจังหวัดอย่าง เต็มที่ และพร้อมส่งเสริมให้ จ.นครราชสีมา เป็นแลนด์มาร์กการแสดงคอนเสิร์ตระดับโลก เหมือนที่สิงคโปร์เชิญ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ซึ่ง คนไทยซื้อตั๋วและเสียค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เพื่อไปชม ซึ่งประเทศไทยควรจะมีมหกรรมดนตรีโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศในอนาคตต่อไป

ขอบคุณ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ ขึ้นรถแห่ขอบคุณ ชาวโคราช โดยมีแฟนๆ และผู้สนับสนุนหลายพันคนรอต้อนรับ เนืองแน่นเต็มบริเวณลานอนุสาวรีย์ย่าโม เมื่อวันที่ 8 ก.ค.
แฟนคลับนับพันแห่รับเต็มลานย่าโม
เวลา 17.10 น. นายพิธาขึ้นรถตู้ ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว เลขทะเบียน 1 นข 9743 กรุงเทพมหานคร มาที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมือง พบด้อมส้มหลายพันคนมาปักหลัก รอต้อนรับส่งเสียงฮือฮา จากนั้นนายพิธา ได้ขึ้นหลังรถแห่รอบเมือง เพื่อขอบคุณประชาชน ซึ่งมีประชาชนรอตามเส้นทางแสดงความดีใจกันอย่างชื่นมื่นและขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
พิธาลั่นไม่ได้ปลุกมวลชน
จากนั้นนายพิธาขึ้นเวทีปราศรัยขอบคุณชาวโคราช ท่ามกลางผู้สนับสนุนสวมใส่เสื้อ สีส้มมารอฟังเป็นจำนวนมาก โดยนายพิธา กล่าวตอนหนึ่งว่า ฟ้าหลังฝนสวยงามมาก ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เหลืออีก 5 วันก็จะโหวตเลือกนายกฯ เมื่อประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงแล้ว แต่ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะประเทศอยู่ในภาวะไม่ปกติ มีรัฐธรรมนูญ ปี 60 ขวางกั้นอยู่ ในเมื่อประชาชนให้โอกาสกับพรรคก้าวไกล ตนมีแผนที่จะทำงานไว้แล้ว ถ้าส.ว.ไม่โหวตให้กับตน ก็ต้องโหวตยาวๆ ไปเลย ขอให้ประชาชนอดทนกันอีกนิด ดูว่าความไม่ปกติของประเทศไทยจะยุติเมื่อใด ตนพร้อมจะทำงานในตำแหน่งนายกฯ ของคนไทยทุกคนทุกอาชีพ
นายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า การเดินสาย ต่างจังหวัดไม่ได้ต้องการปลุกระดมมวลชน ให้ออกมากดดัน ส.ว. โหวตเลือกตนเป็น นายกฯ ตามที่หลายคนตั้งข้อสังเกต แต่ เดินทางมาขอบคุณชาวนครราชสีมาที่เลือกส.ส.พรรคก้าวไกล และในวันที่ 13 ก.ค.นี้ จะโหวตเลือกนายกฯแล้ว ตนก็มีความมั่นใจ ขึ้นเรื่อยๆ จากที่ได้เข้าไปพูดคุยกับส.ว. เชื่อว่าทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ยังมีโอกาสที่จะคืนความปกติให้กับการเมืองไทย โดยยึดมติเสียง ข้างมาก ซึ่งจะเป็นวาระสำคัญของประเทศ ว่าเราจะไปในทิศทางไหน
เผยคุยส.ว.-เข้าใจเรื่อง 112 มากขึ้น
นายพิธา กล่าวว่า ส่วนเรื่องมาตรา 112 ตนคิดว่าเป็นเงื่อนไขที่อ่อนลงเรื่อยๆ เมื่อได้รับฟังคำชี้แจงและคำอธิบายถึงเหตุและผล ส.ว.หลายท่านเริ่มจะเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่อิงพรรค หรือนโยบายของพรรค แต่เป็นเรื่องหลักการที่จะทำให้ระบบกลับมาเป็นปกติได้ ซึ่งต้องใช้พื้นที่ของสภา ตนได้อธิบายให้ ส.ว.ได้รับทราบ หลายท่านก็เบาใจและมีความเข้าใจมากขึ้นว่า การอนุรักษ์ การรักษา และทำให้เกิดการพัฒนา จำเป็นต้องพูดคุยด้วย วุฒิภาวะ จึงทำให้เงื่อนไขต่างๆ น้อยลง และตนสัญญาไว้กับประชาชนอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น
นายพิธา กล่าวว่า การโหวตเลือกนายกฯ หากครั้งแรกไม่ผ่าน ก็ต้องยึดความคิดเห็นของพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค เท่าที่ฟังมาตอนนี้ยังไม่มีแผนสอง ดังนั้น จะโฟกัสให้เต็มที่วันที่ 13 ก.ค.นี้ก่อน ซึ่งจะโหวตกี่ครั้งก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และยึดมติของประชาชนเป็นหลัก ถ้าประชาชนไม่ถอย ตนก็ไม่ถอย ส่วนที่พรรครวมไทยสร้างชาติบอกว่า ถ้าโหวตไม่ผ่านในครั้งแรก ก็ควรให้โอกาสพรรคลำดับ 2 แทน ไม่ควรโหวตซ้ำอีกรอบนั้น ตนมองว่าเป็นความคิดเห็นของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้เป็นหลักการหรือข้อกฎหมาย ตอนนี้ ยังไม่มีแผนสอง ยังยึดตามแผนที่พรรคร่วมทั้งหมดได้พูดคุยกันไว้ก่อน
ก้าวไกลนัด 11 ก.ค.ประชุม 8 พรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก 8 พรรคร่วมถึง ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ประสาน มายังพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค เพื่อนัดหารือ วันที่ 11 ก.ค. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา เพื่อเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการโหวตนายกฯ วันที่ 13 ก.ค. ซึ่งสิ่งที่พรรคร่วมอยากได้ความชัดเจนจากพรรคก้าวไกล คือจำนวนเสียงส.ว. ที่จะสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ เนื่องจากที่ผ่านมาแกนนำพรรคก้าวไกลยืนยันมาตลอดว่าได้เสียงส.ว.เพียงพอ แต่สิ่งที่ส.ว.บางส่วนสื่อสารออกมาเหมือนไม่เป็นเช่นนั้น จึงต้องการความชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมโหวตเลือกนายกฯ แต่จนถึงวันนี้จุดยืนของ ทั้ง 8 พรรค คือการสนับสนุนพรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลตามเอ็มโอยูที่ได้ลงนามกันไว้ ไม่มีการคิดแผนสอง แต่อยากทราบความชัดเจนเพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือเกมในสภา หากฝ่ายรัฐบาลเดิมจะเล่นเกมการเมืองอะไรขึ้นมา
ไอติมเชื่อส.ว.ฟังเสียงข้างมาก
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเจรจากับ ส.ว. เพื่อโหวตให้กับนายพิธา ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 13 ก.ค.ว่า เชื่อว่าจะมีส.ว.จำนวนเพียงพอลงมติให้พรรคที่ได้อันดับ 1 มั่นใจว่าส.ว.จะฟังเสียงส.ส.ข้างมากที่ประชาชนเลือกเข้ามา ส่วนการประชุมร่วม 8 พรรคในวันที่ 11 ก.ค.นั้น เป็นการประชุมตามปกติ เมื่อเปิดสมัยประชุมก็ต้องประสานกัน ส่วนการโหวตนายพิธา ก็เป็นสิ่งที่เราได้ข้อตกลงกันตั้งแต่วันที่เซ็นเอ็มโอยูฉบับแรก คงไม่มีอะไรซับซ้อน
เมื่อถามว่าหากโหวตครั้งแรก และครั้งที่ 2 นายพิธา ยังไม่ได้รับเลือกให้เป็นนายกฯ จะต้องเปลี่ยนตัวหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า โดยหลักการตามประชาธิปไตย ครั้งเดียวก็ควรจบ ยิ่งเป็นแคนดิเดตจากพรรคที่ได้สิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน และรวบรวมเสียงส.ส.ได้เกิน กึ่งหนึ่ง เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน ที่สะท้อนผ่านการเลือกตั้ง จะมีรัฐบาลที่มีเสียงส.ส. 312 เสียง และฝ่ายค้าน 188 เสียง ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ผ่านไป 4 ปี ประชาชนก็จะตัดสินผลงานผ่านการ เลือกตั้งอีกครั้ง
ชี้เป็นสิทธิ์หากประชาชนลงถนน
เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ว่าเสียงโหวตไม่เป็นที่พอใจของประชาชน แล้วจะเกิดการชุมนุม นายพริษฐ์กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ของประชาชน เพราะประชาชนได้แสดงความเห็นแล้ว หากการโหวตนายกฯ ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่เคารพ 1 สิทธิ 1 เสียงของประชาชน ตนคิดว่าความไม่พอใจคงไม่จำกัดอยู่ที่พรรคก้าวไกล แต่จะเป็นประชาชนที่สนับสนุนหลักการประชาธิปไตยทั้งหมด
เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลยังมั่นใจในเสียงส.ว.พลังเงียบอยู่ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ระบุว่า เราคาดหวังว่าจะมีเสียงส.ว.เยอะ เพียงพอที่สนับสนุนหลักการนายกฯ ตามเสียงข้างมากของส.ส. ส่วนตัวเลขจะเป็นอย่างไร วันที่ 13 ก.ค. ก็รู้กัน เราก็ยังเชื่อมั่นว่าส.ว.จะอยากเห็นประเทศเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชน
ลั่นไม่ลดเงื่อนไขที่หาเสียงไว้
เมื่อถามย้ำว่าพรรคก้าวไกลจะยอมลดเงื่อนไขบางอย่าง เพื่อให้ส.ว.โหวตสนับสนุนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีการลดวาระที่เราจะขับเคลื่อน เมื่อประชาชนให้ความไว้วางใจกับเราในวาระที่เสนอไป มันเป็นความรับผิดชอบและหน้าที่ที่ต้องขับเคลื่อนวาระ ที่เสนอกับประชาชนไปแล้ว หวังว่าส.ว. ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับนโยบายของ พรรคก้าวไกล ก็อยากเห็นนักการเมืองรักษาคำพูดของตัวเอง ฉะนั้น หวังว่าส.ว. จะไม่ใช้อำนาจในการเลือกนายกฯ ตามาตรา 272 มาเป็นเงื่อนไขให้เราเปลี่ยนวาระจากที่เราได้สื่อสารกับประชาชน ยังหวังว่าส.ว. จะอยากเห็นนักการเมืองและพรรคการเมืองที่รักษา คำพูดของตัวเอง
อดิศรแต่งกลอนสัญญาโหวตให้พิธา
นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ โดยแต่งเป็นกลอนสัญญาจะยกมือสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ ว่า “ขอสัญญาว่าจะเลือกพิธาเป็นนายกฯ ขอสว.ช่วยยกมือสนับสนุน ประชาชนเขาเลือกมานั้นเป็นทุน พิธา จะทำงานแทนคุณประเทศเอย”

รธน.ใหม่ – เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ จัดเสวนา “ออกจากกะลาไปหารัฐธรรมนูญใหม่” โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.พรรค เพื่อไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.พรรคประชาชาติ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.พรรคก้าวไกล ร่วมเสวนา ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
‘อ๋อย’เสนอ 8 พรรคผนึกสู้สว.
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นตอบ ชาวทวิตเตอร์ หลังเข้ามาสอบถามถึงกรณี การโหวตนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ที่มีส.ว. บางคน ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองอยู่ว่า “ถ้าให้ผมกำหนด ผมจะให้ 8 พรรค 312 เสียงผนึกกำลังกันไปเรื่อยๆ ตั้งไม่ได้ก็รอไปเรื่อย ส.ว.หมดอำนาจเมื่อไหร่ก็ตั้งได้”
ทวีย้ำยึดหลักเสียงข้างมาก
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของ 8 พรรคร่วมต่อการโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 13 ก.ค.ว่า โดยปกติพรรคที่เป็นฝ่ายตั้งรัฐบาล จะมีวิปของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น จะประชุมวิปของทั้ง 8 พรรค ในการโหวตเลือกนายกฯ เนื่องจากเป็นการประชุมร่วมรัฐสภา ก็จะมีวิปของ ส.ว. และส.ว หารือกันในวันที่ 11 ก.ค.นี้
เมื่อถามว่ามีการมองว่าหากนายพิธา ไม่สามารถโหวตผ่านได้ในรอบแรก ก็ไม่ควรเสนอชื่อเป็นรอบที่สอง เหมือนการโหวตบุคคลในองค์กรอิสระ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ประธานสภา พูดไว้แล้วว่าไม่มีกฎหมายบัญญัติในเรื่องดังกล่าวไว้ อย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเลือก 4-6 ครั้งก็ยังเป็นคนเดิมอยู่ก็ต้องส่งชื่อไป เพราะกฎหมายไม่ได้ระบุไว้ เช่นเดียวกับการเลือกนายกฯ แต่ในหลักการประชาธิปไตย เคารพเสียงข้างมาก ดังนั้น เราจึงเห็นว่า ถ้าส.ส.มีมติเลือกใครขึ้นมาเป็นนายกฯ ส.ว.ก็ควรให้ความเห็นชอบ คล้ายกับความเห็นชอบขององค์กรอิสระ และหาก ส.ว. เข้าใจว่า ส.ส.จะต้องไปบริหารประเทศ
เชื่อส.ว.ส่งสัญญาณดี
“ส.ว.หลายคนส่งสัญญาณแล้วว่าไม่เลือกรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะเป็นการส่อเจตนาว่าไม่ต้องการให้เป็นประชาธิปไตย และการเลือกนายกฯ มีเรื่องจริยธรรมของส.ส. และ ส.ว.อยู่แล้ว เช่น ส.ส.จะเลือกด้านความรู้ และความสามารถ และด้านจริยธรรม หาก เอานโยบายของพรรคที่ไปหาเสียง และประชาชนให้การยอมรับเอามาเป็นเรื่องจริยธรรม จะไม่ถูกต้อง เพราะเรื่องนโยบายต้องให้ประชาชนเป็นผู้เลือก ผมเชื่อว่า ในวันที่ 13 ก.ค. จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะส.ว.หลายคนได้ออกมาส่งสัญญาณแล้ว” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
เมื่อถามว่ามองว่านายพิธา จะโหวตผ่าน ในรอบแรกเลยหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การเลือกนายกฯ ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ แต่ส.ว.ต้องเลือกตามจริยธรรมในการเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญของแต่ละองค์กรอยู่แล้ว ในส่วนของส.ส.คือ เลือกตามความรู้ ความสามารถ และมาตรฐานคุณธรรม และเมื่อเจ้าของ อำนาจอธิปไตยเป็นผู้เลือกมาแล้ว นั่นคือพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้คะแนนเสียงสูงสุด รวมทั้งพรรคอื่นๆ ดังนั้น การใช้ดุลพินิจต้องอยู่ในครรลอง ไม่ใช่ตามอำเภอใจ

เยี่ยมพ่อใหญ่ – นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าเยี่ยมพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง กทม. โดยพล.อ.ชวลิตแสดงความยินดีที่ได้รับตำแหน่ง พร้อมฝากดูแลการเลือกนายกฯ ให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 8 ก.ค.
โต้ลือ‘วันนอร์’นั่งปธ.แค่ปีเดียว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จะอยู่ในตำแหน่งประธานสภาเพียง แค่ 1 ปี พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ใช่ ข้อเท็จจริง ตนไม่เคยได้ยินกระแสข่าวนี้ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าประธานรัฐสภาต้องเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ และต้องไม่เป็นผู้บริหารพรรค เมื่อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์จะดำรงตำแหน่งกี่ปี พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ถ้ารัฐบาลอยู่ 4 ปีท่านก็อยู่ 4 ปี
เมื่อถามย้ำว่าสาเหตุที่ขออยู่ 1 ปี เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวยืนยันว่าไม่มี ไม่เคยได้ยิน
ส.ว.วุฒิพันธุ์ยกให้พรรคอันดับ 1
นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ส.ว. และอดีต ผอ.สำนักงบประมาณ ได้มีจดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 2 ระบุข้อความตอนหนึ่งว่า กลไกกระบวนการตามอำนาจหน้าที่ และความ รับผิดชอบของรัฐสภา ตามครรลองที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ได้ดำเนินการไปอย่าง ถูกต้อง ครบถ้วนและเรียบร้อย นับจากมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมสามัญทั่วไปครั้งแรก เมื่อวันที่ 3 ก.ค.
ความเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติแห่งรัฐสภา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เสาหลักของอำนาจอธิปไตย พึงต้องตระหนักและระมัดระวัง ไม่กระทำการใดๆ ที่อาจสุมเสี่ยงต่อการละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 113 หรือมาตรา 114 และเพื่อยืนยันถึงการน้อมนำ และยึดมั่นตามแนวทาง ในกระแสพระราชดำรัส จึงขอเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ ในฐานะส.ว.ตามบทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญ 2560 ยืนยันให้การสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมืองที่มีจำนวนส.ส.มากที่สุดได้ทำหน้าที่นายกฯ
เสรีปูดส.ว.ถูกข่มขู่ให้โหวตพิธา
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึง ส.ว.บางส่วนมีความเห็นไม่ให้นำชื่อนายพิธา มาเสนอชื่อโหวตเป็นนายกฯ ครั้งที่ 2 หากรอบแรกไม่ได้รับเสียงเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาว่า แม้รัฐธรรมนูญจะไม่มีข้อห้าม แต่ในทางปฏิบัติควรเสนอชื่อบุคคลอื่นแทน เพราะชัดเจนแล้วว่าที่ประชุมรัฐสภาไม่เห็นด้วยกับรายชื่อที่เสนอ
“ถ้ายังเสนอชื่อซ้ำได้ จะถูกตั้งคำถามมาก ว่าทำเพื่ออะไร จะเพื่อไปติดต่อวิ่งเต้นขอคะแนน หรือให้ผลประโยชน์อะไรหรือไม่ อาจจะมีการล็อบบี้หรือข่มขู่เจ้าตัวหรือลูกเมียให้เกิดความกลัว เพื่อให้เลือกในรอบต่อไป ที่ผ่านมาส.ว.ก็โดนข่มขู่ลักษณะนี้ แต่เรา ไม่กลัว” นายเสรีกล่าว
นายเสรีกล่าวต่อว่า ขณะนี้ส.ว.หลายคนเปลี่ยนใจจากเดิมจะสนับสนุน เป็นไม่ สนับสนุนนายพิธา หลังได้รับฟังเหตุผลต่างๆ แม้พรรคก้าวไกลยังเชื่อว่า มีพลังเงียบจาก ส.ว. แต่ตนอยู่วงใน ทราบอะไรได้ชัดและเยอะกว่า เชื่อว่าไม่มีพลังเงียบส.ว. ถ้ามีก็แค่บวกลบ 5 คน ถ้าจะมีอะไรเปลี่ยนไป คงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพราะช่วงหลังเริ่มข่มขู่กันเยอะขึ้น ทั้งผ่านคนในครอบครัว ผ่านไลน์ถึงความไม่ปลอดภัย ตนก็โดนข่มขู่ระวังลูกเมียไม่ปลอดภัย ส่วนกระแสข่าวแจกเงินซื้อส.ว.โหวตนายกฯ มีได้ยินมาบ้าง แต่ไม่รู้มีจริงหรือไม่ แต่ใครให้ก็เสียเงินเปล่า เพราะส.ว. ส่วนใหญ่ยืนยันไม่หนุนนายพิธา เพราะมี นโยบายแก้ไขมาตรา 112 และกฎหมายอื่นๆ ไม่ต้องมาโทษส.ว. ทุกอย่างทำตัวเองทั้งนั้น
ย้ำไม่เอาด้วยผู้นำเสียงข้างน้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายพิธาไปไม่รอด พรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลแทน ส.ว.พร้อมโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย หรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ส.ว.เคยหารือถึงกรณี แต่ถ้ายังมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลอยู่ เสียงส.ว.ส่วนใหญ่ก็ไม่ สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ส.ว.ก็ไม่สบายใจ ดังนั้น ก้าวไกลควรไปเป็นฝ่ายค้าน แม้การเสนอแก้มาตรา 112 ยังเป็นแค่ขั้นตอนทางกฎหมาย อาจไม่ได้รับ ความเห็นชอบจากสภา แต่ส.ว. อยากตัดไฟแต่ต้นลม ไม่อยากให้เข้ามาอภิปราย เสนอความเห็น วิพากษ์วิจารณ์ จะทำให้ปัญหาลามไปสู่ภายนอกได้ เกิดความขัดแย้งยิ่งขึ้นอีก
“ดังนั้นหากพรรคก้าวไกลยังร่วมรัฐบาล และไม่ลดราวาศอก ไม่หยุดแก้ไขมาตรา 112 ส.ว.ก็ไม่เลือก ไม่ว่าจะเสนอชื่อใครเป็น นายกฯ ก็ตาม ถ้าก้าวไกลไม่ถอย วุฒิสภาก็ไม่ถอย ถ้าพรรคเพื่อไทยข้ามขั้วไปจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมตั้งรัฐบาลโดยไม่แตะ 112 ส.ว.พร้อมโหวตสนับสนุน ปัญหาจะไม่มีเลย ทั้งนี้ หากฝ่ายรัฐบาลจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยสู้ เชื่อว่า ส.ว.ก็ไม่น่าโหวตให้ฝ่ายเสียงข้างน้อยเป็นนายกฯ เพราะตั้งไปไม่มีประโยชน์ ไม่มีเสียงสนับสนุนถึง 250 เสียง บริหารประเทศก็จะไม่ได้รับความร่วมมือ ดังนั้น โอกาสหนุนเสียงข้างน้อยเป็นนายกฯ แทบจะไม่มี แม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่คงไม่ได้เสียงสนับสนุนจากส.ว.
‘ชวน’ชี้ส.ส.ใหม่สับสน-ปฏิญาณตน
นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ยื่นร้องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบจริยธรรมการปฏิญาณตนการทำหน้าที่ส.ส. ของน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ในการกล่าวคำปฏิญาณตนครั้งนี้ ผิดแปลกไปจากเดิม ปกติการปฏิญาณตน ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญก่อนปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. แต่วันนั้น เมื่อประธานชั่วคราว กล่าวนำคำว่า “ข้าพเจ้า” แล้วต้องพูดชื่อนามสกุลของแต่ละคนตาม โดยหลักปฏิบัติต้องรอให้ประธานกล่าวนำข้อความที่จะปฏิญาณตน แล้วส.ส.ในที่ประชุมทุกคนต้องกล่าวตามทุกประโยค ทุกข้อความ แต่ปรากฏว่าส.ส. ไม่ได้รอให้ประธานกล่าวนำข้อความปฏิญาณตน แต่กลับพูดตามข้อความคำกล่าวปฏิญาณตนไปพร้อมกัน
นายชวนกล่าวว่า สาเหตุหลักมาจาก เพราะบนโต๊ะหน้าที่นั่งของส.ส.ทุกคนใน ห้องประชุม มีกระดาษที่เขียนคำกล่าวการ ปฏิญาณตนวางให้กับส.ส.ทุกคน ส.ส.ใหม่ ก็อ่านตามนั้นไป ส่วนคนที่เป็นส.ส.เก่า เคยชินกับการว่าตามการกล่าวนำของประธานในที่ประชุม เลยกล่าวตามกันไปหมดจนจบข้อความการปฏิญาณตน โดยที่ประธานไม่ทันได้กล่าวนำการปฏิญาณตนในที่ประชุมเลย
ยัน‘ศิริกัญญา’ทำหน้าที่สมบูรณ์
“นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้น การที่นายศรีสุวรรณไปร้องป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบ น.ส.ศิริกัญญา โดยเอาคลิปภาพเป็นหลักฐาน และน.ส.ศิริกัญญาชี้แจงแล้ว ว่าเป็นการผิดคิว เพราะตามขั้นตอนเวลาที่ ส.ส.จะปฏิญาณตน ตามข้อบังคับจะกำหนดไว้ว่า ต้องให้ประธานเป็นผู้กล่าวนำ และส.ส. ต้องพูดตามทีละวรรคนั้น อันนี้เป็นเรื่องจริง และเป็นแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง ทุกคนต้องรอประธานกล่าวนำก่อน แล้วสมาชิกในที่ประชุม พูดตาม สมัยที่ผมทำหน้าที่เป็นประธาน ทุกคนต้องเป็นอย่างนี้ แต่เที่ยวนี้ ส.ส.ใหม่อาจสับสน พอเห็นคำกล่าวปฏิญาณตนอยู่บนโต๊ะ เขาจึงอ่านให้ครบจนจบ แต่ก็ถือว่าสมบูรณ์ ถึงแม้จะไม่ได้กล่าวตามคำปฏิญาณตามประธาน เพราะเมื่อกล่าวถ้อยคำปฏิญาณตนครบถ้วน ก็ถือว่าสมบูรณ์ครบถ้วน” อดีตประธานสภากล่าว
ชี้สเป๊กหัวหน้าปชป.คนใหม่
นายชวนกล่าวถึงการโหวตเลือกหัวหน้าพรรคในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 9 ก.ค.นี้ว่า คนที่แสดงความจำนง ขอสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ยังไม่รู้ว่ามี ใครบ้าง เท่าที่ทราบมีประกาศตัวชัดเจน คือ นายอลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก และไม่เรื่องแปลก แต่เชื่อว่ายังมีผู้สมัครอีก เพียงแต่ยังไม่ประกาศตัว และเชื่อว่าสมาชิกของพรรคมีเหตุผล ช่วยกันประคับประคองให้พรรคเดินไปข้างหน้าต่อไป ทั้งนี้ คนที่ จะมาเป็นผู้นำพรรค ต้องมีเกียรติประวัติ สามารถระดมความเชื่อมั่นสมาชิกพรรคได้ ต้องมีความคิดก้าวไกล มีความคิดก้าวหน้าในทางปฏิบัติ และต้องรู้ว่ามีอดีต ปัจจุบันและอนาคต เพราะประเทศไม่ได้ตั้งมาเมื่อ ปีที่แล้ว
นายชวนกล่าวว่า หวังว่าหัวหน้าพรรค คนใหม่ จะได้คนที่มีศักยภาพ มาทำงาน เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ไม่ใช่เพียงเอาคนเข้ามาเพื่อหวังจะไปร่วมรัฐบาล หรือหวังแต่จะทำอย่างไรให้ได้เป็นรัฐบาล ส่วนตัวไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ได้ เป็นฝ่ายค้านก็ได้ เมื่อถึงเวลา ไม่ใช่คิดแค่ต้องเป็นรัฐบาลทุกสมัย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นความเป็นสถาบันของพรรคก็จะหมดไป
เลือกคนมีคดี-พรรครับกรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่าภาพลักษณ์ของผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค หากเป็นคนที่ถูกกล่าวหาหรือมีคดีจะต้องทำอย่างไร นายชวนกล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้น พรรคก็ต้องรับกรรมไป เพราะพรรคมีชีวิตด้วยคนที่เป็นสมาชิก ถ้าสมาชิกของพรรคซึ่งเป็นเจ้าของพรรค เลือกคนประเภทนั้นเข้ามา คนนอกพรรค ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้น วันเลือกหัวหน้าพรรค ก็คงจะพูดถึงเรื่องนี้ด้วย
ส่วนที่พูดว่าการเลือกหัวหน้าพรรค จะมีผลต่อการร่วมรัฐบาลนั้น นายชวน กล่าวว่า ไม่แน่ใจเพราะไม่มีใครยอมรับว่ามีการไปเจรจาร่วมรัฐบาล ขณะที่ข่าวลือบอกว่ามี แต่ในระยะยาวมันปิดไม่มิด มันอาจจะโผล่มาได้ ดังนั้น ใครไปทำอะไรไว้ก็ควรระวัง แม้กระทั่งคนที่เป็นรัฐมนตรี ถ้าทำถูกทำผิดวันหนึ่งมันก็ปรากฏ ฉะนั้นทุกคนต้องระมัดระวัง ยึดความถูกต้องชอบธรรมเอาไว้
ผ่องศรีหนุน‘มาร์ค’หัวหน้าปชป.
น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ รักษาการกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และอดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ระบุข้อความว่า ในฐานะคนทำงาน เป็นสมาชิกพรรคที่ดี ไม่มีฝักฝ่าย แต่ก็มีหัวหน้าพรรคในดวงใจ มีผู้ที่ตนเองเชื่อมั่นและศรัทธา มีเหตุผลมากมายที่เต็มจิตเต็มใจ พร้อมสนับสนุน ผู้ชายคนนี้ หวังให้ท่านได้มาเป็นผู้นำพรรค มาร่วมกันรวมพลังกอบกู้ฟื้นฟูพรรค ในสถานการณ์อันยากยิ่งนี้
น.ส.ผ่องศรีระบุว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เห็นคนมาเยอะ พบคน มามาก มีข้อมูลประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีคุณสมบัติพร้อมอุดมการณ์สุจริต มีจุดยืน ความรู้ ความสามารถ มาตรฐานที่สุด ขอเพียงท่านให้โอกาสพรรค อีกครั้งตามที่สมาชิกพรรคเสนอและเรียกร้อง
“วันที่ 9 ก.ค.นี้ ประชุมใหญ่ประจำปีพรรค เลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห.ชุดใหม่ เป็น กระบวนการประชาธิปไตย ภาคปฏิบัติภายในพรรค ด้วยความเชื่อมั่นในวิจารณญาณ และจิตสำนึกแห่งอุดมการณ์ของชาวประชาธิปัตย์ผู้เป็นองค์ประชุมทุกคน ถามกันมามากว่า อ.ผ่องศรีสนับสนุนใคร มีใครอยู่ในใจ จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน” น.ส.ผ่องศรีระบุ
ปชป.ชิงหัวหน้าพรรคฝุ่นตลบ
รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในการประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าและกก.บห.ในวันที่ 9 ก.ค.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นอกจากนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ประกาศตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแล้ว ในหมู่สมาชิกพรรคมีการแบ่งกลุ่ม ผู้สนับสนุนเป็น 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มหนึ่งสนับสนุนนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง นำโดยนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายนิพนธ์ บุญญามณี
อีกกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นส.ส.ปัจจุบัน และอยู่ในฝ่ายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ช่วงแรกจะผลักดันนาย เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรค ให้ได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่ติดปัญหาถูกยื่นเรื่องร้องเรียนว่าทุจริตในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด จึงจะเปลี่ยนตัวเป็น น.ส.วทันยา บุนนาค แต่ยังไม่เป็นที่พอใจ จึงมีสมาชิกในกลุ่มนี้ไปพูดคุยกับนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ซึ่งนายสุชัชวีร์ยังไม่ตอบรับ แต่บุคคลทั้งสอง ติดขัดตรงที่ยังเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 5 ปี ตามข้อบังคับพรรค แต่ถ้าจะยกเว้นข้อบังคับนี้ก็ทำได้ ด้วยการใช้เสียง 3 ใน 4 ขององค์ประชุมทั้งหมดที่มี 375 เสียง แต่ถือว่ายากมาก สถานการณ์โดยรวมใน กลุ่มนี้ จึงยังไม่มีข้อยุติว่าจะส่งใครชิงหัวหน้าพรรค ประเมินกันว่าอาจตัดสินใจในนาทีสุดท้ายส่งนายเดชอิศม์ชิงหัวหน้าพรรค
หวั่นโหวตเตอร์เล่นเกมวอล์กเอาต์
กรณีนายอภิสิทธิ์ มีอุปสรรคจากกรณี ของสัดส่วนคะแนนเสียงส.ส.ปัจจุบันที่มี น้ำหนักคิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ เสียงจาก องค์ประชุมอื่นๆ คิดเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เดินเกมขอเสียงสนับสนุนจากโหวตเตอร์ครั้งนี้ ให้ร่วมสนับสนุนการยกเว้นข้อกำหนดสัดส่วนนี้ มาเป็น 1 คน 1 เสียง เชื่อมั่นว่ามีเสียงผู้สนับสนุนเพียงพอแล้ว แต่มีเสียงสะท้อนว่าถ้ายกเว้นกติกาส่วนนี้จริง ก็ไม่เหมาะสม เพราะข้อบังคับนี้เขียนขึ้นใน สมัยนายอภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าพรรค จึงเชื่อว่า นายอภิสิทธิ์จะไม่ยอมให้ใช้วิธีนี้ แม้ฝ่าย ผู้สนับสนุน เห็นว่าข้อบังคับดังกล่าวใช้ ในสถานการณ์ที่พรรคมีส.ส.กว่า 100 คน แต่ปัจจุบันมี 25 คน ดังนั้น ควรยกเว้นกติกา ส่วนนี้สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในการประชุมใหญ่ วาระเลือกหัวหน้าพรรค นายชวน จะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ ด้วยตัวเอง ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ยังไม่ได้วางตัวทีมผู้บริหารพรรค เพราะถ้าได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค ก็จะผสมผสานบุคคลจากแต่ละกลุ่มในพรรคให้มาร่วมทำงานในคณะกรรรมการบริหารพรรค เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ แต่มีรายงานด้วยว่า การประชุมอาจไม่ราบรื่น เพราะมีกระแสข่าวว่าอาจมีองค์ประชุมบางคน เดินออกจากห้องประชุม เพื่อไม่ให้เลือกหัวหน้าพรรคและ ตำแหน่งอื่นๆ ต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม แนวร่วมของ 2 ฝ่าย ยังมีการพูดคุยเจรจาอย่างต่อเนื่องและตลอดคืนวันนี้ เพื่อให้การประชุมเรียบร้อย และไม่เกิดความขัดแย้งจากการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
รายงานข่าวแจ้งว่า การโหวตเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ถูกจับตาว่าจะมาจากสายไหน และมีแนวโน้มจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่
แก้กฎหมายวางสินไถ่ฯ
วันที่ 8 ก.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าราชกิจจานุเบกษาประกาศระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ ณ สำนักงานที่ดิน ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองประชาชน ทำสัญญาขายฝากที่ดินโดยให้มีผลบังคับทันที ซึ่งระเบียบนี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองประชาชนที่ทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ซึ่งบัญญัติ ให้ทรัพย์สินที่ขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ผู้ขายฝาก ตั้งแต่เวลาที่ผู้ขายฝากได้ชำระสินไถ่ หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้แล้ว รวมถึงเจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งรับวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่อีกด้วย
กักขังแทนค่าปรับ
วันที่ 8 ก.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา ครม.มีมติให้ทบทวนมาตรการกักขังแทน ค่าปรับ ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน โดยการลงโทษปรับเป็นการบังคับเอาตัวทรัพย์สินของผู้ต้องโทษ แต่การกักขังเป็นการบังคับเอาแก่เสรีภาพของผู้ต้องโทษ ไม่อาจทดแทนกันได้ และหากมีการลงโทษปรับก็มีมาตรการรองรับเพื่อบังคับเอาแก่ทรัพย์สิน รวมทั้งการทำงานบริการสังคมอยู่แล้ว จึงสมควรพิจารณายกเลิกการกักขังแทนค่าปรับเพื่อให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน และตามแนวทางการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญด้วย
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
วันที่ 8 ก.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งเสริมความร่วมมือจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพผ่านแคมเปญ “Discover the New You!” เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อสุขภาพ ส่งเสริมสินค้าและบริการ Health and Wellness รูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ สอดคล้องกับนโยบายผลักดันให้เกิดการ ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่มีความหลากหลายอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการ นักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน ซึ่งแคมเปญนี้จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางทั่วประเทศ เกิดการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยว ไม่น้อยกว่า 18 ล้านบาทด้วย