ก้าวไกลเร่งวันสุดท้าย ปูดเอง-แบล็กเมล์วุฒิฯ ตร.ประเมินม็อบ2พัน คอนเทนเนอร์มาแล้ว หญิงหน่อยทิ้งเก้าอี้สส. ฐากรเสียบปาร์ตี้ลิสต์

‘พิธา’ยิ้มสู้ เช็กเสียงส.ส.-ส.ว. โหวตนายกฯ ประธานสภา ‘วันนอร์’ ถก 3 ฝ่าย วางกรอบวันลงมติ 13 ก.ค. เปิดให้ ส.ส.-ส.ว. อภิปราย ก่อนเริ่มโหวต 5 โมงเย็น ชี้เสนอชื่อโหวตซ้ำรอบสองได้หรือไม่ต้องดูกฎหมาย-ข้อบังคับ ขณะที่ ‘พิธา’ ค้านเลื่อนวันโหวตนายกฯ ทำประเทศเสียโอกาส อุบตัวเลขส.ว.หนุน หวั่นแรงกระเพื่อม ‘ชัยธวัช’ แฉวุฒิฯ ถูกกดดันหนัก ถึงขั้นขู่แบล็กเมล์ เสนอผลประโยชน์ ‘เสธ.อู้’ ตกใจ ปัดข่าวนำส.ว.สายทหารโหวตให้หัวหน้าก้าวไกล ส.ว.ประเมินเองมีแค่ 20 กว่าเสียงที่หนุน ตำรวจประเมินม็อบมาแค่ 2 พัน เล็งตั้งตู้คอนเทนเนอร์ป้องกันรัฐสภา กกต.ยังไม่สรุปยื่นศาลรธน.ปมคุณสมบัติพิธา วันนี้ประชุมต่ออีก

กกต.ถกต่อคุณสมบัติ‘พิธา’
เวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการประชุมต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ก.ค. กรณีนายพิธาถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ในการประชุมครั้งแรก กกต.ยังไม่ได้ได้ลงมติว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่เป็นการติดตามความคืบหน้าของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ กกต.จึงนัดประชุมวันนี้

ทั้งนี้ การพิจารณาของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เป็นการพิจารณาเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ส่วนการพิจารณาตามมาตรา 151 ที่ กกต.ตั้งคณะกรรมการไต่สวนไปก่อนหน้านี้เป็นเรื่องการดำเนินคดีทางอาญา แต่ทั้งสองกรณีเกี่ยวกับการถือครองหุ้นสื่อที่ต้องพิสูจน์ข้อมูลและหลักฐานว่านายพิธาถือหุ้นจริงหรือไม่ และหุ้นนั้นเป็นกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนหรือไม่

ยังไม่สรุปส่งศาลรธน.-ถกต่อ 12 กค.
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เผยหลังประชุมว่า การประชุม กกต.วันนี้ ที่ประชุมพิจารณาหนังสือของนายพิธา ที่ขอให้ กกต.ปฏิบัติตามระเบียบสืบสวนฯ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า กกต.ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เนื่องจากกรณีนี้เป็นการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 มิใช่การดำเนินการสืบสวนไต่สวนการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ซึ่งจะต้องเป็นไปตามระเบียบสืบสวน ที่ต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาก่อน โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 กำหนดว่ากรณีที่ กกต.เห็นว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.คนใดมีเหตุสิ้นสุดลง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยได้ สอดคล้องกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยให้ไว้ในการพิจารณายื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ซึ่งสำนักงาน กกต.จะได้มีหนังสือตอบผลการพิจารณาของที่ประชุมให้นายพิธาทราบต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายพิธาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้เสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ โดยที่ประชุมรับทราบและเห็นว่าเพื่อความละเอียดรอบคอบ ที่ประชุมจะพิจารณารายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปในวันที่ 12 ก.ค.

13 กค.เริ่มโหวตนายกฯ 17.00 น.
เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมรัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค. โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ทำหน้าที่ประธาน พร้อมตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและ ส.ว.ร่วมประชุม โดยใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวหลังประชุมว่า ที่ประชุมหารือประเด็นการโหวตเลือกนายกฯ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งจะมีการอภิปรายและจะโหวตได้ในเวลา 17.00 น. โดย ส.ว.ได้เวลา 2 ชั่วโมง ส.ส.จากทุกพรรคได้ 4 ชั่วโมง ส่วนตัวเชื่อว่าการประชุมมีข้อบังคับอยู่ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาหรือความวุ่นวายเกิดขึ้น

ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยสมาชิกจะให้เป็นไปตามประกาศชุมนุมในที่สาธารณะ ประชาชนรวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนที่จะมาให้กำลังใจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ พรรคการเมืองควรไปชี้แจงเพราะเชื่อว่าคนที่มาส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกพรรค

วันนอร์แจงโหวต‘พิธา’ซ้ำ
เมื่อถามว่าหากโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ไม่ผ่านรอบแรก จะโหวตรอบ 2 ได้หรือไม่ เนื่องจากมี ส.ว.บางส่วนท้วงติงว่าเสนอชื่อได้เพียงครั้งเดียว นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่นายพิธาสามารถแสดงวิสัยทัศน์ก่อนได้ เรายังไม่รู้ว่านายพิธาจะได้รับเสียงโหวตหรือไม่ผ่าน ถ้าไม่ผ่านต้องมาพิจารณาโดยยึดตามรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับและมติศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยมาแล้ว แม้จะไม่เกี่ยวกับกรณีนี้โดยตรง ตลอดจนความเห็นของ ผู้ตรวจการแผ่นดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ขอให้การพิจารณารอบแรกเสร็จสิ้นเสียก่อน ถึงอย่างไรสภาต้องดำเนินการให้ได้นายกฯ เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง แต่จะเสนออย่างไร กี่ครั้งและคนเดิมได้หรือไม่ ขอให้จบรอบแรกไปก่อน

8 พรรคถกเตรียมโหวต 13 กค.
ก่อนการประชุม 3 ฝ่าย เวลา 09.30 น. แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรคนำโดย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รักษาการโฆษก พรรคเพื่อไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง นายวิรัตน์ วรศสิริน ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม และตัวแทนจากพรรคพลังสังคมใหม่ ประชุมหารือเตรียมความพร้อมการโหวตนายกฯ 13 ก.ค. เพื่อนำข้อสรุปไปแจ้งที่ประชุม 3 ฝ่าย

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม 8 พรรค ถึงการพูดคุยถึงคุณสมบัติของนายพิธา ว่า วันนี้ประชุม 8 พรรค ซึ่งพรรคแกนนำหลักคงเอาเรื่องเข้ามาหารือว่าจะเป็นอย่างไรต่อ นายพิธาเตรียมความพร้อมได้แค่ไหน พรรคร่วมจะทำอะไรได้บ้าง เพราะที่ผ่านมานายพิธาบอกว่ามั่นใจ จึงอยากหารือกันว่าที่มั่นใจนั้นเราจะช่วยอะไรได้บ้าง เราจะช่วยสุดความสามารถ

พร้อมโหวต – แกนนำ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ประชุมที่อาคารรัฐสภา เมื่อ 11 ก.ค. สรุปความคืบหน้าความพร้อมระดมเสียงส.ส.-ส.ว.โหวต นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค.นี้

พท.ยันช่วยพิธาสุดความสามารถ
เมื่อถามว่ามีรายงานระบุเพื่อไทยขอเสียงสนับสนุนจากส.ว.ได้ถึง 40 เสียง ขณะที่พรรคก้าวไกลขอได้แค่ 20 เสียง นายภูมิธรรมกล่าวว่าเดี๋ยวต้องหารือกันว่าแต่ละคนทำได้แค่ไหน เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลเปิดรายชื่อให้พรรคร่วมเห็นหรือไม่ตัวเลขที่ส.ว.สนับสนุนมีมากน้อยแค่ไหน นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้จะหารือกัน

เมื่อถามว่าจะมีแผนสำรองหรือไม่เพราะกรณีที่เกิดขึ้นมีความไม่แน่นอน นายภูมิธรรมกล่าวว่า มีแผนเดียว อย่างไรเราก็จะผลักดันนายพิธาอย่างสุดความสามารถ เมื่อถามว่าต้องเลือกถึงกี่รอบ นายภูมิธรรมกล่าวว่า สุดความสามารถ หมายถึงว่าเราจะทำเต็มที่เท่าที่ความสามารถของเราจะมี ส่วนจะกี่รอบนั้นคงเป็นอำนาจที่สภาจะพิจารณาและอยู่ที่ความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้น

ไม่เหลิง-สว.ชูแคนดิเดตพท.
เมื่อถามว่า ส.ว.ระบุถ้าเป็นแคนดิเดต ก้าวไกลจะไม่โหวต แต่หากเป็นเพื่อไทยโดยไม่มีพรรคก้าวไกล ส.ว.จะยอมโหวตให้ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อยู่ที่ความเป็นจริง รอดูว่าผลโหวตก่อนจะเป็นอย่างไร วันนี้ไม่ควรคิดอะไรที่เกินเลยเกินไปเพราะคือการคาดเดา วันนี้อยู่ที่ความเป็นจริง มาคุยกันว่ามีความมั่นใจมากแค่ไหน แต่ละพรรคจะช่วยทำอย่างไรให้บรรลุผล

เมื่อถามว่านายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. เตือนพรรคร่วมเลือกคนที่คุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญเสี่ยงถูกยุบพรรค นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขอดูรายละเอียดก่อน ตอนนี้มีแต่ถ้าทั้งนั้น เราก็จะรับฟังเอามาพิจารณา ทุกท่าทีที่แสดงออกเราควรพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด

ก้าวไกลไม่แจงตัวเลขสว.หนุน
เวลา 11.20 น. นพ.ชลน่านกล่าวถึงผลประชุม 8 พรรค ว่า เรื่องแรกที่เข้าสู่การพิจารณาหารือคือการประชุมสภา และเห็นว่าจะให้เพิ่มวันประชุมจากเดิม 2 วันคือวันพุธและวันพฤหัสบดี โดยจะเพิ่มเป็นวันอังคาร เริ่มเวลา 13.30 น. เนื่องจากช่วงเช้าประชุมครม. ส่วนการประชุมร่วมรัฐสภา 13 ก.ค.เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบนายกฯ ทั้ง 8 พรรคยืนยันชัดเจนให้ความเห็นชอบนายพิธาเป็นนายกฯ ที่ ประชุมมอบหมายพรรคเพื่อไทยซึ่งตนจะเป็นคนเสนอชื่อนายพิธาต่อที่ประชุมเอง

เมื่อถามว่ามีการสอบถามเรื่องเสียงส.ว.สนับสนุนนายพิธาหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า มีการสอบถามกัน นายชัยธวัชตอบในมุมที่อยู่บนพื้นฐานความพยายามที่จะประสานและหาเสียงสนับสนุนให้ได้มากที่สุด แต่ไม่ได้ระบุว่ามีจำนวนเท่าใด เมื่อถามว่าฟังจากนายชัยธวัชชี้แจงแสดงว่ายังได้เสียงสนับสนุนจากส.ว.ไม่ครบ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราถามในที่ประชุมไปนายชัยธวัชก็บอกว่าพยายาม จะครบหรือไม่ครบนั้น นายชัยธวัชไม่ได้ยืนยันเป็นตัวเลข

มติ 8 พรรคห้ามแตกแถว
เมื่อถามว่าหากโหวตครั้งแรกนายพิธาไม่ผ่านจะปรับแผนหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ได้มีการหารือกันเอาข้อเท็จจริงให้ปรากฏก่อน เมื่อถามว่า มีการคุยกันหรือไม่ว่าจะเสนอชื่อนายพิธากี่รอบ ถ้าไม่ได้แล้วจึงจะเปลี่ยนให้ทางพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นแกนนำ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยังไม่ได้คุย เหตุการณ์นั้นยังไม่เกิดขึ้น เอาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น 13 ก.ค.เป็นตัวหลักก่อน

เมื่อถามว่ากังวลว่าเสียงจะปริ่มน้ำหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ได้คิด เราก็ตั้งใจให้ผ่าน เพราะมติของเราทั้ง 8 พรรคร่วม เว้นประธานรัฐสภาต้องลงคะแนนให้ทั้งหมด ย้ำว่าเราตั้งใจจะให้ผ่านโดยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดทั้งก่อนลงมติและขณะลงมติ

ชัยธวัชปูด‘แบล็กเมล์สว.’
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก้าวไกล กล่าวหลังหารือ 3 ฝ่ายว่า เป็นการหารือกันระหว่างประธานสภา ตัวแทนของวุฒิสภา และพรรคต่างๆ ตกลงกันเรื่องเวลาเริ่มประชุม 09.30 น. แล้วเปิดอภิปราย คาดการณ์ได้เริ่มโหวตประมาณ 16.00-17.00 น.

เมื่อถามถึงเสียงส.ว.ที่จะสนับสนุนเพียงพอหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยอมรับว่ามีกระแสกดดันใน ส.ว.ค่อนข้างมาก ดังนั้น ส.ว.ส่วนใหญ่จึงไม่แสดงออกชัดเจน คงต้องรอ 13 ก.ค. และยังมีโอกาสจะได้เสียงส.ว.เพียงพอ ตอนนี้มันมีความไม่แน่นอน ส.ว.ที่พรรคประสานพูดคุยไปมีส่งสัญญาณบวกแน่นอน แต่หลายวันนี้ได้รับกระแสข่าวว่ามีการกดดัน ส.ว.แต่ละคนที่ถูกคาดหมายว่าจะโหวตสนับสนุนนายพิธาอย่างมาก ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบแต่กระแสข่าวมา เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นส่งข้อความ ส่งคนไปพูดคุยกดดัน บางกระแสข่าวมีความพยายาม แบล็กเมล์ด้วยซ้ำ หรือเสนอผลประโยชน์ให้ต่างๆ นานา ซึ่งหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อถามว่ามีหลักฐานหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่มีเพราะเป็นเพียงกระแสข่าว หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นจริงๆ

ดักคอกกต.ตั้งธง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ กกต.อาจมีมติส่งเรื่องนายพิธาถือหุ้นสื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่างที่นายพิธาได้ทำหนังสือถึงกกต.ว่าอยากให้กกต.แจ้งข้อเท็จจริง พฤติการณ์ ข้อกฎหมายที่มีการกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายต่างๆ อย่างไร เพื่อเปิดโอกาสให้นายพิธาชี้แจง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ควรจะเป็น ตอนนี้เกิดคำถามว่าทำไม่ถึงลุกลี้ลุกลน มีกระแสข่าวว่าจะรวบรัดให้ กกต.มีธงหรือไม่ที่จะส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลยุติการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ของนายพิธาให้ได้ก่อนโหวตนายกฯ เป็นความกังวลที่กกต.ต้องอธิบายให้ได้ เรื่องนี้ผิดสังเกตและหวังว่าจะไม่มีธงทางการเมืองเหมือนที่เป็นข่าว

เมื่อถามว่าหาก กกต.จะพิจารณาเสร็จในวันที่ 12 ก.ค.จะส่งผลกระทบต่อการโหวตให้นายพิธาเป็นนายกฯ หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่ส่งผลกระทบ ถึงอย่างไรสถานะการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของนายพิธายังคงอยู่

พิธาโพสต์ขอสว.หนุนนั่งนายกฯ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทวีตคลิปวิดีโอผ่านทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ 2 เดือนหลังการเลือกตั้งการโหวตนายกฯ เพิ่งจะมาถึง เรายังต้องรอการตัดสินใจของส.ว.ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนหรือไม่ การโหวตเลือกนายกฯ 13 ก.ค. ไม่ใช่การเลือกพิธา ไม่ใช่เลือกพรรคก้าวไกล แต่คือการเลือกเพื่อยืนยันว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตยแบบปกติเช่นเดียวกับประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก แม้เรายังอยู่กับรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการเมืองที่ไม่ปกติแต่สมาชิกรัฐสภาทุกคนสามารถร่วมกันใช้เสียงของตัวเองสานต่อเจตนารมณ์ที่ประชาชนแสดงออกมาผ่านการเลือกตั้งให้ลุล่วง จัดตั้งรัฐบาลที่เป็นตัวแทนเสียงข้างมากให้สำเร็จ ภารกิจนี้คือภารกิจร่วมกันของเราทุกคนในฐานะสมาชิกรัฐสภา

“ในโอกาสนี้ขอสื่อสารไปถึง ส.ส. และส.ว.ทุกท่าน ท่านอาจไม่ชอบแนวทางการเมืองของพวกเรา แต่ในระบบการเมืองปกติพวกท่านตรวจสอบผมได้ โจมตีผมได้ โหวตผมออกจากตำแหน่งนายกฯ ก็ยังทำได้ แต่การโหวตให้รัฐบาลเสียงข้างมากคือการให้โอกาสประเทศไทยเดินหน้าในแบบที่ควรจะเป็น” นายพิธาระบุ พร้อมสื่อสารไปถึงประชาชนว่าพร้อมจะเป็นนายกฯ ของทุกคน ไม่ว่าจะเลือกพรรคไหน มีความเห็นทางการเมืองอย่างไร ปรารถนาถึงสังคมแบบไหน

เดินสาย – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เข้าหารือนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ อุปนายกสมาคมสายการบินประเทศไทย พร้อมตัวแทน 7 สายการบิน แลกเปลี่ยนนโยบายด้านการบิน ที่โรงแรมเมอร์เคียว เมื่อวันที่ 11 ก.ค.

ถกจิสด้า‘แฟนคลับ-ขรก.’แห่กรี๊ด
เวลา 10.20 น. นายพิธาเดินทางไปหารือกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อมาถึงมีกลุ่มแฟนคลับ พนักงาน ข้าราชการและประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ทำงานและมาติดต่องานภายในอาคารบี มารอให้กำลังใจ พร้อมส่งเสียงเชียร์ บางคนบอกตัวจริงหล่อมาก, นายกฯ หล่อมาก, อยากให้เป็นนายกฯ ไวๆ และต้องการร่วมถ่ายภาพ บางส่วนเดินไปส่งนายพิธาถึงลิฟต์ขึ้นไปสำนักงานจิสด้า

เมื่อนายพิธาเดินผ่านสำนักงานกกต. ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณี กกต.กำลังประชุมพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของนายพิธา แต่นายพิธาปฏิเสธไม่ตอบ ระบุเพียงว่าวันนี้ได้รับเชิญจากจิสด้า ให้มาพูดคุย เมื่อถามว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อยากขอลายเซ็น นายพิธากล่าวว่า “เอาไปทำอะไรครับ ผมไม่ทราบเรื่อง ปกติลายเซ็นไม่ให้พร่ำเพรื่อ ปกติก็ให้พี่น้องประชาชน ก็จะไม่เหมือนกับที่เซ็นเป็นหลักฐานทางเอกสาร ฉะนั้นถ้าจะเอาไปตรวจคงไม่มีประโยชน์ ให้เดานะ” ผู้สื่อข่าวอธิบายว่า นายเรืองไกร อยากให้เซ็นหนังสือวิถีก้าวไกล นายพิธากล่าวว่า “ไม่ล่ะครับ” ผมตั้งใจมาประชุมกับจิสด้าเกี่ยวกับภัยแล้ง

แจงยื่นค้านกกต.ตามกฎหมาย
เมื่อถามว่านายเรืองไกรอ้างเอกสารที่พรรคยื่นคัดค้าน กกต.เป็นการใช้กฎหมายผิดมาตรา นายพิธากล่าวว่า คิดว่าฝ่ายกฎหมายเช็กมาอย่างดีแล้ว คงต้องให้กกต.วินิจฉัยว่าถูกหรือไม่ ฝ่ายกฎหมายเตรียมมาพอสมควร ไม่ได้เร่งรีบทำอย่างแน่นอน ซึ่งคาดเดากันมาในหลายเรื่องอย่างที่สื่อหลายสำนักระบุคล้ายกับ คดีวีลัคมีเดีย ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ฉะนั้นฝ่ายกฎหมายได้เตรียมตัวและเตรียมพร้อมไว้แล้ว ซึ่งถ้ามีกรณีเร่งรัดผิดขั้นตอนใกล้วันเลือกนายกฯ ก็เป็นเรื่องที่เราคาดเดาไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเมื่อนายพิธาขึ้นไปถึงห้องประชุมเจ้าหน้าที่จิสด้าผละจากโต๊ะทำงานมาส่งเสียงต้อนรับอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ ขณะที่นายพิธากำลังจะมาถึง นายเรืองไกรเดินทางมายื่นหนังสือต่อกกต. คัดค้านหนังสือของนายพิธาที่ส่งถึงกกต.เมื่อ 10 ก.ค. โต้แย้งกระบวนการพิจารณากรณีจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะของนายพิธาไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายเรืองไกรอ้างหนังสือที่ส่งถึงกกต.อ้างมาตราข้อกฎหมาย ไม่ถูกต้อง พร้อมแจ้งผู้สื่อข่าวอยากขอลายเซ็น

ค้านเลื่อนโหวตนายกฯ
นายพิธากล่าวกรณี กกต.อาจมีแนวทางประชุมเรื่องหุ้นสื่อไอทีวีจนถึง 13 ก.ค. ซึ่งอาจเป็นเหตุผลให้ส.ว.อ้างขอเลื่อนโหวต นายกฯ ว่า การเลื่อนการเลือกผู้นำของประเทศในขณะที่มีสภาวะวิกฤต เป็นเรื่องที่ประชาชนเสียผลประโยชน์ เป็นการตัดสินใจของประธานสภาและสมาชิกสภาร่วมกัน คงต้องวิงวอนไปยังเพื่อนสมาชิกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนว่าการจะให้การเลื่อนการเลือก นายกฯ ออกไป ประเทศชาติจะเสียผลประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับตนแต่อย่างใด

ส่วนการพูดคุยกับส.ว. ส่วนใหญ่เป็นสายพลเรือนหรือสายทหาร นายพิธากล่าวว่าไม่ได้เจาะจงขนาดนั้นและไม่ได้ดูว่ามาจากฝ่ายไหน แต่คงเป็นเรื่องหลักการที่ ส.ว.ยังหนักแน่นว่าหากรัฐบาลที่รวมเสียงข้างมากได้ก็ต้องโหวตตามหลักการ ไม่อยากโหวตสวนมติประชาชน เมื่อถามว่ามีการทอดไมตรีไปยัง ส.ว.สายทหารบ้างหรือไม่เนื่องจากมีทหารอยู่ในส.ว.เกือบ 100 คน อาจงดออกเสียง นายพิธากล่าวว่าใช้คำว่าทอดไมตรีคงไม่ถูกต้อง คงใช้คำว่าปรึกษาหารือทำความเข้าใจกัน ทลายกำแพงซึ่งกันและกัน

ลั่นคืนความยุติธรรมให้เสื้อแดง
เมื่อถามว่าอาจมีคนหลายกลุ่มมาติดตามการโหวตนายกฯ กังวลอาจเกิดความไม่เข้าใจกันหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุมีการเตรียมสถานที่ไว้รองรับประชาชนนับ 10,000 คน น่าเสียดายที่ประชาชนเลือกมาแล้วยังต้องมาลุ้นอีก ทั้งที่ควรประชุมสภาและผลักดันกฎหมาย รวมถึงคุยกันเรื่องกมธ.ได้แล้ว น่าเสียดายที่ต้องมาลุ้นกันต่อ แต่เชื่อว่าประธานสภาและทีมงานจะบริหารจัดการได้ดี การรวมตัวอย่างสันติก็เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย ส่วนการเดินสายขอบคุณประชาชนว่า ไม่ได้ทำเพราะต้องการให้ประชาชนมาเป็นเกราะปกป้องตนเอง แต่ตนต้องเป็นฝ่ายปกป้องประชาชนที่เลือกมา ให้เกิดความมั่นใจว่า 25 ล้านเสียง มติที่เลือกได้รับการปกป้อง และหากยังมีเวลาก็จะได้ฟังความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ด้วย

นายพิธากล่าวกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอจากกรณีการสลายการชุมนุม 99 ศพ และ ใน MOU 8 พรรคร่วม ไม่ได้ระบุถึงการลงนามกฎหมาย ICC มีแนวทางคืนความเป็นธรรมอย่างไรว่า เรื่องดังกล่าวก็เป็นเรื่องคดีชุมนุมตั้งแต่ปี 2553 ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ชำระประวัติศาสตร์ รวมถึงการยังไม่รับผิดรับชอบ รัฐบาลก้าวไกลทำได้เมื่อไรก็มีความตั้งใจจะคืนความยุติธรรมให้พี่น้องคนเสื้อแดง

บุกปากน้ำ-ด้อมแห่ฟังแน่น
จากนั้นนายพิธา ร่วมหารือสมาคมสายการบินประเทศไทย ที่โรงแรมเมอร์เคียว ประกอบด้วยซีอีโอ และผู้บริหาร 7 สายการบิน

จากนั้นช่วงเย็นลงพื้นที่ ตลาดนัดเรือบิน จ.สมุทรปราการ นายพิธา โดยมีประชาชน แฟนคลับจำนวนมากสวมเสื้อสีส้มมารอฟังการปราศรัย ส่งเสียงเรียก นายกฯพิธาๆ ตลอดเวลาที่นายพิธาขึ้นเวที นายพิธาขึ้นกล่าวทักทายและว่า สมุทรปราการจะเป็นเวทีสุดท้ายที่ขึ้นเวทีในฐานะ ส.ส. ครั้งหน้าจะมาในฐานะนายกฯ ขอให้พี่น้องช่วยกันพูดคุย อธิบาย ขอร้องส.ว. อย่าเหมารวม ส.ว. พวกเขาเป็นปัจเจกชนที่มีความหวังดีต่อบ้านเมืองเช่นกัน มีคนที่กล้าหาญ พร้อมกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นคดีอะไร นโยบายอะไรมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ไม่ใช่กงการอะไรของวุฒิสภาที่จะมาตัดสินแทนเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้ ระหว่างการปราศรัยมีแฟนคลับและเด็กๆนำดอกไม้มามอบให้เป็นระยะ พร้อมบอกรักนายพิธา นายพิธาตอบว่า “ลุงก็รักหลานเหมือนกัน” และหลังจบการปราศรัย นายพิธาเซลฟี่กับคนที่มาร่วมฟัง จากนั้นแผนคลับเปิดแฟลชเป็นทะเลดาว นายพิธาได้ลงมาพูดคุยกับแฟนคลับซึ่งเป็นผู้พิการ 3 คนที่นั่งวีลแชร์มานั่งรอด้านหลังเวทีใกล้กับจุดจอดรถของนายพิธา ซึ่งนายพิธาได้รับขนม ถ่ายรูปกับแฟนคลับทั้ง 3 คน ก่อนเดินทางกลับ

ตร.ตั้งตู้คอนเทนเนอร์รับม็อบ
รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุ ฝ่ายความมั่นคงประเมินกลุ่มมวลชนที่จะมาชุมนุมติดตามผลโหวตนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค. ที่หน้ารัฐสภา คาดว่าจะมีประมาณ 1,000-2,000 คน ทำให้มองว่าสถานการณ์ไม่น่าจะรุนแรงมาก โดยค่ำวันที่ 12 ก.ค.จะมีการนำ ตู้คอนเทนเนอร์มาตั้งประจำบางจุดรอบรัฐสภา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงได้ประชุมและเตรียมจัดกำลังตำรวจ 15 กองร้อยไว้รับมือ ขณะที่ 3 เหล่าทัพเตรียมพร้อมเพื่อเป็นกำลังหนุน ส่วนสภาประสาน กทม. จัดเตรียมพื้นที่สำหรับผู้ชุมนุมไว้ตรงข้ามถนนทหาร

ยันเสียงสว.หนุนพิธา 20 เสียง
รายงานข่าวเผยว่า การประชุมวิปวุฒิสภาในวันที่ 12 ก.ค. จะมีการกำหนดท่าทีต่อการโหวตนายกฯ โดยขณะนี้มีกระแสในหมู่ ส.ว. เชื่อว่าจะมีส.ว.โหวตสนับสนุนนายพิธากว่า 20 เสียง และมองว่าการเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกฯ น่าจะเสนอโหวตได้เพียง 2 รอบ จากนั้นน่าจะเปลี่ยนมาเสนอชื่อแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยแทน ซึ่ง ส.ว.มีท่าทีจะโหวตสนับสนุน

เสธ.อู้ปัดนำสว.สายทหารหนุนทิม
ที่รัฐสภา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. ปฏิเสธกระแสข่าวเป็นผู้รวบรวมเสียง ส.ว.สายทหาร สนับสนุนนายพิธา ว่า ตกใจกับกระแสข่าวดังกล่าว เพราะตนยึดถือมาตลอดจะไม่ก้าวก่าย ส.ว.คนอื่นในการลงมติ เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์ส่วนบุคคล ยืนยันกระแสข่าวดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง การลงมติเลือกนายกฯ มีความสำคัญ จึงไม่ขอเปิดเผยว่าจะตัดสินใจอย่างไร เนื่องจากเกรงจะเป็นการชี้นำ ส.ว.คนอื่นๆ

เมื่อถามถึงกระแสกดดันและแบล็กเมล์ ส.ว. พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า รับทราบกระแสข่าวดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าไม่มีการกดดันกัน ขอย้ำไม่เคยได้รับสัญญาณใดๆ ให้ลงมติในทิศทางใด เพราะไม่มีใครสามารถบังคับใครได้ ส.ว.เหลือเวลา 1 ปีก็จะพ้นจากวาระแล้ว ขอยืนยันว่าไม่มี ส.ว.คนใดรับผลประโยชน์ใดๆ แน่นอน และที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการติดต่อจากพรรคก้าวไกลแม้แต่ครั้งเดียว และส่วนตัวก็ไม่ได้รู้จักกับใครในพรรคก้าวไกล เพื่อไทยแม้แต่คนเดียว

ขวางเสนอชื่อโหวตซ้ำ
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวถึงการโหวตนายกฯ ของส.ว. ว่า เชื่อว่าส.ว.มีดุลพินิจ ต้องฟังข้อมูลรอบด้านทั้งการแสดงวิสัยทัศน์จากผู้ได้รับการเสนอชื่อ ข้อมูลการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ข้อมูลทางคดี ส่วนข้อเสนอการให้เลื่อนโหวตนายกฯ นั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภา สำหรับกระแสข่าวส.ว.งดออกเสียง 90% นั้น ยังไม่ทราบ การโหวตของส.ว.ต้องคำนึงว่าถ้าพาประเทศรุ่งเรืองก็เห็นด้วย แต่ถ้าพาประเทศวิกฤต เปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินก็ไม่เห็นด้วย เพราะส.ว.250 คนต้องร่วมรับผิดชอบการโหวต ส่วนตัวไม่สบายใจหลายประเด็นทั้งมาตรา 112 แม้นายพิธายืนยันจะไม่แก้ แต่ต้องถามสมาชิกพรรคก้าวไกลที่เหลือและเครือข่ายว่าคิดแบบเดียวกันหรือไม่

เมื่อถามถึงข้อกังวลของส.ว.ไม่ให้นำชื่อนายพิธามาโหวตรอบสอง หากไม่ได้รับความเห็นชอบครั้งแรก นายสมชายกล่าวว่า แม้รัฐธรรมนูญจะไม่มีข้อห้ามเรื่องเสนอชื่อโหวตซ้ำรอบสอง แต่ส.ว.ก็กังวลใจ หากโหวตไปเรื่อยๆ ได้จึงหยิบมาหารือกัน แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่เป็นเรื่องที่มีประเด็นหากครั้งแรกไม่ได้แต่มาได้เสียงเห็นชอบตอนโหวตครั้งที่ 2 แต่มีคนไปยื่นตีความโหวตซ้ำ 2 รอบทำไม่ได้ หากทำหน้าที่ไป 3 เดือน แล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระทำไม่ได้ จะทำให้การประชุมครม.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ จะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่

หากในที่สุดชื่อนายพิธาไม่ได้รับความเห็นชอบ แล้วมีการพลิกขั้วรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นเรื่องที่นักการเมืองต้องไปตกลงกัน จะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ส.ว.ไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย

4 พรรคขั้วเดิมไม่โหวตให้แน่
นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงหลังประชุมส.ส.ว่า พรรคมีมติทางเดียวกับหัวหน้าพรรคคือ ไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และไม่ร่วมมือกับพรรคหรือกลุ่มบุคคลใดที่มีแนวคิดแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อนายพิธาเพียงคนเดียวจะโหวตงดออกเสียงใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า จะงดออกเสียงหรือไม่เห็นด้วย ต้องดูที่หน้างาน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ แถลงผลประชุมส.ส.เห็นชอบ 3 เรื่อง 1.การเลือกผู้แทนจากส.ส.ทำหน้าที่ประสานกับพรรคอื่น มีตนเป็นประธาน 2.มีจุดยืนชัดเจนไม่เสนอนายกฯโดยใช้เสียงข้างน้อย 3.ไม่โหวตให้ผู้เป็นนายกฯ ที่มีนโยบายแก้มาตรา 112 เด็ดขาด โดยน่าจะงดออกเสียงเหมือน ส.ว.

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงผลประชุมส.ส.ว่า ที่ประชุมมีมติไม่ส่งบุคคลลงชิงนายกฯ แต่จะส่งนายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา เป็น ผู้อภิปรายถึงเหตุผลที่พรรคไม่สนับสนุน นายพิธาเป็นนายกฯ และแต่งตั้งให้นายวิทยา แก้วภราดัย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาฯพรรค นายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรค ตัดสินใจในการลงมติว่าจะให้โหวตนายกฯ 1 ครั้งหรือมากกว่า 1 ครั้ง

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา เผยที่ประชุมกก.บห.หยิบยกกรณีโหวตเลือกนายกฯมาพูดคุย เราหาเสียงไม่แก้ไขปรับปรุงมาตรา 112 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เว้นหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งจะนำมาพิจารณาในการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกนายกฯ

หน่อยลาออกสส.-ฐากรแทน
วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ ได้แจ้งลาออกจากการเป็น ส.ส.บัญชี รายชื่อ แล้ว ตามที่ได้ประกาศในวันที่เข้าสภาครั้งเเรก และจะเลื่อนลำดับผู้สมัครของพรรคคนถัดๆไป มาแทน เพื่อให้มีโอกาสทำงาน แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน การตัดสินใจในครั้งนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ที่ประกาศไปตั้งแต่ก่อตั้งพรรควันแรกคือ ขอเป็นเสาเข็มลงหลักปักฐานตั้งพรรคให้สำเร็จ และเป็นสะพานเชื่อมโยงคนทุกวัยเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ทำให้พรรคไทยสร้างไทยเป็นสถาบันทางการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

ขอยืนยันถึงจุดยืนพรรคไทยสร้างไทยโหวตให้พรรคอันดับหนึ่งตามครรลองประชาธิปไตย #พิธา แคนดิเดตจากพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯคนที่ 30 และจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้สำเร็จ และขอเรียกร้องไปยัง ส.ว.ทั้ง 250 คน ให้ยึดหลักการประชาธิปไตย ไม่ฝืนเจตจำนงของประชาชน ซึ่งมีแต่จะนำพาประเทศไปสู่หล่มความขัดแย้งครั้งใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยื่นลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อของคุณหญิงสุดารัตน์ ส่งผลให้ขยับ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ขึ้นมาแทน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน