ประยุทธ์โต้-ไม่เกี่ยว99ศพโยงรัฐประหาร

ศาลฎีกาพิพากษา ‘ธาริต’ จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดี ‘อภิสิทธิ์-สุเทพ’ ฟ้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จากกรณีดีเอสไอดำเนินคดีสลายม็อบเสื้อแดงปี 53 ส่วนจำเลยที่ 2-4 ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัย พิพากษาแก้ยกฟ้อง ขณะที่ ‘ตู่’ โวยไม่เกี่ยวธาริต อ้างรัฐประหารเพราะต้องการตัดตอนคดี 99 ศพ ระบุเป็นเรื่องของศาลอย่าโยง ท้าให้ไปดูหลักฐาน

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ครั้งที่ 10 คดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ร่วมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยมีเจตนา กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200 วรรคสอง กรณีแจ้งข้อหาดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีจำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ และต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำคุกจำเลยคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา จำเลยทั้ง 4 ยื่นฎีกา ต่อมานายธาริตถอนคำให้การเดิมจากปฏิเสธเป็นรับสารภาพ โดยระหว่างนั้นนายธาริตยื่นคำร้องต่อศาลหลายครั้งว่า ไม่สามารถมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาได้ เนื่องจากป่วย ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้ศาลอาญาไต่สวนแพทย์ผู้ออกใบรับรองแพทย์ว่าข้อเท็จจริงถูกต้องหรือไม่ และนัดฟังคำสั่ง หรือคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 10 ก.ค.นี้ นับว่าเป็นการนัดครั้งที่ 10

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอีกว่า วันนี้นายธาริตเดินทางมาศาลอาญา พร้อมแจกเอกสารแก่สื่อมวลชนระบุว่า จำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฎหมายในการแสวงหาความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิต 99 ศพ และตัวข้าพเจ้าเองกับพนักงานสอบสวนที่ถูกฟ้องอย่างถึงที่สุด จึงยื่นคำร้องต่อศาลอาญาโต้แย้งคำคัดค้านองค์คณะและผู้เกี่ยวข้อง โดยขอให้ศาลอาญา ส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา เพื่อให้มีกระบวนการโดยรวมถึงประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน นำเอาการพิจารณาทำคำพิพากษาคดีเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่ว่าผลคำพิพากษาศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่จะออกมาอย่างใด ข้าพเจ้าพร้อมจะยอมรับว่าได้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ตาย 99 ศพ และบาดเจ็บ 2,000 คน รวมถึงนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และข้าพเจ้าอย่างแท้จริง

เอกสารนายธาริตระบุว่านอกจากนี้ยังยื่นคำร้องอีก 1 ฉบับ ขอให้บรรดาคำร้องที่สำคัญที่ได้ยื่นไว้ในคดีนี้ คือคำร้องของญาติผู้ตายขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 และคำร้องที่ขอให้ศาลฎีกาส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่ามาตรา 157 และมาตรา 200 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญใช้บังคับลงโทษในคดีนี้ไม่ได้นั้น โดยข้าพเจ้าร้องขอให้ผู้ที่จะมีอำนาจหน้าที่พิจารณา และสั่งคำร้องทุกฉบับคือที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเช่นกัน

คุก 2 ปี – นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีถูกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ฟ้องในคดี 99 ศพปี 2553 โดยพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วน จำเลยอื่นยกฟ้อง

นายธาริตระบุอีกว่าการยื่นคำร้องคัดค้านโต้แย้งองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา อดีตประธานศาลฎีกา และผู้เกี่ยวข้อง เป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ซึ่งมีคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 3818/2533 วางบรรทัดฐานรับรอง และคุ้มครองสิทธิ์ให้กระทำได้ ไม่เป็นการละเมิดอำนาจศาล ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมขององค์กรศาลยุติธรรมในภาพรวม เชื่อว่าศาลอาญาจะส่งคำร้องขอทั้ง 2 เรื่อง ไปยังศาลฎีกา และศาลฎีกาจะได้มีกระบวนการพิจารณาคำร้องขออย่างเป็นธรรม โดยประธานศาลฎีกาคนปัจจุบันจะได้เห็นชอบให้การทำคำพิพากษา และการพิจารณาสั่งคำร้องทุกเรื่องเข้าสู่การพิจารณา และจัดทำโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต่อไป

จาากนั้นนายธาริตยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาส่งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิฉัยว่ามาตรา 157 และ 200 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอถอนคำให้การเดิมที่รับสารภาพ เป็นปฏิเสธข้อกล่าวหา ศาลจึงส่งคำร้องทั้งหมดรวมถึงคำร้องให้ศาลฎีกามีคำวินิจฉัย

ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำร้องที่ นายธาริต จำเลยที่ 1 ยื่นต่อศาลฎีการวม 5 ฉบับ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องทั้งหมด จากนั้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานมีข้อที่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งหมดทำผิดตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือไม่ เห็นว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยจำเลยที่ 1 ทราบอยู่แล้วว่าตนเองและหน่วยงานไม่มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนบุคคลทั้ง 2 ที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีอำนาจหน้าที่สรุปสำนวนเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นข้อพิรุธ และในที่ประชุมเมื่อช่วงเดือนธ.ค.2555 จำเลยที่ 1 ได้แสดงความคิดเห็นชี้นำให้พนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนหาหลักฐาน และรวบรัดเชิญโจทก์ทั้ง 2 มารับทราบข้อกล่าวหา

คำพิพากษาระบุว่าอีกทั้งในขณะนั้นเป็นช่วงรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอยู่ขั้วตรงข้ามทางการเมืองกับโจทก์ทั้ง 2 ฟังได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งให้โจทก์ทั้ง 2 ได้รับโทษทางอาญา เพื่อสนองความต้องการของรัฐบาลใหม่ หลังจากนั้นนายธาริตได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีก 1 ปี พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมารับฟังโดยปราศจากข้อสงสัย ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1 ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องจริง

คำพิพากษาระบุต่อว่ามีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2-4 กระทำผิดตามฟ้องด้วยหรือไม่ เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ที่ 1 และ 2 ยังไม่แน่ชัด และไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2-4 ได้รับประโยชน์อย่างไรจากการแจ้งข้อกล่าวหาต่อโจทก์ทั้ง 2 แต่ที่ทำสำนวนมาจากการรับคดี และการชี้นำของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 2-4 อาจทำคดีโดยสุจริต ยังมีข้อสงสัยในข้อกล่าวหาในคำฟ้อง จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 2-4 การลงโทษตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 2-4 พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างฟังคำพิพากษา นายธาริตมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอาการแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมนายธาริตไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตามคำพิพากษาศาลฎีกา

วันเดียวกัน ที่โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู สถานีลาดปลาเค้า กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตอบข้อ ซักถามกรณีนายธาริตระบุสาเหตุหนึ่งที่ทำรัฐประหารเพราะต้องการตัดตอนคดี 99 ศพว่า ไม่ตอบ เป็นเรื่องของศาล ไปดูหลักฐานแล้วกันไม่เกี่ยวกับตน เมื่อถามว่านายธาริตอ้างมีบิ๊กทหารข่มขู่หากทำคดี 99 ศพจะรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าไม่เกี่ยวกับตน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าแต่มีการพาดพิงคณะรัฐประหาร นายกฯ กล่าวว่าไม่เกี่ยวกับตน ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่านายธาริตกล่าวอ้างเชื่อมโยงกับการรัฐประหาร 57 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “อะไร เชื่อมโยงอย่างไร ก็ใครจะพูดอะไรก็พูดได้ พูดไปเถอะ” ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการดิสเครดิตใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าไปคิดเอาเอง ก่อนจะกล่าวว่าถาม อยู่ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน